สัมภาษณ์งานที่ Microsoft

posted on 07 Aug 2010 12:09 by house in IT
ไม่ได้เขียนบล็อกนานมาก จะว่าไปก็หลังจากย้ายงาน >_<

หลายคนคงรู้ว่าผมได้งานที่ Microsoft Thailand ถึงจะฟลุ้คๆหน่อยก็เถอะ เมื่อไม่มีอะไรจะเขียน ก็เอาเรื่องที่ทำงานมาเล่าให้ฟังดีกว่าโดยเฉพาะการสัมภาษณ์ที่ MS ขึ้นชื่อลือชาว่าโหดอย่างมาก และแปลกแหวกแนวไม่แพ้ใคร(อ่าน Microsoft Interview)

เรื่องเริ่มต้นเมื่อ HR ของ MS ไปเจอเรซูเม่ของผมเข้าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง แล้วก็โทรมาสอบถามว่า "สนใจจะมาทดลองสัมภาษณ์งานกับ MS ไหม" พูดตามตรงว่าตอนนั้น MS ไม่ได้อยู่ในสายตาเลย เพราะคิดว่า "เธอนั้นดีเกินไป ผมคงจะไม่ดีพอสำหรับคุณ" แต่โอกาสตกใส่หน้าแล้วแบบนี้ ก็ต้องคว้าไว้ละครับ ตอบตกลงสัมภาษณ์งานทันทีแบบไม่เสียเวล่ำเวลา  ซึ่ง HR ก็แจ้งว่ารอบแรกจะเป็นการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ หลังนัดวันเวลาเรียบร้อยผมก็คอยด้วยความใจจดใจจ่อ

ผลคือพอถึงเวลา ไม่มีใครโทรมาครับ มี HR โทรมาแทนว่า มีใครโทรมาหรือยัง เพราะทางผู้บริหารแจ้งว่า เบอร์โทรนี้ติดต่อไม่ได้ หลังจากเช็คกันไปกันมา HR ก็แจ้งว่า เรซูเม่ผมเก่ามาก จนเบอร์โทรยังเป็น 01-xxx-xxxx อยู่ และทางผู้บริหารไม่ทราบ เนื่องจากเป็นคนต่างชาติ!  เอาละวา นี่แปลว่าสัมภาษณ์รอบแรกเป็นอังกฤษอย่างแน่นอน แต่เมื่อพลาดโอกาสนี้แล้วก็เลื่อนยาวไปเลยอีกหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากผู้บริหารไม่ว่างอีกตลอดอาทิตย์
(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กรุณาอัพเดตเรซูเม่รุ่นพระเจ้าเหากันด้วย)

หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นไป คราวนี้ไม่ผิดคิวครับ ผู้บริหารโทรมาคุย(และเป็นหัวหน้าสายตรงผมในภายหลัง - เอริค ปาร์ม) หลังจากแนะนำตัวเบื้องต้น(คุณทำอะไรมาบ้าง/จบจากไหน/บลาๆๆๆ) ก็เริ่มเข้าเรื่อง เอริคยิงตรงทันทีให้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง class กับ interface และ interface กับ abstract class ตามด้วยให้อธิบายคอนเซ็ปต์ของ inheritant, overload ข้อดีข้อเสียของ multiple inheritant และ single inheritant คำถามเป็นเทคนิคัลเพียวๆ ส่วนนิสัยใจคอไม่สนใจครับ

หลังจากตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็วางสายไป พร้อมบอกให้ใจชื้น(มั้ง) ว่าจะติดต่อมาทีหลัง ยกหนึ่งนี่ใช้เวลาคุยไปราวๆ 40 นาที

ผมค่อนข้างมั่นใจว่า รอบแรกนี้ เน้นเรื่องพื้นฐาน ซึ่งผมน่าจะผ่าน(แม้ว่าจะรอดพายุคำถามรอบหลังๆไม่ค่อยได้) และ ความสามารถในการสื่อสาร ดังนั้นถ้าเอริคฟัง สเน็คๆ ฟิชๆ ผมออก ก็น่าจะมีรอบสอง

อีกแค่สองวัน HR ก็โทรมาอีกรอบ แจ้งว่าต้องสัมภาษณ์กับ ฝ่ายบุคคลต่อในวันรุ่งขึ้น ผมแจ้งว่าลางานไม่ทัน แต่ HR บอกว่า "ไม่เป็นไรค่ะ ทางโทรศัพท์หลังเลิกงานก็ได้" ลงท้ายแล้วก็คุยโทรศัพท์กันอีกตามเคย และยังไม่ได้ย่างเท้าไปเหยียบออฟฟิศเลยซักก้าวเดียว

คนโทรมา เป็นรีครูทเตอร์ ของ MS ครับ รอบนี้คุยกันยาวมาก หลังจากเกริ่นคำถามทั่วๆไปแล้ว ก็เริ่มเจาะลึกว่าทำไมถึงอยากเข้า Microsoft, เวิร์คโปรเซสที่ชอบเป็นยังไง, รักสันโดษรึเปล่า, ชอบงานยากหรืองานง่าย , นิสัยยังไง, ย้ายงานบ่อยแค่ไหน, ทำงานกับคนต่างชาติได้ไหม ฯลฯ

ในขณะที่เอริคถามประเด็นทางเทคนิค ครั้งนี้เป็นประเด็นด้านบุคลิกภาพและลักษณะการทำงานล้วนๆครับ เพื่อให้มั่นใจว่า หลังจากรับเข้าไปแล้วจะไม่มีปัญหาเข้ากันไม่ได้กับวัฒนธรรมของไมโครซอฟต์("พี่อยากให้มั่นใจว่า น้องไม่ได้ถูกไมโครซอฟต์เลือกแต่ฝ่ายเดียว แต่น้องคิดไม่ผิดที่เลือกไมโครซอฟต์ด้วย")

คำถามที่เน้นค่อนข้างมากคือ เมื่อมีปัญหาที่ไม่ได้คาดฝันแก้ไขยังไง/เมื่องานล่าช้ากว่ากำหนดจะทำอย่างไร/หากได้รับมอบหมายงานที่เป็นไปไม่ได้ จะทำอย่างไร หรือ เมื่อเกิดข้อขัดแย้งกับหัวหน้าเรื่องงาน จะแก้ไขปัญหานั้นด้วยวิธีใด

หลังตอบคำถามทั้งหมดแล้ว ก็เป็นโอกาสที่เราถามบ้าง ซึ่งนอกจากเรื่องสโคปงาน แล้วก็มีคุยเรื่องผลตอบแทนคาดหวัง และ career path ซึ่งได้คำตอบ(ที่ไม่รู้จะดีใจดีรึเปล่า) ว่าผลตอบแทนที่เราจะได้ขึ้นกับ ผลการสัมภาษณ์ในรอบถัดๆไป โดยไม่นำฐานเงินเดือนเดิมมาพิจารณา และลงท้ายว่า "สู้ๆน้อง เหลืออีกสี่รอบ"

ฟังว่าเหลืออีกสี่รอบก็หมดแรงละครับ ไม่เหลือคำถามอะไรแล้ว กลับบ้านไปนอนดีกว่า...