Book

ไหนๆก็เกี่ยวกับฮอร์กิ้งแล้ว ต่อหน่อยละกัน

หลายๆคนคงรู้ว่า ศ. ลูเครเชียน สตีเฟน ฮอร์กิ้ง มีหนังสือดังสร้างชื่อ ที่แปลเป็นไทยแล้วสองเล่มคือ

1. ประวัติย่อของการเวลา(A Brief History Of Time) และ

2. จักรวาลในเปลือกนัท(Universe In The Nutshell)

เล่มแรก เขียนนานแล้ว เป็น การเขียนถึงโครงสร้างของจักรวาลและอวกาศ รวมถึงทฤษฏีที่ใช้ค้นคว้า และกำลังค้นคว้าในขณะนั้น เป็นหนังสือจักรวาลวิทยา ที่เต็มไปด้วยความรู้อัดแน่น และแทบไม่มีสมการทางคณิตศาสตร์เลย จัดเป็นหนังสือที่อ่านเพลินดีทีเดียว(สำหรับผม)

เล่มสอง สานต่อจากเล่มแรก เพิ่มเติมรายละเอียด และความคืบหน้าของทฤษฏีต่างๆ แม้ผู้เขียนจะอ้างไว้ในคำนำว่าพยายามให้อ่านง่ายก็ตาม แต่ก็ยากกว่าเล่มแรกมาก แนวคิดของ เบรน สตริง จักรวาล 11 มิติ ทฤษฏีสรรพสิ่ง กฏสมมูลพลังงาน ทำให้ผู้อ่าน(ที่รู้เรื่อง) ทึ่งและพิศวงไปกับความยิ่งใหญ่ของจักรวาล

ผมใช้เวลากับเล่มนี้ 2 รอบเพื่อให้รู้เรื่อง และซ้ำอีกหลายครั้งในส่วนที่ค่อนข้างยาก

ผมคิดว่าทั้งสองเล่ม นร ม ปลาย สายวิทย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะอ่านได้ไม่ลำบากเกินไปนัก และควรอ่าน ส่วนผู้ไม่มีพื้นทางฟิสิกส์ ถ้าสนใจก็อ่านได้ แต่อาจจะเข้าใจยากหน่อย

ทั้งคู่เป็นหนังสือที่ดี แต่แน่นอน มันไม่ใช่หนังสือสำหรับทุกคน ไม่ใช่ทุกคนที่จะอ่านมันรู้เรื่อง คำถามคือ แล้วอะไรเป็นสาเหตุให้ยอดขายถล่มทลาย ติดเบสเซลเลอร์ อยู่ได้เป็นปีๆ?

ผมคิดว่าเป็นแรงเห่อ

"เล่มนี้ติดอันดับ ทุกคนอ่านหมด ชั้นต้องอ่านด้วย "

ก็ไม่ผิดหรอกครับ ผมก็ซื้อมาเพราะแรงเห่อเหมือนกัน แต่ที่พิศวงคือ หาน้อยคนมากที่ยอมรับว่าอ่านไม่รู้เรื่อง ทุกคนรู้เรื่องหมด แต่พอถกกันซักหน่อย

"เอ้อ ไม่รู้ว่ะ มันมีในเรื่องด้วยเหรอ"

"TOE คือไรฟะ"

ฯลฯ

เอากันเข้าไป สังคมไทย

ตอนนี้มีอีกเล่มที่ตั้งท่าจะซ้ำรอย ขายดิบขายดี แต่คนซื้อส่วนใหญ่ไม่น่ารู้เรื่อง

Beyond Einstein "ก้าวพ้นกรอบไอน์สไตน์" ของมติชน

ติดท็อปของบูทในงานสัปดาห์หนังสือ

ผมอ่านไปรอบนึงแล้ว โหดกว่า 2 เล่มนั้นเยอะ ตัวเองเข้าใจได้ไม่ถึงครึ่ง แล้วก็ยังไม่มีเวลาซ้ำรอบสอง ผมมั่นใจมากว่าน้อยกว่า 20% ของคนซื้อจะอ่านรู้เรื่อง แล้วก็สงสัยว่า พวกนั้นจะเสียดายเงินบ้างไหมหนอ กับหนังสือที่ดี แต่อ่านไม่รู้เรื่อง


edit @ 2005/04/18 23:03:03

ย้อนเวลา กับวรรณกรรม

posted on 19 Apr 2005 22:09 by house  in Book

หัวข้อหนึ่ง ที่เป็นที่สนใจของนักจักรวาลวิทยาทั้งหลายคือ มนุษย์สามารถย้อนเวลาได้หรือไม่ ทั้ง "ประวัติย่อของกาลเวลา" และ "จักรวาลในเปลือกนัท" ได้อุทิศหน้ากระดาษให้เรื่องนี้เล่มละหลายบททีเดียว

แนวคิดงามๆ อย่างนี้มีหรือที่นักเขียนนิยายทั้งหลายจะปล่อยหลุดรอดไป หนังสือเล่มแรกๆที่เอาแนวคิดนี้มาเล่นอย่างจริงๆ จัง คือ "The Time Machine" ของ H.G. Wells ซึ่งเขียนขึ้นตั้งแต่ คศ 1894 ก่อนหน้าไอสไตน์ประกาศทฤษฏีสัมพัทธภาพภาคพิเศษ ถึง 11 ปี นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องในลักษณะที่สมัยนี้ เรียกว่า "น่าเบื่อ" ทีเดียว นักเดินทางจากกาลเวลา เล่าเรื่องการผจญภัยของเขาให้คนอื่นๆฟัง ว่าเขาประสบอะไร ในการเดินหน้าและถอยหลังไปในเวลา ไม่มีฉากแอ็คชั่น ไม่มีเนื้อเรื่องขมวดปมเกี่ยวกับการเปลี่ยนอนาคต หรือการแก้ไขอดีต มันขายแนวคิดล้วนๆ

หลังจากนั้นแนวคิดเกี่ยวกับการเวลาก็แตกยอดออกมาเป็นลำดับ จาก "เชื้อ" ที่เวลล์ เพาะไว้ และ "อาหาร" อันได้แก่ทฤษฏีสัมพัทธภาพ ของไอน์สไตน์

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า

- พ่อตายก่อนที่คุณจะเกิด

กลายเป็นคำถามหลักซึ่งกลายเป็นประเด็นให้นิยายวิทยาศาสตร์ยุคหลังๆเล่นกันได้อย่างสนุกสนาน

เราอาจแยกคำตอบต่อคำถามนี้ได้ 3 คำตอบ

1. คุณจะหายไป

2. เกิดโลกเสมือนใหม่ขึ้น คุณยังอยู่ แม้ว่าพ่อคุณไม่อยู่แล้ว

3. คุณทำให้พ่อคุณตายไม่ได้

ในประเด็นแรกนั้น อดีต ปัจจุบัน และอนาคตเชื่อมโยงกัน การแก้ไข ณ จุดเวลาใดๆจะกระทบกระเทือนเป็นทอด

หนังดังๆหลายเรื่องอยู่ในแนวนี้ เช่น Back To The Future , Terminator แม้แต่ โดราเอมอน ก็หนีไม่พ้นแนวคิดนี้ นิยายที่แสดงแนวคิดนี้ "ดีที่สุด" ที่ผมเคยอ่านและอยากแนะนำให้อ่านคือ "จุดดับแห่งนิรันดร์"(The end of Eternity) ของ ไอแซคอาซิมอฟ

ไอแซค เปิดเรื่องมาที่องค์กรหนึ่งซึ่งมีความสามารถในการข้ามกาลเวลา และมีอุดมคติ ที่สูงส่ง "แก้ไข อดีตที่ผิดพลาด เพื้อความก้าวหน้าของมนุษยชาติ" องค์กรนี้ข้ามเวลากลับไปกลับมา ตลอดช่วงเวลา 70000 ศตวรรษ เพื่อควบคุมทางเดินของมนุษยชาติ

ไม่มียาเสพติด ไม่มีสงคราม ไม่มีจราจล

ปัญหาเกิดเมื่อ ผู้การฮาร์แลน ผู้ชำนาญการ(เปลี่ยนประวัติศาสตร์) ระดับสูงเกิดพบรัก กับ นอยยีส นางเอกของเรื่อง และการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ครั้งถัดไป จะทำให้นอยยีส หายไป

หน้าที่ กับความรัก

ฮาร์แลน จะเลือกอะไร

สิ่งที่องค์กรทำอยู่ตลอดมาถูกต้องจริงหรือไม่

สปอยย์ แค่นี้ก่อน แล้วจะมาเขียนต่อ


edit @ 2005/04/20 09:10:18

ดูๆรายการหนังสือของ paepae แล้ว ก็ย้อนดูตัว

เสียในงานสัปดาห์หนังสือไปราวๆ 2600 บาท ไม่สูงมากนัก แต่หากคำนวณยอดเงินเฉพาะค่าหนังสือต่างๆ ที่ผมซื้อแล้ว จะเป็นเป็นวงเงินสูงเกือบๆ 30,000 บาทต่อปี -_-"

ไม่น้อยเลย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

ไม่รู้ผมซื้อหนักขึ้นหรือหนังสือราคาแพงขึ้นกันแน่ น่าจะอย่างหลังมากกว่า

ผมเล็ง "เพชรพระอุมา" ไว้ตั้งแต่ชุดละ 5000 บาท ปัจจุบัน ราคาพุ่งไปเป็น 14,000 บาท ได้แต่มองตาละห้อย

หนึ่ง เพราะอ่านจบแล้ว(ช่วงนั้น ผมอยู่กินนอนที่หอสมุดแห่งชาติ)

สอง ถ้าซื้อชุดนี้ ผมจะไม่ได้ซื้ออีกหลายๆเล่มที่ผมอยากได้

เป็นเรื่องน่าเศร้าของหนอนหนังสือจริงๆ

คนใกล้ตัวผมจะรู้ดีว่า ผมใช้เวลาเลือกหนังสือ แปรผกผันกับ ปริมาณเงินในกระเป๋า ถ้าเงินเยอะ จะเลือกเร็ว หยิบทุกเล่มที่อยากได้ แต่ถ้าเงินน้อยจะคิดหนัก เลือกช้า นาน เผลอๆก็ยืนอ่านเอาเลย

ปัญหาหนึ่งที่ค้างในใจมานานคือ ทำไมหนังสือแพง?

ผมเคยเข้าไปดูข้อมูลของบริษัทกระดาษ แต่ก็ไม่รู้เรื่อง และยังไม่เข้าใจถึงหลักการกำหนดราคา แต่เคยได้ยินมาว่า กระดาษ เป็นสินค้าที่มีวัฏจักร ประมาณ 8-10 ปี และ สนพ. นิยมซื้อสำรองไว้พอใช้ 6-8 เดือนขึ้นไป

เนื่องจากรอบค่อนข้างนาน และการจัดการคงคลัง ดังนั้นราคากระดาษไม่น่าผันผวนจนเกินความสามารถของสนพ.

ปัญหาก็ยังอยู่ ทำไมหนังสือแพง?

ที่เป็นไปได้ คือฐานคนอ่านยังน้อย พิมพ์หนังสือจำนวนมากไม่ได้ จึงไม่เกิดการประหยัดจากขนาด(Economy Of Scale) หลักฐานที่ชี้ชัดคืองานวิจัย อัปยศ ว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 6 บรรทัด และจำนวนพิมพ์ต่อครั้ง ของหนังสือ

นอกจากนี้ จำนวนปก ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ยิ่งมีโอกาสสูงที่หนังสือบางเล่มจะขายไม่ออก และขาดทุน ทำให้ สนพ. ต้องทำกำไรชดเชย จากเล่มที่ขายดี ซึ่งก็กระตุ้นให้ราคาหนังสือแพงขึ้นไปอีก

เป็นตลกร้าย ของคนรักหนังสือ ทุกคนก็ต้องกินต้องใช้ ทั้งสนพ. และ นักเขียน ราคาต่ำกว่านี้พวกเขาก็อยู่ไม่ได้

แก้อย่างไร?

ทางหนึ่งคือเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุน โดยการลดภาษี หรือ ช่วยรับภาระส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นไปได้ยาก และรัฐบาลไม่ทำแน่ เมื่อ รัฐบาลยังจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนี่ไม่ใช่งานที่นำไปหาเสียงได้ แม้จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวก็ตาม

ผมคิดว่าทางที่ดีกว่าคือการขยายฐานคนอ่าน หากมีคนอ่านมากขึ้น ตลาดกว้างขึ้น น่าจะช่วยให้จำนวนพิมพ์ต่อครั้งสูงขึ้น หนังสือค้างสต็อคลดลง และทำให้ต้นทุนต่อเล่มต่ำลง กลไกตลาด ที่เกิดจากการแข่งขันของ สนพ. ต่างๆ ก็จะค่อยกดดันกันเอง จนราคาต่ำลง นี่จะเป็นวิธีที่ดีกว่า และยั่งยืนกว่า

ช่วยกันนะครับ วันนี้คุณอ่านหนังสือแล้วหรือยัง?


edit @ 2005/04/27 21:50:06