อนุรักษ์: ให้วอดวาย

posted on 08 Jun 2009 22:29 by house in Economic
งวดที่แล้ว ล่าเพื่ออนุรักษ์ไปแล้ว คราวนี้มามองในมุมกลับกันบ้าง 

ตัวอย่างคลาสสิค คืองานอนุรักษ์นกพันธ์หนึ่งชื่อ Red Cockaded Woodpecker ซึ่งเป็นนกใกล้สูญพันธ์ และถิ่นฐานกำลังถูกบุกรุกโดยมนุษย์อย่างต่อเนื่อง
 

นักอนุรักษ์ทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด จนในที่สุด ก็ออกกฏหมายมาฉบับหนึ่ง ปกป้องที่อยู่อาศัยของนกกลุ่มนี้ โดยหากพบนกนี้ในบริเวณที่ดินใดๆ รัฐบาลและคณะอนุรักษ์ ก็จะมีอำนาจในการเข้าไปกำหนดเป็นเขตคุ้มครอง หรือ ห้ามการพัฒนาที่อาจรบกวน นกหายากพันธ์นี้ทันที

กฏหมายฉบับนี้ เป็นกฏหมายที่อาจเรียกว่าเป็นชัยชนะของนักอนุรักษ์ในแวบแรก อา ในที่สุดนกน้อยผู้น่าสงสารก็หลุดพ้นจากฝีมือนายทุนจอมโหด

ไม่ครับ สถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

ลองนึกภาพชาวนา ชาวไร่ ที่มีที่ดินติดชายป่า และได้ยินเสียงนกหลายพันธ์ร้องเป็นครั้งคราว เมื่อได้ยินกฏหมายนี้ ชาวนา ชาวไร่กลุ่มนี้จะทำอย่างไรครับ?

ถ้าถูกยึดที่ไป เขาก็ลำบาก สิ่งที่เขาทำก็คือ เคลียร์ที่ให้สะอาด ตัดต้นไม้ใหญ่ออกให้หมด วางข่ายกันนก ซึ่งสิ่งที่ทำไปทั้งหมด กลับทำให้สถานการณ์ของนกเหล่านี้เลวร้ายลงไปอีก

และถ้าชาวนาทำ ไม่ต้องห่วง นายทุนก็ต้องทำเหมือนกัน 

เจ้าของที่ดินแต่ละราย พยายามอย่างหนักที่จะให้มั่นใจว่าที่ดินของเขาจะไม่ถูกรัฐบาลริบไป ต้นไม้จำนวนมากโดนตัดโค่น ที่อยู่อาศัยของนก ลดลงเร็วกว่าก่อนจะมีกฏหมายเสียอีก

กฏหมายที่ตราขึ้นด้วยเจตนาดีของนักอนุรักษ์คือคำสั่งไล่ที่นก ดีๆนี่เอง เจตนาดีไม่เพียงพอที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกสมเจตนารมณ์ ในขณะที่กฏหมายที่ฟังแล้วขัดใจกลับได้ผลมากกว่า

กฏหมายห้ามล่าแรด แต่แรดล้มตายจนใกล้สูญพันธ์ กับกฏหมายให้ล่าแรด แล้วแรดมีชีวิตรอดเพิ่มขึ้น
ถ้าคุณเป็นคนออกกฏหมาย คุณจะเลือกข้อไหน?

การเลือกข้อแรก ทำเพื่อแรด หรือ ทำเพียงเพื่อตอบสนอง Need ในใจ ว่าเราเป็นคนดี?

ปล. สำหรับกรณีข้างบน นักเศรษฐศาสตร์เสนอให้ระดมทุนผ่านภาษี แล้วซื้อที่ดินคืนครับ(คือเวนคืนนั่นแหละ) ดีกว่าการออกกฏลักลั่น ฟังดูดีแต่สร้างแรงจูงใจให้ถางป่าให้เหี้ยน

อ้างจาก
http://www.env-econ.net/2006/09/more_woodpecker.html
http://www.nytimes.com/2006/09/24/us/24woodpecker.html?_r=1
http://www.reason.com/blog/show/115729.html

edit @ 8 Jun 2009 22:34:50 by house

Comment

Comment:

Tweet

พัทยามีป่าโกงกาง มีแต่คนจะทำลายให้หมดไป ทำอย่างไรให้คนหันมารู้จักอยู่ร่วมกับโกงกางได้ อีกหน่อยเด็กจะไม่รูจักพื้นเพตัวเองแล้ว

#8 By ปูก้ามดาบ (125.27.19.138) on 2009-06-20 10:08

อย่างนี้ก็คิดหนักนะ

#7 By ~memay~ on 2009-06-09 13:37

คิดหนักแฮะ...

#6 By Shuu Exteen on 2009-06-09 02:00

ต่างคนก็คิดต่างกันไป

ถ้าหากว่ามีจุดประสงค์ต่างกัน ทั้งชาวบ้าน นายทุน นักอนุกรักษ์

ทำไปให้ตายสัตว์ก็ไม่รอด

#5 By Clepsydra:: on 2009-06-08 23:19

ฆ่าให้รอด กลับปล่อยให้ตาย...

ผมเลือกข้อแรกครับ
Hot!
ดูโศกดีนะครับ
ประสงค์ดี แต่ผลออกมาร้าย
แอบเสียใจแทน เอนทรี่ที่แล้วไม่ค่อยมีคนมาให้ความเห็นสนับสนุน อยากจะบอกว่าชอบใจมากค่ะ ถ้าเราคิดว่าไม่ควรฆ่าสัตว์ ไม่ควรทำให้การฆ่าเป็นเรื่องถูกต้อง น่าจะเป็นเพราะว่าเราไม่ได้อยู่อย่างบ้านเป็นโรงฆ่าสัตว์ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน ถ้าเราไม่ทำคนอื่นก็ต้องทำ ถ้าไม่กินเนื้อแล้วจะหันไปกินผักอย่างเดียวทได้หรือเปล่าล่ะนี่

ถ้ามีใครจะยอมถูกว่าว่าเป็นมนุษย์เห็นแก่เงิน แต่สามารถรักษา"เผ่าพันธุ์" หนึ่งไว้ได้ มันก็น่าดีใจหรือเปล่าคะ

คนในนี้พูดได้ค่ะ อย่าฆ่าสัตว์ ห้ามๆๆๆ อย่า แต่ถ้าไม่ได้มองถึงว่าคนมันไม่มีเงินจริงๆ ถ้าไม่มีเงินแล้วลูกชายพุงโลก้นปอดแขนขาลีบ ทนได้หรือเปล่า บางทีเราก็อยู่กันสบายเกินไปค่ะ ลืมไปว่าจริงๆแล้วเงินเนี่ย มันไม่ใช่เงินอย่างเดียว มันหมายถึงชีวิตด้วย

ตายละพล่ามมาก วันนี้ในคลาสถกกันเรื่องtaboo เรื่องกินหมา กินแมลง มีคนรับไม่ได้ พูดน่ะมันพูดได้ว่ารับไม่ได้ แต่ไม่ได้มองถึงว่าคนที่กินน่ะเค้าอยู่ในสภาวะไหนกัน เค้าเกิดมามีชีวิตมีประเพณียังไง

เลิกดีกว่า มาพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับบลอกนี้เท่าไหร่ ขอโทษนะคะ บางทีก็คิดว่าพวกเราจะทำตัวเป็นผู้รากมากดีเป็นidealisticบิดาสิ้นมากไปไหน เง้อ

#2 By songsage on 2009-06-08 22:43

กฏหมายห้ามล่าแรด แต่แรดล้มตายจนใกล้สูญพันธ์ กับกฏหมายให้ล่าแรด แล้วแรดมีชีวิตรอดเพิ่มขึ้น
ถ้าคุณเป็นคนออกกฏหมาย คุณจะเลือกข้อไหน?

เลือกยากมากคะsad smile

#1 By freeda on 2009-06-08 22:39