ต้นทุนของสงคราม

posted on 17 May 2010 21:44 by house in Social-Politic

คิดอยู่นานว่าจะเขียนดีไหม เพราะคงกระทบต่อมรักความสงบแล้วก็มนุษยธรรมหลายๆคน แต่ไหนๆก็ไหนๆ บล็อกมีไว้เขียนเรื่องที่อยากเขียนอยู่แล้ว ก็บันทึกไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน

สงครามมี "ต้นทุน" ซึ่งต้นทุนตัวนี้เองเป็นตัวกำหนดให้สงครามไม่เกิดขึ้น มันประกอบไปด้วย
1. ความชอบธรรม - ผู้ประกาศสงครามสูญเสียความชอบธรรมในทันที และหากความชอบธรรมต่ำกว่าจุดวิกฤติ สงครามนั้นก็จะดำเนินต่อไปไม่ได้ ผู้จะประกาศสงครามจึงจำเป็นต้องสร้างเงื่อนไขจำนวนมาก เพื่อให้มีความชอบธรรมเพียงพอมาจ่ายต้นทุนตัวแรกนี้
2. เงินตรา และ เศรษฐกิจ - ตรงตัว ทันทีที่เกิดการปะทะ การค้าขายก็ชะงัก ไม่นับเบี้ยเลี้ยงทหาร และ อาวุธ ที่ต้องจ่ายอีกไม่อั้นจนกว่าสงครามจะจบ ภาระนี้จะหนักขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยิ่งสงครามขยายตัวการค้าก็ยิ่งฝืดเคือง
3. ความสงบสุข - ทั้งสองแง่ ทันทีที่มีการปะทะ ความสงบสุขก็ลอยหนีไป ไม่เพียงแต่ผู้บริสุทธิ์ที่เสียหาย แต่ผู้ประกาศสงครามก็เสียหายเช่นกัน เพราะนี่คือการสร้างศัตรูที่อาจจะเรียกได้ว่าถาวร ให้แก่ตนเอง

ในระหว่างสงครามความเสียหายที่ยิ่งขยายวงกว้างยิ่งทำให้ต้นทุนทั้งหมดนี้สูงขึ้น - ความชอบธรรมของผู้ประกาศสงครามถูกตั้งคำถาม - เศรษฐกิจที่เลวร้ายลง - และความสงบที่ลดลงเรื่อยๆ จะเป็นแรงกดดันกลับมาหาผู้ประกาศสงครามนั้นเอง

แต่ต้นทุนที่หนักขึ้นเรื่อยๆนี้เองที่ทำให้สงครามจบลงไม่ได้!
ผู้ประกาศสงคราม "ต้อง" ชนะสงคราม เพราะชัยชนะเท่านั้น ที่จะช่วยลบต้นทุนความชอบธรรมได้ ชัยชนะเท่านั้นที่จะทำให้ตัวเองได้รับความสงบหลังสงครามจบลง และหากเป็นสงครามระหว่างชาติ ชัยชนะเท่านั้นที่จะเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามมาชดเชยเศรษฐกิจที่พังพินาศของตนได้

ยิ่งการปะทะขยายวงกว้าง การเจรจาเพื่อยุติก็ยิ่งยากขึ้น และ การแทรกแซงจากฝ่ายรักความสงบก็อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น
เพราะตราบใดที่ต้นทุนนั้นยังไม่ได้รับการชดเชย การพักรบก็เป็นเพียงการสะสมกำลังเพื่อรอกรรมการหันหลังแล้วซัดกันต่อเท่านั้นเอง! การปล่อยให้ซัดกันไปจนฝ่ายหนึ่งหมดกำลัง อาจจะทำให้สถานการณ์ดีกว่า(ไม่รู้กี่ปี)

สิ่งที่น่าเศร้าคือ การชุมนุมครั้งนี้ช่วยให้ต้นทุนการทำสงครามลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ จนถึงจุดที่การตัดสินใจทำสงครามเกิดความคุ้มค่าขึ้นมา(บุกจุฬา-ยึดราชประสงค์-M79 ป่วนเมือง) นี่น่าจะเป็นบทเรียนในอนาคตของไทย(ถ้าดันไม่ความจำสั้นทั้งประเทศ)

Comment

Comment:

Tweet

ขอทำความเข้าใจกับต้นทุนก่อนนะ
ต้นทุนคือรายจ่ายที่ต้องเสียไปในการผลิตถูกไหม?
เมื่อจ่ายไปแล้วก็อยากได้ผลกำไรกลับมา น้อยนักที่จะอยากทำเพื่อขาดทุน

คนที่ทำให้มีต้นทุนเกิดขึ้นคือเจ้าของกิจการ คนมีตังค์

ส่วนสงครามความหมายคือความขัดแย้ง
พ่อทะเลาะกับแม่ เด็กนักเรียนตีกัน นี่ก็เรียกว่าสงครามแล้ว
แต่ที่เราไม่เรียกก็เพราะว่ามันไม่ได้มีปืน หรือมีคำว่าทหาร ตำรวจ
หรือประชาชนมาเกี่ยวข้อง มันไม่ได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ
ภาพมันเลยไม่ชัดเจน เราก็เรียกมันว่าการทะเลาะกันเท่านั้นเอ๊ง!

วกกลับมาตัว "ต้นทุน" อีกรอบ

ถ้าพูดถึง "ต้นทุนสงครามทั่วไป" โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าก็อาจจะเป็น "ความเชื่อ" เราเชื่อไปแล้ว เราเชื่อของเรา เราคิดแบบนี้ แกเถียงชั้นเหรอ ตีกันหลังเซเว่นปิดไหม? (อืม..ตอนนี้เซเว่นปิดแล้ว ใครที่เคยนัดตีกันหลังเซเว่นปิดก็อย่าลืมนัดล่ะ!)

ส่วนต้นทุนของสงคราม(การเมือง) คือ "ตัวนักการเมือง" นั่นแหละ ลงทุนไปแล้วนี่ ช่องทางไหนที่ทำให้ได้ผลประโยชน์ก็ต้องคว้าหรือแย่งชิงกันหน่อย

ปล. ต้นทุนของสงครามน่าจะเป็นต้นทุนแปรแฮะ แปรตามกำลังผลิต ผลิตเยอะ จ่ายเยอะ ผลิตน้อยจ่ายน้อย
เพิ่มเติม หลังจากที่อ่านความเห็นถี่ถ้วนอีกที

ตกลงคุณไทน่าเข้าใจตรงกันแล้วนะครับว่ามีกองกำลังติดอาวุธอยู่ในม็อบจริง ออกมาช่วยยิงทหารจริงๆ

ทีนี้คุณลองดูใหม่ จุดปะทะตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นบ่อนไก่ หรือดินแดง คุณว่ามันอยู่ในพื้นที่ชุมนุมไหม

มันห่างมากนะครับ ลองดูใน google map ละกันอันนี้เป็น fact

ทีนี้คุณก็ยืนยันว่าทหารใช้อาวุธสงครามยิงใส่จริง อันนี้ fact เช่นกันครับ อยู่บริเวณดินแดง และบ่อนไก่ครับ

ทีนี้การยิงกัน มีทั้ง M79 และอาวุธสงครามจริงครับ โดยมีภาพบันทึกเอาไว้ว่าเป็นกลุ่มเสื้อดำที่ว่า และสอดคล้องกับความเห็นของคุณว่าคนกลุ่มนี้มาช่วยแดง อันนี้ fact ครับ

ทีนี้คือความเห็น คนที่ตายที่บ่อนไก่ และดินแดง ทำไมถึงกลายเป็นผู้ชุมนุมครับ?

ถ้าผู้ชุมนุม สงบสันติ ไม่มีอาวุธและอยู่ที่ราชประสงค์ แล้วไปโผล่ตายแถวนั้นได้อย่างไร?

ถ้าเป็นผู้ชุมนุมจริงที่ไปอยู่แถวนั้นจริง ทำไมถึงยอมให้ผู้มีอาวุธสงครามอยู่ในกลุ่ม ในเมื่อตัวเองบอกว่ายึดสงบอหิงสา ปราศจากอาวุธ?

ถ้าคนเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ชุมนุม เป็นแดงเทียม เป็นทหารปลอมมาสร้างสถานการณ์ ทำไมตอนตายแล้วถึงกลายเป็นเสื้อแดง เป็นผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธไปได้?

คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ คุณไปยืนฝั่งเดียวกับโจร ปล่อยให้โจรยิงเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วคุณจะเป็นผู้บริสุทธอยู่ได้หรอ ยังมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญจริงหรือ?

ถ้าผมเอากุ๊ยมาฝูงหนึ่ง บุกไปยิงบ้านคุณ แล้วผมยืนดูเฉยๆ ขว้างปาอิฐ ปาดอกไม้ไฟใส่บ้างพอเป็นพิธี แล้วพอคุณเรียกตำรวจมาจับนี่ ผมจะผิดไหมครับ? เพราะผมมาโดยสันติ ปราศจากอาวุธนี่นา?

ผมว่า ยอมรับเถอะครับ ที่แดงทำๆอยู่นี่ มันเข้าข่ายอาญาไปหลายคดีแล้วครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า ผู้ร้ายยิงสู้เจ้าหน้าที่ต้อง วิสามัญ สถานเดียวครับ และถ้าพวกนั้นมันแอบเข้าไปหลบในบ้านใคร แล้วไม่ยอมส่งให้เจ้าหน้าที่ มันก็เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดครับ

ถ้าผมเป็นผู้ชุมนุมที่บริสุทธิใจจริง ผมจะยุติการชุมนุมครับ กลับบ้านครับ ยกเลิกพรก. ผมจะกลับมาใหม่ ก็แค่นั้นครับ จะมีคนตายอีกได้ไหมครับ?

แล้วที่ไม่ยุติเพราะอะไรครับ อันนี้อยากรู้จริงๆ

ปล. ถ้าเสื้อแดงไม่เกี่ยวข้องกับเสื้อดำจริง ก็ไม่ต้องออกมามาร่วมกันยิงเจ้าหน้าที่ครับ ไม่อย่างนั้นมันก็พวกเดียวกันนั่นแหละ

ปล.2 เจ้าหน้าที่มีสิทธิสลายการชุมนุมที่ผิดกฏหมายครับ แต่ถ้าผู้ชุมนุมขัดขืนก็โดนโทษครับ ติดคุกได้ และถ้าต่อสู้ก็มีสิทธิตายครับ โดนวิสามัญ มันเป็นหลักสากล ส่วนทหารติดอาวุธสงครามก็มาสู้กับชุดดำของคุณยังไงล่ะครับ

#15 By tamanxzg on 2010-05-19 06:43

อ่ะ เอาข่าว BBC ที่รายงานแต่ความจริงของคุณมาให้ดูสักข่าว

http://news.bbc.co.uk/2/hi/world/asia_pacific/10122239.stm

เจอแบบนี้กลางเมือง ยังมีน่ามาบอกว่าสงบ สันติ ไรอาวุธอีกไหม

เฮ้ย อย่ามาแถอีกล่ะว่าลูกแก้ว กับยางรถยนต์ติดไฟไม่ใช่อาวุธ อันนี้ผมยอมจริงๆนะ

#14 By tamanxzg on 2010-05-19 05:01

#11

แล้วสื่อต่างชาติพูดว่าอะไรบ้างครับ อย่าบอกนะว่าลืมอ่านข่าวกองกำลังเสื้อดำพร้อมอาวุธสงคราม ข่าวเอาเด็กมากำบัง และข่าวเผาเมือง ขว้างระเบิดเพลิง ยิงลูกแก้ว

เอ มันต่างจากสันติ อหิงสาที่พูดอยู่นะครับ

สื่อต่างชาติพูดแต่ความจริงนี่นา เชื่อสิ

#13 By tamanxzg on 2010-05-19 04:58

#10
"ระบุตำแหน่งได้ว่าอยู่ตึกไหนๆ แต่กลับไม่มีการไปล้อมจับ ไม่แปลกมั่งหรือ?"
พวกนั้นเค้าน่าจะมีเท้าวิ่งได้นะครับ เรื่องแค่นี้มีปัญญาหนีได้สำหรับมืออาชีพ
(ที่เห็นโดนนี่แม่นกว่าทหารอีก) หลังจากยิงแล้วถึงรู้ว่ายิงมาจากไหน
อีกอย่างบางกรณีคนยิงอยู่บนตึกหลังแนวเสื้อแดง แค่ไประยะก็เจอ M79 ได้
เสื้อแดงมี M79 จริงคงเห็นแล้ว หรือจะอ้างว่าแดงปลอมคงจะไม่ได้แล้ว
เมื่ออยู่ในฝั่งเสื้อแดง ถ้าไม่ใช่การ์ดเสื้อแดงจะปล่อยให้ถืออาวุธอันตราย
ใกล้ผู้ชุมนุมไหมละครับ

เรื่อง M16 กระสุนจริง ถามว่าถ้าไม่ใช้ M16 ประเทศไทยมีปืนอะไรอีกบ้าง
ระยะยิง M79 คือประมาณ 400 เมตร ส่วน M16 ระยะหวังผล 550 เมตร
จะให้ใช้หนังสติ๊กระยะยิง 10 เมตรไปสู้ก็คงตายเปล่าครับ ถ้าใช้กระสุนยาง
ระยะใกล้ 10-15 เมตรแรงอัดเท่ากระสุนจริง แต่นี่ 300 เมตรขึ้นครับ

"ทำไมไม่เห็นผู้ก่อการร้ายตาย...เห็นแต่เสื้อแดงตายโดยไม่มีอาวุธสงคราม"
คนขว้างระเบิดขวด ยิงบั้งไฟ จะถือไว้ในมือให้ระเบิดเล่นหรือครับ
ถ้าเป็น M79 สามารถยิงวิถีโค้งได้ กระสุนกระจาย แทบจะไม่ต้องโผล่
เหนือแนวยางด้วยซ้ำ อีกอย่างคนที่ปาระเบิด ก็เรียกว่า "ผู้ก่อการร้าย" ครับ
เพราะฉะนั้นมีผู็ก่อการร้ายที่ไม่ค่อยเป็นมืออาชีพตายครับ
ส่วนทหารโอกาสตายยากอยู่แล้ว คนธรรมดาอย่างผมยังรู้เลยว่าระยะยิงแค่ไหน
ก็อยู่ให้ห่างไว้ กล้องส่องทางไกลก็มี ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่บุกเข้ามาในระยะ
ก็มีเวลาถมเถในการจัดการ ถึงคนยิง M79 ถูกยิง พวกเดียวกันจะปล่อย
ให้ถือ M79 หรือเก็บมาใช้เองต่อละครับ ถ้าเพิ่งตายกล้ามเนื้อยังไม่แข็งตัว
แกะออกจากมือได้อยู่แล้ว และมือสามารถแข็งในรูปแบบอื่นได้หนิ

เรื่องข่าว ต่างฝ่ายต่างก็ต้องนำเสนอ และเน้นภาพข่าวที่เพิ่ม "ความชอบธรรม"
ที่เป็นต้นทุนข้อแรกอยู่แล้ว แต่ที่เห็นน้อยกว่าคือการแก้ข่าวของเสื้อแดง
ทาง ศอฉ. มีการแก้ข่าวเรื่องภาพคนตายที่อ้างว่าตายหลายคน
แต่สุดท้ายมีคนเดียวเป็น NGO, แก้ข่าวเรื่องอื่นๆ อีกตลอดเวลา
ด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้น ยอมรับว่ามีอาสาเสียชีวิต
แต่รูปที่เสื้อแดงเผายาง, ทำลายไฟจราจร, หยิบของจาก 7-11
กลับไม่เห็นใครออกมาแก้ตัว เห็นมีแค่กรณีเอาเด็กไม่กี่ขวบไปยืนเป็นโล่
ที่เหวงออกมาประณามซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรทำแล้ว

\"ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะแดงจริงหรือ?\" นี่คือเหตุผลที่เสื้อแดงควรออกจากพื้นที่
วิธีการแก้ปัญหากลุ่มที่ 3 ว่ามีจริงไหม คือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอย
ถ้าทหารถอย เสื้อแดงหยุดจริง แต่เสื้อดำไล่ยิงประชาชนใครจะจัดการ
ประชาชนตายใครรับผิดชอบ ชีวิตเอาคืนไม่ได้
ถ้าเสื้อแดงถอย ทหารเข้าคุมพื้นที่ จัดการกับเสื้อดำว่ามีหรือไม่
แล้วถึงเวลานั้น เสื้อแดงจะกลับมาประท้วงใหม่ได้

ทหารไม่รู้หรอกว่า คนไหนจะซ่อนอาวุธอะไรไว้บ้าง
ในเมื่อให้ออกจากพื้นที่แ้ล้วไม่ออก ก็ต้องดำเนินการ

เรื่องจดหมายถึง UN เป็นเรื่องปกติที่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้
ต้องชี้แจงให้ต่างประเทศให้รับทราบอยู่แล้ว

การประท้วงถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อน และทำผิดกฎหมาย
รัฐบาลควรจะจัดการทันที ทั้งตอนเสื้อเหลือง และเสื้อแดง
ควรจะถูกสลายการชุมนุมตั้งแต่วันแรกที่สร้างความเดือดร้อนแล้วครับ

อย่าอ้างว่า เดือดร้อนนิดหน่อยเพื่อชาติ
คนหาเช้ากินค่ำ อย่างแม่บ้านที่ทำความสะอาดตาม office
บางคนรับเงินรายวันครับ ปิดไม่กี่วันก็อดตายแล้ว
อย่างอังกฤษเค้าก็มี Hyde park บ้านเราอยากประท้วง
ก็ติดต่อหน่วยงานแล้วไปประท้วงสิครับ หาไอเดียประท้วงเอา

#12 By G (183.89.152.24) on 2010-05-19 01:55

ทิ้งท้ายอีกนิดว่า

รัฐบาลกลัวสื่อนำภาพไปเสนอ ผมก็ไม่ได้แถ
เพราะสื่อไทยรัฐบาลคุมได้ แต่สื่อนอกรัฐบาลคุมไม่ได้
ตอนนี้รัฐบาลพยายามแก้ต่างในเวทีโลก รมต.ต่างประเทศก็ร่อนจดหมายไปที่โน่นที่นี่ หรือบางทีก็กล่าวหาสื่อต่างประเทศที่เขียนข่าวถึงประเทศไทย

รัฐบาลพยายามปิดข่าวจริงหรือไม่แล้วแต่คุณจะเชื่อ แต่เห็นชัดๆว่ารัฐบาลต้องแก้ตัว ให้เหตุผลต่างๆนาๆ กับประเทศอื่นๆ รวมถึง UN

ผมไม่ทราบว่าคุณปิดหูปิดตาตัวเองแค่ไหน แต่สื่อนอกส่วนใหญ่ CNN BBC และอีกสองสามหัวที่ผมได้รับหน้า Page ข่าวมา
ส่วนใหญ่ หนังคนละม้วนกับสื่อไทยโดยสิ้นเชิง
สาเหตุที่ผมพูดถึงเหลืองเพราะต้องการเปรียบเทียบ "ต้นทุนทางสังคม" ที่มันไม่มีหน่วยวัด
ไม่ใช่ว่าคิดจะกล่าวโทษ แต่นี่พูดกันตามเศรษฐศาสตร์การเมืองครับ
และผมยืนยันว่าผมอาจจะมีอคติ แต่การพูดถึงเหลืองครั้งนี้ ผมก็พยายามจำกัดวงไว้ที่เรื่องของ ต้นทุน อันนี้
เรื่องแดงก็เช่นกัน ผมไม่ได้คิดจะมา พูดแก้ต่างว่าแดงมีความจำเป็นถึงต้องทำ แต่ผมพูดในหลักเศรษฐศาสตร์ ว่าเสื้อแดงต้นทุนต่ำ จึงต้องทำแบบนี้ ผลออกมาเป็นแบบนี้ และวิเคราะห์ออกมาได้แบบนี้

ยอมรับอีกครั้งว่าผมมีอคติ ผมจึงเผลอหลุดอะไรเอียงๆไปโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน

ถ้าพูดในฐานะเสื้อแดงผมก็มีข้อความที่เสื้อแดงพูดกันที่เอามาใช้ได้เยอะแยะ
ผมเองไม่เห็นเหตุการณ์จริง แต่ในสถาณการณ์นี้ ผมเชื่อถือนักข่าวต่างประเทศมากกว่า เพราะันักข่าวต่างประเทศมีส่วนได้ส่วนเสียกับเหตุการณ์น้อยกว่า
คำพูดที่ว่า "ไม่เคยเห็นเสื้อแดงที่โดนยิงตายถืออาวุธ"
หมายความว่าอะไร ไม่ทราบว่าคุณเคยได้ยินรึเปล่า

หรืออย่างเช่นรัฐกำลังเล่นละครเพื่อโยนความผิดให้เสื้อดำ เห็นๆกันอยู่ว่าข่าวเสื้อดำน่ะมีทุกวัน ถึงกับระบุตำแหน่งได้ว่าอยู่ตึกไหนๆ แต่กลับไม่มีการไปล้อมจับ ไม่แปลกมั่งหรือ?
เสื้อแดงก็กล้าพูดกัน ที่ไม่ยิงทิ้งให้หมดเพราะเดี๋ยวมันไม่เนียน ทำเหมือนรัฐไม่ใช่คนยิง ทั้งที่นักข่าวต่างชาติถ่ายคลิปกันเป็นว่าเล่น
หรืออีกมุมคือ เพราะตอนนี้ยังไล่นักข่าวออกไม่หมด ยังมีภาคสนามเหลืออยู่ จึงยังฆ่าหมดไม่ได้
และจริงๆผมคิดว่ารัฐบาลก็ต้องการสร้างภาพว่าฆ่าน้อยแล้ว ความชอบธรรมจะได้ไม่เสียไปมากกว่านี้ ไม่งั้นถ้าภาพออกมาว่าเหมือนโมเดลพฤษภา คนจะนึกได้ และคนต่อต้านจะเริ่มมาก
แถมให้ด้วยว่าเสื้อเหลืองบางคนคิดว่ารัฐบาลยื้อเกม ไม่ยอมฆ่าให้หมดๆ จะได้แอบอนุมัติงบไปเรื่อยๆ อันนี้เชื่อไม่เชื่อแล้วแต่วิจารณญาณนะครับ

หรืออย่างเช่นการอนุญาตให้ใช้ M16 โหลดกระสุนจริง ถามว่าคนที่ตายเป็นใคร มีอาวุธมั้ย ก็พยายามแถลงว่ารัฐยิงตายน้อย มีผู้ก่อการร้ายแข่งกับรัฐมายิงเสื้อแดง
ทำไมไม่เห็นผู้ก่อการร้ายตาย หรือทหารตาย เห็นแต่เสื้อแดงตายโดยไม่มีอาวุธสงครามอย่างที่รัฐบาลพยายามใส่ความ

ผมไม่ปฏิเสธว่าแดงไม่มีอาวุธเลย หรือแดงไม่มีกองกำลังใต้ดินเลย แต่ถามว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะแดงจริงหรือ?
สรุปคือคุณจะพูดว่าแดงสร้างสถาณการณ์ ฆ่ากันเองแล้วโยนให้รัฐ งั้นสิครับ?

ถ้าพูดแบบคุณ ชุดดำ คุณเรียกมือที่สาม
บางทีก็มีการเรียกว่าทหารแตงโม
แต่สำหรับเสื้อแดงที่ไม่ได้ถืออาวุธ ก็เรียกพวกนี้ว่าวีรบุรุษ เพราะมาช่วยชีวิตพวกเขาจากกระสุนจริงที่รัฐประเคนมา
หรือคุณลืมไปแล้วว่า ในวันที่ 10 กองกำลังเสื้อดำเริ่มปฏิบัติการณ์ยิงสู้ทหาร หลังจากมีคนตายจริงไปแล้ว

ผมอาจจะเข้าข้างแดงจริง แต่ถามว่า คุณล่ะครับ มีอคติรึเปล่า
ถ้าจะให้ใครลองเอาอคติออก แล้วเปิดตาเปิดใจ ในตอนนี้
ผมว่าคนที่ไม่ใช่เสื้อแดง ควรทำมากกว่านะ
มีเหตุผลอะไรบ้างที่รัฐบาลจะฆ่าประชาชนของตัวเองได้
แค่ช็อทกันก็แย่แล้ว แต่นี่คือ M16 กระสุนจริง เรียกว่าฆ่าโดยเจตนาได้เลย
ข่าววันนี้ก็มีออก มีเสียงปืนจากทหาร แต่เสียงต่อต้านคือเสียงประทัด(คุณคิดว่าเป็นละคร?)

ผมขอพูดเลยว่า ผมไม่เคยคิดว่าต้องเชื่อเสื้อแดงทุกอย่าง แกนนำเสื้อแดงมีจุดประสงค์แอบแฝง การที่แกนนำจะตอแหลเป็นเรื่องธรรมดา
แต่รัฐบาลคือใคร ทำไมถึงกล้าตอแหลกับประชาชนได้หน้าด้านๆขนาดนั้น คุณลองคิดดีๆดีกว่าว่าใครกันแน่ที่มีอคติ

ถ้าถามถึงความชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมของประชาชน ที่ส่วนใหญ่ไม่มีอาวุธ กับความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล ที่มีอาวุธในมือ อะไรที่มันควรจะไปก่อนกัน
คุณคิดว่ารัฐบาลนี้ชอบธรรมอยู่ จึงไม่เคยจะยอมรับการต่อต้าน

ผมขอทิ้งท้ายว่า ยุทธวิธีครั้งนี้ เท่าที่ได้ฟังมา ไม่ใช่รุกไปฆ่าหมดทีเดียว แต่ค่อยๆล้อมๆ ค่อยๆบีบ
ประเด็นหลักคือวงนอกสุดที่เริ่มปฏิบัติการณ์ คนยังอยู่เยอะ และยังกล้าสู้ ถึงได้ตายเยอะ และตอนนี้ก็แผ่วลง เพราะคนหนีไปหมดแล้ว

แต่ที่น่าสนใจคือทำไมถึงต้องใช้พลซุ่มยิง
และสรุปแล้วพลซุ่มยิงชุดดำมีจริงอย่างปากอ้างรึเปล่า

คุณก็คงไม่เชื่อผมอยู่ดี
ผมว่า ไทน่า ไม่น่าจะพูดถึงเหลือง ถ้า entry นี้ไม่ได้พูดถึงเหตุการณืในอดีตครับ

ผมว่าไม่ว่าเหลืองหรือแดง ก็เข้าข้างตัวเองอยู่แล้ว ในตอนที่เหลืองได้ทำอะไรไว้ สื่อของเหลือง และพวกของเหลืองเองก็ไม่รับผิดชอบ ไม่ยอมรับความผิด ทั้งๆที่ไทน่าเองก็รู้สึกว่าพวกเหลืองนั้นทำไม่ถูก

แต่พอมาเป็นแดงทำ ไทน่ากลับมองว่าเพราะเขาเดือดร้อนและจำเป็นถึงทำ มันจะให้เชื่อได้อย่างไรว่าเป็นอย่างนั้นจริง ในเมื่อเหลืองยังทำเหมือนกัน

ถ้ามองข้ามเรื่องสีไป แล้วมองสถานการณ์ในตอนนี้ คุณไำทน่าคิดว่าตัวเองเข้าข้างแดงมากเกินไปหรอไม่ แดงทำถูกต้องจริงหรือ

ลองคิดตามหลัก เอาอคติออกไป ผมถามจริงๆ ถ้าทหารจะยิงคนทิ้งให้หมด ไล่นักข่าวออกหมด ปิดข่าวทั้งหมด ไทน่าคิดว่าป่านนี้มันน่าจะจบไหมครับ แล้วทำไมถึงไม่จบล่ะครับ

ลองฟังเสียงปืน เสียงระเบิด ควันไฟที่เกิดขึ้นในเมือง มันไม่ใช่เป็นการต่อต้านจากแดงหรอครับ และมันจะสอดคล้องกับที่ว่า ทำไมทหารใช้อาวุธสงครามแล้วยังสลายไม่ได้

ถ้ามีการใช้อาวุธยิงกราดไม่เลือกจริง ต้องแบบพฤษภาทมิฬครับ ตายเป็นร้อย สูญหายอีกนับไม่ถ้วน ในคืนเดียว

ผมถามจริงๆเถอะครับ ถ้าไม่เอาอคติมา เอาอุดมการทางการเมืองออกไป แล้วมองสถานการณ์ตอนนี้คุณคิดว่า แดงยังชอบธรรมอยู่ไหมครับ

ลองคิดนะครับ ถ้าวันหนึ่ง ทหารและตำรวจไม่ออกมาปฏิบัติหน้าที่แล้ว คนปกติแบบพวกผมจะใช้ชีวิตยังไง?

เพราะขนาดทหารฆ่าประชาชนไม่เลือก ส่วนคนยิง M79 ก็พวกเดียวกัน ทหารที่ตายก็ยิงกันเอง นายกก็สั่งฆ่าคน อย่างที่คุณว่าจริง แต่บ้านเมืองก็ยังเป็นแบบนี้ ยังมีการยิงกันเละเทะ เผาบ้านเมือง ปล้นสดม กันอยู่เลย

ลองดูอย่างในจีนครับ ถ้าทหารจะฆ่าให้หมดจริงๆ และปิดข่าว สถานการณ์มันคงไม่บานปลายขนาดนี้ครับ

อ่อ อย่ามาแถนะครับว่า รัฐบาลกลัวสื่อนำภาพไปเสนอ ก็ในเมื่อคุณบอกเองว่ารัฐคุมสื่อได้หมด คนทั้งประเทศโดนปิดหูปิดตา รัฐบาลทำแบบนั้นได้จริงจะไปกลัวอะไรครับ

#9 By tamanxzg on 2010-05-18 18:53

อยากจะพูดว่า วันนี้ผมคิดว่าไม่มีใครรู้ว่า M79 มาจากไหน
แกนนำอาจจะรู้ ถ้า M79 มาจากฝั่งเดียวกันเอง(แต่ถ้ามาจากฝ่ายอื่น ก็ไม่รู้หรอก)
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือไม่ว่า M79 มาจากฝั่งไหน ก็มาจากฝั่งฮาร์ดคอร์ และไม่ใช่ความต้องการของอีกฝั่ง

ผมพูดออกมาในแง่สมมุติ ว่า ถ้า M79 ออกมาจากฝั่งแดง มีความเป็นไปได้เพราะอะไร
แต่วันนี้ผมก็ไม่คิดว่ามันมาจากฝั่งแดงจริง

ที่ผมได้ฟังมาคือนอกจากที่จตุพรพูดมา ก็มีข่าวปล่อยในการชุมนุมจริง(ฟังจากทวิตเตอร์ ก่อนคลิปจตุพร) ว่า รพ.จุฬาอาจมีทหารซุ่มอยู่ แล้วจตุพรถึงเอาไปพูดบนเวที
ที่แน่ๆคือดาดฟ้า รพ.จุฬา เคยเป็นที่ซุ่มยิง M79 ตอนนี้ข่าวคราวเงียบหาย
และวีระกับหมอเหวงก็ค้านการบุก รพ.จุฬาแต่แรกแล้ว

ส่วนตัวผมก็ไม่มีอะไรยืนยัน แต่ผมเห็นว่าการชุมนุมที่ผ่านฟ้า ช่วงก่อนมาราชประสงค์ เริ่มเสียงแผ่ว กลายเป็นว่าไม่มีความเดือดร้อนอะไร ข่าวก็เริ่มน้อยลง รัฐบาลก็เริ่มควบคุมสื่อ เริ่มมีจดหมายเวียนเตือนสื่อมวลชน ห้ามพูดคำว่าเสื้อแดง ห้ามสัมภาษณ์เสื้อแดง และอื่นๆ

ผมขอตั้งข้อสงสัยว่า สิ่งที่คุณ House เห็น อาจเป็นเพราะเป็นคนที่ติดตามข่าวเต็มที่
แ่ต่ถ้าเป็นเสื้อเหลืองและวงนอกก็คงตามแต่ข่าวสารรัฐบาล
ผมรู้สึกว่าข่าวสารเสื้อแดงเงียบงันมาก ตั้งแต่ก่อนมาราชประสงค์ และบูมขึ้นมาตอนมาราชประสงค์ครั้งแรก แล้วก็เริ่มเงียบ มีแต่ข่าวว่าไปกองอยู่ที่ราชประสงค์ไม่มีข่าวอะไรพิเศษในแวดวงสังคม
มาดังอีกทีก็ตอนที่มาราชประสงค์แล้ว รัฐบาลขอเจรจา 3:3 ครั้งนั้น แล้วอีกทีก็ตอนเริ่มเหตุการณ์ปราบในวันที่ 10

ถ้าพูดแบบคุณ House
การออกมาชุมนุม อาจจะถือเป็นการประกาศสงครามแล้ว
การเสียต้นทุนในการประกาศสงคราม และการย้ายที่ชุมนุมไปตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ก็คงเหมือนๆกัน

ส่วนการโดนสลายการชุมนุม ผมไม่ติดใจเพราะนี่คือสงคราม รัฐบาลก็มีอำนาจให้ใช้
แต่รัฐบาลทำผิดหลักสากล ใช้อาวุธสงครามฆ่าผู้ชุมนุม ไม่ใช่สลายแล้วจับหรือไล่กลับบ้าน กลับไม่สูญเสียความชอบธรรม
ผมว่ามันเกินไป แตกต่างกันชัดเจน กับม็อบยึดทำเนียบยึดสนามบิน ที่ใช้แต่แกสน้ำตา แล้วชุลมุน มีคนตาย รัฐบาลกลับหมดความชอบธรรม

สุดท้ายอยากบอกว่า
ที่ผมพูดในเอนทรี่นี้ ก็แค่อยากจะแชร์ความรู้สึก ที่ผมสังเกตได้จากเอนทรี่นี้น่ะครับ
เรื่อง การที่คนมีต้นทุนต่ำ จะลงทุนอะไรก็ขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำอีก คนมีต้นทุนสูง ลงทุนอะไรก็ยิ่งกำไร

ที่คุณเฮาส์ค้านมา ผมอยากให้ลองเทียบกับตอนชุมนุมพันธมิตรอีกที ว่ามันเทียบกันได้แค่ไหน
ผมว่าต่างกันมากเลยนะ
ที่เขียนมานี่ไม่มีหลักวิชารองรับหรอกครับ ผมก็แค่ลองประยุกต์เอาแนวคิดมาอธิบาย

เสื้อแดงต้นทุนต่ำ เรื่องนี้จริง ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวเองด้วย(ปีที่แล้วทำอะไรไว้ที่พัทยา? ดินแดง?) แต่เรื่องอื่นผมไม่เห็นด้วย

ตอนอยู่ผ่านฟ้า มีนสพ ฉบับไหนไม่ลงข่าว? มี นสพ หรือ นักการเมืองคนไหน กระเหี้ยนกระหือจะให้ทหารออกมาปราบ?
นี่แสดงให้เห็นว่า อย่างน้อยในตอนนั้น เสื้อแดงมีความชอบธรรมเพียงพอจะชุมนุม และ รัฐบาลไม่มีความชอบธรรมที่จะใช้กำลังสลาย เหมือนที่เราเห็นได้จากมีความพยายามเปิดการเจรจาระหว่างกันหลายครั้ง เสื้อแดงได้พื้นที่สื่อ พอสมควร

ภาวะตึงเครียดเกิดขึ้นเมื่อเสื้อแดงไปราชประสงค์ ซึ่งทำให้เสียงของรัฐกร้าวขึ้นทันที การที่เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจขึ้นแล้ว ทำให้ต้นทุนข้อที่สองของรัฐต่ำลง และทำให้ต้นทุนข้อแรกของตน จางลงไปมาก เพราะยากที่จะบอกว่าการชุมนุมนี้ไม่กระทบสิทธิของคนอื่นอีกต่อไป

การบุก รพ จุฬา นั่นไม่ว่าด้วยเหตุใด ทำให้ต้นทุนความชอบธรรมติดลบทันที(ว่าตรงๆ ผมนั่งดูคลิปอยู่ มันไม่ใช่เรื่องระแวงหรืออะไรหรอก มันเรื่องปากพาไป ของจตุพร แบบผ่านจากไขสันหลัง โดยไม่ผ่านสมอง)

ส่วน M79 ถ้าคิดว่าต้นทุนต่ำ แล้วต้องทำสิ่งที่ทำให้ต้นทุนต่ำลงไปอีก ผมว่า มันเจ๊งตั้งแต่ต้นแล้ว อย่าลืมว่าถ้ามีอาวุธสงคราม คุณก็อ้างสิทธิชุมนุมไม่ได้อีกต่อไป

สิ่งที่แดงพลาด คือแดงมองว่าชุมนุมแล้วต้องม้วนเดียวจบ โดยไม่สนใจดึงคนกลางๆมาเป็นพวก การลดต้นทุนของตัวเองลงอย่างรวดเร็ว เป็นผลกระทบสูงกว่าการโดนสลายการชุมนุมเสียอีก

#7 By house on 2010-05-18 12:48

ผมว่า สงครามมันเริ่มมาตั้งแต่การชุมนุมเสื้อเหลือง และครั้งนี้ก็เป็นแค่การใช้กำลังปราบอย่างชัดเจนมากที่สุดเท่านั้นเอง

มองอีกมุมน่าจะพูดได้ว่า สิ่งที่เรียกว่าสงคราม และการใช้กำลังทหาร เป็นแค่วิธีการหนึ่งของเศรษฐศาสตร์ในการเมือง?
(ถ้าคิดแบบนี้ต้องนับว่า เป็นวิธีที่สากลโลกไม่ยอมรับให้ใช้กับกิจการภายใน)

การที่พูดถึงต้นทุนยิ่งสร้างความชัดเจนว่าเสื้อแดงเป็นพวกต้นทุนต่ำ และจากการที่ต้นทุนต่ำ ยิ่งทำให้ต้องลงทุนไปมากขึ้น และเสียต้นทุนไปเรื่อยๆ

เสื้อแดงต้องปิดราชประสงค์ ไม่งั้นถ้าไปชุมนุมในที่ๆจะไม่สร้างความเดือดร้อน ก็จะไม่มีสื่อที่สนใจเอาไปออกอากาศ ขณะที่เสื้อเหลืองมีฐานผู้รับสารของตัวเองมากมายจนถึงทุกวันนี้ก็มีคนอ่าน Manager

ถ้าไม่ไปชุมนุมในพื้นที่ที่เป็นย่านธุรกิจ ก็จะโดนสลายเอาง่ายๆ เพราะรัฐไม่ต้องสนใจความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงนั้น ต่างกับเสื้อเหลืองที่มีคนเรียกร้องความชอบธรรมให้ตลอดเวลาไม่ว่าจะไปชุมนุมที่ไหน

การที่ต้นทุนต่ำทำให้เกิดความระแวงว่ารัฐจะสลายการชุมนุม หรือใช้กำลังทหารมากขึ้น ทำให้ข่าวปล่อยเรื่องมีทหารในโรงบาลจุฬาสร้างความหวาดกลัวได้ และก็เข้าแผนของใครไม่รู้ ทำให้ไปบุกจุฬา ยิ่งเสียต้นทุนไปใหญ่

ถ้าคิดแบบนึงว่า M79 มาจากฝั่งเดียวกับแดง คือมีแดงฮาร์ดคอร์เล่นใต้ดินเพื่อขู่ไม่ให้รัฐบาลทำอะไรการชุมนุม ก็เพราะต้นทุนต่ำอยู่แล้วถึงได้ต้องหาทางขู่
คิดในมุมกลับคือเป็นการใส่ร้ายหรือมือที่สาม ก็เพราะต้นทุนต่ำถึงได้มีคนกล้าทำแบบนี้ ไม่มีสื่อที่คอยแก้ต่างให้

คนที่ไม่มีโอกาส ก็ไม่เคยมีโอกาส และยิ่งเสียโอกาส
มีแต่การเลือกตั้งเท่าเทียมถึงให้โอกาส
พูดแล้วเหมือนว่า ระบอบประชาธิปไตย คือคอมมิวนิสท์ทางการเมือง? (ถ้าคิดว่าโอกาสทางการเมืองคือทรัพยากร)
ผู้ชนะคือทุกสิ่ง...

แต่เราทุกคนคือผู้แพ้

#5 By Crozzax on 2010-05-17 22:46

มาถกกันต่อ กรณีนี้คือสงครามมีต้นทุน และต้นทุนของสงครามต่ำลงเพราะกรณีผิดพลาดของนปช. ต่อไปนี้คือคำถามว่ารัฐโดยศอฉ. จะใช้ต้นทุนนั้นคุ้มค่าหรือไม่ และต้องจ่าย "เท่าไร" จนกว่าจะได้ชัยชนะ. หรือว่าจะขาดทุนต้องโยนผ้ายอมแพ้ถอยกลับก่อนนี่ล่ะครับ
โอ้ว มีประโยชน์มักๆ

เด๋วไปอ่านอันอื่นๆ ก่อน

#3 By วิหคสีคราม on 2010-05-17 22:07

^- ผมพึ่งรู้จัก war weariness ของจริงก็งานนี้เอง หลังจากเล่น civilization มาหลายปี

ถ้าพวกมันยังไม่เลิกกัน ผมนี่แหละที่จะบ้าก่อน sad smile

#2 By house on 2010-05-17 21:57

ต่อไปก็ดูสินะครับว่า ค่าใช้จ่ายของสงครามนั้นจะเกินทุนก่อน(เกิด war weariness) หรือจะชนะได้ก่อน?