science

หว้ากอนคร 3012(3)

posted on 29 Apr 2010 13:25 by house in science
แพทย์สาววิ่งหน้าตั้งออกจากเครื่องย้ายมวลสาร ข้ามฟากตึกของศูนย์รักษาชีวิตอัลกอร์ อย่างเร่งรีบ วันนี้มีการเรียกประชุมด่วนเนื่องจากดอกเตอร์ V. ผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งจะบินมาร่วมในการรักษาคนไข้คนสำคัญของศูนย์แห่งนี้ และเครื่องย้ายมวลสารเจ้ากรรมก็อยู่ห่างไกลจากห้องประชุมเสียเหลือเกิน การรักษาครั้งนี้เป็นงานช้าง(เธอเคยได้ยินว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดบนโลก - จะหนักแค่ไหนนะ? มันหายสาปสูญไปนานร่วมห้าร้อยปีแล้ว) เรียกประชุมผู้เชี่ยวชาญของศูนย์จากแทบทุกสาขา นักเพาะเนื้อเยื่อมือหนึ่งอย่างมิสเตอร์ P ยังต้องจำใจห่างห้องคุมอุณหภูมิแสนรักมาเข้าประชุมด้วย 

เธอวิ่งไปถึงห้องประชุมทันเวลาพอดิบพอดี! พอหย่อนตัวลงนั่งไม่ทันไร ประธานศูนย์ก็เดินเข้ามาประจำที่หัวโต๊ะ

"สวัสดีนะครับนะ" ประธานศูนย์ร่างโย่งกล่าว "ผมคิดว่าทุกคนคงอ่านเคสของคนไข้มาแล้ว อีกสักครู่ดอกเตอร์ V. จะมาสรุปกระบวนการรักษา กระบวนการทั้งหมดจะเริ่มในอีก 4 ชม ผมขอย้ำว่าต้องไม่มีความผิดพลาด" ตาจ้องมองเขม็งกวาดไปทั่วห้อง "พวกคุณล้วนเป็นมือหนึ่ง ผมเชื่อมั่นว่าเราทำได้นะครับนะ" ท่านประธานกล่าวย้ำ ก่อนส่งบทต่อให้กับหัวหน้าคณะแพทย์ ดอกเตอร์ V. ซึ่งเดินเข้ามาด้วยมาดทหาร บรรยายสรุป ถึงอาการของคนไข้ และ วิธีการรักษาอย่างละเอียด สิ่งที่พูดนั้นทุกคนในห้องล้วนทราบหมดแล้ว นี่เป็นเหมือนการซักซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนลงมือจริง
"เนื้อเยื่อของคนไข้มีความเสียหายปานกลาง ที่น่าเป็นห่วงคือสมอง ซึ่งเซลล์บางส่วนตายไปแล้วเนื่องจากขาดเลือด" เสียงบรรยายเรียบๆพูดไปเรื่อยๆ "พบการแตกในเซลล์เนื่องจากการขยายตัวของของเหลวในส่วนดังต่อไปนี้ของสมอง ระบบอวัยวะภายในต่อไปนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง .... อย่างไรก็ตามเรามีแผนผังสมองที่สมบูรณ์ของคนไข้ซึ่งสแกนไว้ก่อนหน้า เราจะใช้วิธีเพาะเซลล์สมองตามแบบ แล้วทำ Neuro Mapping  ส่วนอวัยวะอื่นๆเราจะใช้อวัยวะเทียมที่เพาะขึ้นมาใหม่" 

แพทย์สาว พลิกเอกสารประกอบกระบวนการรักษา ทำ Neuro Mapping ผนวกกับการเพาะเซลล์สมองเป็นเทคโนโลยีล้ำยุคที่พึ่งพัฒนาได้ไม่นาน โดยอาศัยแผนภาพโครงข่ายประสาทที่ละเอียดยิบ ระบุถึงการเชื่อมเซลล์ประสาททุกจุด แล้วทำการเพาะเซลล์สมองขึ้นใหม่และเหนี่ยวนำให้มีการเชื่อมโยงตามที่กำหนด ก็จะมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างสมองขึ้นใหม่ จากสภาพที่สมองเสียหายโดยสิ้นเชิง ขอแค่มีผังสมองเก็บไว้ก่อนเท่านั้นแหละ ชีวิตมนุษย์ก็รีเซ็ตได้ ส่วนเทคโนโลยีอวัยวะเทียมต่างๆนั้น พัฒนาสมบูรณ์มากว่าแปดร้อยปี จะว่าไปถ้าไม่ใช่เพราะโรคประจำตัวที่หายากมาก ของคนไข้รายนี้ เขาก็น่าจะผ่านกระบวนการรักษาไปได้นานแล้ว

เมื่อถึงกำหนดการรักษา ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนเดินเข้าไปในห้องบังคับการ ห้องนี้มีสีขาวฝาผนังด้านหนึ่งเป็นกระจก เห็นด้านล่างที่มีมือกล และ อุปกรณ์สารพัดรออยู่ ผู้ป่วยจะถูกลำเลียงเข้ามาในห้องรักษา ซึ่งควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติจากห้องควบคุมแห่งนี้ กระบวนการรักษาในปัจจุบันละเอียดอ่อนจนมนุษย์ไม่สามารถทำได้เองอีกต่อไป เธอมองลงไปในขณะที่ช่างเทคนิค กำลังติดตั้งอุปกรณ์รักษาชุดใหม่ลงไป อุปกรณ์ชุดนี้ถูกสร้างขึ้นเฉพาะสำหรับคนไข้รายนี้ ช่างเป็นผู้ป่วยที่เรื่องมากแท้ๆ เธอรำพึงในใจ กระบวนการฆ่าเชื้อเริ่มขึ้น อีกไม่กี่อึดใจ ห้องนี้ก็จะพร้อมใช้งาน

เธอเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำ จอมอร์นิเตอร์ของเธอโผล่ขึ้นตรงหน้า ... ได้เวลาเริ่มงานแล้ว

............................

"แล้วเป็นไง รอดรึเปล่า" เพื่อนร่วมงานในแผนกเอ่ยถาม
"รอดสิ แต่สภาพแย่กว่าที่คิดอีก ลงท้ายน่าจะเรียกว่าโคลน มากกว่าชุบนะ แทบไม่เหลืออะไรของเก่าที่ใช้ได้เลย" เธอบ่น 
"แหม ก็โดนแช่แข็งมาตั้งเก้าร้อยปี เป็นผู้ป่วยคนแรกของศูนย์เลยนา" เพื่อนพูดเสียงกลั้วหัวเราะ เจ้าตัวหมายถึง Cryonics กระบวนการรักษาคนไข้ไว้ในไนโตรเจนเหลว เพื่อข้ามเวลามารักษาในอนาคต
"แหงล่ะย่ะ ก็เป็นคนตั้งศูนย์เองนี่ สมัยโน้นกฏหมายก็งี่เง่า ต้องรอให้หัวใจหยุดเต้นก่อนถึงจะ preserve ถึงตอนนั้นเซลล์ก็ตายไปเยอะแล้ว" เธอบ่น "แถมไอ้โรคประจำตัวท่านอดีตประธานนี่ก็นะ ยากเย็นแสนเข็ญ"
"ยากมาก?"
"ยากสิ แค่อะไรที่เป็นดิจิตอลขยับเข้าไปใกล้หน่อย สัญญาณชีพก็วูบทำท่าจะเดี้ยงอย่างเดียว " เธอบ่น "โรคนี้หายากมากๆ งวดนี้เราต้องใช้อุปกรณ์อนาล็อคหมดเลยนะ พวก อนาล็อคมีชัย นี่เรื่องมากจริงๆ"