ว่าจะเขียนซักพัก มัวแต่อู้จนคุณ GanZ เขียนลงพันทิปไปแล้ว 

ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเล่นเกมครับ เกมนี้ชื่อ เกมไก่อ่อน(Game of Chicken) โดยมีความเป็นไปได้ แบบนี้

รัฐบาล\ม็อบ เลิก ไม่เลิก
ออก (0,0) (-1,1)
ไม่ออก (1,-1) (-10,-10)

 

ถ้ารัฐบาลออก และม็อบเลิก ทั้งสองฝ่ายได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลิก ฝ่ายนั้นจะเสีย และอีกฝ่ายจะได้ประโยชน์ ถ้าสองฝ่ายไม่เลิก เจ๊งหมดทุกฝ่าย และเยอะกว่าการยอมแพ้แต่ต้นมากๆด้วย

 

คำถาม

 ถ้าคุณอยู่ในเกมนี้คุณควรทำอย่างไร?

**ไม่คิดเรื่องผิดถูก ชอบธรรมทั้งสิ้น ผมต้องการการวิเคราะห์เชิงกลยุทธเท่านั้น**

 ยุทธวิธีมาตรฐานคือพยายามส่งสัญญาณให้รู้ว่า "กรูไม่เลิก/ไม่ออก"แล้วหวังว่าอีกฝั่งจะปอด เลิกไปเอง

ที่เห็นๆคือ

นายก: กรูไำม่ออก

พธม: ไม่ออก กรูก็ไม่เลิก

ช่างทำตัวได้ตามตำราดีแท้น้อ  ทั้งคู่เลย

ทีนี้ใครจะถอยก่อน?

ปกติฝั่งที่ถอย ก็น่าจะเป็นฝ่ายที่มีทางเลือกมากกว่า ทีนี้ฝ่ายไหนล่ะ ที่มีทางเลือกมากกว่า

 

ในกรณีทั่วไป ผมคิดว่าม็อบมีทางเลือกสูงกว่า คือจบแล้วก็จบกัน ไม่ได้มีอะไรมากมาย ถึงเวลาก็มาชุึมนุมใหม่ ส่วนรัฐบาลนั้นมีต้นทุน ของการเลือกตั้งสูงมาก ดังนั้นรัฐจะยื้อเก้าอี้สุดชีวิต และม็อบต้องเลิกไปก่อน

แต่งวดนี้ชักไม่แน่ใจ ม็อบไมไ่ด้มีทางเลือกอย่างนั้นอีกแล้ว ตอนนี้ถ้าถอย แกนนำจะโดนข้อหากบฏติดตัวทันที เมื่อม็อบถอยไม่ได้ ม็อบย่อมยินดีเดินหน้าเข้าสู่จุึดแตกหัก

รัฐบาลเอง แม้มีทางเลือกมากกว่ารัฐบาลสามารถลาออก หรือยุบสภาได้ก็จริง แต่สถานการณ์ปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เงื่อนไขยุบพรรคยังคงหลอกหลอนอยู่ และที่หนักที่สุดคือคดีจำนวนมากที่ปักหลังแกนนำรัฐบาลไว้ รัฐบาลจำเป็นต้องรักษาอำนาจไว้ต่อไปเหมือนกัน

สถานการณ์ "กรูไม่ถอย " จึุงเกิดขึ้น การปะทะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และสงครามมวลชนกำลังจะเกิด

ตอนนี้ผมกำลังรอดูว่า อะไร จะเปลี่ยนเงื่อนไขของเกมได้บ้าง ถ้าเงื่อนไขไม่เปลี่ยน คงจบยาก

 

 ปล. ลืมสโลแกน "ไม่เลือกข้างไม่ผิด"

edit @ 2 Sep 2008 14:02:27 by house

edit @ 2 Sep 2008 14:12:39 by house

จดหมายถึงพันธมิตร

posted on 28 Aug 2008 10:37 by house  in Social-Politic
ผมเขียนตอบจดหมาย ฉบับนี้

ผมได้รับจดหมายของคุณแล้ว และผมคิดว่าเรามีความเข้าใจไม่ตรงกัน และน่าจะหันหน้ามาคุยกันซักที

ผมเชื่อว่าเรามีความต้องการตรงกันประการหนึ่ง นั่นคือเราต้องการให้ประเทศชาติก้าวไกลไปมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ด้วยเหตุนี้ ผมกลับเห็นแย้งว่าการแปรรูปไม่ใช่การขายสมบัติชาติ-การที่แปรรูปแล้วรัฐวิสาหกิจมีสินทรัพย์มากขึ้นและอำนาจควบคุมทั้งหมดยังอยู่ในกระทรวงการคลัง(คือรัฐ) จะเป็นการขายสมบัติชาติได้อย่างไร? ผมเชื่อว่าการแปรรูปอย่างถูกต้องทำให้รัฐวิสาหกิจทำงานดีขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น โปร่งใสขึ้น แม้เราจะต้องจ่ายเงินปันผลบางส่วนให้ผู้ถือหุ้น แต่อย่าลืมว่า รัฐวิสาหกิจที่แปรรูปโดยไม่กระจายหุ้นก็มี และเอาเงินเขามา ก็ต้องตอบแทนเขาตามควร ถ้าไม่เอาเงินจากผู้ถือหุ้น รัฐก็ต้องถมเงินลงไปอีก หรือไม่ก็ต้องสร้างหนี้ต่างประเทศเพิ่ม ผมเชื่อว่าเรามีทางเลือกไม่มากนักในโลกาภิวัฒน์ที่เกรี้ยวกราด การอยู่เฉยๆโดยไม่ยอมเสียอะไร อาจแพงกว่าการยอมจ่ายปันผลเพื่อเอาเงินไปลงทุนเสียอีก

ในประเด็นถัดมา เรื่องไม่มีอาวุธผมยังคงสงสัย แต่คุณไม่ได้ทำลายสมบัติชาติ "จริงหรือ?" NBT เป็นทรัพย์สินของรัฐหรือเปล่า? สนามหญ้าหน้าทำเนียบล่ะ? ผลกระทบจากการที่รัฐบาลปฏิบัติงานไม่ได้ล่ะ? แล้วชื่อเสียงที่เสียไป และผลกระทบต่อการท่องเที่ยวล่ะ? ความเชื่อมั่นต่อระบบนิติรัฐล่ะ? ผมคิดว่าคุณคิดไม่รอบด้าน และสิ่งที่คุณทำ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผมขอร้องให้คุณทำแทน คุณคิดไปเองและหลงอยู่ในมายาคติ

ระบอบทักษิณอันตรายจริงหรือ? อาจจะอันตราย แต่ผมเชื่อว่าระบอบคิดไปเองอันไม่เป็นไปตามประชาธิปไตย อันตรายกว่า ผมเชื่อว่าเจตนาของคุณบริสุทธิ์ แต่ผมยังสงสัยถึงผลลัพธ์ว่าดีจริงหรือ ระบบนิติรัฐคุ้มค่าที่จะโดนทำลายเพื่อการนี้จริงหรือ และเหนือสิ่งอื่นใด ผมสงสัยในความบริสุทธิ์ใจของแกนนำ

ผมเชื่อมั่นในความถูกต้อง รักและหวงแหนแผ่นดินเกิดเช่นกัน ผมนับถือใจสู้ของคุณ แต่สิ่งที่คุณทำมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด มันลากประเทศชาติจมปลักลึกลงไป คุณคิดบ้างหรือไม่ว่าความวุ่นวายนี้จะทำให้ทักษิณอ้างขอลี้ภัยทางการเมืองง่ายกว่าเดิม? คุณคิดบ้างหรือไม่ว่าความชอบธรรมของรัฐบาลสูงขึ้นเมื่อคุณทำเรื่องพวกนี้?

กลับบ้านเถอะครับ อย่าปล่อยให้นักการเมืองและแกนนำเสี้ยมเขาคุณ เพื่อประโยชน์ของเขาอีกเลย หาข้อมูลให้รอบด้าน แล้วกลับมาสู้ด้วยกันในระบอบรัฐสภา มาสู้กันด้วยประชาธิปไตย ชีวิตคุณมีค่าเกินกว่าจะปลิดปลิวไปกันการต่อสู้ที่ไร้เหตุผลนี้ การต่อสู้ที่คุณเสีย และแกนนำมีแต่ได้

กลับบ้านเถอะพี่ นี่เป็นคำอ้อนวอนจากพี่น้องอีกคนที่รักชาติเหมือนกัน

ขอบคุณครับ

ใน The End of Eternity (จุดดับแห่งนิรันดร์) บุคคลในนิรันดร์การ สามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้โดยการทำอะไรเล็กๆน้อยๆที่จุดทริกเกอร์ เช่น วันที่ฮิตเลอร์จะขึ้นปราศรัยครั้งแรก ถ้าวันนั้นยา่งรถของฮิตเลอร์แตก ฮิตเลอร์ไปไม่ทันปราศรัย สงครามโลกครั้งที่สองก็อาจจะไม่เกิดขึ้น

แล้วอะไรเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ไทย จนมันไหลมาถึงทุกวันนี้? จุดเปลี่ยนเล็กๆง่ายๆที่ทำให้เรื่องมันลุกลาม?

 ผมคิดว่ามันคือคำพิพากษาซุกหุ้นครั้งแรกสุด ที่ก่อให้เกิดวลีบกพร่องโดยสุจริต

- มันเป็นสัญญาณว่ากฏหมู่ เริ่มจะมีอำนาจอยู่เหนือกฏหมาย

- มันลดมาตรฐานและเครดิต ขององค์กรอิสระลงจนหมดสิ้น และนำไปสู่ตุลาการภิวัฒน์

ฯลฯ

 

เอาละ ช่างมันเถอะ!

พอพูดถึงวิกฤติ อีกไอเดียที่แวบเข้าหัวคือ แผนการของเซลดอน  ประโยคที่นักอ่านไซไฟรู้จักกันดีก็คือ "เพื่อให้เหตุการณ์สานตัวไปจนถึงจุดที่ท่านไม่มีทางถอย เป็นทางเดียวแคบๆที่จำต้องผ่าน และหนทางนั้นแหละจะนำไปสู่จักรวรรดิใหม่ที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า"

เรามาถึงจุดนั้นหรือยัง? ผมว่าใกล้แล้วล่ะ ทางออกเริ่มไม่เห็นแล้ว ไม่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งคงจบเห่ลงเร็วๆนี้

เสียดายอย่างเดียว นี่ไม่ใช่นิยาย เราไม่มีเซลดอนวางแผน และผมตอบไม่ได้ว่า หนทางตีบตันตอนนี้มันจะพาเราไปไหน

 

ปล. เพ้อๆสไตล์งานเยอะ + อ่านไซไฟมากเกิน