โครงการ Book Challenge 12 เล่ม 12 เดือน:กุมภาพันธ์
posted on 16 Feb 2008 14:21 by house in Bookระหว่างกำลังคิดว่าจะรีวิวยังไงก็ฟลุ้คไปเจอบล็อกของคุณพัณนิดา รีวิวไว้ก่อนแล้ว(นี่ กับ นี่)
ขอแนะนำว่าอย่าอ่าน ถ้ายังอยากเห็นว่า DUNE มีคุณค่าอยู่ T_T(อ่านแล้วเฟลมากๆ สหายเป้ บอกว่านี่คือการรีวิว ไซไฟแบบโซปโอเปร่า)
เพื่อไม่งง อ่านรีวิวภาคแรกปูพื้นไว้ก่อนที่นี่
หลังจากพอล อทรัยเดส(โมด ดิ๊บ)หายตัวไปในทะเลทรายในตอนจบของดูน เมสไซอาห์ ทิ้งบัลลังค์สิงโตทองแห่งจักรวรรดิ ไว้เบื้องหลัง แก่บุตรฝาแฝด(เลโตที่สองผู้พี่ และการ์นิมาห์ น้องสาว)ซึ่งพึ่งเกิด ภายใต้การคุ้มครองของอาเลียผู้เป็นน้องสาว
การหายตัวของพอล ผู้เป็นมาร์ดีห์ จักรพรรดิ และผู้นำสูงสุดแห่งศาสนา ก่อความตึงเครียดขึ้น กลุ่มอำนาจต่างๆเริ่มเข้าสู่การแย่งชิงอำนาจอย่างลับๆ
เก้าปีผ่านไป อาเลียครองอำนาจเบ็ดเสร็จ โครงการเทอราฟอร์มมิ่งดำเนินไปด้วยดี ดูนเริ่มมีสีเขียวปรากฏ สภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ทำให้วิถีชีวิตของเฟรเมน(ฃนพื้นเมือง)เปลี่ยนไป เฟรเมนหัวเก่าที่คุ้นเคยกับทะเลทรายไม่สบายใจกับการใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือยของคนรุ่นใหม่ อาเลียสร้างกองกำลังศาสนาของตัวเองขึ้น เพื่อเป็นฐานอำนาจ แทนที่กองทหารเฟย์เดย์คิน ที่ได้รับจากผู้พี่
แล้วโลกอันสงบสุขของอาเลียก็พังทลายลง เมื่อท่านหญิงเจสสิก้า ผู้เป็นมารดาเดินทางจากคาร์ลาดันมายังดูน หวั่นเกรงต่อการถูกมารดาริบอำนาจและการเติบโตขึ้นของเลโตผู้เป็นรัชทายาทที่แท้จริง อาเลียเร่งญาณทัศนะของตนถึงขีดสุดโดยหวังจะใช้อำนาจหยั่งรู้อนาคตมาพลิกเกมแต่การณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่อาเลียคาด
เลโตที่เติบโตขึ้น ด้วยญาณที่เหนือกว่าพ่อ เลโต เห็นหายนะของมนุษยชาติ หนอนทรายสูญพันธ์ การเดินทางข้ามอวกาศจะสูญสิ้น การขยายอำนาจและนโยบายการเมืองของอาเลีย จะนำตระกูลอทรัยเดส และจักรวาลทั้งหมดไปสู่ความพินาศ เลโตตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายนี่ แต่เด็ก 9 ขวบสองคนจะทำอย่างไร เมื่อในวัฏจักรการเมือง อำนาจและการแย่งชิง ย่อมไม่มีใครฟังใครและไม่มีใครสนใจเหตุการณ์เกินกว่าเฉพาะหน้า
Children of DUNE นำคนอ่านไปยังอาร์ราคิส โลกอันโหดร้าย ของการแย่งชิงอำนาจอีกครั้ง กับการเปิดตัวพระเอกคนใหม่ เลโตที่สอง ซึ่งต้องมาแก้ไขปัญหาความผิดพลาด(โดยสุจริต) ของผู้เป็นพ่อและอา
หลังอ่านจบ ผมเสียดายไม่หายว่าเล่มนี้ไม่ได้ฮิวโก ทำให้ทำเนียบดูน หกภาค มีเพียงภาคแรกที่ได้สองรางวัล และทำให้ภาพพจน์ของซีรีย์นี้ ออกมาว่าดีแค่เล่มแรก
แท้จริงแล้ว หากนับรวมไตรภาค ผมคิดว่ามันดีมาก และเป็นชุดนิยายไซไฟที่ต้อง"อ่าน"
ปล. ภาคแรกดีมาก(แต่แปลแย่มาก) ก่อนที่ภาคสองจะดาวน์ลงไปมาเพื่อปูพื้นให้เล่มนี้
ปล2 เล่มนี้แปลดีขึ้น แต่ไม่สมบูรณ์อยู่ดีนั่นแหละ
ปล3 อ่านรีวิวของคุณพัณนิดา นี่มันเฟลจริงๆ นะ -*-

มันทำกันอีท่าไหนสังคมถึงกลายพันธ์ไปได้เป็นแบบนั้นนี่ต้องอ่านครับ
) แถมอยู่ในช่วงลุ้นทำโปรเจ็กซ์จะจบแหล่ไม่จบแหล่ ก็ดองไว้ จนเกิดระลึกได้ขึ้นมาก็เลยไปเดินคิโนะที่พารากอน