Social-Politic

อ่านของน้อง RinRinแล้วก็เลยอยากเขียนถึงบ้าง (หลังๆใช้หัวข้อคนอื่นตลอด มีประเด็นอะไรของตัวเองมั่งเนี่ย) กับระบบเอ็นทรานต์

ผมเป็นรุ่นที่สอง ที่กระทรวงเปลี่ยนระบบเอ็นทรานต์มาใช้ระบบเอ็น 2 ครั้งและใช้ GPA 5% โดยหลังจากที่ระเบียบออกและรู้ว่าโดนแน่ ผมก็ "เร่ง" เกรดตัวเองตั้งแต่ ม 4 เพื่อเผื่อเหนียวไว้ก่อน ในขณะเดียวกันก็ภาวนาว่าอย่าใช้ GPA ให้มากนักเลย ครั้งนั้นมีการอภิปรายในหมู่เพื่อนอย่างกว้างขวางทั้งข้อดีข้อเสีย ผมนำเรื่องนี้ไปเขียนรายงานส่งอาจารย์ภาษาไทย ซึ่งแน่นอน ผมสับระบบการเอ็นแบบนั้นไม่มีชิ้นดี ซึ่งนำผมไปสู่การพิพาทกับ อ ซึ่งมีคติผู้ใหญ่ถูกเสมอ อย่างรุนแรง

เพื่อนผมอีกคน พบว่ารายการวิทยุรายการหนึ่งมีการเชิญ รมต ศึกษา ในขณะนั้นมาออกรายการ ก็โทรไปแสดงความคิดเห็น หลังจากไล่ต้อนท่านรมต การศึกษา(แต่ไร้สมอง) อย่างเมามันกำลังจะจนมุม รายการก็ตัดสายเพื่อนผมออก โดยอ้างว่าสายหลุดซะงั้น

เอ็นสองครั้ง GPA 25% ผมว่าแย่แล้ว งานนี้เจอแอดมิชชั่น กลายเป็นระบบนั้นดีไปเลย

โดยส่วนตัวไหนไม่เห็นด้วยกับการใช้ GPA เป็นอย่างยิ่ง เปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่ควรใช้ เพราะคุณคุมมาตรฐานมันไม่ได้

ผมจบจาก โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง อันดับหนึ่งรุ่นผมได้เกรดเฉลี่ย 3.83 ทิ้งอันดับสองที่ 3.7 และอันดับสามตกรูดมาที่ 3.5 อันดับหนึ่งรุ่นผมเก่งแค่ไหนน่ะเหรอ ก็แค่ ตัวแทนฟิสิกส์โอลิมปิกประเทศไทยเท่านั้น ยังได้แค่นั้น ในรอบ 6 ปีก่อนผมจบมามีคนได้ 4.00 ไม่ถึง 3 คน

ปัจจุบันเหรอ รุ่นน้องได้ 4.00 รุ่นนึงเป็นสิบ ผอ บอกว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็แข่งขันในการเอ็นทรานต์ไม่ได้ ความเข้มงวดของ รร ลดลงชัดเจน

นอกจากนี้ กระทรวงเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? ในความเห็นของผม โรงเรียนมีเพื่อให้ความรู้ เด็กหนีไปเรียนพิเศษ แปลว่าโรงเรียนมันสอนไม่รู้เรื่อง ปัญหามันอยู่ที่โรงเรียน ไม่ใช่เด็ก แล้วเป็นไง เด็กก็เรียนพิเศษอยู่ดี เพื่อเร่งเกรดให้สูงขึ้น ตั้งโจทย์ผิดคำตอบมันก็ผิดแต่ต้นแล้ว

การเร่งเอาระบบมาใช้ทั้งๆที่ยังไม่พร้อมก็เหมือนกัน ตอนประกาศใหม่ๆหลายมหาลัย ไม่เห็นด้วย จนเคยมีข่าวว่าหลายๆมหาวิทยาลัยจะจัดสอบกันเอง ต้องล็อบบี้กันขนานใหญ่ แล้วการมาเร่งแบบนี้ทำให้ยิ่งทุเรศ

ค้านก็ไม่ฟัง เหตุผลก็ไม่สน

ก็สมอยู่ที่ นสพ เขาตั้งฉายาว่า ครูหัวดื้อ

แต่โทษที คนออกนโยบายแบบนี้ นิสัยแบบนี้ ผมไม่นับว่าเป็นครูผมหรอก

สอนตัวเองให้ทำดี ยังไม่ได้ เรื่องอะไรต้องไปฟัง

เกมมีอะไรดี?

posted on 26 Apr 2005 22:19 by house  in Social-Politic

นับแต่ RO โด่งดังติดจรวดในเมืองไทย ปัญหาเด็กติดเกมก็รุนแรงขึ้น จนกระทรวง ICT เข็นแคมเปญจำกัดอายุ จำกัดเวลาเล่นเกม ออกมาโกยคะแนนเสียงจากพ่อแม่ผู้ปกครอง NGO สายเยาวชน ออกมาเรียกร้องกันยกใหญ่ ประนามว่าบริษัทเกม ไม่ดี ไม่เห็นแก่อนาคตเยาวชน

เกมไม่มีอะไรดี เลยหรือ?

ผมไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น

ผมเล่นเกมมานาน ตั้งแต่ชั้นประถม และเกมก็ให้ประโยชน์หลายๆอย่าง

อาผมมาปรึกษา เมื่อลูกชาย ชั้น ป 6 อยากได้คอมพิวเตอร์ไว้เล่นเกม หลังจากเพื่อนๆมีกันหมดแล้ว ผมแนะนำให้ซื้อไปเลย พร้อมจัดหาเกมให้อีกจำนวนหนึ่ง ภาษาอังกฤษทั้งหมดเลือกที่ศัพท์ไม่ยาก และ เขาคิดว่าสนุก

ผมรับจะซ่อมเครื่องให้ ถ้ามีปัญหา แต่จะไม่ช่วยใดๆทั้งสิ้นในภาวะปกติ ไม่ว่าจะเป็นการลงโปรแกรมต่างๆ หรือการเซ็ต อินเตอร์เน็ต

อยากเล่นต้องทำเอง อยากได้คู่มือคอม หยิบไปเลย เล่มไหนในบ้านก็ได้

ปีเดียวจากเด็กอ่อนอังกฤษมากๆ มีพัฒนาการเห็นได้ชัด เข้าใจ OS ระบบเน็ตเวิร์กเบื้องต้น แก้ปัญหาคอมเองได้ เริ่มอ่านหนังสือ และรักการอ่าน

ทั้งหมดนี่ไม่เรียกว่า เพราะเกมเรียกว่าอะไร?

ประเด็นหลักคือต้อง "เล่น" ไปกับเด็ก เกม RPGของญี่ปุ่นที่แปลเป็นอังกฤษ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เล่นไปกับเด็ก ตรงนี้เนื้อเรื่องเป็นยังไง เล่าให้ฟังซิ "กระตุ้น" ให้อ่านเนื้อเรื่อง ไม่ใส่แต่สักๆเล่นให้จบ

นี่เป็นการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ และสนุก ผมเองก็เรียนแบบนี้จาก FF4 ก่อนขยับมาเกมที่ภาษายากมากขึ้นอย่าง Baldur's Gate

ภูมิศาสตร์กับประวัติศาสตร์ ผมก็ได้จากเกม

Pharoah เป็นเกมที่ดี ฝึกฝนให้คิด ในการบริหารเมือง และมีประวัติศาสตร์ ของ อียิปต์โบราณให้อ่านทั้ง 23 ราชวงศ์

Mediaval : Total War ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจไปค้นประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง และเข้าใจว่า ทำไมแต่ละประเทศต้องรบกัน อย่างนี้ ต้องเดินทัพทางนี้ ได้ชัดเจนกว่าการอ่านแค่ตัวหนังสือ

Civilization แสดงประวัติศาสตร์ อารยธรรมมนุษยชาติ ผมใช้เป็นแหล่งข้อมูลทำรายงานตอนชั้นมัธยมปลาย และได้คะแนนดีด้วย

เกมยังให้แรงบันดาลใจกับหลายๆคน โปรแกรมเมอร์หลายคนยอมรับว่ายึดอาชีพนี้เพราะพิศวงว่าเกมทำงานอย่างไรและอยากเขียนเกม

ทุกอย่างมีทั้งข้อดีข้อเสีย จะโยนให้เกมทั้งหมดคงไม่ถูก การบีบมากเกินไปไม่ให้เล่น เด็กก็จะเครียด ปล่อยปละก็ติดเกมงอมแงม

แทนที่จะโทษเด็ก หรือ โทษเกม ไม่ลองย้อนดูตัวหรือ ว่า แล้วเลี้ยงลูกยังไงถึงเป็นอย่างนี้ แล้วทำไมลูกคนอื่นถึงไม่เป็นอย่างนี้


edit @ 2005/04/27 21:50:17

ในฐานะที่ตัวเอง เคยได้รับโอกาสเข้าค่ายอบรมโอลิมปิกวิชาการ เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย เป็นเวลาเกือบๆหนึ่งเดือน ได้รู้ ได้เห็นความเป็นไป ความทุ่มเท และรายละเอียดหลายๆอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้ แล้วก็เลยรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง ที่โครงการโอลิมปิกวิชาการ ถูกเอาไปพูดถึงหลายๆครั้ง โดยคนพูดไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้ววันนี้ก็พลุแตกครับ ขอระบายหน่อย

ทุกครั้งที่มีการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ แล้วไม่ว่าได้เหรียญหรือไม่ ก็จะเป็นข่าวอยู่พักหนึ่ง(สั้นมากๆ) และก็จะถูกนำไปพูดถึง ในสองแง่มุมหลักๆ

แง่มุมแรก คือการศึกษาประเทศไทยล้มเหลวหรือไม่ ทำไมเด็กทุกคนไม่ได้อย่างนี้ และเป็นความล้มเหลวของโครงการด้วยใช่หรือไม่

แง่มุมที่สองคือ ออกมาตีฆ้องร้องป่าวว่า การศึกษาไทย มาถูกทาง เด็กไทยมีพัฒนาการชัดเจน สามารถไปแข่งขันกับนานาชาติได้

เรื่องแรกขอยกไว้ก่อน ไว้ว่ากันทีหลัง

แต่เรื่องการศึกษาไทย มาถูกทางโดยอ้างผลจากเด็กโอลิมปิกนั้น ขอค้านสุดตัว

ไม่จริงแน่นอน

ความสามารถของเด็กในค่ายโอลิมปิกนั้น อยู่ในระดับ 1% บนสุดของประเทศไทย หลายๆคนมีความสามารถสูงกว่า นักศึกษาปี 2 ในมหาวิทยาลัยในสาขาที่พวกเขาถนัด เด็กกลุ่มนี้มีจำนวนไม่มากและคงไม่สามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดการศึกษาโดยรวมในไทยได้

นอกจากนี้เด็กโอลิมปิกมาถึงนี้ได้ส่วนใหญ่ด้วยความพยายามของพวกเขาเอง หาตำราเอง อ่านเอง หัดเอง ซึ่งล้วนแล้วเกินหลักสูตรของกระทรวง ดังนั้นความสำเร็จของเด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของกระทรวงแน่นอน

แม้ว่ากระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นผลงานชั้นเลิศ หนึ่งในคู่แข่งที่เด็กไทย ถือว่าสุดยอดในเขตเอเชียคือเวียดนาม คือไล่มาติดๆ ในบางสาขา เด็กเวียดนามแซงเราไปแล้วด้วยซ้ำ

ปล่อยเขาแซงซึ่งๆหน้าอย่างนี้ ทั้งๆที่นำมาตั้งนาน ไม่น่านำมาคุยโวได้ ว่าสำเร็จ

ล้มเหลวซะละมาก

ซ้ำกระทรวงยังให้การสนับสนุนโครงการโอลิมปิกวิชาการน้อยมาก นักเรียนในระดับตัวแทนได้รับการฝึกซ้อมจาก กลุ่มอาจารย์ในหลายมหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือจาก สสวท เป็นระยะเวลานาน

ไปแข่งในนามประเทศ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่แทบไม่เคยได้ดูดำดูดี รุ่นน้องผมเป็นตัวแทนไปแข่งที่เกาหลีใต้ในปีที่มีเอเชี่ยนเกมส์

เรารับนักกีฬาที่กลับจากเอเชี่ยนเกมส์อย่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่มีใครไปรับรุ่นน้องผมเลย ทั้งๆที่ไปแข่งให้ประเทศเหมือนกัน เก็บตัวมายาวนานพอๆกัน

นักกีฬาได้เงินอัดฉีด เด็กโอลิมปิกได้ความภูมิใจ แค่นั้นหรือ?

ผมสงสัยว่า หากไม่ใช่เพราะ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นองค์อุปถัมภ์ เด็กโอลิมปิก จะได้ไปแข่งขันหรือเปล่าด้วยซ้ำ

ไม่ช่วย ไม่ให้ก็ไม่ว่า

แต่เลิกซักทีเถอะ พวกในกระทรวง

เลิกเอาเด็กโอลิมปิกไปหาเสียง นโยบายการศึกษาที่ไม่เข้าท่าของคุณเสียที

มันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย