ไม่เกี่ยวกับกฏหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์หรอกนะครับ แต่เป็นความคิดที่แวบเข้ามา สมัยเรียนเกี่ยวกับ NLP- Natural Language Processing การประมวลผลภาษาธรรมชาติ แล้วก็ลืมๆ ไป มานึกได้อีกครั้งก็เพราะข่าววุ่นๆ ทางกฏหมายล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ตัวแทนพรรคการเมืองไม่ครบ การตีความกรณีพ้นจากหน้าที่ผู้ว่า สตง กับอื่นๆอีกสารพัด
แนวคิดพื้นฐานคือ เราน่าจะจำลองแต่ละมาตราของกฏหมายได้ในรูป ของ กฏเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ โดยกำหนดนิยามของศัพท์แต่ละคำ แล้วจัดโครงสร้างให้เป็นภาษาที่ประมวลผลได้ ซึ่งโครงสร้างในระดับ CFL -Context Free Language ก็น่าจะพอ หลังจากนั้นเอากฏหมายทั้งหมดมา implement เป็น Rule-Base AI อาจจะโดยภาษา Lisp หรือ Clip เป็นต้น
เมื่ออยู่ในรูปของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้น การทดสอบกฏหมายโดยการทำ Test-case ก็สามารถทำได้ง่าย การเขียนโปรแกรม Generate test-case เพื่อทดสอบช่องโหว่ของกฏหมายก็ทำได้ง่ายขึ้น สามารถค้นพบ และแก้ไขได้ตั้งแต่ก่อนประกาศใช้ กรณีกฏหมายไม่ครอบคลุมก็น่าจะไม่รอดมาจาก test case แต่แรกแล้ว โดยเฉพาะหากกำหนดให้ต้องทดสอบทุก path ที่ผ่านมาได้(คือต้องลองทุกสถานการณ์)
แน่นอน การแก้ไขกฏหมายก็จะอยู่ในทำนองเดียวกัน คุณจะรู้ทันทีว่าแก้ตรงนี้ กระทบตรงไหนบ้าง แต่การไหล ของการประมวลผลกฏจะไปทางไหน
การพิจารณาคดี ทำโดยการปรับสำนวนฟ้องเป็น Symbolic แล้วก็โยนให้เครื่องจัดการ ทนายทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ค้นหาวิธีการนิยาม และ เลือกประเด็นที่จะทำให้ลูกความได้เปรียบที่สุดผู้พิพากษาจะทำหน้าที่ตัดสินว่า นิยามนั้นถูกต้องยุติธรรม และควรเป็นตามนั้นหรือไม่
การเพิ่มลดกฏ ก็ดูจากเคสที่หลุดมา ให้ผู้พิพากษา จัดการ แล้วก็ยัดเป็นกฏใหม่เข้าระบบไปซะ เพื่อความยุติธรรมก็เอา Fuzzy Logic ถ่วงซะหน่อย เพื่อคดีหน้า ผู้พิพากษาจะได้ใช้เป็นบรรทัดฐาน ก่อนเข้าสภาไปปรับปรุงกฏหมาย
กฏไหนซับซ้อนมากๆ ตัดสินใจเด็ดขาดไม่ได้ ก็เป็นการพิจารณาของมนุษย์ ให้ทนายโชว์ฝีมือ โน้มน้าวศาลให้เลือกในทางที่ตนต้องการ
ถ้าทำได้ พลิกโฉมหน้าวงการกฏหมายโลกเลยนะเนี่ย
posted on 05 Jul 2005 12:59 by house in IT
ระหว่าง Search หาความรู้เกี่ยวกับกาแฟใหม่ๆ ใน google ตามประสาโปรแกรมเมอร์บ้ากาแฟผมก็เจออะไรที่น่าสนใจครับ และทำให้สำนึกตนว่า เป็นโปรแกรมเมอร์ทั้งทีจะบ้ากาแฟมันต้องแบบนี้
เริ่มด้วย http://www.tldp.org/HOWTO/Coffee.html
เป็นที่รู้กันดีว่าโปรแกรมเมอร์นั้นเกลียดงานซ้ำซาก แถมขี้เกียจลุกจากเก้าอี้อีกต่างหาก อยากกินกาแฟทำไมต้องลุกไปชงด้วยล่ะ ว่าแล้ว Fotis Georgatos ก็เลยจัดการพัฒนา Hardware สำหรับต่อเชื่อมกับเครื่องชงกาแฟ ผ่านพอร์ทขนาน เสียเลย พร้อมพัฒนา Driver บนลีนุกซ์ เสร็จสรรพ เพียงสั่ง
echo cappuccino >/dev/coffee
เท่านี้เขาก็จะได้กาแฟร้อนๆจากเครื่องชง!
แต่นั่นมันก็แค่เครื่องเดียว Stand Alone มันธรรมดาไป L. Masinter จาก The Internet Society จึงทำการพัฒนาโปรโตคอล HTCPCP(Hyper Text Coffee Pot Control Protocol )ซึ่งเป็น Application Level Protocal ซึ่งเกาะอยู่บน Http โปรโตคอล โปรโตคอลนี้ Support คำสั่งพิเศษบางอย่างซึ่งไม่มีใน Http เช่น BREW หรือ When
ต่อไปคุณสามารถสั่งงาน ผ่าน internet ได้แบบนี้ครับ
coffee:\\www.exteen.com/pot-1?#Cream:#Chocolate
แปลว่า หม้อต้มที่ 1 เซอร์เวอร์ www.exteen.com จงต้มกาแฟใส่ครีม และ ช็อคโกแล็ตไซรัป ไม่เชื่อละซี ไปดูได้ที่นี่ครับ http://www.faqs.org/rfcs/rfc2324.htmlเขาเถียงกันอยู่ว่ามันควรรับมาตรฐานของ ไวเลสแลน ด้วยเขาจะได้สั่งมันผ่าน PDA ได้
แต่ถ้า หม้อต้ม ไม่มีกาแฟ น้ำหมด หรือสารพัดปัญหาล่ะจะทำยังไง รอสั่งแล้วไม่ได้กินมันน่าหงุดหงิด อย่ากระนั้นเลยประกาศมันอีกมาตรฐานเลยครับhttp://www.faqs.org/rfcs/rfc2325.htmlว่าด้วย ระบบรายงานสถานการณ์ของหม้อต้มกาแฟผ่านเน็ตเวิร์ค รายงานได้ทั้ง ที่ตั้ง อุณหภูมิ กาแฟระหว่างการชง วิธีชงที่ใช้และอีกสารพัดสารเพ
อันสุดท้ายเป็นระบบ ที่มีการพัฒนาโดย นักวิจัยจากศุนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเคมบริดด์ ประเทศอังกฤษครับ โดยหลังจากโหลดโปรแกรมไปติดตั้งแล้ว เครื่องของคุณจะมีไอคอนแสดงสถานะของ เครื่องชงกาแฟในศูนย์ ทำให้ไม่ต้องเดินเสียเที่ยวไปโดยไม่ได้กาแฟ http://www.cl.cam.ac.uk/coffee/coffee.html
อ่านทั้งหมดนี้แล้ว ผมสำนึกตนครับ ว่าในฐานะโปรแกรมเมอร์ แล้วผมยังอ่อนด้อยนัก
ข้าน้อยขอคารวะ!
edit @ 2005/07/05 20:26:05
posted on 26 Jul 2005 22:36 by house in IT
วันนี้เป็นวันที่สอง ที่บริษัทส่งไปเรียนภาษาญี่ปุ่น ความรู้เก่าๆ สมัยเรียนที่เกษตรก็ลงไห ไปหมดแล้ว จำอะไรไม่ได้ซักอย่าง แล้วก็มาจบที่ต้องมาคัด ตัวคานะ ใหม่ เพื่อให้จำได้
สำหรับผม ที่เกลียดการท่องเป็นชีวิตจิตใจ นี่ทำใจยากจริงๆ ว่างๆ ก็เลยนั่งเพ้อไปว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีอะไรช่วยได้บ้าง ไอเดียแรกที่แวบขึ้นมาคือ เฮดเซ็ต ที่มี sound Recogntion + Synthesizer ในตัว คือเสียงพูดเข้าไมโครโฟน แล้ว generate เสียงผ่านหูฟัง ให้ได้ยิน เวลาพูดก็ทำกลับกัน ดูๆแล้วก็น่าจะเข้าท่า จากเทคโนในปัจจุบัน อีกไม่เกิน 20 ปีน่าจะมีขายในตลาด ลูกหลานอาจไม่ต้องเรียนภาษา ต่างประเทศอีกแล้วก็ได้
แต่แล้วก็หยุดกระทันหันตอนนึกถึงคันจิ แล้วจะอ่านกะเขียนไงเนี่ย? จะป้อนข้อมูลใส่สมองโดยตรง(จากเมตริกส์ กะ จอร์นนี่ นิมโมนิค) สมองก็เก็บในรูปของนิวรอน เน็ตเวิร์ค กว่าจะเข้าใจโครงสร้างสมองแบบเป๊ะๆ แล้วยังต้องพัฒนาตัวป้อนข้อมูลอีก กว่าจะเห็นโปรโตไทป์ คงอีกหลายสิบปีแหงๆ แล้วกว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์ เป็นชุดพกพาได้อีกล่ะ สงสัยจะเป็นร้อยปี นานไป!
งั้นก็อย่ายุ่งกับสมองเลยดีกว่า เล่นกับ อายตนะ พื้นฐานคงพอมั้ง เติมแว่นไว้ใน head set ทำ OCR เรียลไทม์ แล้วทำ machine translation มาอ่านเองก็น่าจะได้ นี่หว่า ภาษาหลักๆ ภาคพื้นยุโรป น่าจะอีกไม่กี่ปี รอการพัฒนา เรื่องขนาดความจุ กับความเร็วตัวประมวลผลแค่นั้นเอง
แค่นี้ก็ได้ ฟัง พูด อ่านแล้ว เหลือเขียน อย่างเดียว ตัวยุ่งเลย แต่ได้ยินว่าสถาบันวิจัยที่ อังกฤษ ทำแผ่นอิเล็กโทรด ครอบหัวลิง แปลสัญญาณ ไป คุมมือกลได้แล้วนี่ อีกซัก 50 ปี แค่อ่านสัญญาณ ว่าคิดคำว่าอะไรอยู่คงทำได้มั้ง เสร็จแล้วก็ แสดง animation วิธีวาดใส่จอ(ที่เป็นแว่นครอบไว้เหมือนตอนอ่าน) แค่ลอกแบบคงพอทำได้หรอกน่า
แต่ว่าไปแล้ววิธีที่ง่ายกว่า คือ พิมพ์เอา แล้วให้เครื่องแปล -_-"
ถึงตรงนี้ เริ่มไม่ยึดกับภาษาแล้ว เฮดเซ็ต ชุดนี้น่าจะใช้อย่างอื่นได้อีก เช่นร่วมกับระบบไวเลสแลน เป็นระบบค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ และประมวลผลร่วมกับ application ที่กำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน
โปรแกรมเมอร์ เจอบั๊ก ก็ลิงค์ เอาข้อมูลจาก msdn เวอร์ชั่นล่าสุดมาโชว์เลย หรือเปิดไฟล์ หรือ ชนิดของตัวแปร โดยการเพ่งไปที่ชื่อ พักหนึ่งเป็นต้น
นักการเงิน ติดตามราคาหุ้น พร้อม ข่าวสารต่างๆแบบออนไลต์ พร้อมสั่งซื้อขาย ผ่านมโนสำนึก
เซลล์แมน ลิสต์ข้อมูล ลูกค้าที่กำลังคุยอยู่ หรือสิ่งที่ลูกค้า ต้องการทราบขึ้นมาทันที
ตำรวจ ใช้หาประวัติอาชญากรรม โดยมองหน้าผู้ต้องหา แล้วมันจะเอาหน้า ไปค้นใน DB ให้เอง
อืม เวิร์คแฮะ! ว่าแต่ จากคิดเรื่อยเปื่อยเพราะขี้เกียจท่อง มันมาถึงนี่ได้ไงเนี่ย -_-"
edit @ 2005/07/26 22:40:18
edit @ 2005/07/26 22:40:59