วันนี้ต้องฉลอง

posted on 07 Oct 2008 22:44 by house  in Finance

วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ของผมเลยครับ

 เ้ปิดมาตอนเช้า คุณวิชัย กับคุณบองเต่า ออกหนังสือไปแล้ว น่ายินดีด้วยจริงๆ

เ ปิดหน้าหนังสือพิมพ์ อืม! ในที่สุด พธม ก็เดินทัพแล้ว ช่างน่ายินดีสำหรับความคืบหน้า

สำหรับคนเชียร์ รบ. ก็ไม่น่าน้อยใจ จับ พลตรี จำลองได้ แล้วก็เปิดประชุมได้นี่ก็น่ายินดีเหมือนกัน

แผน เจ็ดแสนล้าน ของสหรัฐก็ผ่านแล้ว ช่างเป็นวันดีเสียนี่กระไร!

 เปิดหว้ากอ มีถกประเด้นเรื่องขาขาดกับวัตถุระเบิด โอ ความรู้ทั้งนั้น

ความรู้ใ หม่ guru.google.com มีวิธีทำระเบิดปิงปองด้วย!! 

 

กินข้าวเสร็จ ทำงานราบรื่นถึงเย็น เปิดข่าวมา 

อ้าว! พธม Strike back ล้อมรัฐสภาได้อีกครับ ยินดีกับความสำเ้ร็จครับ

ยินดีกับฝั่งนายกและ สส ด้วยที่ปีนรั้ว กับ ขึ้น ฮ หนีไปทัน

ก่อนเลิกงาน ฝ่ายบุคคลบอกว่า ถ้ามีเหตุฉุกเฉินที่ทำให้เดินทางไม่สะดวก ก็ขอให้แจ้งได้ จะอนุมัติหยุดงานเป็นกรณีพิเศษ ข่าวดีทั้งนั้นเลย

 

เช็คพอร์ตหุ้นลงท้ายก่อนกลับบ้าน วนๆเ้วียนๆ ดูจนครบ

เ้อ้า ไชโย กับผมหน่อยเร็ว วันนี้ผมขาดทุนเป็นตัวกลมๆ หนึ่งแสนบาทถ้วน

สถิติใ หม่ตั้งแต่ลงทุนมาเลย วันนี้วันประวัติศาสตร์จริงๆ!

 

ไชโย~!!

JACK

posted on 05 Oct 2008 20:23 by house  in Book

ต้องระบายก่อน 

"สอบเสร็จแล้ว โว้ย!!"

ตอนสมัครเ รียนก็คิดว่า เสาร์ อาทิตย์ว่างๆ ลงเรียนโท ไปคงพอเอาตัวรอดได้ แต่ผลตลอดเทอมที่ผ่านมา ผมขอบอกว่ามันทำลายสุขภาพจิตมากกว่าที่คิด กับการทำงาน จ-ศ แล้วไปเรียนต่อวันหยุดเต็มวัน 

หลังสอบ OB(Organization Behavior) เ มื่อสัปดาห์ก่อนจบ ผมซื้อหนังสือเป็นของขวัญฉลองสอบเสร็จให้ตัวเองสองเล่มครับ หนึ่งในนั้นที่จะเอามาเล่าให้ฟังวันนี้คือ "JACK" อัตชีวประวัติของ แจ็ค เวลล์ อดีต CEO ของ General Electric 

แรงจูงใจที่แวบให้ซื้อเล่มนี้ คือในระหว่างสอบ ผมคุ้นๆว่าในประวัติของแจ็ค ที่ GE มีบางส่วนมันเหมาะเหม็งมาก ที่จะเอามาตอบข้อสอบ แต่พอเขียนแล้วมันแป้กครับ ข้อมูลในหัวมันไม่พอ

พอเจอเข้าก็เลยซื้อซะหน่อย และเล่มนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย(ผิดหวังนิด น่าจะซื้อก่อนสอบ)

 แจ็ค เวลล์ เล่าเรื่องของเขาเองตั้งแต่ สมัยเรียน มัธยมปลาย จนไปถึงวันสุดท้ายที่เขาเกษียณอายุจาก GE นับตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน ไปจนถึงการกำหนดผู้สืบทอด

แจ็ค เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางระดับล่างในแมสซาซูเซตต์ ด้วยผลการเรียนที่ดีทำให้ได้ทุนเรียนต่อในระดับปริญญาโทและเอก จนจบดอกเตอร์ ด้านวิศวกรรมเคมี จาก มหาวิทยาลัยอิลลินอยด์ ก่อนเข้าทำงานในโรงงานพลาสติก ของ GE

 ด้วยความสามารถและขยันขันแข็ง แจ็คเติบโตขึ้นตามลำดับ เริ่มจากผู้บริหารโรงงานพลาสติก แล้วก็เลื่อนไปเรื่อยๆ สู่ผู้บริหารเคมีภัณฑ์และโลหะผสม ไปจนถึง ผู้บริหารสายธุรกิจอุปโภคบริโภค

ณ. จุดนี้ แจ็ค ได้กลายเป็น 1 ใน 5 ตัวเลือกที่จะสืบทอดตำแหน่งประธานของ GE ต่อจาก เร็กซ์ โจน ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น แจ็คเล่าการเมืองในองค์กร และการคัดเลือกผู้สืบทอด ได้อย่างสนุกทีเดียว ในช่วงนี้ เราได้รู้ว่าแจ็ค แทบไม่มีผู้หนุนหลังเลยในองค์กร และแจ็คต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อที่จะยังอยู่ในการแข่งขันชิงตำแหน่งนี้ไปจนจบ 

อย่างที่รู้กันดี ว่าแจ็คชนะ และนับจากนั้น แจ็คนำความเปลี่ยนแปลงมหาศาลมาสู่ GE ยักษ์ที่หลับมานาน นานเกินไปสำหรับ คนอย่างแจ็ค

 แจ็คปรับ GE ขนานใหญ่ วิสัยทัศน์ แรกๆคือ  "ที่ 1/2 ไม่งั้นก็ขายทิ้ง" สร้างความตื่นตะลึงอย่างยิ่ง ก่อนตามมาด้วยการเร่งประสิทธิภาพภายในขนานใหญ่ แจ็คตัดเกรดพนักงานแบบ Normal Curve 

พนักงาน 10% ท้ายต้องปรับปรุง หรือไม่ก็ออกไป และพนักงาน 20% ต้นได้โบนัส และสวัสดิการ รวมถึงอัตราการขึ้นเงินเดือนสูงกว่ากลุ่มตรงกลางถึง 3 เท่า

 

แจ็คต้องการคนเก่งที่สุดเท่านั้นใน GE!

การขายกิจการทิ้ง ปิดโรงงานที่กำไรต่ำอย่างต่อเนื่อง แต่ตัดเกรดคนงานอย่างเข้มงวด ทำให้แจ็คได้ชื่อเป็น "เจ้านายที่โหดที่สุดในอเมริกา"

  แจ็ค ไม่ได้สนใจ เขาลงเงินอีก 75 ล้าน ปรับปรุง โครตันวิลล์ ศูนย์ อบรมผู้บริหาร ของ GE นอกจากพนักงานที่เก่งที่สุด เขาต้องการผู้บริหารที่เก่งที่สุดด้วย 

ผู้บริหารคนหนึ่งพูดว่า "ผมคบกับแจ็คมาหลายปี ภรรยาของเราเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าผมพลาดซัก 2-3 ครั้่ง แจ็คก็คงไล่ผมออก"

 นั่นแหละ แจ็ค!

"การไล่คนออกไม่ใช่เรื่องสนุก แต่ผู้จัดการที่จัดการสิ่งที่ถูกไม่ได้ ก็ไม่ใช่ผู้จัดการที่ดี"

 

 ความยิ่งใหญ่ของแจ็ค เวลล์ ที่หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นคือ ความเข้มงวด ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น วิสัยทัศน์ ความสามารถในการตัดสินใจ ความเปิดกว้าง และเหนืออื่นใด การสร้างแรงบันดาลใจ 

 แรงบันดาลใจที่แจ็คสร้างให้แก่ GE ลูกน้องทุกคน ตั้งแต่ระดับบริหารใกล้ตัว จนถึงพนักงานสุดปลายสายการผลิต

แรงบันดาลใจที่ทำให้ทุกคนเดินไปด้วยกัน และปลุกยักษ์หลับให้ตื่นขึ้น

แจ็คพาเราเดินเคียงไปกับเขา นับแต่ก้าวแรก ในโรงงานพลาสติกเล็กๆ(ที่เขาเคยทำโรงงานระเบิด) ไปจนถึงวันที่เขาเลือกผู้สืบทอดและเกษียณอย่างตำนานจาก GE (มีเรื่องวุ่นๆทีหลังเล็กน้อย)

หนังสือดี ที่อ่านจบอย่างอิ่มเอมใจ และคุ้มทุกบาททุกสตางค์

edit @ 6 Oct 2008 09:32:25 by house

 

  • ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

 

เ รียน MBA อยู่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี แต่ไม่อยากเขียนเรื่องนี้อะ ยังไม่จบ -*-

เ อาว่าเคยเรียนวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ 

 

  • สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

 

เรียนยังไง? ก็หยิบสมุดปากกา ไปนั่งๆนอนๆ ฟังเลคเชอร์  หลับบ้างเป็นบางครั้ง

เ อาใหม่ๆ วิศวะคอมพิวเตอร์ สรุปง่ายๆว่าเรียนทุกอย่างเกี่ยวกับคอม เมื่อมันสูงกว่า CPU ขึ้นมา โดยในปีแรกต้องปูพื้นวิชาพื้นฐานใหม่ ทั้งฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์(พอสรุปให้ได้ว่า แคลคูลัส 1-2-3 + numerical analysis)

พอเข้าปีที่ 2 ก็เริ่มเรียนพื้นฐานของวิชาภาค

พื้นฐานพวกนี้ก็เ ช่น คณิตศาสตร์ไม่ต่อเนื่อง(Discrete Mathematic:คณิตศาสตร์ที่เน้นหนักทาง เซ็ต ความน่าจะเป็น ตรรกศาสตร์ ฟังชัน และความสัมพันธ์)วงจรไฟฟ้า วงจรอนาล็อค และดิจิทัล และความรู้พื้นฐานที่จำเป็น(C, Pascal, Unix) หลังจากนั้นก็จะเรียนไล่ไปทีละระดับ เช่น Assembly (สูงกว่าภาษาเครื่องมาหน่อย)  ทฤษฏีการคำนวณ(Theory of computation: ขอบเขตความสามารถเชิงทฤษฏีของคอมพิวเตอร์แ ละรากฐานเชิงคณิตศาสตร์ของระบบทั้งหมด) ทฤษฏีระบบปฏิบัติการและสถาปัตยกรรม(เอาทฤษฏีการคำนวณมาออกแบบที่เราๆใช้ๆกันอยู่ทุกวันนี้ได้ยังไง) ซอฟแวร์ระบบ(System Software) การเขียนโปรแกรมบนไมโครโปรเซสเซอร์ ความรู้ทางเน็ตเวิร์ค หลังจากนั้นใครจะต่อยอดไปทางไหนก็เชิญ มีตั้งแต่ การวิจัยภาษาธรรมชาติ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบประมวลผลแบบขนาน การประมวลผลภาพ เน็ตเวิร์ค ฐานข้อมูล ฯลฯ

ปีแรก ไปเรียนรวมๆกับชาวบ้านซะเยอะ พอย่างเข้าภาค ก็จะเลคเชอร์ สลับกับการบ้าน ซึ่่งมีทั้งเขียนโปรแกรม และงานกระดาษ ทั่วๆไป อ. จะออกแบบการบ้านให้เจียนตายแบบพอดิบพอดี ไม่งั้นนิสิตจะว่างเกิน(อย่าคิดว่า อ. จะตรวจไม่ไหว เพราะคนตรวจไม่ใช่ อ.)

ปีสุดท้าย ต้องเ สนอโครงการจบการศึกษา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษารับรอง ปั่นงานจบ นำเสนอผ่าน ก็จบได้

 

 

  • สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

 

สารพัด โปรแกรมเมอร์ ผู้ดูแลระบบ งานที่ปรึกษาไอที , SA ใกล้ๆตัวหน่อยก็ Exteen

สายมืด ก็เ ขียน bot, hack อะไรก็พอได้...

ส่วนตอนนี้  จขบ ใช้หาเงินเรียนโท อยู่ -*-

 

  • อกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

 

นึกไม่ค่อยออกแหะ หลักๆเลยคือต้องใจสู้ เพราะอ. หรือรุ่นพี่จะไม่ตอบอะไรง่ายๆ จนกว่าเราจะแสดงให้เห็นว่าเราค้นบางอย่างในประเด็นนั้นๆมาก่อนแล้ว

 เรียนแล้วอย่าหลุด ถ้าไม่รู้เรื่องต้องไล่ทันที เพราะพื้นฐานไล่กันเป็นทอดๆ ถ้าคอนเซปต์ไม่แน่น หลังๆจะเรียนลำบากมาก 

ทำโ จทย์ให้เยอะ การบ้านอย่าก๊อปส่ง ก็คงมีแค่นี้มั้ง

 

  • อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

 

ต้องรักการค้นคว้า

คอมซื้อแ ล้วตกรุ่นทันทีฉันใด เรียนวิศวะคอม มันก็ตกรุ่นทันทีที่ฟังเลคเชอร์ อ. จบเหมือนกัน

วิชาที่ อ. สอน ถึงตอนนี้นอกจากทฤษฏีพื้นฐานมันไ ม่หลงเหลือแล้วครับ ดังนั้น ความสำเร็จของการเรียนคณะนี้ จึงอยู่ที่สามารถเอาสิ่งที่เรียนไปค้นคว้าเพิ่มเติมได้ ต่อยอดได้ อย่าแปลกใจที่การบ้านที่ อ. สั่งหลายๆครั้งไม่มีในตำราเรียน และเวลาเดินไปถามรุ่นพี่หรือ อ. จะได้หนังสือมา 1 เล่มแทนที่จะเป็นคำตอบ

 ถ้าอ่านเองไม่เป็น ก็จบไม่ได้ครับ  

 ให้มั่นใจว่าตัวเองรักคอมจริง ไม่ได้ใช้แค่ msn อ่านบล็อก หรือพันทิป แล้วจะเรียนวิศวะคอม นั่นเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของผลผลิตจากวิศวะคอม 

ควรมีพื้นฐานคณิตศาสตร์ดีพอควร อดนอนเ ก่งจะถือเป็นข้อได้เปรียบ

  กติกา: 

1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ 
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

 ส่งต่อทุกคนที่มีไฟจะเขียนครับผม