สองมาตรฐาน

posted on 22 Apr 2009 21:44 by house in Social-Politic
คำยอดฮิตในสมัยนี้เลย ใครๆก็บอกว่าคนโน้นสองมาตรฐาน แล้วก็โดนสวนมาว่าคุณก็เหมือนกันล่ะน่า

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่า การประนามกันไปกันมา มันไม่ค่อยได้ประโยชน์ การเข้าใจที่มาของมันอาจจะทำให้เราแก้ไข หรือ ป้องกันการเกิดปัญหานี้ในอนาคตได้มากกว่า 

ในขณะที่ markpeak เสนอว่า ปัญหานี้ก่อตัวจากการคุ้มครอง ASTV ผมกลับมองว่าปัญหาย้อนหลังไปไกลกว่านั้นมาก ผมคิดว่ามันเริ่มจากคำว่า "บกพร่องโดยสุจริต"

** ผมไม่ได้บอกว่าก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหา double standard แต่จะบอกว่า มันไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน**

ผมยังคงไม่เข้าใจต่อคำอธิบายว่า "มันต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ แทนนิติศาสตร์" อยู่จนวันนี้ การที่เราเขียนกฏ แล้วก็บอกว่า เนื่องจากมีคนไม่เห็นด้วยเยอะ ดังนั้นก็ลืมๆกฏนี้ไปครั้งนึงก็แล้วกัน(แทนที่จะเข้าสภา แก้ให้เป็นเรื่องเป็นราว) เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ทับซ้อนขึ้นมาในที่สุด

มาตรฐานนั้นบอกว่า "ถ้ามีคนเห็นด้วยมากพอ จะละเมิดกฏเล็กๆน้อยๆบ้างก็ไม่เป็นไร" หลังจากนั้นอีกระยะหนึ่ง ผมก็ได้เห็นมาตรฐานใหม่ซ้อนขึ้นมา "จะโกงก็ได้ ถ้ามีผลงาน"

เราต้องยอมรับก่อนว่า เรามีปัญหาช่องว่างระหว่างชนบท และคนเมืองจริง และ ทักษิณผันเงินไปจับใจคนชนบทได้จริง ในขณะเดียวกัน ตัวทักษิณเองก็ไม่ได้ clean แต่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจำนวนมาก

คำถามที่น่าสนใจคือ คนกรุงเดือดร้อนกับการผันเงินไป ตจว จริงๆหรือ? ที่มาของความขัดแย้งระหว่างคนเมืองกับรอบนอก เกิดจากการลดทอนอำนาจของคนกรุงจริงหรือ?

ผมมองว่าไม่ใช่ คนเมืองไม่ได้มีปัญหากับรอบนอก แต่มีปัญหากับทักษิณต่างหาก

** ณ เวลานี้ ยังไม่มีเสื้อเหลืองและแดง**

นับแต่ทักษิณเรืองอำนาจ ทักษิณไม่เคยได้รับการตรวจสอบในระบบรัฐสภา ไม่เคยโดนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เคยมาตอบกระทู้ซักถาม(ถ้ามา ผมก็จำไม่ได้) และในหลายๆนโยบาย ทักษิณมีผลประโยชน์ทับซ้อนที่ไม่ยอมชี้แจง

คนเมืองมีพลังทางการเมืองสูงมาก เมื่อทักษิณไม่ชี้แจง และตั้งตัวเป็นศัตรูกันสนธิ(ไม่รู้ใครเริ่มก่อน) ทีนี้กระบวนการเสื้อเหลืองก็เริ่มขึ้น แรกๆก็ข่าวจริง หลังๆก็เท็จปนจริง อย่างไรก็ตาม เมื่อทักษิณไม่พิสูจน์ในรัฐสภาเลย กระบวนการไล่จี้ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

จนนำไปสู่การยุบสภา และบอยคอตการเลือกตั้งในที่สุด  ความขัดแย้งครั้งใหญ่ เริ่มต้นขึ้นที่จุดนี้

จุดที่น่าสนใจคือก่อนการยุบสภาเพียงปีเดียว ทรท ได้เสียงในกทม 32 จาก 37 ที่นั่ง ดังนั้นการจะบอกว่า คน กทม ไม่ชอบ ทรท เนื่องจากนโยบายช่วยชนบท จึงไม่น่าจะถูกต้อง แต่น่าจะเนื่องมาจาก การพยายามหลบเลี่ยงการตรวจสอบ และการเอื้อพวกพ้องที่ไม่เคลียร์เสียมากกว่า

ตามแนวคิดของมาสโลว์ เราอาจบอกได้ว่า คนเมืองอยู่ดีกินดีระดับที่แสวงหามากกว่าปัจจัย 4 แล้ว นั่นคือ ต้องการให้การเมืองอยู่ภายใต้การตรวจสอบ(ถูกบ้างผิดบ้าง ข่าวลือบ้าง นั่นอีกเรื่อง) แต่คนรอบนอก นี่เป็นการพยายามบ่อนทำลาย นายกรัฐมนตรีที่สร้างประโยชน์ให้พวกเขามากที่สุดที่เคยมีมา ผมจึงนิยามว่า เป็นความขัดแย้งเนื่องมาจากการชิงทรัพยากรเป็นหลัก ไม่ได้เป็นความขัดแย้งเรื่องเสียงหรือสิทธิอะไรนั่นหรอก

ชักยาวแหะ แถมเหมือนเรื่องไปไม่ถึงไหนอีกต่างหาก -*-

Comment

Comment:

Tweet

พวกเสื้อเหลืองและผู้เขียน จมอยู่กับ ทักษิณ ปะหนี่ง
วิญญาน ผีตายโหงหาทางไปไม่ได้

โดยลืม หรือไม่รู้ หรือตามไม่ทัน สาเหตุแห่งความจริงที่เกิดขึ้น

เรื่องทั้งหมดเป็นความกล้ว คนที่มีกำลังทรัพย์ในยุคโลก
ทุน สมัยใหม่ ที่สามารถเข้าครอบตลุม ประเทศได้โดย
คู่แข่งไม่มีทางสู้ จึงเกิดการต่อต้านทักษิณอย่าง
ลนลาน

เวลาต่อมา พวกซ้าย สังคมนิยม เข้าร่วมด้วย
เพราะความกล้วเช่นกัน เพราะเห็นผลงานที่เข้าตา
ชนชั้น กรรมกร ชาวนา ของ ไทยรักไทย
ทำให้การต่อสู้ของนักสังคมนิยม สะดุด และหม่นหมอง

วันนี้ทั้ง นายทุนน้อยใหญ่ ยังหวาดกล้ว ทักษิณ
ขุนนางศักดินา กลัวการเสื่อมจากผลกระทบ
นักสังคมนิยม กลัวผลงานตนสู้แนวทางทักษิณไม่ได้

ทั้งหมดจึงหลงวนเวียน ในหลุมแห่งทักษิณ ไม่รู้ผุดเกิด

#17 By คนนิยม (112.143.12.23) on 2009-05-13 21:41

ผมใช้ภาษาเปนทางการไม่เป็นครับ
ผมขอออกตัวว่า ผมไม่ใช่คนเมือง พ่อแม่ตายายทำนาอยู่ชนบท และไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด

แต่ผมเหนด้วยกับคนเมืองคับ
เพราะทักษิณตอนดำรงตำแหน่งท่านไม่เคยสู้จริงๆจังในสภาเลย นโยบายต่างๆที่มีให้รากหญ้าถ้าดูดีๆก็เหมือนการซื้อใจ กล่าวคือ นโยบาย30บาท ปลดหนี้พักหนี้เกษตรกร ทุกอย่างเป็นสิ่งที่สร้างฉันทามัตติให้แก่ตัวทักษิณทั้งสิ้นเห็นได้จากคารวารแก้จน จริงครับที่ทักษิณออกชนบทพร้อมขบวนคอนเทนเนอร์หลายสิบคันไปแก้จนให้รากหญ้าแต่ไหนละความคืบหน้าหายเข้าเงาเมฆไปเลย ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนการสร้างภาพ นโยบายส่วนใหญ่มีธงแดงที่เขียนว่า"เงิน"ชูนำหน้ากองทัพทั้งสิ้น แต่สิ่งที่รากหญ้าต้องการที่สุดคือการศึกษา แต่ไหนละตลอด2สมัยของนายกคนนี้ไม่มีนโยบายใดที่สนับสนุนการศึกษาของประเทศเลย มีแต่ที่จำได้คือไปสอนเด็กสามเสนออกข่าวใหญ่โต
แล้วไหนละ นโยบายที่หยิบยื่นให้ชนชั้นกลาง นอกจากภาษีที่สูงลิ่ว และเอาส่วนนี้แหละไปโปะส่วนที่ขาดหาย
เมื่อชนชั้นกลางมีน้อยแต่ถูกกดขี่สูบเลือดเนื้อและรากหญ้ามีมากมายถูกซื้อใจแต่ไม่ให้การศึกษาระบบเลยพังไงครับ

สมัยก่อนชนชั้นรากหญ้าสามมารถมาเป็นชนชั้นกลางได้ไม่ยาก แต่ในยุคทักษิณแทบเปนไปไม่ได้เลย

ยาวมากแล้ว นี่ยังไม่รวมวาทกรรมขนานใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อล้มล้างสถาบันนะครับ พอก่อนเด๋วยาว




"มันต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ แทนนิติศาสตร์"

ท่านอาจารย์จิตติ เคยกล่าวว่า

"เมื่อไม่มีกฎหมาย ต้องใช้หลักรัฐศาสตร์นำนิติศาสตร์ แต่เมื่อมีกฎหมายแล้ว จะใช้หลักรัฐศาสตร์นำหลักนิติศาสตร์ไม่ได้"

#15 By KC_CRUSH on 2009-04-23 21:40

ฮิฮิ

ขอบคุณสำหรับนิทานซ้อนนิทานอีกเรื่องหนึ่งนะครับผม
cry cry cry


แต่ถึงที่สุดแล้ว
นิทานซ้อนนิทานทุกเรื่องนั้น
คือเรื่องเดียวกันครับ

และการจะเห็นดังนี้
ต้องไปปฏิบัติครับผม

เจริญก้าวหน้าในทางโลกและทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะครับ ^.^
^- ไม่เชื่อ แต่ยังเขียนไม่ถึงsad smile

เรื่องไม่ไปไหนจริงๆนะเนี่ย

#13 By house on 2009-04-23 10:59

ผมเห็นด้วยเรื่องการคิดย้อนไปถึงทักษิณคดีซุกหุ้นนะ มันนานไปหน่อยเลยลืม

ส่วนเรื่องคนเมืองไม่ชอบคอร์รัปชัน อันนี้ก็เห็นด้วย

แต่ว่า "สองมาตรฐาน" ที่จะสื่อ มันไม่ได้เกิดเพราะว่าคนเมืองเป็นหลักเสียด้วยซ้ำ คือคนเมืองแค่ "รู้สึก" แต่สุดท้ายแล้ว คนที่มีอำนาจสั่งการ ตัดสินใจ ตัดสินคดี แทบไม่มีคนเมืองเลย กลับเป็น technocrat, ทหาร, ตำรวจ, ศาล เสียเยอะ

ถ้าคนกลุ่มนี้ ตัดสินใจใดๆ เพราะว่าไม่ชอบการคอร์รัปชันของทักษิณ (อย่างบริสุทธิ์ใจ) มันก็ประเด็นหนึ่ง

แต่เชื่ออย่างนั้นจริงๆ เหรอ?

#12 By mk (124.121.94.20) on 2009-04-23 09:16

พูดตรงๆแล้วคือ ไม่ใช่สองมาตรฐาน
แต่มันไม่เคยมีมาตรฐาน

มากกว่า
^- สมชาย?

ผมยังไปไม่ถึงหมักเลยนะ (ถึงบอกไงว่าไปไม่ถึงไหน)

#10 By house on 2009-04-23 00:36

....นั่นมันรัฐบาลสมชาย ส่วนนี่อีกรัฐบาลหนึ่งนี่นะ ?
ไม่งั้นคงขาขาดไปแล้ว

จบ

#9 By Shuu Exteen on 2009-04-23 00:32

เออ ขออภัยครับมึน

รายการมันชื่อ เมืองไทยรายสัปดาห์ ต่างหาก ใช่ไหมครับ

โอ้ย นานแล้วมึน
ที่ว่ามานั้นใช่เลยครับ

แถมดันมาปิดรายการ ที่นี่ประเทศไทย อีก

ทุจริตต่อไป แล้วยอมโดนเขาด่าแบบสาธารณะหน่อย

ก็คงไม่มีปัญหา

พอดีแกคงคิดว่า ข้าเก๋าสุดแล้ว


(ขออภัยสำหรับการแสดงความคิดเห็นแบบ ไม่ทางการนัก)
จริงๆแล้วคนที่คิดว่าสิ่งไหนเป็นสองมาตรฐาน แสดงว่าจริงๆแล้วลึกๆก็รู้ว่ามันเป็นความผิดเหมือนกันแต่ไม่ยอมรับ

กลับมาอ้างว่าอีกฝ่ายทำได้ ฉันทำด้วย
อีกฝ่ายไม่โดนจับ แต่ฝ่ายฉันโดน

แต่ลึกๆแล้วของผู้ที่กล่าวอ้างก็รับรู้อยู่แก่ใจว่า เป็นการทำผิดเหมือนๆกัน ต้องได้รับโทษเหมือนๆกัน

แต่ประเด็นก็คือการที่นำเอาความผิดของอีกกลุ่มาเปรียบเทียบ แล้วอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่เหมือนกัน แล้วก็กลับไปกล่าวโทษฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตนว่าไม่เป็นกลางอีก สร้างความชอบธรรมหลอกๆให้กับกลุ่มของตน

จริงๆแล้วต่างกรรมต่างวาระ มันก็ยากจะใช้วิธีเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามความผิดก็เป็นความผิด ต้องยอมรับผิดและรับโทษ ไม่ใช่ไปกล่าวว่าอีกฝ่ายยังทำได้ หรือไปกล่าวว่ากระบวนการยุติธรรมมี 2 มาตรฐาน ตรงนี้มันก็ต้องเถียงกันไปไม่มีวันจบสิ้น sad smile

#6 By tamanxzg on 2009-04-22 23:43

เรื่องสองมาตรฐาน เท่าที่ผมจำความได้ มันมีอยู่ในสังคมไทย และสังคมย่านเอเชีย มานานมากๆแล้ว

"หยวนๆนา.."
"ใครๆเขาก็ทำกัน"
ฯลฯ (ขออภัยนึกออกแค่นี้ แต่จริงๆมีเยอะมาก)

เป็นสิ่งที่ดูปกติ แสนธรรมดา ในสังคมไทยมานานแสนนานอยู่แล้ว

คุณลักษณะพิเศษอย่างนึงของคนบ้านเรา ที่ผมรู้สึกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คือ "ทำอะไรตามใจคือไทยแท้"
หรือก็คือ คนไทยเป็นคนมีระเบียบวินัยในตัวเองต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วหลายๆประเทศ

การมีวินัยต่ำ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นลอยๆ ทุกอย่างมีเหตุมีปัจจัย
อะไรดี... ไปหลักการของจิตวิทยาบุคลิกภาพล่ะกัน

บุคลิกภาพของคน มี 3 ปัจจัยเป็นเหตุ
- พันธุกรรม <<ไม่ควรพยายามพิสูจน์ให้น้อยใจกันเปล่าๆ
- การเลี้ยงดู
- สิ่งแวดล้อม

เอาละสิ ผมเห็นงูกำลังกินหางตัวเอง
ตัวอย่างเช่น
การบังคับกฏไม่เข้มข้น -> วินัยหน่อนยาน
วินัย(จนท.)หย่อนยาน -> การบังคับกฏไม่เข้มข้น

คาดว่ามีหลาย loop กว่านี้ แต่ขี้เกียจคิดล่ะ.....sad smile

#5 By Detonator on 2009-04-22 23:02

^-เป็นประเด็นน่าคิด

ความจริงทักษิณมาถึงนี่ได้ ก็เพราะนิสัย แล้วก็พังเพราะนิสัยเหมือนกัีน ผมยังเชื่อลึกๆว่า ถ้าทักษิณยอมสู้ในสภา(โดนด่า) ซักหน่อย แล้วก็เก็บตัวซักนิด ป่านนี้แกยังอยู่ครับ

แล้วจริงๆ การกินรวบของแกเองนั่นแหละ เป็นแหล่งเพาะ double standard ขนานใหญ่ ใหญ่จนกลับมาทิ่มแกทีหลังในรูปของทำยังไงก็ได้ เอามัีนออกไป

#4 By house on 2009-04-22 23:00

ผมว่าปัญหาหลักจริงๆของทักษิณไม่ได้อยู่ที่เรื่องคอร์รัปชันครับ

แต่ว่าอยู่ที่การประโคมข่าวเรื่อง "ไม่จงรักภักดี" มากกว่า

ซึ่งการสองมาตรฐานที่คุณเฮาส์พูดข้างต้น มันเป็นมาตั้งแต่สมัยป๋าแล้ว เรื่องไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการอภิปรายขณะที่ทหารก่อกบฎก็มีแนวโน้มว่าเกิดการเลือกปฏิบัติในบางกรณี(พูดยาก)

มัน....อืม ถูกใจคน แต่ไม่ถูกต้อง

ประเทศไทยก็ประชาธิปไตยแบบไทยๆ
ย่ำอยู่อย่างนี่กันต่อไปล่ะครับ
ทักษิณเข้ามาด้วยฉันทานุมัติมหาศาลเกินไป กินรวบเกินไป สั่นคลอนระบอบเดิมๆเกินไป

อยู่ไม่ได้แน่นอน
ลืมอีกเรื่อง..

การที่จัดโต๊ะเสวนาหาสาเหตุโชว์ปาหี่แต่ละสถานี บางครั้งมันก็เป็นแนวโน้มในการกระตุ้นให้เกิดสองมาตรฐานได้
ถ้าพูดถึงรอบนอกหรือชนบท ต้องบอกว่าทักษิณเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางจำพวกมากกว่า ประชาชนจริงๆ ได้แค่เศษ

อันที่จริงแล้วหน้าที่ของนายกฯ ควรที่จะขยายภาคความรู้และให้การศึกษาฟรีแก่ประชาชนรอบนอก ดังนั้นถ้าจะให้มอง คนที่มีพละกำลังอำนาจควรสร้างมาตรฐานทุกแห่งหนให้เท่ากัน