ศ ริชาร์ด อลัน เนลสัน(ม. หลุยเซียน่า) ให้คำจำกัดความ propaganda ไว้ว่า

Propaganda is neutrally defined as a systematic form of purposeful persuasion that attempts to influence the emotions, attitudes, opinions, and actions of specified target audiences for ideological, political or commercial purposes through the controlled transmission of one-sided messages (which may or may not be factual) via mass and direct media channels.

Propaganda คือระบบของการหว่านล้อมเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการมีอิทธิพลเหนือ อารมณ์ ทัศนคติ ความเห็น และ การกระทำ ของกลุ่มเป้าหมาย ในทางอุดมคติ การเมือง หรือ การพาณิชย์ ผ่านทางการสื่อสารทางเดียวที่ถูกควบคุม โดยไม่จำกัดว่า เป็นการสื่อสารทางตรง หรือ สื่อสารมวลชน  

สำหรับผม
Propaganda = ล้างสมอง และเป็นภัยร้ายแรงที่สุดต่อความเห็นเสรี(Freethought) ซึ่งย่อมเป็นผลโดยตรงต่อระบอบการปกครองที่ขึ้นกับเสรีของมวลชน เช่นระบอบประชาธิปไตย

Propaganda เป็นเทคนิคที่เล่นกับอารมณ์ ดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว จะโจมตีข้อบกพร่องในกระบวนการคิดของมนุษย์ ทั้งในแง่ของข่าวสารลวง หรือ ใช้ตรรกะวิบัติช่วย(ฟังเผินๆเหมือนถูก แต่จริงๆแล้วผิด) เทคนิคเหล่านี้ เห็นได้ทั่วไปในไทย(คาดว่าถ้าห้ามไม่ให้นักการเมืองไทยใช้ตรรกวิบัติเลย การประชุมสภาจะเงียบ เพราะ สส 99.99% พูดอะไรไม่ได้เลย) และทำให้ชาติล้าหลังเลวร้ายกว่าระบอบอำมาตย์ หรือ ทุนนิยมเป็นร้อยเท่า ผมคงแจกแจงได้ไม่หมด เอาแค่ที่ชอบใช้กันเหลือเกินก็แล้วกัน

1. Factoid
แปลโต้งๆคือ "เหมือนจริง แต่ไม่ใช่" Factoid คือ สิ่งที่อ้างว่าเป็นข้อเท็จจริง แต่ไม่เคย/ไม่สามารถพิสูจน์ได้ บทบาทของ Factoid ใน Propaganda คือพูดมันซ้ำๆเข้าไป มันจริงหรือเท็จก็ช่าง ถ้ายิงซ้ำถี่พอ ลงท้ายจะมีคนเชื่อ โดยทั่วไป คนเราจะเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่ออยู่แล้ว ถ้าปลุกเร้าได้ดีพอ และ Factoid สนับสนุนความเชื่อนั้น กลุ่มผู้ฟังจะยอมรับ Factoid ว่าเป็นจริงไปด้วย โดยคนพูดไม่ต้องพิสูจน์(เทคนิคย้ำซ้ำๆนี้เรียกว่า Ad nauseam)
ตัวอย่าง
ปฏิญญาฟินแลนด์/คลิปตัดต่อเสียงนายก

2. Doublespeak 
บิดเบือนความหมายของคำและข้อความ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจผิด
ตัวอย่าง
การยกคำร้องของศาลแพ่ง เรื่องสิทธิในการสลายการชุมนุม(แกนนำพูดว่ายกคำร้อง เสื้อแดงเฮ แต่จริงๆ ศาลบอกว่าให้รัฐสลายได้เลย โดยไม่ต้องถามต่างหาก)
กรณีนี้ จำได้ว่าเสื้อเหลืองก็ใช้ แต่หาอ้างอิงไม่ได้

3. Ad hominem
โจมตีตัวบุคคล เห็นง่ายมาก แม้วโกงกิน ดังนั้นนโยบายแม้วผิด(เกี่ยวไรวะ) อภิสิทธิ์ หนีทหาร(อันนี้ factoid) ดังนั้นนโยบายอภิสิทธิ์ก็ผิด(โคตรเกี่ยว)
ทักษิณทำอะไรก็ผิด สำหรับเสื้อเหลือง และ อภิสิทธิ์ทำอะไรก็ผิดสำหรับเสื้อแดง ทั้งสองฝ่ายไม่เคยพิจารณาการกระทำ/คำพูด แต่ตัดสินว่า "ใครพูด"

4. Appeal to fear
สร้างความหวาดกลัว กระแสที่มาแรงในหลายปีนี้คือ ระบอบทักษิณ(มันจะล้างสถาบัน) 

5. Black and white fallacy
นำเสนอให้เห็นว่ามีทางเลือกแค่สองทาง แล้วบังคับให้เลือก (จะยุบสภา หรือยอมให้ชาติล่มสลาย/ไพร่หรืออำมาตย์/ไม่แดงก็เหลือง) ทั้งๆที่มีทางเลือกที่สาม กลยุทธนี้แทบจะเป็นไม้บังคับในการปลุกระดม แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้ทั้งคนที่ใช้และคนที่ฟังโลกแคบลงไปมาก
มากขนาดมีนักวิชาเกินบอกว่าพวกไม่เลือกข้างเป็นขาวเนียน ก็คิดเอาเองละกัน(จะว่าไป พวกนี้หลายคนก็เป็นขาวเนียนเหมือนกัน อ่านสมัยเหลืองชุมนุม กับ แดงชุมนุม ทำไมเขียนไม่เหมือนกันหว่า?)

6. oversimplification
พูดให้ง่ายสุดๆ เพื่อให้บิดเบือนได้ เป็นอีกอย่างที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะเมื่อปัจจุบัน คนเรารู้เรื่องข้ามสายงานน้อยลงทุกที
ตัวอย่าง : การกู้ไม่ดี => รัฐบาลนี้กู้ => รัฐบาลนี้ผิด
ข้อเท็จจริง: ทุกชาติกู้หมด และตามทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ การกู้เงินของรัฐบาล ไม่สามารถตัดสินว่าไม่ดีได้ ต้องดูนโยบายอื่นๆหลังจากนั้น

7. ใช้สโลแกน และ สร้างอัตลักษณ์ร่วม(ชัดมาก เป็นสีเลย)

ซึ่งเทคนิคพวกนี้จะว่าไป ก็ใช้กันทั้งสองฝ่าย สิ่งที่เราต้องรู้คือเราจะเอาตัวรอดยังไง
 
1. ข้อมูลใดก็ตามที่มาด้วยเทคนิคพวกนี้ REJECT ทันที และให้ตั้งข้อสงสัยฝ่ายที่เริ่มก่อน ยิ่งถ้าพูดซ้ำๆ ซึ่งเป็นเจตนาของ Ad nauseam แล้ว คิดไว้ก่อนเลยว่าข้อเท็จจริงนั้น "ผิด" และถูกสร้างมาเพื่อล้างสมองคนโง่
2. แหล่งข่าวใดมีพฤติกรรมเหล่านี้ซ้ำๆ หรือมากผิดปกติ ไม่ควรอ่าน และไม่ควรให้น้ำหนักอะไรอีกเลย
3. แยกข้อเท็จจริงออกจากความเห็น การตีความข้อเท็จจริงเกิดได้หลายทาง แต่ข้อเท็จจริงควรมีเพียงหนึ่งเดียว หากข้อเท็จจริงขัดแย้งกัน "ต้อง" หาข้อมูลเพิ่ม
4. ถ้าเป็นไปได้ กลับไปหาต้นแหล่งเสมอ เช่น อ่านคำพิพากษาศาลเอง หรือ อ่านกฏหมายเอง หากจะอ้างความเห็นบุคคล ควรพิจารณาว่าบุคคลนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ และ ผู้เชี่ยวชาญนั้นเลือกข้างหรือไม่(เช่นความเห็นทางกฏหมายของ ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ น่าเชื่อถือกว่า 3 เกลอแน่นอน) หากความเห็นผู้เชี่ยวชาญขัดแย้งกัน ให้เลือกเชื่อผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางที่สุด
5. การพิจารณาผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นกลางหรือไม่ ให้ดูจากความคงเส้นคงวาของข้อคิดเห็น ในช่วงที่ผ่านมา เช่นในเรื่องการชุมนุม ทัศนคติของผู้นั้น ต่อการยึดสนามบิน/ปิดทำเนียบ ควรมีลักษณะเช่นเดียวกับ ทัศนคติที่มีต่อการยึดราชประสงค์ ผู้เชี่ยวชาญนั้นไม่ควรมีร่องรอยของการใช้ตรรกวิบัติ/บิดเบือนข้อเท็จจริงในอดีต
6. ถ้ายังแยกไม่ออก ไปหาตำราเรียนในเรื่องนั้นมาอ่านซะ หรือไม่ก็ลืมๆมันไปซะ ไม่ต้องตัดสินมันละ
7. ข้อมูลวิจัยเป็นหลักฐานที่ดี เช่นกรณีเงินกู้ IMF ควรอ่านงานวิจัยของ TDRI ในสมัยปี 42-43 จะได้ข้อเท็จจริงครบ และจับได้ว่าใครโกหก ให้ลบเครดิตสำหรับคนโกหกประเด็นเหล่านี้ สำหรับเรื่องอื่นๆ ที่คนๆนี้จะพูดต่อไปด้วย
8. ประวัติศาสตร์ เป็นบทเรียนที่ดี แต่พอดีไม่ค่อยมีคนเรียน อ่านอดีตเยอะๆ จะเห็นว่ามุกพวกนี้มันซ้ำซาก แต่ก็หลอกคนได้ซ้ำซากด้วย -*-

กล่าวโดยสรุป ทำตัวเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย(ทุกคนโกหก จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าพูดจริง)และจำแม่น(ใครเคยโกหกไว้ อย่าไปฟังซ้ำ)ไว้ก่อน จะเอาตัวรอดได้ดีขึ้น

ขอให้ทุกคนเอาตัวรอดจากโลกแห่งการหลอกลวง 
 
ของแถม 

edit @ 15 Apr 2010 16:45:41 by house

Comment

Comment:

Tweet

You are a great guy, and from your article I learn a lot, thank you for your help

#43 By http://2btall.wordpress.com/author/saralifter/ (180.180.121.102|111.243.246.49, 180.180.121.102) on 2014-01-15 08:01

ประเทศไทยโพรพากานดา อันดับ 1 ของโลก
ไม่เชื่อไปดูรูปที่คุณมีทุกบ้านดูสิ

#42 By เเเเเ (171.6.156.74) on 2013-11-13 04:07

"สถาบันพระมหากษัตริย์" ของไทยเป็น "ศูนย์รวมจิตใจ" ของคนไทยเพราะในความเป็นจริง "สถาบันพระมหากษัตริย์"อยู่คู่กับสังคมไทยมานานไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประเทศชาติอ่อนแอตรงกันข้าม กับหลายประเทศที่เคยมี "กษัตริย์" และปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุดถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เรา ได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
"ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป"/ข้าราชการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก

#41 By ข้าราชการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (103.7.57.18|61.90.111.166) on 2013-02-25 09:59

I liked this post very much as it has helped me a lot in my research and is quite interesting as well. Thank you for sharing this information with us.

#40 By Persuasive Essay Topics Help (116.71.45.124) on 2011-01-10 16:53

สำหรับ #4 - http://bit.ly/cqplNc
ลองฟังคำพูดของ สุรชัย แซ่ด่าน อดีตคอมมิวนิสต์ และแกนนำเสื้อแดงดูครับ

ปัญหาอยู่ที่ว่า คนเราต้องการหลักฐานลึกอีกแค่ไหน
ถึงจะยอมรับว่า ข้อมูลนั้นไม่ใช่ Propaganda

#39 By Ace (58.8.180.204) on 2010-04-17 18:36

Hot! Hot! Hot! ขันน้ำ ดอกมะลิ

#38 By ไอ้แอนนนนน on 2010-04-16 20:28

แถได้โล่ครับ ติดตามมาตั้งแต่ Blognone (ไม่ได้หมายถึง จขบ.)

#37 By Oakyman (124.120.217.70) on 2010-04-16 18:41

Hot! Hot!

#36 By rokjitjung on 2010-04-16 09:12

Hot! ขันน้ำ Hot! Hot! มาให้ดาวบวกสาดน้ำไปด้วย

นัทเป็นคนนึงที่ยังไม่เลือกข้างนะคะ

แต่ไม่เห็นด้วยกับม๊อบทั้งเหลืองและแดง
ที่บ้าน แม่อยู่เหลือง น้องอยู่สีแดง มีพ่อกับนัทที่เลือกสีขาว อยากมาร่วมวิเคราะห์ด้วยเหมือนกัน แต่ภายในกลวงโบ๋ ไม่รู้อะไรเลยค่ะ


ยังไงเดี๋ยวจะขอลองตามอ่านไปเรื่อยเก็บความรู้ไปก่อนsad smile

#35 By Na - th (นัท) on 2010-04-15 20:46

#33 แดงไม่ผิดที่ยังเชื่อครับ เพราะเราตัดสินใครเพราะเขาเชื่อไม่ตรงกับเราไม่ได้ อันนี้ผมเห็นด้วย

แต่การเอาประเด็นมาทำ propaganda ผมรับไม่ได้ ผมไม่ยอมรับการเอาประเด็นความเชื่อ มาหาผลประโยชน์

ในกรณีของคลิป ถ้าตัวต้นฉบับ นายกเคยบอกแล้วว่ามาจากนายกพบประชาชน มีใน #11 ครับ และเป็นตัวเดียวกับที่ส่งให้พิสูจน์หลักฐานรอบสอง และ นิติวิทยาศาสตร์ด้วย

แต่ถ้าตัวใน การประชุมจริง ผมเชื่อว่ารัฐบาลไม่มีครับ(การประชุมฝ่ายความมั่นคงทหาร-รัฐบาลที่ไหนเขาบันทึกเสียง?) และถึงมี ผมก็เชื่อว่าเปิดเผยไม่ได้

#34 By house on 2010-04-15 20:37

ตัดสื่อพลเมืองไปก่อนนะครับ เหลือแค่นิติวิทยาศาสตร์ กับกองพิสูจน์หลักฐาน
ประเด็นคือ ทำไมกองพิสูจน์หลักฐาน ถึงไม่มีหลักฐานที่ดีกว่านี้(ขอโทษด้วยที่อาจจะมีแล้วผมไม่เคยเห็น)
การที่ออกมาอ้างว่าแค่ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นแค่การบังหน้าหรือเปล่า จริงๆก็คือหาได้แค่นี้หรือเปล่า
มันก็ค้านกับนิติวิทยาศาสตร์ในตัวมันเอง ที่ว่าเจอเยอะเหลือเกิน ตัดต่อทุกจุด อันนั้น

ประเด็นของผมไม่ได้ออกมาหาความชอบธรรมว่าคลิปนั้นไม่มีทางถูกตัดต่อเด็ดขาด แต่ผมหาความชอบธรรมว่า เสื้อแดงเลวจริงๆหรือ ที่เอาคลิปนี้มาเปิด ที่เชื่อคลิปนี้
ในสังคมที่เลือกข้างกันอยู่แบบนี้

แม้แต่นิติวิทยาศาสตร์ก็ยังใช้ GT200 และยังปกป้องมันเหมือนที่ปกป้องรัฐบาล

ผมต้องยอมรับว่าตอนนี้ผมก็เชื่อคุณเฮาส์แล้วว่าคลิปนี้ตัดต่อจริง และเสื้อแดงไม่ควรเอามาใช้
จริงๆผมก็คิดแบบนี้มานานแล้ว แต่ที่ผมยังคงเถียง และยังคงเถียงอยู่ต่อไป
ก็คือ เราสามารถสรุปได้จริงหรือว่าคนที่เชื่อในสิ่งที่เราเชื่อว่ามันไม่จริงเด็ดขาด จะเป็นคนผิดจริง

ส่วนตัวแล้วก็ต้องขอสรุปคำเดิมแหละครับ
ขอให้นายกเอาคลิปนั้นมาเปิดดีกว่า ว่าจริงๆวันนั้นพูดอะไรออกไปบ้าง ให้ชัดๆ
มันถึงจะเป็นหลักฐานค้านที่ดีที่สุด
ไม่ใช่ไปเค้นคอผู้ต้องหาว่ามันตัดต่อกี่จุด มันไม่แน่ว่าจะได้ความจริงออกมา และคนที่เชื่อก็ยังเชื่อเหมือนเดิม
#29 คุณเฮาส์ครับ ผมมีเอกสารเรื่องคลิปตัดต่อที่กองพิสูจน์หลักฐานสำรวจมา ขอเมล์คุณเฮาส์แล้วผมจะส่งไปให้ครับ
#30 เห็นด้วยๆ เป็นแก่นในการดำรงชีวิตจริง

รู้ไว้ไม่เสียหาย ความเชื่อเปลี่ยนได้ตลอด ขอให้ซื่อสัตย์ต่อตนเองและมีน้ำใจให้กับคนอื่น นั่นแหละมนุษย์ที่น่ารักน่าชัง อิอิ

ขอไปวิ่งเล่นบนโลกอันเพอร์เฟ๊กนี้ก่อน big smile

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
สาดน้ำสงกรานต์ค่ะ ขอให้มีความสุขค่ะคุณ house
#26 แต่เป็นแก่นการดำรงชีวิตผมเลยนะ

ถามทุกอย่าง อ่านทุกอย่าง อย่าตัดสินถ้าข้อมูลไม่พอ ถ้าเผลอตัดสินไปแล้วมีข้อเท็จจริงใหม่ เปลี่ยนความคิดได้ตลอด

ไม่มีเหตุผลถ้าเราจะเชื่อในสิ่งที่ผิด อีโก้ของเราเปลี่ยนโลกไม่ได้

ซึ่งก็พบว่า ไม่เฉพาะเมืองไทยหรอก propaganda มีทั่วโลก ผมลดความเสี่ยงโดยการรู้ให้มาก เอาตัวออกให้ห่างจากปัจจัยเสี่ยง(ไม่ชุมนุม ไม่เลือกข้าง observer ได้รับผลกระทบน้อยกว่า)

#30 By house on 2010-04-15 20:00

#28 คนแย้งคือคนที่ วรวัจน์ อ้างครับ

วรวัจน์ บอกว่า พิสูจน์หลักฐาน บอกว่ามีแค่สิบจุด "ไม่มีการตัดต่อในจุดสำคัญ"

ท่อนที่ว่า "ไม่มีการตัดต่อในจุดสำคัญ" นี่คงเห็นได้ตรงกันว่า เป็นคำพูด ไม่มีเอกสาร

พิสูจน์หลักฐานแย้งว่า ที่ตรวจไป ตรวจแค่ว่ามีตัดต่อ ไม่ได้ระบุว่าหมดเท่านั้น

ข้อที่น่าสนใจคือ ถ้ามีเพียงสิบจุดจริง พิสูจน์หลักฐานจะแย้งกับนิติวิทยาศาสตร์ และ แย้งกับการตรวจสอบเองของสื่อพลเมืองจำนวนมาก(รวมถึงน้องผมด้วย) ที่บอกว่า มีมากกว่าห้าสิบจุด

ตรงนี้จึงขึ้นกับเราจะเชื่อว่า นิติวิทยาศาสตร์+ทุกคนผิด(รวมถึงที่พิสูจน์หลักฐานพูดเองด้วยว่าตรวจไม่ละเอียด) และการตรวจครั้งแรกของพิสูจน์หลักฐานสมบูรณ์ฺ

หรือเชื่อว่าตรวจครั้งแรกนั่นไม่สมบูรณ์จริงๆ แล้วผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ถูก

เอกสารตัวเต็ม ผมหาไม่ได้เลย ทั้งของนิติวิทยาศาสตร์ และ พิสูจน์หลักฐาน แต่เมื่อเจ้าตัว(พิสูจน์หลักฐาน) พูดเองว่าตรวจหยาบๆ เราจะไม่เชื่อเจ้าตัวรึครับ?

#29 By house on 2010-04-15 19:57

ถ้าจำไม่ผิดก็เอกสารนี้ล่ะครับ (ไม่ก็หน้าตาคล้ายๆแบบนี้)

สรุปว่ามีคนแย้งว่าแค่เช็คผ่านๆ?
งั้นเอกสารพิสูจน์ตัวเต็มล่ะครับ?
หรือว่าลับอีก เอาออกมาให้ใครดูไม่ได้?

ถ้าไม่มี ผมขอเชื่อก่อนได้หรือไม่ ว่าเอกสารนี้คือเอกสารที่สมบูรณ์ที่สุด ในการบอกว่าคลิปนี้ตัดต่อหรือไม่และอย่างไร
ในความคิดนะ

ถ้าจะแก้ก็ต้องคุยกัน

แต่ใช้หลักของตู้ฝูเวยในมังกรคู่ หุหุ

ผู้นำอย่าคุยกันเอง ควรคุยแยกส่วน จัดประชาชนที่มาประท้วงน่ะ ออกเป็นกลุ่ม ให้พบและคุยกันทุกคนว่ามาทำไม เพื่ออะไร และคิดว่าประชาธิปไตยคืออะไร

คงยาก ฝันเอายังง่ายกว่า ประเทศไทยสงบสุข
อา แบบนี้ประเทศไทยไม่เหลืออะไรให้เชื่อเลยนะคุณ house sad smile Hot! Hot! ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
^- ผมมีความเห็นว่าคนจะจับผิด propaganda ได้ คือคนที่ยังไม่เลือกข้างครับ

คนเลือกข้างแล้วมัีกจะมองฝ่ายตัวเองไม่เห็น และเห็นของฝ่ายตรงข้าม propaganda ไปหมด ซึ่งน่าเศร้า

#25 By house on 2010-04-15 19:42

ต่อให้ฝ่ายไหนเอาอะไรออกมา

มันก็เป็นจริงต่อตัวเองทั้งนั้นอ่ะ
ลักษณะ Propaganda มี 3 สี เอ้ย! 3 แบบ
1. ชวนเชื่อแบบสีดำ
เป็นกลยุทธ์ต่างๆ ที่ใช้เพื่อหลอกลวงเป็นการเฉพาะ เช่น การ ad ของเมกาในช่วงทำสงครามอิรัก 2003 ก่อนจะบุกก็ใช้เครื่องบินโรยใบปลิวบอกว่าซัดดัมฉ้อฉลประชาชน มีเงินฝากต่างประเทศเยอะ จนกระทั่งซัดดัมตาย
2. ชวนเชื่อแบบสีขาว
แบบนี้เป็นการตั้งใจจะขจัดการเผยแพร่ความคิดและข้อมูลที่เป็นอันตราย ใส่ข้อมูลด้านบวกเพื่อเบนความสนใจออกไปจากประเด็นที่เป็นอยู่
3. ชวนเชื่อแบบสีเทา
เป็นการรวมเอาทั้งเผยแพร่ข้อมูลและแนวคิดจริงและลวงปนๆ กันไป

อย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถวัดได้ว่าสีอะไรกันแน่ เพราะถ้ามองในฝ่ายคนชวน(ผู้ส่งสาร)ไงๆ ก็สีขาว (นัยหนึ่งข้าคือความถูกต้อง)

และตามหลักพื้นฐานของ Propaganda แล้วนั้น คนที่อยู่ในฐานะเป็นผู้ส่งสาร(ผู้นำของแต่ละฝ่าย) มักจะมีทัศนะว่าตนคือผู้เหนือกว่า เข้าใจดีกว่าผู้รับสารคนอื่น ผู้นำเหล่านั้นจึงเชื่อว่าประชาชนผู้รับสารต้องการการเปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อและการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้รับสารเอง มิใช่เพื่อผลประโยชน์ของผู้นำ
จึงทำให้ต้องมีการโกหก หลอกลวง โดยอาจจะให้เหตุผลว่าทั้งหมดนั้นทำขึ้นเพราะความจำเป็น อีกทั้งผู้รับสารบางคนมีลักษณะไร้เหตุผล การศึกษา ไร้การไตร่ตรองด้วยตนเอง แต่บางครั้งก็อาจจะใช้กำลังบังคับ

ดังนั้นข้อสรุปโดยง่ายคือหากมีเป้าหมายถูกต้องแล้ว วิธีการที่จะบรรลุเป้าหมายจะถูกต้องหรือไม่ก็ได้ทั้งนั้นด้วยคำพูดประมาณว่า
"คุณน่ะได้ผลประโยชน์ แต่ผมน่ะไม่ได้อะไร"

และนั่นคือ Propaganda มันเนียนมาตั้งแต่แรกแล้ว


แล้วมันมีปัญหาตรงไหน??

คำถาม :
คนเรา ประชาชน ผู้รับสารต้องการอะไร
มีความต้องการมากมายแค่ไหน
อยากได้มากขนาดไหน
และพอใจในสิ่งที่มีหรือเปล่า?


ถ้าชุดนี้
http://talk.mthai.com/topic/74388

โดนข่าวคมชัีดลึกแย้งไปแล้วนะครับ ว่าเช็คแค่ผ่านๆว่ามีตัดต่อรึเปล่า

#22 By house on 2010-04-15 19:32

http://topicstock.pantip.com/rajdumnern/topicstock/2009/09/P8285854/P8285854.html

อันนี้เป็นที่มาครับ ในนั้นก็มีการชี้ว่า ช่วงไหนที่เอกสารบอกว่า "ไม่ตัดต่อ" และ
ตอนนี้ก็ขุดลำบากครับ เพราะเอกสารมันนานมากแล้ว

เดี๋ยวจะลองหาด้วยครับ

อันนี้ก็ไปขุดเจอต้นข่าวของอันนั้นครับ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1252075959&grpid=00&catid=00
อ้อ ผมกำลังควานหา่เอกสารเรื่องไม่มีการตัดต่อในตำแหน่งสำคัญครับ แต่หาไม่ได้

เท่าที่หาได้ นิติบอกว่าตัดต่อหกสิบกว่าจุด ส่วนที่บอกว่าตัดต่อแค่สิบกว่าจุด และไม่มีการตัดต่อจุดสำคัญ คนพูดคือ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล พรรคเพื่อไทย โดยอ้างกองพิสูจน์หลักฐาน

แต่ http://www.komchadluek.net/detail/20090906/27329/พฐ.ชี้วรวัจน์เข้าใจผิดยันคลิปอภิสิทธิ์ตัดต่อแน่.html

แค่ชื่อลิงค์ก็โอเคมั้ง เขาว่าวรวัจน์เข้าใจผิด เพราะนั่นเป็นข้อสรุปเบื้องต้น

ผมอยากเห็นเอกสารตัวเต็มจัง พอมีไหมครับ(คงไม่ได้เชื่อ เพราะเอกสารตัวย่อโดยไม่หาข้อมูลเพิ่มเติมใช่ไหม)

#19 By house on 2010-04-15 19:17

ถ้าในกรณีนั้น ผมยอมรับ

เพราะผมต้องการเทียบพฤติกรรม ระหว่างม็อบสองฝ่าย(ว่าแย่พอกันทั้งคู่) ไม่ใช่ม็อบกับรัฐบาล

การหาพฤติกรรม propaganda ของม็อบ(ซึ่งมีการดึงมวลชนชัดเจน และสถานการณ์ใกล้เคียงกัน) ง่ายกว่าการหาพฤติกรรมของรัฐ(ซึ่งก็คงมีเหมือนกัน)

ผมแนะนำให้คุณไทน่าเขียนครับ แล้วจะตามไปอ่าน

#18 By house on 2010-04-15 19:12

ตอนนี้เหลืองกับรัฐบาลก็ไม่ใช่ของอย่างเดียวกันนะครับ
เหลืองก็บอกว่าตัวเองสนับสนุนรัฐบาล แต่ไม่ใช่พวกเดียวกับรัฐบาล
(ตอนนี้มีชมพูอีกต่างหาก แต่เอาเหอะ)

สื่อรัฐบาลก็ไม่ใช่สื่อเหลือง
และตอนนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างสื่อเสื้อแดงกับสื่อเสื้อเหลือง แต่เป็นเสื้อแดงกับรัฐบาล โดยมีเสื้อเหลือง(เนชั่นและ ASTV) สนับสนุนอีกที
การบิดเบือนของ 3579 ไม่มีการพูดถึงในกระทู้นี้

ผมจึงคิดวาข้อกล่าวหาของผมถูกแล้วครับ
#14 ผมถือว่านี่เป็นข้อกล่าวหา และทำให้ผมกลับไปนับคำโจมตี
1. เสมอกัน(แดง/เหลือง)
2. โจมตีแดง
3. เสมอกัีน
4. โจมตีเหลือง
5. เสมอกัน
6. ผมว่าตัวนี้ค่อนข้างกลาง แต่เอาเป็นว่าโจมตีแดงก็ได้
7. เสมอกัน
แดง 1.5 ต่อเหลือง 1
เสนอตัวอย่างมาให้ผมซัดเหลืองอีกอันก็ได้ จะได้กลางเป๊ะ นึกไปเขียนไป บางทีก็นึกไม่ออก

#16 By house on 2010-04-15 18:56

#13 ใช่ครับ(ในกรณีนี้ผมคือเสื้อแดง) คุณไทน่าควรทำไงล่ะครับ? ยอมจ่ายเงินผม?

ถ้าไม่ยอมจ่าย คุณไทน่าพิสูจน์เรียบร้อยแล้วว่าเอกสารชุึดนี้ตัดต่อมา แต่ไม่ได้ตัดต่อในสาระสำคัญ

ผมถามว่าศาลจะยอมให้ผมเอาหลักฐานชุดนี้ฟ้องเรียกเงินไหม? และเมื่อคุณไทน่าเอาหลักฐานฉบับเต็มมาโชว์แล้ว ผมยังจะโวยได้ไหมว่า "ไม่ได้ดูนี่หว่า ว่าไม่ได้ตัดต่อในสาระสำคัญ?"

แล้วเป็นหน้าที่ใครระหว่างคนที่ยังสงสัย หรือคนชี้แจงที่ต้องออกมาบอกว่าตรงไหนคือสาระสำคัญ ในเมื่อปกติถ้าเอกสารปลอมเราก็ทิ้งทั้งชุด คนที่บอกว่ามันยังใช้ได้ต่างหาก ที่ต้องชี้ว่าตรงไหนใช้ได้?

กาลิเลโอ ทำไงล่ะครับ? แสดงบทพิสูจน์ ซึ่งศาสนจักร ปฏิเสธบทพิสูจน์นั้น กรณีนี้ เราได้แต่แสดงความเสียใจต่อกาลิเลโอ

แล้วบทพิสูจน์ของเสื้อแดง ที่บอกว่า "ท่ิอนที่สำคัญ" อยู่ไหน?

การแยกว่าตรงไหนเป็น factoid ไม่ยากหรอกครับ สำหรัีบคนที่รู้มากพอ ที่ยากกว่าคือทำให้คนอื่นยอมรับว่ามันเป็น factoid ต่างหาก

ดังนั้นถ้าไม่พิสูจน์ factoid ไม่ควรถูกนำมาพูดเลย และคนที่นำ factoid มาใช้ซ้ำๆโดยไม่แสดงบทพิสูจน์ ควรถือไว้ก่อนว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ โดยเฉพาะหากการปั่นข่าวนั้น เป็นผลบวกต่อผู้เผยแพร่

#15 By house on 2010-04-15 18:52

ประเด็นของผมไม่ใช่ว่า Factoid นำมาใช้ได้
แต่ประเด็นคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือ Factoid อะไรที่ไม่ใช่

เหมือนการที่กาลิเลโอกล่าวว่าโลกกลม มันก็เป็นการโจมตีคัมภีร์ทางศาสนาไปในตัว มันก็เกิดผลเสียต่อกลุ่มนักบวช
คำพูดของกาลิเลโอ อาจจะโดนโจมตีว่าเป็น Factoid
การพูดความจริงหนึ่งอย่าง บางครั้งมันก็เป็นการโจมตีคนอื่น

เหมือนที่คุณ House พูดถึงทฤษฎีการ Propaganda ตอนนี้ โดยยกตัวอย่างที่เน้นโจมตีสื่อเสื้อแดงมากกว่าสื่อรัฐบาล
"คุณไทน่ากู้เงินผมไปพันล้าน และทำลายสัญญากู้เงินทิ้ง"

ในสถาณการณ์เดียวกันนั้น ผมนับได้ว่า เสื้อแดงนำเอาสำเนาเอกสารการกู้เงินมาโชว์แล้ว

ซึ่งสำเนานั้นอาจเป็นสำเนาจริง หรือทำปลอมมา
ตามกฏหมายแล้วก็ต้องยกให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตรวจสอบ
ถ้าเทียบกันแล้ว ผมจะนับว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก็ส่งผลการตรวจสอบออกมาว่า สำเนานี้มีการทำปลอมส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนสำคัญ ไม่ได้ทำปลอมขึ้น

ที่น่าสนใจสำหรับผมคือ คลิปนี้จะตัดต่อจริงหรือไม่จริง คนที่ด่าเสื้อแดงก็อ้างเอกสารสถาบันนิติฯ อันนี้ มาใช้
ทำไมถึงไม่มีเอะใจว่า มันมีข้อความ "ไม่มีการตัดต่อในส่วนที่สำคัญ" บ้าง???

และมันมีความหมายอะไร ทำไมรัฐบาลถึงไม่พูดถึงมัน

ผมคิดว่ามันคงเป็นหน้าที่ของสถาบันนิติ และคนที่ยกเอกสารนี้มาใช้ แล้ว ใช่หรือไม่ ที่จะอธิบายว่าข้อความนี้มีความหมายว่าอะไร???
ทีนี้จาก 11 เรื่องการเล่นข่าวซ้ำๆ

ผมเห็นว่า factoid ไม่ควรถูกนำมาใช้ซ้ำ แต่คุณไทน่าบอกทำได้ เพราะพิสูจน์ไมไ่ด้ว่าผิด

ผมถามว่า ถ้าผมไปป่าวประกาศให้ทั่วเลยว่า "คุณไทน่ายืมเงินผมแล้วไม่คืน แถมทำลายสัญญาเงินกู้ทิ้ง" ผมไม่ผิดใช่ไหม? เพราะเรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้

เห็นชัดๆว่า มันทำไม่ได้ ไม่งั้นโลกนี้คงไม่ต้องมีกฏหมายหมิ่นประมาท จะกล่าวหาใคร ภาระพิสูจน์ย่อมเป็นของผู้ถูกกล่าวหา

#12 By house on 2010-04-15 18:25

#9 "คุณไทน่ากู้เงินผมไปพันล้าน และทำลายสัญญากู้เงินทิ้ง"

นี่เป็นทฤษฏีที่ผมเสนอครับ ถ้าเอาตามตรรกคุณไทน่า คุณต้องเป็นคนพิสูจน์ ว่า "คุณไม่เคยทำสัญญากู้เงินฉบับนั้น" เพราะ การแย้งนี้เป็นการเสนอข้อมูลใหม่

พอเห็นรึยัง?
ในแง่นี้ คุณพิสูจน์ไมไ่ด้เลย เพราะไม่ว่ายังไงผมก็อ้างได้ว่า คุณทำลายมันทิ้งไปแล้วเพราะไม่อยากจ่ายเงิน และไม่ใช่หน้าที่ผมที่จะพิสูจน์
ดังนั้นผู้กล่าวหาจึง "ต้องเป็นผู้พิสูจน์ว่าเขาำทำผิดจริง" ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้พิสูจน์

สำหรับคลิปต้นฉบับในนี้มีลิงค์เต็ม พร้อมโปรแกรมตัดต่อให้ดู
http://thairumors.exteen.com/20100319/entry

ข้างล่างบทวิเคราะห์
http://www.oknation.net/blog/jerasak/2009/08/28/entry-1
http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2009/08/X8255241/X8255241.html

#11 By house on 2010-04-15 18:20

#8 อ่าน 7 ครับ
แดงต้องชี้ว่าท่อนไหนไม่ใช่ตัดต่อ ไม่ใช่อ้างว่า "ไม่มีการตัดต่อในท่อนที่ไม่สำคัญ"

ไม่สามารถอ้างได้ว่า "โลกหมุนรอบตัวผม" แล้วโยนให้คนอื่นพิสูจน์ครับ จะโวยวายว่าเขาผิด คุณต้องพิสูจน์ว่าเขาผิด นี่ใช้กันทั่วไปทั้งโลก

ที่สำคัญ เคสนี้ นายกไม่มีแรงจูงใจที่จะพูด(ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว) แดงเริ่มเห็นๆ การตั้งข้อสงสัยก็ต้องตั้งที่แดง

TDRI ไม่ได้ถูกเสมอในงานวิจัย อันนี้เห็นด้วย
แต่ Fact ที่รวบรวมจากงานวิจัย ยากมากที่จะผิดครับ และหาหลักฐานยันกันได้อีกเยอะ เรื่องใครกู้ กำหนดชำระคืน พวกนี้ปลอมไม่ได้

ที่สำคัญ ถ้าจะบอกว่า TDRI ผิด คนอ้าง ต้องมีมากกว่า ความเชื่อว่าผิด(หลักฐานแย้ง/งานวิจัยรองรับ) ไม่งั้นมันก็แค่"คิดไปเอง"

ส่วนคน propaganda มาตลอดชีวิต และมีบางเรื่องที่เขาพูดถูกนั้น ผมเห็นด้วย
แต่คุณคิดว่า "ความน่าจะเป็น" ที่เหตุการณ์ครั้งนี้ เขาจะพูดจริงมันสูงแค่ไหนครับ?

้เรื่องติดหล่ม propaganda อีกฝั่ง ผมเชื่อว่าผมไม่ติด เพราะผมก็จับผิด ฝ่ายรัฐบาล แบบเดียวกัน(ไม่้งั้นก็สองมาตรฐาน) จะเห็นว่าผมยกมาทั้งสองสี

ถ้าพูดตรงๆ ตอนนี้สื่อของรัฐบาล/ในไทยทั้งหมด ต้องตั้งคำถามเรื่องความเชื่อถือแล้วครับ ต้องพึ่งสื่อนอกเป็นหลัก ถ้าข้ิอมูลไม่ตรงกัน ก็ต้องทิ้ง เพราะตอนนี้เข้าภาวะควบคุมข่าวสารแล้ว และมีประเด็นที่หาข้อมูลสรุปไม่ได้เยอะมาก

ประเด็นไม่มีข้อมูลสรุปพวกนั้นแหละ ถ้าใครยกมาเล่นซ้ำๆ ก็ต้องตั้งข้อสงสัยถามแรงจูงใจเช่นเดียวกัน

#10 By house on 2010-04-15 18:10

ลักลั่นย้อนแย้งนะครับ ในสถานการณ์นี้ ผมเห็นว่ารัฐบาลต้องเป็นคนพิสูจน์ต่างหาก

เพราะรัฐบาลค้านว่า "สิ่งนี้ไม่จริง" นั่นคือรัฐบาลกำลังเสนอทฤษฎีใหม่ขัดแย้งกับทฤษฎีเก่า รัฐบาลจึงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทฤษฎีของตัวเองเป็นจริง ไม่ใช่หรือ?

ผมเห็นว่าหน้าที่ของรัฐบาลคือ นำเอาคลิปจริงเสียงจริงมาพิสูจน์ ไม่ใช่ไปเค้นคอเสื้อแดงว่า "บอกมานะ มันตัดต่อตรงไหน"
ทั้งที่เสื้อแดงอาจไม่ใช่คนตัดต่อ และมันอาจไม่ได้ตัดต่อด้วยซ้ำ ผมว่าผิดหลักนะ ที่จะไปขู่บังคับผู้ต้องหาให้สารภาพว่าเขาทำผิด

ในทางวิทยาศาสตร์ คนที่พิสูจน์ว่าทฤษฎีของคนนึงผิด อาจไม่ใช่เจ้าตัวก็ได้ครับ
และในทางวิทยาศาสตร์ เจ้าของทฤษฎีอาจหาทางพิสูจน์แล้วเท่าที่ทำได้ และพบว่ามันน่าจะจริง จึงได้เผยแพร่ทฤษฎีของตัวเองออกไป ก่อนจะมีคนอื่นมาจับได้ว่ามันผิด
ผมว่า เรื่องนี้ ก็ เหมือน กัน
แน่นอนว่าคุณเฮาส์มีแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

พูดคำว่า "ในส่วนสำคัญ" ผมจำได้ว่าเอกสารนั้นก็มีบอกช่วงเวลานาทีครบถ้วน ว่าช่วงไหนที่โดนตัดต่อหรือช่วงไหนตรวจไม่พบ

ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือรัฐบาลและผู้สนับสนุนก็เอาเอกสารนี้มาโจมตีแดงเป็นหลัก และไม่มีหลักฐานอื่นที่สนับสนุนมากกว่านี้ แต่เอาแต่พูดย้ำๆว่า เอกสารนี้ชี้แล้วว่าตัดต่อจริง ซ้ำๆ และซ้ำๆ

ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ
แม้ว่าคุณเฮาส์จะเชื่อว่าหลักฐานของน้องคุณเฮาส์มันน่าจะจริงอย่างที่สุด
ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะถูก 100% นะครับ

ผมไม่เล่นเรื่องคลิปตัดต่อมาแต่ต้น เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร
ผมแค่เห็นคนที่โจมตีเสื้อแดง ก็เอาเรื่องที่เสื้อแดงชอบพูดถึงคลิปนี้มาโจมตี
ในฐานะแดง ผมพูดได้ว่า เสื้อแดงก็มีข้อมูลหลักฐานที่จะอ้างว่า "เราไม่ได้ตัดต่อคลิปนี้" และ "นายกพูดแบบนี้จริงๆ"
บางครั้งการเปิดอะไรซ้ำๆ ไม่ใช่การจงใจ Propaganda ให้เชื่อ แต่เป็นเพราะตัวเองพิสูจน์ไปแล้วว่ามันเป็นของจริง (การพิสูจน์อาจจะผิด แต่มันก็เป็นอีกเรื่องนึง)

วันนี้ผมพูดว่าโลกกลม ผมก็พูดซ้ำๆได้ว่าโลกกลม
แต่คนที่เชื่อว่าโลกแบนอยู่ ก็อาจจะคิดก็ได้ว่าผมโพรพากันดาเขาอยู่

คนสนับสนุนรัฐบาลกำลังติดหล่ม Propaganda ต่อต้านเสื้อแดง สนับสนุนรัฐบาลอยู่หรือเปล่า

แม้ว่า TDRI จะน่าเชื่อถือที่สุด ก็ไม่ใช่ว่า TDRI จะถูกเสมอครับ
ต่อให้คนบางคน Propaganda มาทั้งชีวิต
เขาอาจจะพูดถูก 1 เรื่อง ในเรื่องที่ทุกคนทั้งโลกพูดผิดก็ได้
ที่สำคัญ คุณไทน่าก็เรียนวิทย์

หน้าที่ของการพิสูจน์ คือ "หน้าที่คนนำเสนอ" ครับ

รัฐบาลพิสูจน์แย้งแล้ว ว่าตัดต่อ
ถ้าฝ่ายแดงรู้ว่า มันไม่ได้ัตัดต่อในตัวเนื้อหาสำคัญจริง แดงต้องแสดงให้เห็นว่า "ท่อนนั้นไม่ได้ตัดต่อ" ไม่ใช่มาเคลมบ้าๆบอๆแบบนี้

ถึงชาวบ้านจะอ่านการวิเคราะห์ระดัีบนั้นไม่เข้าใจ แต่อย่างน้อย คนกลางๆที่อ่านเข้าใจจะแยกได้ชัดขึ้น ไม่ใช่ตีขลุมโจมตีซ้ำซากแบบนี้

#7 By house on 2010-04-15 17:54

#4 คำว่าสลายคือ สิทธิในการสลายครับ อ่านคำตอบศาลแล้วจะชัดว่า การยกคำร้องคือการระบุว่าสิทธิในการสลายเป็นของรัฐบาลแต่ต้น(ศาลไม่รับผิดชอบ)

ดังนั้นเคสนี้ แดงเจตนาบิดเบือนว่ารัฐบาลไม่มีสิทธิสลาย

Doublespeak (sometimes called doubletalk) is any language that deliberately disguises, distorts, or reverses the meaning of words, resulting in a "communication bypass".

propaganda ดูเจตนาครับ เหลืองพูดไม่ถูก แต่ไม่ได้แปลว่าแดงไม่ทำ
ถ้าไม่บิดเบือน ผมถามว่า ถ้าแดงพูดบนเวทีว่า "ศาลบอกว่าไม่เกี่ยว รัฐอยากสลายก็สลาย รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบ" ผลตอบรับจากผู้ชุมนุมจะเป็น "เฮ" รึเปล่า?

ใครเอา factoid มาเล่นก่อน แล้วซ้ำไม่เลิก ผมถือว่ามีเจตนาน่าสงสัยครับ หรือผมตีง่ายๆว่า ใครได้ประโยชน์ คนนั้นน่าสงสัย ซึ่งใช่ มันไม่ใช่ข้อพิสูจน์

ทีนี้ก็ลองไล่ทีละข้อ
กรณีนี้จะเข้าข้อ 3 คือข้อเท็จจริงขัดแย้ง ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม
ดูข้อ 4 มีคำวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เอียงข้างหรือไม่ ตัวเองมีปัญญาดูเองหรือไม่? คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญเป็นไปตามหลักวิชาหรือไม่?

กรณีของผม การวิเคราะห์กราฟ(น้องผมทำเอง) + คลิปต้นฉบับ "เชื่อได้ว่า" คลิปนี้โดนตัดต่อ

ที่สำคัญคือ คำว่าไม่มีการตัดต่อในจุดสำคัญ นี่เป็นประโยคคลุมเครือมาก "ตรงไหนสำคัญ?" มีใครชี้ได้? ประโยคลักษณะนี้ ยิ่งต้องตั้งข้อสงสัยให้หนัก

ย้อนกลับไปข้อแรก การใช้ factoid 1-2 ข้อ อาจจะไม่ใช่ propaganda แต่ถ้าใช้ factoid ไม่หยุด ยิงซ้ำๆ ปลุกเร้าอารมณ์ เสนอสารข้างเดียว เป็นหลักฐานที่หนักแน่นขึ้นเรื่อยๆว่ามี propaganda

เราอาจหลบจาก factoid หนึ่งมาชนอีกฟากหนึ่งได้ วิธีเอาตัวรอดถ้าให้ครบสูตร คือต้องรู้มากพอครับ คือจับผิดได้ฟากหนึ่งแล้วยังรู้มากพอจับผิดได้อีกฟาก

ยอมเรียนวิเคราะห์กราฟเสียงมั้ยล่ะ? ยอมเรียนเศรษฐศาสตร์มั้ยล่ะ? ยอมอ่านประวัติศาสตร์กับงานวิจัยมั้ยล่ะ?
ถ้าไม่ยอม ก็ต้องยอมหนีจากซีกหนึ่งมาปะอีกซีกหนึ่ง
แต่ก็ดีกว่า ติดกับซีกแรก แบบแนบสนิทไปเลย

พอดีของผม นี่น้องเล่นเรื่องคลื่นเสียง กับภาษาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ /ประวัติศาสตร์ เป็นหัวข้อในความสนใจมานานแล้ว และ งานวิจัยของ TDRI ผมก็อ่านเอาเพลินมาหลายปี

เรื่องกราฟเสียงเลยไม่ต้องฟังใคร ฟังน้องตัวเองแกะให้ดูสดๆหน้าจอนี่แหละ

#6 By house on 2010-04-15 17:39

อ่านมาหลายครั้งผมก็เห็นว่าจุดอ่อนของทฤษฎีนี้ก็มี
คือสุดท้ายเราก็เชื่ออะไรที่อยากเชื่ออยู่ดี
เราตัดการ Propaganda ของฝั่งที่เราไม่เชื่อออกไปแล้ว
มันก็ไม่ได้หมายความว่าอีกฝั่งจะไม่มีการ Propaganda

คลิปตัดต่อเสียงนายก แกนนำเสื้อแดงย้ำว่ามันจริง ไม่มีการตัดต่อ
พอมีคนจับได้ว่าตัดต่อเราก็ชี้หน้าด่าอีกฝ่ายว่า Propaganda ทันที เพราะเราเห็นว่าแกนนำแดงใช้ Factoid
จนไม่ค่อยมีใครที่จะอ่านไปถึงท้ายเอกสารที่เขียนว่า "ไม่พบการตัดต่อในส่วนที่สำคัญ"
และฝั่งรัฐบาลก็ออกมายืนยัน พูดทุกวัน ว่ามีการตัดต่อ ไม่ได้พูดแบบนั้นจริงๆ เป็นการ Factoid อย่างหนึ่งหรือไม่?

เราแน่ใจได้อย่างไรว่าเราไม่ได้หนี Factoid นึง มาเจออีก Factoid นึง???
แม้จะอ่านบทความนี้ซ้ำอีกกี่รอบ(ก็มีคนเผยแพร่ตลอดนะ) ผมก็เห็นคนที่อ่านบทความนี้ ก็ตีความทุกอย่างอย่างที่ตัวเองเชื่ออยู่ดี

อย่างเช่นการยกคำร้องของศาล
สำหรับผมก็ยังเชื่อว่า "ศาลไม่ได้สั่งให้สลาย"
เอาจริงๆก็คือ ศาลไม่ได้บอกว่าต้องสลายหรือไม่ให้สลาย แต่ให้เป็นดุลยพินิจของ ศอ.รส. เพราะตามกฏหมายก็ว่าอย่างนั้น
และในทางเดียวกันว่า มันเป็นความรับผิดชอบของ ศอ.รส. ที่จะตัดสินสลาย หรือไม่สลาย ก็ต้องรับผลของมันตามกฏหมาย
ไม่ใช่โยนให้ศาล ศาลไม่ได้หนุนหลัง และไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ดังนั้นเรื่องนี้ เสื้อแดงพูดถูกมากกว่าเสื้อเหลือง
ที่เหลืองพูดออกมาว่า "ศาลให้สลาย" เพราะศาลไม่ได้ออกคำสั่ง
แต่แดงพูดแค่ว่า ศาลยกคำร้อง ถือว่าถูกต้อง

"ศาลบอกว่าให้รัฐสลายได้เลยโดยไม่ต้องถาม" ผมคิดว่าเป็นคำพูดที่ผิดครับ
ที่ถูกคือ "รัฐจะสลายหรือไม่ก็ตัดสินใจเอง ไม่ต้องถามศาล ศาลไม่เกี่ยว"
ต่างหากครับ

แน่นอนว่านี่อาจเป็นการเล่นลิ้น จริงๆศาลอาจจะอยากให้สลาย แต่ศาลก็ต้องพูดให้พ้นตัวตามกฏหมาย
แต่ถ้ายึดตามคำพูดของศาล ศาลก็ไม่ได้สั่งหรือบอกอยู่ดีครับ
ใช่ๆ วันหยุดทั้งทีอย่าพูดเรื่องเครียยดๆเลย สาดหน่อยขันน้ำ Hot!

#3 By หมัดพเนจร on 2010-04-15 17:03

ดูแล้วฮา ไปอีกแบบ
เสียดสีความจริงดี ฮา
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#2 By calm space on 2010-04-15 16:59

ลองเอา ทฤษฎีของวิชา logic เข้ามาช่วยสิ

ความจริงจะปรากฎ

แต่ใครบ้างจะยอมรับความจริงนั้นได้

บางคนเจอความจริงเข้าไปเต็มๆ ถ้าในใจลึกๆ เค้าไม่อยากได้ยินเลย...


เอาน่ะ สาดน้ำแก้เซ็ง ง่า
ขันน้ำ

#1 By calm space on 2010-04-15 16:49