ต้นทุนของสงคราม

posted on 17 May 2010 21:44 by house in Social-Politic

คิดอยู่นานว่าจะเขียนดีไหม เพราะคงกระทบต่อมรักความสงบแล้วก็มนุษยธรรมหลายๆคน แต่ไหนๆก็ไหนๆ บล็อกมีไว้เขียนเรื่องที่อยากเขียนอยู่แล้ว ก็บันทึกไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน

สงครามมี "ต้นทุน" ซึ่งต้นทุนตัวนี้เองเป็นตัวกำหนดให้สงครามไม่เกิดขึ้น มันประกอบไปด้วย
1. ความชอบธรรม - ผู้ประกาศสงครามสูญเสียความชอบธรรมในทันที และหากความชอบธรรมต่ำกว่าจุดวิกฤติ สงครามนั้นก็จะดำเนินต่อไปไม่ได้ ผู้จะประกาศสงครามจึงจำเป็นต้องสร้างเงื่อนไขจำนวนมาก เพื่อให้มีความชอบธรรมเพียงพอมาจ่ายต้นทุนตัวแรกนี้
2. เงินตรา และ เศรษฐกิจ - ตรงตัว ทันทีที่เกิดการปะทะ การค้าขายก็ชะงัก ไม่นับเบี้ยเลี้ยงทหาร และ อาวุธ ที่ต้องจ่ายอีกไม่อั้นจนกว่าสงครามจะจบ ภาระนี้จะหนักขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยิ่งสงครามขยายตัวการค้าก็ยิ่งฝืดเคือง
3. ความสงบสุข - ทั้งสองแง่ ทันทีที่มีการปะทะ ความสงบสุขก็ลอยหนีไป ไม่เพียงแต่ผู้บริสุทธิ์ที่เสียหาย แต่ผู้ประกาศสงครามก็เสียหายเช่นกัน เพราะนี่คือการสร้างศัตรูที่อาจจะเรียกได้ว่าถาวร ให้แก่ตนเอง

ในระหว่างสงครามความเสียหายที่ยิ่งขยายวงกว้างยิ่งทำให้ต้นทุนทั้งหมดนี้สูงขึ้น - ความชอบธรรมของผู้ประกาศสงครามถูกตั้งคำถาม - เศรษฐกิจที่เลวร้ายลง - และความสงบที่ลดลงเรื่อยๆ จะเป็นแรงกดดันกลับมาหาผู้ประกาศสงครามนั้นเอง

แต่ต้นทุนที่หนักขึ้นเรื่อยๆนี้เองที่ทำให้สงครามจบลงไม่ได้!
ผู้ประกาศสงคราม "ต้อง" ชนะสงคราม เพราะชัยชนะเท่านั้น ที่จะช่วยลบต้นทุนความชอบธรรมได้ ชัยชนะเท่านั้นที่จะทำให้ตัวเองได้รับความสงบหลังสงครามจบลง และหากเป็นสงครามระหว่างชาติ ชัยชนะเท่านั้นที่จะเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามมาชดเชยเศรษฐกิจที่พังพินาศของตนได้

ยิ่งการปะทะขยายวงกว้าง การเจรจาเพื่อยุติก็ยิ่งยากขึ้น และ การแทรกแซงจากฝ่ายรักความสงบก็อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น
เพราะตราบใดที่ต้นทุนนั้นยังไม่ได้รับการชดเชย การพักรบก็เป็นเพียงการสะสมกำลังเพื่อรอกรรมการหันหลังแล้วซัดกันต่อเท่านั้นเอง! การปล่อยให้ซัดกันไปจนฝ่ายหนึ่งหมดกำลัง อาจจะทำให้สถานการณ์ดีกว่า(ไม่รู้กี่ปี)

สิ่งที่น่าเศร้าคือ การชุมนุมครั้งนี้ช่วยให้ต้นทุนการทำสงครามลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ จนถึงจุดที่การตัดสินใจทำสงครามเกิดความคุ้มค่าขึ้นมา(บุกจุฬา-ยึดราชประสงค์-M79 ป่วนเมือง) นี่น่าจะเป็นบทเรียนในอนาคตของไทย(ถ้าดันไม่ความจำสั้นทั้งประเทศ)

Comment

Comment:

Tweet

ขอทำความเข้าใจกับต้นทุนก่อนนะ
ต้นทุนคือรายจ่ายที่ต้องเสียไปในการผลิตถูกไหม?
เมื่อจ่ายไปแล้วก็อยากได้ผลกำไรกลับมา น้อยนักที่จะอยากทำเพื่อขาดทุน

คนที่ทำให้มีต้นทุนเกิดขึ้นคือเจ้าของกิจการ คนมีตังค์

ส่วนสงครามความหมายคือความขัดแย้ง
พ่อทะเลาะกับแม่ เด็กนักเรียนตีกัน นี่ก็เรียกว่าสงครามแล้ว
แต่ที่เราไม่เรียกก็เพราะว่ามันไม่ได้มีปืน หรือมีคำว่าทหาร ตำรวจ
หรือประชาชนมาเกี่ยวข้อง มันไม่ได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ
ภาพมันเลยไม่ชัดเจน เราก็เรียกมันว่าการทะเลาะกันเท่านั้นเอ๊ง!

วกกลับมาตัว "ต้นทุน" อีกรอบ

ถ้าพูดถึง "ต้นทุนสงครามทั่วไป" โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าก็อาจจะเป็น "ความเชื่อ" เราเชื่อไปแล้ว เราเชื่อของเรา เราคิดแบบนี้ แกเถียงชั้นเหรอ ตีกันหลังเซเว่นปิดไหม? (อืม..ตอนนี้เซเว่นปิดแล้ว ใครที่เคยนัดตีกันหลังเซเว่นปิดก็อย่าลืมนัดล่ะ!)

ส่วนต้นทุนของสงคราม(การเมือง) คือ "ตัวนักการเมือง" นั่นแหละ ลงทุนไปแล้วนี่ ช่องทางไหนที่ทำให้ได้ผลประโยชน์ก็ต้องคว้าหรือแย่งชิงกันหน่อย

ปล. ต้นทุนของสงครามน่าจะเป็นต้นทุนแปรแฮะ แปรตามกำลังผลิต ผลิตเยอะ จ่ายเยอะ ผลิตน้อยจ่ายน้อย
เพิ่มเติม หลังจากที่อ่านความเห็นถี่ถ้วนอีกที

ตกลงคุณไทน่าเข้าใจตรงกันแล้วนะครับว่ามีกองกำลังติดอาวุธอยู่ในม็อบจริง ออกมาช่วยยิงทหารจริงๆ

ทีนี้คุณลองดูใหม่ จุดปะทะตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นบ่อนไก่ หรือดินแดง คุณว่ามันอยู่ในพื้นที่ชุมนุมไหม

มันห่างมากนะครับ ลองดูใน google map ละกันอันนี้เป็น fact

ทีนี้คุณก็ยืนยันว่าทหารใช้อาวุธสงครามยิงใส่จริง อันนี้ fact เช่นกันครับ อยู่บริเวณดินแดง และบ่อนไก่ครับ

ทีนี้การยิงกัน มีทั้ง M79 และอาวุธสงครามจริงครับ โดยมีภาพบันทึกเอาไว้ว่าเป็นกลุ่มเสื้อดำที่ว่า และสอดคล้องกับความเห็นของคุณว่าคนกลุ่มนี้มาช่วยแดง อันนี้ fact ครับ

ทีนี้คือความเห็น คนที่ตายที่บ่อนไก่ และดินแดง ทำไมถึงกลายเป็นผู้ชุมนุมครับ?

ถ้าผู้ชุมนุม สงบสันติ ไม่มีอาวุธและอยู่ที่ราชประสงค์ แล้วไปโผล่ตายแถวนั้นได้อย่างไร?

ถ้าเป็นผู้ชุมนุมจริงที่ไปอยู่แถวนั้นจริง ทำไมถึงยอมให้ผู้มีอาวุธสงครามอยู่ในกลุ่ม ในเมื่อตัวเองบอกว่ายึดสงบอหิงสา ปราศจากอาวุธ?

ถ้าคนเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ชุมนุม เป็นแดงเทียม เป็นทหารปลอมมาสร้างสถานการณ์ ทำไมตอนตายแล้วถึงกลายเป็นเสื้อแดง เป็นผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธไปได้?

คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ คุณไปยืนฝั่งเดียวกับโจร ปล่อยให้โจรยิงเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วคุณจะเป็นผู้บริสุทธอยู่ได้หรอ ยังมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญจริงหรือ?

ถ้าผมเอากุ๊ยมาฝูงหนึ่ง บุกไปยิงบ้านคุณ แล้วผมยืนดูเฉยๆ ขว้างปาอิฐ ปาดอกไม้ไฟใส่บ้างพอเป็นพิธี แล้วพอคุณเรียกตำรวจมาจับนี่ ผมจะผิดไหมครับ? เพราะผมมาโดยสันติ ปราศจากอาวุธนี่นา?

ผมว่า ยอมรับเถอะครับ ที่แดงทำๆอยู่นี่ มันเข้าข่ายอาญาไปหลายคดีแล้วครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า ผู้ร้ายยิงสู้เจ้าหน้าที่ต้อง วิสามัญ สถานเดียวครับ และถ้าพวกนั้นมันแอบเข้าไปหลบในบ้านใคร แล้วไม่ยอมส่งให้เจ้าหน้าที่ มันก็เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดครับ

ถ้าผมเป็นผู้ชุมนุมที่บริสุทธิใจจริง ผมจะยุติการชุมนุมครับ กลับบ้านครับ ยกเลิกพรก. ผมจะกลับมาใหม่ ก็แค่นั้นครับ จะมีคนตายอีกได้ไหมครับ?

แล้วที่ไม่ยุติเพราะอะไรครับ อันนี้อยากรู้จริงๆ

ปล. ถ้าเสื้อแดงไม่เกี่ยวข้องกับเสื้อดำจริง ก็ไม่ต้องออกมามาร่วมกันยิงเจ้าหน้าที่ครับ ไม่อย่างนั้นมันก็พวกเดียวกันนั่นแหละ

ปล.2 เจ้าหน้าที่มีสิทธิสลายการชุมนุมที่ผิดกฏหมายครับ แต่ถ้าผู้ชุมนุมขัดขืนก็โดนโทษครับ ติดคุกได้ และถ้าต่อสู้ก็มีสิทธิตายครับ โดนวิสามัญ มันเป็นหลักสากล ส่วนทหารติดอาวุธสงครามก็มาสู้กับชุดดำของคุณยังไงล่ะครับ

#15 By tamanxzg on 2010-05-19 06:43

อ่ะ เอาข่าว BBC ที่รายงานแต่ความจริงของคุณมาให้ดูสักข่าว

http://news.bbc.co.uk/2/hi/world/asia_pacific/10122239.stm

เจอแบบนี้กลางเมือง ยังมีน่ามาบอกว่าสงบ สันติ ไรอาวุธอีกไหม

เฮ้ย อย่ามาแถอีกล่ะว่าลูกแก้ว กับยางรถยนต์ติดไฟไม่ใช่อาวุธ อันนี้ผมยอมจริงๆนะ

#14 By tamanxzg on 2010-05-19 05:01

#11

แล้วสื่อต่างชาติพูดว่าอะไรบ้างครับ อย่าบอกนะว่าลืมอ่านข่าวกองกำลังเสื้อดำพร้อมอาวุธสงคราม ข่าวเอาเด็กมากำบัง และข่าวเผาเมือง ขว้างระเบิดเพลิง ยิงลูกแก้ว

เอ มันต่างจากสันติ อหิงสาที่พูดอยู่นะครับ

สื่อต่างชาติพูดแต่ความจริงนี่นา เชื่อสิ

#13 By tamanxzg on 2010-05-19 04:58

#10
"ระบุตำแหน่งได้ว่าอยู่ตึกไหนๆ แต่กลับไม่มีการไปล้อมจับ ไม่แปลกมั่งหรือ?"
พวกนั้นเค้าน่าจะมีเท้าวิ่งได้นะครับ เรื่องแค่นี้มีปัญญาหนีได้สำหรับมืออาชีพ
(ที่เห็นโดนนี่แม่นกว่าทหารอีก) หลังจากยิงแล้วถึงรู้ว่ายิงมาจากไหน
อีกอย่างบางกรณีคนยิงอยู่บนตึกหลังแนวเสื้อแดง แค่ไประยะก็เจอ M79 ได้
เสื้อแดงมี M79 จริงคงเห็นแล้ว หรือจะอ้างว่าแดงปลอมคงจะไม่ได้แล้ว
เมื่ออยู่ในฝั่งเสื้อแดง ถ้าไม่ใช่การ์ดเสื้อแดงจะปล่อยให้ถืออาวุธอันตราย
ใกล้ผู้ชุมนุมไหมละครับ

เรื่อง M16 กระสุนจริง ถามว่าถ้าไม่ใช้ M16 ประเทศไทยมีปืนอะไรอีกบ้าง
ระยะยิง M79 คือประมาณ 400 เมตร ส่วน M16 ระยะหวังผล 550 เมตร
จะให้ใช้หนังสติ๊กระยะยิง 10 เมตรไปสู้ก็คงตายเปล่าครับ ถ้าใช้กระสุนยาง
ระยะใกล้ 10-15 เมตรแรงอัดเท่ากระสุนจริง แต่นี่ 300 เมตรขึ้นครับ

"ทำไมไม่เห็นผู้ก่อการร้ายตาย...เห็นแต่เสื้อแดงตายโดยไม่มีอาวุธสงคราม"
คนขว้างระเบิดขวด ยิงบั้งไฟ จะถือไว้ในมือให้ระเบิดเล่นหรือครับ
ถ้าเป็น M79 สามารถยิงวิถีโค้งได้ กระสุนกระจาย แทบจะไม่ต้องโผล่
เหนือแนวยางด้วยซ้ำ อีกอย่างคนที่ปาระเบิด ก็เรียกว่า "ผู้ก่อการร้าย" ครับ
เพราะฉะนั้นมีผู็ก่อการร้ายที่ไม่ค่อยเป็นมืออาชีพตายครับ
ส่วนทหารโอกาสตายยากอยู่แล้ว คนธรรมดาอย่างผมยังรู้เลยว่าระยะยิงแค่ไหน
ก็อยู่ให้ห่างไว้ กล้องส่องทางไกลก็มี ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่บุกเข้ามาในระยะ
ก็มีเวลาถมเถในการจัดการ ถึงคนยิง M79 ถูกยิง พวกเดียวกันจะปล่อย
ให้ถือ M79 หรือเก็บมาใช้เองต่อละครับ ถ้าเพิ่งตายกล้ามเนื้อยังไม่แข็งตัว
แกะออกจากมือได้อยู่แล้ว และมือสามารถแข็งในรูปแบบอื่นได้หนิ

เรื่องข่าว ต่างฝ่ายต่างก็ต้องนำเสนอ และเน้นภาพข่าวที่เพิ่ม "ความชอบธรรม"
ที่เป็นต้นทุนข้อแรกอยู่แล้ว แต่ที่เห็นน้อยกว่าคือการแก้ข่าวของเสื้อแดง
ทาง ศอฉ. มีการแก้ข่าวเรื่องภาพคนตายที่อ้างว่าตายหลายคน
แต่สุดท้ายมีคนเดียวเป็น NGO, แก้ข่าวเรื่องอื่นๆ อีกตลอดเวลา
ด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้น ยอมรับว่ามีอาสาเสียชีวิต
แต่รูปที่เสื้อแดงเผายาง, ทำลายไฟจราจร, หยิบของจาก 7-11
กลับไม่เห็นใครออกมาแก้ตัว เห็นมีแค่กรณีเอาเด็กไม่กี่ขวบไปยืนเป็นโล่
ที่เหวงออกมาประณามซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรทำแล้ว

\"ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะแดงจริงหรือ?\" นี่คือเหตุผลที่เสื้อแดงควรออกจากพื้นที่
วิธีการแก้ปัญหากลุ่มที่ 3 ว่ามีจริงไหม คือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอย
ถ้าทหารถอย เสื้อแดงหยุดจริง แต่เสื้อดำไล่ยิงประชาชนใครจะจัดการ
ประชาชนตายใครรับผิดชอบ ชีวิตเอาคืนไม่ได้
ถ้าเสื้อแดงถอย ทหารเข้าคุมพื้นที่ จัดการกับเสื้อดำว่ามีหรือไม่
แล้วถึงเวลานั้น เสื้อแดงจะกลับมาประท้วงใหม่ได้

ทหารไม่รู้หรอกว่า คนไหนจะซ่อนอาวุธอะไรไว้บ้าง
ในเมื่อให้ออกจากพื้นที่แ้ล้วไม่ออก ก็ต้องดำเนินการ

เรื่องจดหมายถึง UN