สองมาตรฐาน(2)
posted on 27 Apr 2009 00:39 by house in Social-Politicคำถามหนึ่งที่ markpeak ทิ้งไว้ คือเหตุใดคนกรุงเทพมีปฏิกริยาต่อเรื่องการทุจริตสูงกว่าคนต่างจังหวัดมาก ในกรณีของทักษิณ
ผมคิดคำตอบได้หลายอย่าง อย่างแรกมาจากคำประชดที่มีคนชอบพูดนั่นเองว่าคนกรุงเทพเป็นเจ้าของประเทศไทย ซึ่งจะว่าไป แม้หลายคนจะไม่ชอบใจก็คือจริง ถ้ามองในแง่เม็ดเงินภาษี เมื่อไทยมีผู้จ่ายภาษีทั้งสิ้นราว หกล้านคน และ มีเพียง 9 แสนคนเท่านั้นที่มีรายได้เกินเดือนละ 15000 บาท คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในเมือง
** ผมไม่ได้วิจารณ์เรื่องปัญหาชนชั้น/ การจัดสรรทรัพยากรในบทความนี้ เพียงต้องการชี้ให้เห็นประเด็นที่มีผลในการกำหนดการตัดสินใจเท่านั้น**
เมื่อธรรมชาติเป็นเช่นนี้ คนเมือง ย่อมมีความรู้สึกว่าเงินภาษีนั้นเป็นของตน สูงกว่าคนในรอบนอก การที่ทักษิณทุจริต(ไม่ว่าจะเป็นจริงรึไม่) อาจอุปมาได้ดังนี้
คนในหมู่บ้านหนึ่งนำเงินใส่ซอง ให้ ผู้ใหญ่บ้านนำไปแจกจ่ายแก่คนยากจนในหมู่บ้านอื่นๆ ทำเช่นนี้เป็นอาจิณ จนวันหนึ่งชาวหมู่บ้านสงสัยว่าผู้ใหญ่บ้านนั้น ยักยอกหยิบเงินบางส่วนใส่กระเป๋าไปบ้างหรือไม่ ครั้นจะคาดคั้นถาม ผู้ใหญ่บ้านก็คอยหลบเลี่ยง จนสุดท้าย ชาวหมู่บ้านจึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ไม่มีนโยบายนำเงินไปแจกอีกต่อไป
สำหรับคนยากจนที่ได้รับผลประโยชน์ ย่อมมองว่า คนในหมู่บ้านนั้นเห็นแก่ตัว ขับไล่คนที่ช่วยเหลือพวกเขาออกไปเสีย แต่สำหรับผู้เป็นเจ้าของเงินแล้ว นี่คือการโกง และยักยอกซึ่งยอมกันไม่ได้
รัฐบาลหลังจาก พฤษภาทมิฬ นอกจากรัฐบาล จิ๋วหวานเจี๊ยบแล้ว ประเด็นทุจริต กลายเป็นประเด็นมาตรฐานในการล้มรัฐบาล ผมจึงเชื่อมั่นว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของการหมั่นไส้แต่อย่างใด
การมองในประเด็นนี้จะเห็นภาพชัดขึ้นว่า ปฏิกริยาของคนเมืองแรงขึ้นทันทีจากข่าว "ไม่เสียภาษี" ทั้งๆที่ประเด็นจงรักภักดี ลากกันมาเป็นปี หรือ ประเด็นทุจริตยังสร้างอิมแพกต์ไม่แรงเท่า เพราะนี่เป็นการเอาเปรียบโดยตรง จากประเด็นนอกจากยักยอกแล้ว ยังไม่ช่วยจ่ายอีกต่างหาก
คำตอบถัดมาที่น่าสนใจคือ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากรัฐบาล
สำหรับชาวรากหญ้า ผลประโยชน์ที่เขาสนใจคือผลประโยชน์เฉพาะหน้า(การประกันราคาพืชผล/การพักชำระหนี้/กองทุนหมู่บ้าน/การรักษาพยาบาล) ในขณะที่คนเมืองไม่ได้สนใจผลประโยชน์เหล่านี้เลย เนื่องจากมีรายได้มั่นคง เข้าถึงทุนและบริการได้ง่ายอยู่แล้ว ผลประโยชน์ของคนเมืองวางอยู่บนนโยบายระยะยาวและความโปร่งใส
งานของคนเมืองโดยมาก อิงกับการนำเข้า/ส่งออก และการลงทุนต่างประเทศ นโยบายระยะยาว และความโปร่งใสของการเมือง เป็นปัจจัยที่น่าจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุด คนเมืองบริโภคน้ำ ไฟ มากเป็นอันดับต้นๆ การพยายามแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ย่อมเป็นปัจจัยที่คนเมืองไม่พอใจ(ยิ่งไม่พอใจหนักขึ้น จากปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนที่จะตามมาแน่ๆ) ความล้มเหลวในการจัดการปัญหาในภาคใต้ ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวมีปัญหา นี่ก็ไม่พอใจ การพูดตามใจปาก/แบ่งแยก/หลบเลี่ยงการตรวจสอบ ทำให้โครงสร้างระบอบผิดเพี้ยน ย่อมเป็นเรื่องที่คนเมืองเป็นห่วงเป็นพิเศษ
ปัญหาเหล่านี้ระเบิด เมื่อ ปชป บอยคอต และการเมืองไทยเข้าสู่จุดล็อก
เอ้อ ลงท้ายก็ยังไม่ได้เขียนเรื่องปัญหาระบอบอุปถัมป์เลย -*-

อ่านแล้วเข้าใจการเมืองในแง่ของความเป็นไปได้ดีกว่าอ่านข่าว มือที่มองไม่เห็น หรือ มือที่อยู่เมืองนอกอีก

#1 By กรรมกรไซเบอร์ on 2009-04-27 01:33