อาทิตย์ที่ผ่านมา มติชน ตีข่าวเรื่อง พรบ คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการทางการแพทย์ ซึ่งเกิดการโต้คารมอย่างกว้างขวาง ระหว่างกลุ่ม NGO ที่ต้องการให้นำมาใช้ และ กลุ่มแพทย์สภาที่ต้องการให้กลับมาแก้ไข(ดู แพทย์ขู่!ประท้วงร่างพ.ร.บ.คุ้มครองความเสียหายจากบริการสาธารณสุข ชี้ข้อเสียเพียบ ประชาชนรับกรรม

ประเด็นโต้แย้งหลักๆ วนเวียนอยู่สามประเด็นคือ
1. การอนุญาตให้ขอเงินชดเชยได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องศาล ,ถึงได้เงินแล้ว ก็ยังฟ้องได้ และถึงฟ้องแล้วแพ้ ก็ยังได้เงิน!
 กลุ่มแพทย์สภาถามว่า "จะเอาเงินที่ไหนจ่ายวะ แล้วตูไม่ผิดยังต้องจ่ายเลยเรอะ!"
NGO บอกว่าให้เอาเงินสมทบจากสถานพยาบาล <--- ถ้าผ่านจริงผมว่า ค่าหมอ/ค่ายา เพิ่มกระฉูด

2. ระยะเวลาคุ้มครองยาวนานถึงสิบปีนับจากความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งลำบากในการตามหาหลักฐาน และการฟ้องแพทย์นั้น ฟ้องอาญาได้ ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน
อุปมาว่ามีคนกำลังจะตกเขา นักกู้ภัยพยายามช่วย(เพราะไม่ช่วยต้องตายแน่) แต่พลาดคนๆนั้นรอดมาแต่ไหล่หัก นักกู้ภัยโดนฟัองว่า ทำผู้ประสบภัยบาดเจ็บ ให้ติดคุก หมออ้างว่า ถ้าอย่างนั้น หมอปฏิเสธการรักษา หรือเขียนใบส่งต่อ จะเซฟกับหมอมากกว่า หมออาจจะไม่ทำการรักษาที่ "เสี่ยง" เลย เช่นคนไข้รถชน อาการเป็นตายเท่ากัน เดิมทืหมออาจจะวัดดวงลองกู้ชีพแม้อุปกรณ์ไม่พร้อม แต่ถ้า พรบ นี้ออกมา หมออาจเลือก ส่งต่อไป รพ ใหญ่ เพราะคนไข้ตายบนรถ ก็ยังดีกว่าเสี่ยงกู้ชีพแล้วตายคามือ

3. การตัดสินว่า การรักษาเป็นไปตามหลักการวิชาการหรือไม่ ตัดสินโดยเสียงข้างมากซึ่ง ไม่มีใครเป็นแพทย์ หรือ ศึกษาวิชาแพทย์(รมต/ปลัดกระทรวง/NGO 3 คน/ตัวแทน รพ 3 คน/เศรษฐศาสตร์/สังคมศาสตร์/สื่อสารมวลชน/สิทธิมนุษยชนและนักไกล่เกลี่ยอีกอย่างละคน) ตรงนี้ NGO  อ้างว่า คณะกรรมการมีหน้าที่เพียงพิจารณาว่า ความเสียหายเกิดขึ้นจากการพบแพทย์ใช่หรือไม่ โดยไม่ต้องดูว่าแพทย์ถูกหรือผิด เพื่อให้การจ่ายเงินชดเชยทำได้รวดเร็ว

ประเด็นที่แพทย์สภาเป็นห่วง คือ การปรับตัวของแพทย์ครับ ไม่ใช่ว่าแพทย์ปรับตัวไม่ได้นะ แต่การปรับตัวของแพทย์เพื่อลดการฟ้องร้องนั่นแหละ จะทำให้ระบบสาธารณสุขมีปัญหา

เมื่อ 3 ปีก่อน ข่าวศาลชั้นต้นสั่งจำคุกแพทย์หญิง เนื่องจากไปวางยาสลบแล้วคนไข้เสียชีวิต ทั้งๆที่ไม่ใช่วิสัญญีแพทย์ ส่งผลให้ รพ ขนาดเล็กทั่วไทย หยุดการผ่าตัดทันทีเนื่องจากจำนวนวิสัญญีแพทย์ในไทยมีเพียงหกร้อยคน โรงพยาบาลขนาดเล็กมักไม่มีวิสัญญีแพทย์ประจำ เราตอบไม่ได้ว่า คนไข้ที่อาจจะผ่าตัดได้ใน รพ ขนาดเล็ก แต่ต้องเสี่ยงส่งตัวไป รพ ขนาดใหญ่ แล้วเสียชีวิต มีปริมาณเท่าไหร่กันแน่?( http://webboard.mthai.com/52/2007-12-11/359798.html )
แม้ว่าภายหลังศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา เนื่องจากการกระทำเป็นไปตามหลักวิชาการทุกประการ แต่เราก็พบว่า รพ ศูนย์จำนวนมาก เลิกผ่าตัดคนไข้ไปในทันทีเพื่อเซฟตัวเอง

หลายคนบอกว่าหมอเห็นแก่ตัว จับคนไข้เป็นตัวประกัน ก็อาจใช่ แต่หมอก็มี ลูก มีพ่อแม่ต้องดูแล คงมีหมอน้อยคนที่ยอมเสี่ยง แม้เป็นตัวเราๆเอง ก็อาจเลือกส่งต่อคนไข้เหมือนกัน

นี่ยังไม่นับว่า ภาระงานของหมอ ใน รพ รัฐนั้นสูงกว่า มาตรฐานอย่างมาก ถ้าวันหนึ่งหมอทำงาน 8 ชม แล้วรับคนไข้ 100 คน หมอจะมีเวลาให้คนไข้เฉลี่ยเพียง 60*8/100 = 4.8 นาที เท่านั้น ซึ่งคงตรวจให้มีคุณภาพทั้งหมดไม่ได้ ภาระงานเหล่านี้ ทำให้ความผิดพลาดในการรักษาหรือการฟ้องร้อง เกือบทั้งหมดเกิดใน รพ รัฐ

เอาละ ถ้าคุณเป็นหมอ ไม่อยากปฏิเสธคนไข้ อยากรักษา(ให้ได้ดี) และ เซฟตัวเองด้วย คุณควรทำอย่างไร?
ผมเดาว่าทางเลือกหนึ่งคือ ลาออกไปอยู่ รพ เอกชน เพราะคนไข้น้อยกว่า จึงมีเวลาให้คนไข้แต่ละคนมากกว่า ตรวจได้ละเอียดกว่า อุปกรณ์และทีมงานสนับสนุนดีกว่า แถมเงินเดือนดีกว่าด้วย

ปัญหาที่จะตามมาคือสมองไหลครับ.

หลายคนบอกว่าหมอดีๆ ไม่ต้องกลัวฟ้อง ผมขอยกเคสดมยาสลบนั้นอีกครั้ง คดีเริ่มต้นในปี 45 และพิพากษาจนจบเสร็จสิ้นในปี 49 (ว่าไม่มีความผิด) ผมถามว่า ผู้บริสุทธิ์วิ่งขึ้นวิ่งลงศาล 4 ปีนี่ชีวิตจะบัดซบขนาดไหนครับ? หมอน้องๆเห็นแบบนี้ หลายคนก็คงตัดสินใจลาออกง่ายขึ้น อยู่ รพใหญ่ๆ งานสบาย เงินเดือนดี และ ไม่เสี่ยง

ใน รพ รัฐ คงขาดแคลนหมอ และ รพ เอกชน ค่ารักษาคงเพิ่มสูงขึ้น(เผื่อไว้จ่ายค่าชดเชยที่อาจเกิดขึ้น)

ลงท้าย คนซวยก็คือคนไข้อยู่ดี ไม่ว่าคุณจะรวยหรือจนก็ตาม!
อ้างเพิ่ม

edit @ 12 Jul 2010 11:05:05 by house

Comment

Comment:

Tweet

เอาละ ถ้าคุณเป็นหมอ ไม่อยากปฏิเสธคนไข้ อยากรักษา(ให้ได้ดี) และ เซฟตัวเองด้วย คุณควรทำอย่างไร?
ผมเดาว่าทางเลือกหนึ่งคือ ลาออกไปอยู่ รพ เอกชน เพราะคนไข้น้อยกว่า จึงมีเวลาให้คนไข้แต่ละคนมากกว่า ตรวจได้ละเอียดกว่า อุปกรณ์และทีมงานสนับสนุนดีกว่า แถมเงินเดือนดีกว่าด้วย

#10 By pandora (205.209.140.100) on 2011-03-22 16:08

เห็นด้วยกับความเห็นว่า ค่าเวรถูกกว่านวดฝ่าเท้า จริงที่สุด
อยู่เวรรพ.รัฐ 600/8 ชม. (เวรวอร์ด) ถ้าเลือกได้เค้าไม่อยากอยู่กันหรอกนะ แต่ด้วยหน้าที่ไง กับจรรยาบรรณแพทย์ที่ช่วงนี้รู้สึกว่าจะได้ยินบ่อยเหลือเกิน

หากหมอที่อยู่เวรดวงเยินแท้ๆ อาจจะไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว -*- หากอยู่เวรในวันธรรมดา หมายถึง เช้าวันนั้นจนถึงเย็นอีกวันนึงที่คุณต้องทำงาน แล้วถ้าเวรนั้นเยินจนคุณไม่ได้นอนล่ะ

เช้าหลังอยู่เวรคุณจะอ้างว่า เมื่อคืนไม่ได้นอน เช้านี้ขอไม่ตรวจ OPD ไปนอนได้ไหม เพราะถ้าง่วงเดี๋ยวตรวจได้ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่ได้อีก ค่อยๆ ตรวจ เดี๋ยวจะทำอะไรพลาดไป ก็มีสายตาอีก สองร้อยคู่มองเข้ามาในห้องตรวจ ตรวจถึงสี่โมงกว่า เหลืออีกหกสิบคนไว้ให้ ER ตรวจต่อได้ไหม ก็ไม่ได้อีก ... แล้วตกลงจะทำไงดีหว่า..

#9 By 1+ (61.7.175.238) on 2010-08-03 17:34

ถึงคุณ リリース
เคยคิดบ้างไหมครับว่า
หมอดีๆที่เค้าทำงานอยู่ รพ รัฐ
เค้ามาอ่านความเห็นของคุณ
เค้าจะรุสึกยังไง
ยังอยากรักษาคนแบบคุณอยู่รึเปล่า
คุณมาโพสแบบนี้
คุณศึกษา พรบ นี้มาดีแล้วหรือยัง
โพสของคุณเป็นตัวอย่างอย่างดี
ในการทำลายสิ่งดีงามที่หลงเหลืออยู่ในสังคม
และทำให้สังคมเลวร้ายมากขึ้น

#8 By xxx (61.19.199.142) on 2010-08-01 15:14

ไม่ใช่หมอจะปกป้องตัวเองหรอกค่ะ

แต่บางเรื่องที่บางคนไม่รู้ แล้วเอามาฟ้อง
เช่น
- การรักษาคนไข้แต่ละคน ไม่ได้หายเหมือนกันหมด
- คนไข้ ไม่รู้จริงว่าบางอย่างคือผลแทรกซ้อนที่เกิดจากการรักษาที่มีโอกาสเกิดได้
- ร่างกายคนเราตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน
- ข้อบ่งชี้การรักษาในแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน

อะไรทำนองนี้ บางคนก็ฟ้องกันยันเลย เพราะคิดว่าตัวเองรู้ ... นึกว่าข้าแน่ ข้าเก่้ง ไม่ยอมเป็นทาสไอ้พวกหมอนี่หรอก

หารู้ไม่ว่า ตอนเค้ารักษาพวกคุณ เค้าไม่ไ้ด้ประสงค์ร้ายอะไรเลย

บอกตามตรงว่า ไม่มีหมอที่ไหนอยากให้คนไข้ตัวเองตาย หรือไม่หาย

แต่บางอย่าง มันพลาดกันได้ แม้จะพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว

คุณรู้มั้ย ว่าเป็นหมอไม่ได้รวยหรอกนะ
ค่าทำงานรายชั่วโมง ถูกกว่านวดฝ่าเท้าอีก

ตอนนี้ ในวงการใครๆเค้าก็คุยกันว่า
เรียนหมอจบมา คงต้องเตรียมตัวเข้าคุก
คุยกันขำๆ แต่เจ็บปวด

พระพุทธเจ้าสอนว่า ทำดี แต่อย่าหวังเอาดี...
ก็ได้แต่หวังว่าจะมีบุญคอยคุ้มครอง
อย่าให้ได้เจอคนไข้ที่มีอะไรแปลกไปจากคนปกติมากเลย....

#7 By doc (61.19.199.142) on 2010-07-30 22:09

ผมขอถามว่าตำรวจที่ตามจับคนร้ายไม่ได้ต้องเอาผิดติดคุกไหม
ทหารที่ต่อสู้ผู้ก่อการร้ายแล้วพลาดท่าเสียทีต้องเอาผิดไหม
ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีผิดเคยถูกลงโทษไหม (ความจริงแล้วศาลสามารถเลื่อนการพิจารณาคดีในกรณีที่ยังได้รับข้อมูลไม่เพียงพอหรือยังตัดสินใจไม่ได้ แต่หมอไม่สามารถทำแบบนั้นในกรณีฉุกเฉิน)
จริงๆแล้วเราควรดูที่เจตนา หากหมอได้พยายามรักษาเต็มกำลังความสามารถโดยไม่ได้ผิดต่อจรรยาบรรณ แล้วไม่สามารถข่วยผู้ป่วยได้น่าจะถือเป็นเรื่องสุดวิสัย เพราะหมอไม่สามารถปฏิเสธการรักษาคนไข้หรือเลือกรักษาคนไข้ได้(โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน)
ส่วนการพิจารณาว่าการรักษาผิดหลักวิชาหรือไม่ควรฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหรือหลักฐานทางวิชาการ ไม่ควรดำเนินการตามอารมณ์, กระแสสังคม หรือแรงกดดันจาก NGO หรือหวังผลทางการเมือง
ผมค่อนข้างผิดหวังกับรัฐบาลในการดำเนินการเรื่องนี้เพราะเราต้องการผู้นำที่กล้าที่นำในสิ่งที่ถูกและมีเหตุผล ไม่ใช้ลอยตัวตามกระแสสังคม

#6 By สาธิต (125.26.145.37) on 2010-07-21 20:50

ถึง リリース

ไม่รู้นะว่าคุณมีภาพหมอว่ายังไง(อย่างเต็มๆ)

แต่จากที่อ่านดูก็พอรู้

คุณคงคิดว่า

หมอรักษาแค่ให้พอผ่านๆไป
รักษาไม่ได้ก็ช่างมัน? รักษาผิดก็ช่างมัน?
พวกเรียนหมอมีแต่คนฐานะดีๆร่ำรวย
ไงๆหมอก็อยากอยู่เอกชนเพราะเงินดี ไม่มีใครอยากทำงานรัฐรักษาคนไข้

มันอาจจะมีคนที่เป็นอย่างนั้น
ผมคงบอกไม่ได้ว่ากี่ %
แต่ที่แน่ๆ
ไม่ใช่หมอทุกคน ที่เป็นอย่างนั้นครับ
อย่างน้อยๆ หมอที่ผมรู้จักและเคารพหลายคนก็ไม่ใช่แบบนั้นครับ และท่านก็ยังทำงานรพ.รัฐ(และไม่ได้ทำเอกชนนะครับ)
เพื่อนผมที่เรียนหมอ ก็เป็นเด็กบ้านนอกเข้ากรุง บ้านไม่ร่ำรวย แค่พอมีกิน(อย่างประหยัดครับ ไม่ใช่กินอย่างฟุ่มเฟือย) (อย่างน้อยมัน[เพื่อนผม] มันก็ยังต้องใช้เสื้อผ้า กระเป๋า ของใช้ สืบทอดจากพี่มันอีกสี่คนครับ)

และผมขอบอกว่า หมอก็คนครับ
ไม่มีคนอยากให้คนอื่นตายหรอกครับ

หรือมีคน(ปกติ)ที่เห็นคนตายต่อหน้าโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร ?

คนไข้เพื่อนผมตายที มันก็จิตตกไปหลายวันครับ
และด้วยชีวิตคนที่เหลืออยู่ มันก็ต้องกลับมาให้ได้เพื่อรักษาคนที่เหลือต่อไปครับ
ไม่ใช่ไม่เจ็บปวด แต่มันต้องรับและปรับตัวให้ได้ครับ และต้องแบกรับเพื่อการรักษาที่ดีขึ้นครับ

ถ้าคุณเลือกเกิดได้แล้วอยากเป็นหมอจริง แนะนำว่าไปดูชีวิตกว่าเค้าจะมาเป็นอย่างที่คุณเห็นทุกวันนี้ก่อนเถอะครับ (อย่าดูแต่ปลายทาง)

ถ้าดูแล้วถ้าคุณยังอยากเป็น คุณประเสริฐจริงๆครับ
ผมเห็นแล้วยังไม่อยากเป็นเลยครับ

และผมว่าคนที่ทำงานรพ.รัฐก็ไม่ได้อยากมีคนไข้มากมายก่ายกองล้นรพ.ขนาดนี้หรอกครับ แค่นี้ก็ทำงานกันแทบไม่ได้กิน/นอนแล้ว

ปล.คดีส่วนใหญ่ไม่ใช่รักษาผิดหรอกครับ เป็นความไม่พอใจของคนไข้ต่างหาก

#5 By นิติธรรม (58.11.67.92) on 2010-07-12 21:51

คนไข้พยายามเซฟตัวเอง แต่อาจจะลืมนึกไปว่าถ้าหมอเซฟตัวเองบ้างโดยการส่งต่อ หรือไม่รักษาให้ กรณีฉุกเฉินที่ต้องการความเร่งด่วนจะร้ายแรงขนาดไหน

อ่านแล้วนึกถึงเคสนึงในซีรีย์ที่เคยดูเลยครับ เกี่ยวกับนักศึกษาแพทย์ไปช่วยชีวิตคน แต่เนื่องจากยังไม่มีใบประกอบเลยโดนฟ้อง แต่ ณ จุดนั้น ถ้าไม่ช่วย...คนๆนั้นก็อาจจะตายหรือพิการอยู่ีดีsad smile

#4 By Faith on 2010-07-12 14:53

หมอร.พ. รัฐ งานหนักน่าสงสารจริงๆครับ
งานหนักจนป่วย แล้วใครจะรักษาหมอsad smile
^- เคสนี้มันเกิดในหลายประเทศ ไม่ใช่แค่ไทย

อ่านบล็อกพี่โบว์ คงเดาได้ใช่มั้ยว่า การที่หมอรับนัดแค่ตอนเช้า บ่ายไม่รับคนไข้นอกน่ะ มันเกิดจากอะไร?(หมอต้องการตรวจคนนึงนานๆ กันพลาด เพราะพลาดแล้วโดนฟ้อง)

หรือ อเมริกา เป็นหวัด หมอส่ง CT Scan เพราะพลาดแล้วโดนฟ้อง แล้วคนไข้ก็แบกค่ารักษาเหยียบหมื่นไปสิ

ระบบที่แก้ได้มันพอมีครับ แต่ไม่ใช่ พรบ ฉบับนี้แน่ๆ(กั๊กไว้เขียนวันหลัง)

#2 By house on 2010-07-12 12:19

แพทย์มีทางออกให้กับตัวเอง
แล้วคนไข้ล่ะครับ ?
มีทางออกให้กับคนไข้ไหม ?
หมอตรวจรักษาผิด จะฟ้องร้องก็ไม่ได้
ถ้าฟ้องร้องจะทำให้แพยท์หนีไปเอกชนมากขึ้น
(ถึงไม่ฟ้อง ทุกวันนี้ก็หนีกันอยู่แล้ว เพื่อเงิน)

แล้วความยุติธรรมสำหรับคนไข้ที่ได้รับการรักษาที่ผิดพลาดจะไปเรียกร้องจากใคร
ไม่คิดว่า จุดนี้พวกหมอ ๆ เอาเปรียบมากเกินไปเหรอครับ ?

ถ้าคนเราเลือกเกิดได้
มีฐานะเหมือนพวกเรียนหมอ จบหมอ เป็นหมอ
ก็คงไม่มีใครอยากเข้าโรงพยาบาลรัฐเหมือนกัน

#1 By リリース on 2010-07-12 12:01