ทีแรกว่าจะเขียนเรื่อง Propaganda แต่บทความของอ. สมศักดิ์ เจียมฯ มันตรงใจดีจริงๆ ขอยกมาลงเลยก็แล้วกันครับ ว่าทำไมม็อบแดงจึงไม่ชอบธรรม มุมมองการเมืองของผมกับสมศักดิ์ไม่ตรงกันซักเสี้ยวเดียว แต่ผมยอมรับว่าแกเป็นคนที่อ่านสถานการณ์ขาด และ ประเมินกลยุทธได้แม่นมากๆคนหนึ่งในฝ่ายแดง(เสียอย่าง ปากจัดไปหน่อย)

 

ในระดับหนึ่ง การชุมนุมสาธารณะทุกอย่าง เป็นการทำให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องลำบาก เรืองนี้ ผมไม่เคยบอกว่า หลีกเลียงได้ (14 ตุลา เป็นต้น)
แต่ทีเรียกว่า "แบล็กเมล์" นี่ ต่างกัน การชุมนุม เดินขบวน แล้วเลิก ไม่ได้เป็นการแบล็กเมล์ในความหมายที่กำลังพูดถึงนี้ เพราะความเดือดร้อน ของประชาชนทั่วไป เป็นสิ่งที่่ชั่วคราว มีระยะเวลาที่แน่นอน
แต่วิธีคิดทางยุทธวิธีแบบแบล็กเมล์-เอาตัวประกัน คือ สร้างสถานการณ์ที่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่สาธารณะทั่วไป ที่ไมว่าใครเป็นรัฐบาล ก็ไม่สามารถปล่อยให้เป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด (เช่น กรณีพันธมิตร หรือ กรณีราชประสงค์นี้) ในขณะเดียวกัน ก็ไม่สามารถจัดการได้ เพราะการจัดการย่อมกระทบต่อสาธารณะที่ถูกเอาเป็นตัวประกันด้วย (ยกตัวอย่างเช่น ถ้า รัฐบาลสมัคร ใช้กำลังเข้ายึดสุวรรณภูมิคืน นอกจากความเสัียหายแก่สุวรรณภูมิ ยังมีปัญหาคนที่มาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรเอง ที่มีสิทธิโดนลูกหลงได้)

ผมจะไม่ mind เลย ถ้า นปช. ใช้ "อารยะขัดขืน" จริงๆ คือ ยึดราชประสงค์ ก็ยึดไป แต่ขณะเดียวกัน ก็พร้อม จะให้มาจับ โดยไม่ตอบโต้ (โปรดอ่านข้างบนที่ผมเขียนไว้อย่างชัดเจนในเรืองนี้) แต่มีใครคิดว่า จะเกิดภาวะเช่นนั้นขึ้นหรือครับ? ถ้าเกิดการตอบโต้ แน่นอน โอกาสที่จะทำความเสียหายใหญ่แก่บ้านช่อง (ซึ่งไม่ใช่มีเพียง "ห้างคนรวย") ประชาชนทั่วไป และ คนร่วมชุมนุมเอง

ตั้งแต่ว้นแรกๆของการชุมนุม มีการพูดคุยกันในหมู่พวกอดีต แอ๊กติวิสต์ 14 ตุลา (พวกรุ่นผมนั่นแหละ) บริเวณการชุมนุมราชดำเนินนั่นแหละ ผมไม่ได้เข้าร่วมหรอก แต่รู้รายละเอียด ในที่ประชุม แทบทุกคน เสนอความเห็นว่า น่าจะหา "ทางลง" (หรือที่ผมเรียกว่า exit strategy) คุณ ... ทีเข้าร่วมกับแกนนำ นปช. อย่างใกล้ชิด พูดได้อย่างน่าสนใจว่า "ระบบวิธีคิด" ของ พวกแกนนำ ที่เป็นนักการเมืองทั้งหลาย เป็นอีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือน พวกเรา (พวกแอ๊กติวิสต์ 14 ตุลา) สำหรับพวกเรา สมัยก่อน ทุกครั้งที่ชุมนุม สิ่งแรกที่ต้องคิดคือ "จะลงอย่างไร" และจะทำอย่างไร ที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ให้เกิดอันตราย และความเสี่ยงกับผู้ชุมนุม (และชาวบ้านทั่วไป) นี่เป็นวิธีคิดของขบวนการนักศึกษาจริงๆในช่วง 2516-2519 แต่วิธีคิดของแกนนำ นปช. นี่ต่างกัน พวกเขา ไม่ได้คิดในแง่ของ "ทางลง" ฯลฯ อะไรทำนองนั้น ที่จริง ไม่เพียงเท่าน้น วิธีมองเรือ่ง "ชัยชนะ" ก็ต่างกัน สำหรับพวกเขา มองอะไรที่เป็น "ผลรูปธรรม" ไมใช่ในแง่ การเมืองเฉยๆ ฯลฯ ฯลฯ

ถ้าจะให้ผมสรุป สิ่งที่ แกนนำ ทำในขณะนี้ ซึ่ง ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่วิธีคิดคือ

"ถ้ามึงแน่จริง จะปราบ ก็ลองดูสิ แต่มึงขืนปราบ มีงอยู่ไม่ได้แน่" (มึงในทีนี้ หมายถึง รัฐบาล)

นี่ไมใช่วิธีคิดที่ผมโตขึ้นมา

เราคิดในแง่ "กดดัน" ใช่ แต่ไมใช่ กดดัน ในลักษณะ ที่ทำให้ รัฐเอง ต้องหาทางปราบ (นี่คือ tactic แบบ แบล็กเมล์ ทีว่า ถ้าไม่อยากนึกถึง นปช. ตอนนี้ ลองนึกกลับไปที่พันธมิตร ก็ได้ พันธมิตร ยึดโน่นยึดนี่ ทำไม? ก็เพราะรู้่วา สิ่งที่ยึดไปนั้น ไม่สามารถปล่อยให้ยึดไปได้ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด รัฐจะต้องจัดการแน่ แล้วก็คิดแบบเดียวกับ ที่แกนนำ คิดตอนนี้แหละว่า "มึงแน่จริง ก็มาปราบสิ มึงปราบ มึงอยู่ไม่ได้แน่") สำหรับผม และ"พวกเรา" สมัยก่อน ยุทธวิธีที่ใช้ ชุมนุม เดินขบวน ฯลฯ ไม่เคยคิดในแง่นี้เลย 

(แน่นอน มันมีปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปี 2518 เริ่มมีการสรุปว่า ลำพังการชุมนุมในมหาลัย หรือที่สนามหลวง มันไม่สามารถทำให้รัฐบาล ถูกกดดันอะไรได้ ในปีนั้น จึงมีการเสนอเรือ่ง ยุทธวิธี "ยืดเยื้อ" คือ ชุมนุมใน มธ.อย่างยืดเยื้อ จริงๆในทางปฏิบัติ ก็ไม่สามารถกดดัน รัฐบาล ได้จริงๆ เพราะ รัฐบลไม่ได้เดือดร้อน คนทั่วไปก็ไม่ได้เดือดร้อน กับการที่มหาลัย จะถูกปิด มากมายอะไร แต่เราไม่เคยคิดจะ ปิด จะยึดสถานที่สาธารณะ เพราะ ไม่เคยคิดว่า จะทำความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วไปขนาดนั้น และไม่เคยคิดว่า จะสร้างสถานการณ์ให้รัฐบาล ต้องลงมือปราบแน่)


หลายสัปดาห์ที่ผานมา ความจริง ผมคิดถึงเรือ่งที่เล่า (อย่างคร่าวๆที่สุด) นี้เยอะมาก (เมือ่วานก็เพิ่งโทรคุยยาว กับคุณ ... ทีฟ้าเดียวกัน เขาก็เอ่ยถึงประเด็นเรือ่งวิธีคิดที่ "คนละแบบ" ระหว่าง แกนนำ นปช. กับคนที่โตมาในขบวนการนักศึกษา หรือมีรากจากขบวนการนักศึกษาสมัยก่อน)

บางทีผม ก็นึกๆเหมือนกันว่า ผมคง "แก่" ไป ไม่ "ลุย" พอ สำหรับยุคสมัยเสียแล้วเหมือนกัน

แต่ถ้ามองจากจุดของผม ที่เพิ่งเล่าอย่างคร่าวๆนี้ ผมก็มองว่า วิธีคิด วิธีนำของ นปช. ที่เป็นนักการเมือง เป็นวิธีคิดที่ไม่ได้คำนึงหลักการ ถึงผลกระทบ ในแง่ของ ประชาชนทั่วไป ถึงในแง่ความปลอดภัย ของคนชุมนุมเอง ฯลฯ ซ่งเป็นวิธีคิดที่ผมไม่ชอบ


........


สุดท้าย เอารูปธรรมง่ายๆนะ ทุกคน ดูเหมือนจะเห็นด้วยว่า คนอย่าง กี้ อย่าง แรมโบ้ เจ๋ง ห่วยแตก เคยทำพัง หรือ เกือบทำพัง มาไม่รู้กี่ครั้ง รวมทั้ง ทีหน้าทำเนียบวันก่อน และ รัฐสภาเมือ่วาน

แต่นี่คือความแตกต่าง รูปธรรมอันหนึี่ง ที่เห็นได้ชัด ถึงวิธีคิด และวิธีทำงานที่ผมพยายามพูดข้างต้นนี่แหละ

กี้ แรมโบ้ เจ๋ง นี่ ห่วยจริง แต่ทำไม จึงยังมีบทบาทมากขนาดนี้ได้? ถ้าไมใช่ เป็นการสะท้อนอย่างหนึี่งของวิธีคิด และ character ของแกนนำ นปช. เอง ที่ไม่คิดว่า เรือ่งที่พูดถึงข้างต้น นี้สำคัญมากพอ(วันนี้ ผมอ่านสัมภาษณ์หมอเหวง ที่วา กี้ ไมใช่เป็นตัวแทน นปช. แล้ว ไม่รู้จะเซ็ง หรือจะขำดี คือ ถ้าอะไรที่ไม่ดี ดูเหมือนตอนนี้ มีคำตอบมาตรฐานว่า "แดงเทียม" บ้าง "ไม่ใช นปช." บ้าง
พูดอีกอย่าคือ โคตรจะ "มีความรับผิดชอบ" พอๆกับพวก "อำมาตย์" เลยว่ะ

(สมมุติวันก่อน ที่ ทำเนียบ ถ้าบังเอิญ มีใครสักคน เลือดร้อน บุกเข้าไปตีกับทหารจริงๆ หรือ ถ้ามีระเบิดลงจริงๆ ก็คงไม่สามารถบอกเป็น ความผิด นปช. ได้เช่นกัน นะครับ ที่ปล่อยให้คนอย่างกี้ อย่าง แรมโบ้ เจ๋ง ยังมีบทบาทได้?)

 

อันที่จริง ต่อให้ คิดว่า รัฐบาลอาจจะ เกิด "ใจดี" เลือก option นี้ ก็ยังต้องยอมรับว่า option ที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่า คือการปราบ และนี่ จริงๆ ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจของ แกนนำนั่นแหละ ที่ ผมสรุปออกมว่า "มึงแน่จริง อยากจะปราบ ก็มาปราบสิ รับรองมึงอยู่ไม่ได้" นั่นแหละ)

 โทษที ขออีกนิดเถอะ


ผมเห็นกระทู้นี้ของ "เหยี่ยว" ตั้งหัวข้อแบบนี้

ปราบสิ ฆ่าสิ แล้วพวกเขาจะสู้ พรก.ฉุกเฉินร้ายแรง นับถอยหลังรัฐบาลอภิสิทธิ์ 

บอกตรงๆว่า ผมทั้งโกรธ และ เศร้า กับการพาดหัวกระทู้แบบนี้

แต่นี่แหละ คือ วิธีคิดแบบเดียว กับ ที่ผมสรุป วิธีคิดของ นปช. ข้างต้น ("มึงแน่จริงจะปราบ ก็ปราบสิ มึงอยู่ไม่ได้แน่")

ที่จริง ผมไม่ได้สรุปขึ้นมาเอง หรือ ที่ "เหยี่ยว" เขียนกระทู้แบบนี้ ก็ไม่ใช่แปลกพิเศษ เพราะถ้าฟัง เวที นปช. ก็พูดทำนองนี้อยู่ตลอดเวลานั่นแหละ ("มาร์ก มึงแน่จริง ก็ลองดูสิ มึงอยู่ไม่ได้แน่" บลา บลา บลา ผมฟังไม่รู้กี่ร้อยเที่ยวแล้ว)


สิ่งที่ผมรู้สึกแย่ที่สุด ต่อการ ประกาศแบบนี้ ไม่ว่า จะมาจากเวที หรือจากกระทู้ คือ

คนที่ประกาศแบบนี้ เวลามีการ "ปราบ" จริงๆ มีการปะทะจริงๆ ไม่เคยเป็นคนที่ต้อง พิการ หรือล้มตายเลย

บรรดาแกนนำนั่นแหละ เคยเห็น บาดเจ็บ พิการ หรือ จากการปะทะ หลายครั้งที่ผ่านมา จากหน้าบ้านเปรม จนถึงสงกรานต์ ปีกลาย?



แน่นอน ผมเองก็เป็นอดีต "แกนนำ" คนหนึี่งของขบวนการสมัยก่อน ที่ตัวเอง "รอด" การพิการ การตาย จากการปราบ การปะทะ ในอดีต
จะว่า ผมเลย "ปอดแหก" ก็ได้ แต่ผมไม่ได้ "ปอดแหก" สำหรับผมเอง (เพราะผมแทบไม่ได้ไปร่วมชุมนุมแล้ว) และไม่ได้ "ปอดแหก" สำหรับ บรรดา "แกนนำ" ท่ีปากกล้า ประกาศแบบนี้เลย

แต่ สำหรับ คนที่ ในอนาคต จะพิการ หรือ ตาย จากการปะทะ ซึ่ง ทกกรณี ก็เป็นคนระดับ ล่างๆ ไมใช่คนดังๆทั้งนั้น


ผมจึงขอไม่คิดในแง่ "มึงแน่จริง อยากปราบ ก็ปราบสิ มึงอยู่ไม่ได้แน่" หรือ "ปราบสิ พวกเขาจะสู้" อะไรทำนองนั้น หรอกครับ แต่คิดว่า ทำอย่างไร จึงไม่สร้างเงื่อนไข ให้นำไปสู่การปราบ 

Comment

Comment:

Tweet

ถึงเจ้าของบทความและผู้คิดแบบเดียวกัน ที่จะได้มาอ่านหรือไม่ ก็ไม่อาจทราบได้

ไม่นึกเลยว่าคำแบบนี้จะออกจากปาก(กา)ของคนแบบคุณ ถ้าเช่นนั้นผมก็ขอโทษที่ทึกทักว่าคุณและพวกคุณชอบใช้คนเป็นโล่ห์ใช้ความจนเป็นข้ออ้าง

แต่ถึงทึ่สุดผมก็ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดบางจุดของคุณอยู่ดี ดังนั้นจึงขอแสดงความนับถือในบทความนี้ และผมสัญญาว่าจะไม่ดูถูกพวกคุณอีกเป็นครับที่2

#19 By first001 (183.89.124.16) on 2010-04-16 17:33

ข้าง ๆ คู ๆ สำหรับคนที่เห็นต่าง
หลักฐานเยอะแยะ
อยากชอบธรรม ก็หามาแย้ง
คนทำหวังอะไร ทำใจเป็นกลางก็เข้าใจได้
บางทีเรายังเอาความอยากมาบิดเบือนในใจ
ชุมนุมเพราะอยากได้ยินสิ่งที่อยากฟัง
โดยลืมคิดไปว่า อีกด้านหนึ่งของเหรียญ มันตรงข้าม

พูดไปให้สบายใจตัวเอง

#18 By ิbb (124.121.193.239) on 2010-04-13 16:54

Kill one safe a thousand.
What now? Safe one kill a million?

#17 By (66.25.38.4) on 2010-04-13 05:39

แล้วพวกมึงต้องการอะไรว่ะ
ออกมาประท้วงแบบไม่ต้องทำความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านก็ได้ มึงคิดว่าออกมาประท้วงให้ใครว่ะ คนแสนกว่าคนมาออกมาประท้วงเืพื่อต้องการ fucking democracy. แต่คนเป็นล้านต้องมาเดือดร้อนแล้วนี้คือสิ่งที่มึงต้องการเหรอ? แล้วจะรบกันไปทำไม ถ้าคิดว่าตัวเองมีิอำนาจพลังขนาดนั้น ทำไม่ไม่ไปประท้วงหน้าบ้าน สส. ที่มันโกงบ้านโกงเมืิองจนรวยล่ะว่ะ ออกมาขวางทานคนดีๆจะออกไปทำงานทำไม?

#16 By (66.25.38.4) on 2010-04-13 05:35

ผมว่า เป็นกลยุทธ์ที่อาจไม่ถูกใจ คน14 ตุลา แต่ว่าเหมาะกันสถานการณ์ วันนี้พอควร เพราะจะไปยั่วยักษ์ถือกระบองสมัย
แบบ 14 ตุลา มันคนละเหตุการณ์ คนละเวลา คนละกลุ่ม เพราะยักษ์ สมัย เมษานี้ มันเป็นยักษ์หุ่นเชิด นั้นมันยักษ์จริงๆ ใกล้เคียง 14 คุลา ก็ สุจินดา เพราะไม่ได้เลือกตั้ง

จาตุรนต์ เอาประสบการณ์ มาเตือน มาร์คก่อน พระอาทิตย์ตกดินวันที่ 10/4/53 เหตุการณ์ตรงนั้น ถูกต้อง ถ้า ทหารไม่เอาอาวุธไป ที่คอกวัว กับ ฮ ไปโปรย แก๊สน้ำตา ปนกับอาวุธสงคราม ก็ไม่ตาย เพราะ การกระทำ ส่อเจตนา ผลคือ ตายจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สแตนต์อิน เพราะดันไปใช้กระสูนจริง ปีก่อน สถานการณ์มันเข้าข้าง มาร์ค คนกลับ ตจว หมด ซอยรางน้ำ ทหารไปซ่อมรูกระสุนที่ทุ่งสังหาร หมดแล้ววันที่ 14/4/52


สรุป มาร์คจะ รอดไปอีก ถ้าไม่สั่งว่า ต้องจบวันนี้ เพราะ อดทนต่ำ ที่โดน คนเชิดดูถูกว่า ไม่เด็ดขาดเหมือนเมษาปีก่อน

#15 By cc (110.164.247.34) on 2010-04-13 04:10

Hot! เป็นบทความที่อยากให้คนไทยอ่านครับ

#14 By เอกน้อย on 2010-04-13 00:52

เห็นด้วยว่า ตัวอย่างที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ใส่เกียร์ว่างหมด

#13 By chubby on 2010-04-10 13:14

#9 ผมว่ากลุ่มสันติจ๋านี่แหละที่ทำให้เรื่องมันยุ่ง ม็อบที่ยึดสถานที่ราชการนี่ควรโดนปราบเด็ดขาดในทุกกรณี(สนามบินก็เหมือนกัน)

ตอนนี้เลยออกมามาตรฐานเดียวกันเด๊ะ คือ เกียร์ว่าง ไม่กล้าปราบ

#12 By house on 2010-04-09 10:24

#8 สมัยสมชาย วงสวัสดิ์ ก็ประกาศ พรก ฉุกเฉินครับ
ถ้าไม่ประกาศสิ สองมาตรฐาน

เรื่องเจรจาแล้วเล่นคนละบท มองเป็นกลยุทธได้ครับ หนังสือเกี่ยวกัีบการเจรจามีหลายเล่มเขียนทำนองนี้ คือคนนึงกร้าว คนนึงอ่อน การที่ผมมองว่าแกนนำไม่จริงใจ เพราะการเดินเกมไปราชประสงค์มากกว่า
เล่นนอกเกมแบบนี้ คุยกันไม่ได้ครับ เพราะถ้า ปชป ยอม ก็เท่ากับแพ้เลย เสียมวลชนของตัวเอง แกนนำก็เป็นนักการเมือง รู้อยู่แล้วเหมือนกัน เดินหมากแบบนี้เจตนาชัดเจน

สำหรับเรื่องสื่อ ยาวมาก แต่พูดตรงๆ มันมีสื่อรัฐ(ช่วยใครก็ได้ที่ตอนนั้นเป็นรัฐบาล) สื่อเอียงเลือกบางพรรค(เนชั่น ไทยรัฐ) สื่อหัวทิ่มตกขอบ(ASTV, PTV) สื่อกลางจริงๆไม่มี

กลุ่มหัวทิ่มตกขอบนี่อ่านไม่ได้ครับ เพราะถ้าข้อมูลเราไม่พอ เราจะโดนปั่นหัว

อย่างคลิปเสียง หรือ ปฏิญญาฟินแลนด์ นี่ถือเป็น Factoid ไม่ควรนำมาเสนอชี้นำซ้ำๆ มีงา่นวิจัย หรือ เหตุึการณ์ในประวัติศาสตร์เยอะครับ ว่าจริงๆแล้วคนเราแยกข้อเท็จจริงไม่ได้เก่งอย่างที่เราคิดหรอก และอ่อนไหวต่อการโดนปั่้นข้อเท็จจริงมาก

ถ้าห่างการเมืองหน่อย ลองอ่านเรื่อง "อำ" ของวินทร์ เลียววาริณ ครับ จะรู้ว่าการแยกความเท็จ ออกจากเรื่องจริงบ้างเท็จบ้างที่เนียนพอนี่มันโคตรยากเลย(ถ้าเท็จหมดง่าย เท็จครึ่งจริงครึ่ง เราจะแยกไม่ออก)

#11 By house on 2010-04-09 10:20

คนแสดงที่เล่นมุขนี่ไม่เท่าไหร่

แต่คนดู ที่ดันชอบรับมุขควายแบบนี้ด้วยนี่ ไม่เข้าใจจริงๆ
(ไม่ใช่รับแบบเล่นๆ แต่รับเป็นจริงเป็นจัง เหอๆ)

#10 By Detonator on 2010-04-09 08:20

หลังๆนี่ ขบวนการประชาชนต่างๆ (ไม่เจาะจงกลุ่มนี้) มีกลยุทธ์ หรือมุขควาย โผล่มาให้เห็นชักจะบ่อยขึ้นน่ะครับ

- จากเนื้อหาใน entry นี้ ก็แบบนึง (ยั่วให้เขาปราบ)
- อื่นๆก็อย่าง ใช้โล่มนุษย์ (โดยเฉพาะ ให้ ญ กับ เด็ก มาเป็นโล่นี่ แจ่มมาก, แล้วคนนอกที่ดูเหตุการณ์ ก็ดันรับมุขควายได้อย่างไม่รู้สึกตะขิดตะขวงด้วยสิ คือ จะสรุปว่าฝ่ายที่ใช้โล่มนุษย์ ถ้าโดนปราบ ก็จะกลายเป็นฝ่ายถูกเสมอ อีกหน่อยน่าจะรับสมัคร ตำรวจ-ทหาร ญ มาทำงานเยอะๆ ใครมีลูกด้วยยิ่งดี เอามาโล่มนุษย์แข่งกัน)
- ตรรกะแดงแท้ แดงเทียม (ทำอะไรดี บอกว่าแดงแท้หมด ทำอะไรแย่ จะกลายเป็นแดงเทียมหมด)
- ลูบหลังแล้วตบหัว (ทำหน้าซื่อ กริยามารยาทเรียบร้อย เป็นมิตร เข้ามาหา พอประชิดตัวได้แล้ว ก็ตบหัวซะก่อนเผ่น.... สัตว์เดรัจฉานยังทำแบบนี้ไม่ได้เลย เพราะมันฉลาดไม่พอจะตอแหลได้เหมือนคน)

ฯลฯ

#9 By Detonator on 2010-04-09 08:18

ที่ผมไม่ชอบม็อบเหลืองมากสุด
คือการอาศัยความเป็นสื่อมวลชน สร้างภาพตัวเองเป็นกลาง เป็นสื่อมืออาชีพ ตีกับรัฐบาล
มันทำให้มวลชนที่โดนหลอกเยอะเกินไป จบเรื่องมีแต่คนแอ๊บขาว
สื่อมวลชนที่ยืนข้างประชาชนไม่ควรทำตัวแบบนี้

ม็อบแดงต่างกันตรงที่ ประกาศชัดว่าเลือกข้าง เป็นม็อบการเมือง สื่อสีแดงก็เกิดมาเพื่อรับใช้ม็อบแดง
รู้ตัวว่าโดนหลอกก็ยังดีกว่า เพราะเราเอียงข้างแต่แรก และเราจะระแวงแต่แรก เพราะแกนนำเป็นนักการเมือง ไม่ได้แอ๊บเป็นสื่อมวลชน

ส่วนมาตรฐานการประท้วง ผมเห็นว่า ช่วงนี้กำลังอยู่ระหว่างพัฒนานะ
ประเทศอื่นประท้วงจนเป็นสงครามกลางเมืองก็มีมาแล้ว เราพึ่งจะเริ่มหัด อาจผิดพลาดไปบ้าง ก็แนะนำกันไปว่าทำแบบไหนดีกว่า

ยังมีเหตุผลนึงที่ผมคิดว่า แกนนำจงใจทำแบบนี้ เพื่อบีบให้รัีฐบาลจัดการเสื้อเหลือง ไม่งั้นจะตีภาพสองมาตรฐาน
ซึ่งสำหรับผมคิดว่า การบีบให้รัฐบาลประกาศ พรก. ฉุกเฉินน่าจะนับว่าสำเร็จแล้ว
แต่แกนนำอาจไม่คิดแบบผมน่ะนะ
อ่านเข้าใจน่ะครับ แต่มันงงๆ ว่าตรงไหนใครพูด

ส่วนตัวผมก็เห็นด้วย ว่าแกนนำควรจะเจรจา 3 เดือน 6 เดือน แทนได้แล้ว
ขีดเส้น 15 วันน่าจะสัมฤทธิ์ผลมากแล้วที่มีหลายฝ่ายช่วยเจรจาให้เป็น 6 เดือน

ผมก็งงเหมือนกันว่า แกนนำ 3 คน ยอมไม่เท่ากัน
คือวันที่สองที่ไปคุยกันสามต่อสาม ผมจำได้ว่าจบประชุมแล้ว คนนึงยังยืนกรานเอา 15 วัน(จตุพรมั้ง?) คนนึงต่อรอง 6 เดือนก็ได้(รู้สึกหมอเหวง) อีกคนยอมตามรัฐบาล แต่บอกว่าขอไปคุยกับม็อบก่อน(น่าจะเฮียวีระ)

ผมก็ยังงงอยู่ว่าแล้วทั้งม็อบเอาไงแน่วะ

จริงๆผมก็อยากให้ม็อบเลิกชุมนุมได้แล้ว แต่อารมณ์ตอนนี้จุดติดแล้ว อยู่ๆหักลำกลับบ้านท่าจะยาก
แถมตอนนี้ประชาไทโดนปิด(บวก 34 เว็บ)
คนคงยิ่งอยากออกไปชุมนุมให้รู้ดำรู้แดงซะมากกว่า
ขอเพิ่มอีกนิด คุณไทน่าบอกว่าแกนนำทำดีที่สุดเท่าที่เขาทำได้แล้ว ตรงนี้ผมไม่เถียง แต่ถ้าอ่านข้างบน จะเห็นได้ชัดว่า สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคืิอ เจตนาของแกนนำ

ผมเขียนไปแล้วว่า แดงชุดนี้ประกอบด้วย คนอย่างน้อยห้าฝ่าย แม้วัตถุประสงค์จะตรงกัน แต่การกระทำที่แตกต่างกัน ย่อมทำให้เป้าหมายที่บรรลุ ไม่เท่าเทียมกันสำหรับคนแต่ละกลุ่ม

สำหรับเสรีชน ผมบอกได้เลยว่า การทำแบบแดงในปัจจุบัน นอกจากไม่ได้ประชาธิปไตยแล้วยังเสี่ยงต่อสงครามกลางเมืองเป็นอย่างยิ่ง

สมศักดิ์ วิเคราะห์ประเด็นนี้ไว้ตั้งแต่วันแรกๆใน คนเหมือนกัน ไว้หลายประเด็น
1. ข้อเรียกร้องไม่สมเหตุสมผล ต่อให้ยุบสภาแล้วได้อะไร? และถ้าไม่ยุบสภา โดยแดงไม่ออกมา จะมีอะไรแตกต่าง?
2. ใครเป็นผู้มีอำนาจเต็มในการเรียกร้องและเจรจา?
เจรจาเป็น Give & Take ครับ ถ้าใครยืนกรานขีดเส้นเดียว คนนั้นไม่มีทางบรรลุวัตถุประสงค์ สังเกตได้ว่ายิ่งออกทีวี แกนนำยิ่งเสียเครดิต เพราะในขณะที่อีกฝ่าย"ถอย"(จากไม่ยุบ เป็นยื่นข้อเสนอ 9 เดือน) แกนนำยืนกระต่ายขาเดียวที่ 15 วัน แบบไม่มีเหตุผลซัพพอร์ต ผมเชื่อว่า ถ้าแกนนำตั้งใจเจรจาจริง 3 เดือนหรือ 6 เดือนนี่น่าจะยุบจริงครับ
3. ถ้าไมไ่ด้ตามข้อเสนอ แดงจะถอยอย่างไร?
ถึงวันนี้ก็เห็นแล้วว่าแดงไม่ถอย แดงพร้อมแตกหัก ผมถึงถามว่า การนำคนไปแตกหักนั้น ถูกต้องเหมาะควรแล้วหรือ? และนี่คือเจตนาจริงๆของแกนนำรึเปล่า?

แน่นอน ชุมนุมแบบถูกใจผม ไม่ค่อยถูกใจคนที่เชียร์แน่นอน แต่อย่างน้อย เรื่องมันจบ ไม่บานปลาย
ผมค้านเหลือง เพราะเหลืองเป็นต้นตอของการปลุกระดมมวลชน สร้างมาตรฐานการประท้วงห่วยแตกขึ้นมา จนมันลากมาถึงวันนี้
และวันนี้ ผมก็ค้านแดง เพราะถ้าแบบนี้ทำได้ ผมถามว่ารัฐบาลหน้าของเพื่อไทย สีเหลืองมีสิทธิทำแบบนี้รึเปล่าครับ? ถ้าไม่มีสิทธิ วันนี้ก็ต้องด่า ยอมให้เรื่องแบบนี้กลายเป็นมาตรฐานไม่ได้

ถ้าเรายอมม็อบหนึ่ง แต่หลับตาข้างนึง ให้ม็อบอีกข้างหนึ่ง

ตัวเราเองนั่นแหละ "สองมาตรฐาน"

#6 By house on 2010-04-09 01:10

ที่มันกระโดดๆ เพราะเดิมทีมันอยู่ในเว็ปบอร์ด ผมตัดมาต่อกันดื้อๆเลย แต่ก็คงพอจัีบใจความได้

#5 By house on 2010-04-09 00:51

#2 ทั้งหมดเป็นคำพูดของ รศ ดร สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลครับ
แดงตัวพ่อเลยทีเดียว

ปกติรายนี้เขียนอยู่ในเว็ปที่ตอนนี้โดยบล็อกไปหมดแล้วครับ

#4 By house on 2010-04-09 00:49

ดักคอ

เดี๋ยวจะมีคนบอกว่า เป็นแดงเทียมมาพูด

#3 By tamanxzg on 2010-04-09 00:41

เอ่อ... ขอโทษนะครับ
คือ ตรงช่วงไหนเป็นคำพูดของใครอะครับ อ่านแล้วค่อนข้างสับสน
มันน่าเศร้าจริงๆ

#1 By Eddy on 2010-04-08 23:21