Social-Politic

วันนี้นั่งอ่านบทความเกี่ยวกับ Stephen Hawing นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก ในเว็ป ผู้จัดการ แล้วก็เลยไปอ่านพวกที่เข้ามาแสดงความเห็นด้วย อ่านแล้วถึงกับอึ้งแบบสุดๆ ว่าเฮ้ย คนคิดอย่างนี้ก็มีในโลก เช่น

"ทำไมต้องมาค้นคว้ามันเป็นเรื่องอจินไตย"

หนักหน่อยก็เช่น

"ไปอ่านจักรวาลทีปนี เอาสิ มีอยู่แล้วทุกเรื่อง"

เอาเถอะผมพอทำใจได้ว่าพวกนี้แยกศาสนา ความเชื่อ และความเป็นจริงไม่ออก

แต่ไอ้นี่รับไม่ได้เอาจริงๆ

"โลกเต็มไปด้วยปัญหาและความเดือดร้อนมากมาย หลาย
คนไม่มีที่ดินทำกิน หลายคนอาหารมื้อต่อไปไม่รู้จะหาจาก
ที่ไหน และคนจำนวนมากถูกกดขีและขูดรีดจากชนชั้นนาย
ทุน ฮอร์กิง สติปัญญาของคุณมีเพื่อรับใช้ชนชั้นนายทุน
เพื่อกดขี่ชนยากไร้และมวลพี่น้องแรงงานทั่วโลก ต่อให้
สติปัญญาของคุณสูงส่งแต่ไหน เป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น
เอง เพราะไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อรับใช้มวลชนและทำลาย
ระบบทุนนิยม ฮอร์กิง คุณมันคนรกโลก
แนวร่วมองค์กรพัฒนาเอกชนไทย(www.ThaiNGO.org)"

ผมเป็นแฟนติดตามผลงานของฮอร์กิ้นมาตลอดนับจาก A Brief History of Time ชอบถึงขนาดเข้าไปอ่านในเว็ปส่วนตัว วิกิ จนจึงอีกสารพัดเว็ปที่หาได้จากกูเกิล ผมเสียความรู้สึกมากจริงๆกับโพสต์นี้

ผมเชื่อว่าคนโพสต์ ไม่เคยรู้ประวัติฮอร์กิ้งเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า วิทยาศาสตร์ บริสุทธิ์คืออะไร เขาคิดแต่ว่า ทุกอย่างที่มาจากตะวันตก เป็นของชนชั้นนายทุน

ผมไม่ได้เสียใจแทนฮอร์กิ้งเท่านั้น ผมยังเสียใจแทนเขาและองค์กรที่เขาสังกัดด้วย ถ้าเขาอยู่องค์กรที่เขาอ้างจริง ผมก็พอเข้าใจว่าทำไม NGO ถึงไม่เป็นที่ยอมรับในไทยเสียที คุณจะไปพัฒนาใครได้อย่างไรถ้าโลกที่คุณอยู่ยังแคบและไม่พัฒนา

ไม่มีอะไรหรอกอยากบ่นเฉยๆ


edit @ 2005/04/18 22:29:50

Pope ใหม่ - ความคิดเก่า

posted on 20 Apr 2005 20:04 by house  in Social-Politic

หลังจากไปสาธุ กับ ข่าวได้สันตปาปา องค์ใหม่กับ เทร่า อยู่เมื่อเช้า ก็ไปเช็คประวัติซักหน่อย แล้วก็พบว่าแนวคิดพระองค์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงทีเดียว

ในปี 1997 พระองค์ประกาศว่า ศาสนาพุทธเป็น "autoerotic spirituality" และเสนอ transcendence without imposing concrete religious obligations นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าศาสนาฮินดูให้ "ความหวังที่ผิดๆ"

หนักกว่านั้น พระองค์พยากรณ์ว่า "ศาสนาพุทธจะแทนที่ลัทธิมาร์กซิส และเป็นศัตรูร้ายกาจที่สุดของคาทอลิค"

นอกจากนี้ พระองค์ยังมีแนวคิดต่อต้าน การสมานฉันท์ระหว่างศาสนาในสมัยของพระสันตปาปา จอร์น ปอล ที่ 2 โดยเมื่อ โปป องค์ก่อน กล่าวว่า โดยพื้นฐานทุกศาสนาก็ดีทั้งหมด พระองค์กล่าวว่า "มันไม่เป็นอย่างนั้นหรอก"

พระองค์ยังมีแนวคิดต่อต้านการเข้าร่วม EU ของตุรกี โดยอ้างว่า นับแต่ประวัติศาสตร์ ตุรกี เสมือนไม่ใช่แผ่นดินเดียวกัน โดยอ้างถึงยุค จักรวรรดิ ออคโตมาน ครองตุรกี ซึ่งข่าวหลายฉบับ กล่าวว่าอาจเกิดจากความขัดแย้งกับศาสนาอิสลาม

นอกจากนี้ยังอนุรักษ์นิยมขนานหนัก ประนามว่า ดนตรีร็อคเป็น "พาหนะของพวกต่อต้านศาสนา" โจมตีเกย์ เลสเบี้ยน การคุมกำเนิด และการมีนักบวชหญิง ในศาสนาอย่างรุนแรง

พระองค์มีหลายฉายาในช่วงที่ดำรงสมณศักดิ์เป็น พระคาร์ดินาล และล้วนแสดงถึงความเป็นหัวรุนแรงทั้งสิ้น เช่น "The Enforcer" , "Panzer Kardinal", "ร็อตไวเลอร์ของพระเจ้า"

แนวคิดเหล่านี้ เสมือนแนวคิด ที่ทำให้วาติกัน นำพายุโรปสู่ยุคมืดไม่มีผิด หากผู้นำสูงสุดเป็ฯเช่นนี้ การจะเห็นวาติกัน ปรับตัวเข้ากับโลกสมัยใหม่คงเกิดขึ้นไม่ได้ง่ายๆ และงานหนักตลอดพระชนม์ชีพของพระสันตปาปา จอร์น ปอลที่ 2 ในการสร้างความปรองดองระหว่างศาสนา ก็อาจไม่ได้รับการสานต่อ

อ้างอิงจาก

http://www.newint.org/issue327/worldbeaters.htm

http://www.thetablet.co.uk/cgi-bin/register.cgi/tablet-00936

ยังมีเยอะกว่านี้ ลองค้นด้วย "Joseph Ratzinger buddhism" ในกูเกิลดู

นี่แค่แซมเปิล


edit @ 2005/04/20 20:05:56
edit @ 2005/04/20 21:46:33

ผมเป็นคนที่ค่อนข้าง "จับฉ่าย" เอามากๆ คืออ่านดะ แล้วก็สนใจดะ ไปหมดทุกเรื่อง (รุ่นพี่ที่บริษัทเค้าบอก อย่างน้องเขาไม่เรียกจับฉ่ายหรอก เขาเรียกยี่จับฉ่าย -_-")ซึ่งก็มีข้อดีหลายอย่าง

หลักๆเลยคือ เข้าได้ทุกวง ทุกเรื่อง บอล คอม เทคโน สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ เข้าได้หมด นอกจากนี้เนื่องจากรู้เยอะ เวลาคุยกับผู้ใหญ่ หรือนำเสนอความคิด เราจับโน่นปะนี่ทำให้มันดูดีได้ไม่ยาก ได้เปรียบมากๆเวลาสัมภาษณ์งาน

แต่คนรู้มาก ก็มีปัญหาของคนรู้มาก

บางเรื่องมันหาคนคุยด้วยไม่ได้ เพราะดันสนใจอยู่คนเดียว ไม่รู้จะไปแลกเปลี่ยนไอเดียกับใคร แต่ก็ไม่เท่าไหร่ โลกมันกว้าง ซักวันก็เจอคนที่คุยกันได้

ที่มีปัญหาคือ บางหัวข้อ หาคนคุยง่าย แต่คุยด้วยยาก งงมะ?

หัวข้อที่เป็นอย่างนี้ ก็เช่น ศาสนา หรือ การเมือง

คือไอ้คนชอบ ปชป ก็บอก คุณชวนถูกเสมอ ไม่มีผิด ท่านนายกผิดหมด

ส่วนไอ้พวกทรท ก็กลับกัน ท่านนายกถูกหมด คุณชวนผิดเสมอ

พูดเรื่องนโยบาย อะไรขึ้นมา ก็จะเจอพวกสุดลิ่มทิ่มประตู เชียร์ยันเต กับค้านสุดๆเหตุผล นโยบง นโยบาย ทฤษฎี ทั้งหลายแหล่ พับไปเลย ไม่ฟัง ถ้าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกัน มีเรื่องด้วย

อีกหัวข้อ ที่ต้องวางเหตุผลไว้ข้างนอกก่อนคุยกัน แล้วพยักหน้าได้อย่างเดียวห้ามขัดคอ คือ ศาสนา

ศาสนา ชั้นดีสุด เจ๋งสุด เป็นทางรอดทางเดียว ของเธอสอนผิด เป็นบาป จะตกนรก ฯลฯ

เจอทีไรก็ไม่เข้าใจว่าทำไม มันเป็นได้ขนาดนี้

อย่างการเมือง เราก็รู้ๆกันอยู่ว่า Nobody Perfect มันก็มี ผิดพลาดทุกคนแหละ แล้วแต่จะมากจะน้อย นอกจากนี้ในวังวนอำนาจ เราก็คิดไว้ก่อนได้ว่าที่พูดออกมาเป็นได้ทั้งจริงและเท็จ ก่อนเชื่อ ว่านโยบายไหนดี หรือเลว ก็ต้องหาข้อมูลย้อนหลังหลายๆปี เทียบผลกระทบทางทฤษฏี ดูหนทางอื่นที่เป็นไปได้ และข้อจำกัดของนโยบาย

นี่ออกมาปั๊ป ก็ซัดกันเลยว่า อันนั้นกฏหมายขายชาติ อันนี้เป็นการช่วยคนรวย แล้วก็เชื่อกันงมงาย ทั้งๆที่ก็รู้ๆ อยู่ว่า อะไร หลุดจากปากนักการเมืองน่ะ แหล ไปแล้วซะ 80%

ส่วนเรื่องศาสนานี่ ไม่อยากพูดมาก แต่ที่แน่ๆ ถ้า พระพุทธเจ้า พระเยซู พระนบีมูฮัมหมัด ยังอยู่ในสมัยนี้ เราอาจเห็นพวกนี้ โดนจับไปอบรมกันใหม่

เป็นสองหัวข้อที่คุยยาก จริงๆ


edit @ 2005/04/27 21:49:45