ความชอบธรรม

posted on 17 Apr 2009 01:16 by house in Social-Politic
ช่วงนี้อ่านข่าวกับบอร์ดการเมืองเยอะ เห็นเขาคุยๆกันแล้ว มันมีเหตุผลบางเรื่องที่ทำไปทำมา ผมยังตะหงิดๆ ใจอยู่แหะ

หนึ่งในนั้นคือความชอบธรรม ของระบอบการปกครอง 

อันนี้ออกตัวไว้ก่อน ว่าคนเขียน ไม่เคยเรียนวิชาอะไร เทือกๆ รัฐศาสตร์ ส่วนทฤษฏง ทฤษฏี ที่เคยได้ฟังมาก็ลืมๆ ไปเสียหมดแล้ว ก็เลยจะค่อยๆไล่ ถูกบ้างผิดบ้างไปเรื่อยๆ

เริ่มแรก ผมมานั่งคิดว่า ทำไมเราต้องมีรัฐ? ผมได้ข้อสรุปว่า จริงๆคนเรามีรัฐ ก็เพราะเราไปคนเดียวไม่รอด การมีรัฐ เป็นการรับประกัน ความปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สิน + สิทธิอีกหลายๆอย่าง
ทีนี้มีรัฐ ก็ต้องมีผู้ปกครอง ซึ่งย่อมเป็นคนกลุ่มน้อย คนกลุ่มนี้ ได้สิทธิพิเศษ คืออำนาจในการบริหารประเทศ จากวิธีใดวิธีหนึ่ง อาจจะจากปลายกระบอกปืน หรือ ฉันทามติ และ อาจจะเป็นถาวร หรือชั่วคราว

ว่ากันง่ายๆ คนเราได้ผลประโยชน์จากรัฐ ในรูปอะไรซักอย่าง เช่นทรัพยากร(น้ำ ไฟ) สิทธิ ความคุ้มครอง โดยผลประโยชน์เหล่านี้ กระจายตัวไม่สม่ำเสมอกัน บางคนได้มาก บางคนได้น้อย

ทีนี้ ระบอบการปกครอง แต่ละระบอบ มีความชอบธรรม ต่างกันหรือไม่?
ประชาธิปไตย ดีกว่าคอมมิวนิสต์ไหม? ระบอบรัฐสภาแบบอังกฤษกับอเมริกัน อะไรดีกว่ากัน?

นี่แหละ ที่ผมไม่แน่ใจ
ย้อนไปในประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนการปกครองส่วนใหญ่ ล้วนสำเร็จ ในสภาพที่เศรษฐกิจเลวร้ายสุดขั้วทั้งสิ้น ประชาชนได้ทรัพยากรน้อยจนไม่เพียงพอ การปฏิวัติในฝรั่งเศสนำมาสู่ประชาธิปไตย ส่วนจีน และรัสเซีย นำไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์

โดยนัยยะนี้ ระบอบการปกครองจึงสถาปนาได้ เพราะเศรษฐกิจ คือปากท้องเป็นสำคัญ ในยามที่ท้องอิ่ม ไม่มีใครตั้งคำถามต่อการกระจายทรัพยากร เสียงจะดังเฉพาะตอนหิวเท่านั้น ซ้ำเวลาหิวจัดๆ ดูเหมือนคนเราทั่วๆไป จะเลือกอะไรก็ได้ ที่เขาเชื่อว่าจะทำให้เขาท้องอิ่ม(คือได้ส่วนแบ่งมากขึ้น) ระบอบการปกครองไม่ได้สถาปนาได้เพราะคนเชื่อว่ามันชอบธรรมกว่า(หรือถ้าจะเชื่อเช่นนั้น ก็เพราะมันทำให้ท้องอิ่มกว่า)

ทีนี้การเสมอภาค แบบบริบูรณ์นั้นมีหรือไม่? คำตอบที่มั่นใจมากๆคือ "ไม่มี" และสิทธิอย่างหนึ่ง ย่อมแลกมาด้วยภาระอีกอย่างหนึ่ง รัฐสวัสดิการ แลกมาด้วย ภาษีที่สูงลิ่ว ในขณะที่โครงสร้างเสรีของอเมริกัน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐศาสตร์มหาศาลแต่ก็มาพร้อมกับความเหลื่อมล้ำ ความโน้มเอียงเช่นนี้ จึงย่อมมีบุคคลบางกลุ่มต้องการเปลี่ยนสังคมไปในทางที่ตัวเองต้องการ เช่น เปลี่ยนจากเสรีนิยม ไปเป็น สวัสดิการ หรือเปลี่ยนจากประชาธิปไตย เป็นฟาสซิสต์เป็นต้น 

ทีนี้ ความพยายามเปลี่ยนอย่างไรเรียกว่าชอบธรรม อย่างไรเรียกว่าไม่ชอบธรรม?

ผมไม่ได้คิดว่า การปฏิวัติ ความรุนแรง เป็นตัวตัดสินว่าชอบธรรมหรือไม่ เช่นเดียวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ก็ไม่ได้เป็นตัวตัดสินเช่นกัน

ผมเชื่อว่า การตอบโจทย์พื้นฐานของรัฐ คือการกระจายผลประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เท่านั้น เป็นตัวตัดสินความชอบธรรม ความชอบธรรมจะมาไม่ได้ หากการเปลี่ยนแปลงนั้น ทำให้วิถีชีวิต แย่ลง

ในกรณีอิรัก หรือ อัฟกานิสถาน การมีผู้ปฏิวัติคนหนึ่งที่เคลียร์กลุ่มย่อยๆได้ทั้งหมด อาจจะดีกว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ง่อนแง่น เดี๋ยวโน่นล้ม เดี๋ยวนี่ขึ้น เดี๋ยวจราจล เพราะอย่างน้อยความสงบในกรณีแรก ก็นำมาซึ่ง "ผลประโยชน์" ที่ยิ่งใหญ่กว่าให้แก่ประชาชน

 ว่าแล้วผมก็(คิดว่า) คงนอนหลับอย่างเป็นสุขเมื่อพบว่า
ทั้งการปิดสนามบิน และ การล้มงานประชุม รวมถึงงานกีฬาสีใน 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่มีความชอบธรรมเลยซักนิดเดียว...
 
ปล. อยากไ ด้ความเห็น และข้อถกเุถียงแบบอารยชนครับ ยิ่งมีแนวคิดทางรัฐศาสตร์มาแจมด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
 
แฮ่! คนเริ่มมาแล้ว ชักสนุก มีสองบทความน่าอ่านครับ 
อันแรก ชัยชนะ และความพ่ายแพ้ ของเจริญชัย ชัยไพบูลย์วงศ์ เขียนตรงใจดีจังว่าลงท้ายแล้วมันไม่เกี่ยวกับระบอบหรอก มันเป็นการแก่งแย่งทรัพยากรระหว่างชนชั้นเท่านั้นแหละ
อันที่สอง เสื้อแดงสุดขั้ว แต่สายรักสงบและมีสมองนะครับ ของคุณหมอขุนอิน
 


edit @ 17 Apr 2009 13:09:27 by house

Comment

Comment:

Tweet

มนุษย์ต้องการเพียงความสุขครับ
พอไม่มีความสุขก็โวยวาย

หนึ่งคนโวยวายไม่เท่าไหร่
พอหลายๆคนโวยวายก็มานั่งคิดนู่นนี่นั่น
กลายเป็นระบบการปกครองที่ซับซ้อนขึ้นๆ

สุดท้ายก็ลืมไปว่าปัญหาอยู่ที่ทุกๆคน
ถ้าทุกๆคนมีความสุขในชีวิตเเล้ว ระบอบการปกครองใหนมันก็เหมือนกัน

มัวแต่มองว่าต้องใช้วิธีที่ดีคืออะไร
แต่สุดท้ายกลับลืมว่า การทำให้ประชาชนมีความสุข
คือหลักการพื้นฐาน

เราควรเริ่มจากตัวเองนี่แหละครับทำสิ่งดีๆ และมีความสุขให้เต็มและล้นออกมาจากตัว หากหลายๆคนช่วยกันสังคมมันต้องดีได้แน่ๆ
confused smile

#13 By Nerd de Scriptorus on 2009-04-20 20:10

#10 เห็นด้วย
#11 นี่แหละ คำถาม
ความชอบธรรมที่อ้างขึ้นเอง โดยประชาชนไม่ได้ รับชีวิตที่ดีขึ้น จะเรียกว่าเป็นความชอบธรรมที่แท้จริงได้อย่างไร?
เป็นได้ก็เพียงข้ออ้างหาอำนาจให้พวกพ้อง

#12 By house on 2009-04-19 07:57

แต่มติมหาชนนั้นอาจถูกชักนำไปเพื่ือสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนได้เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นด้วยวาทศิลป์ เงินตรา เสน่ห์ดึงดูดส่วนบุคคล หรือแม้แต่อำนาจจากปืน

และมันก็ไม่ได้รับประกันว่า ผู้ที่ยอมรับความชอบธรรมให้แก่เหล่าผู้ปกครองจะได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่พอใจเสมอไป

แต่แน่นอน ในค่าตอบแทนเหล่านั้น ย่อมเป็นผลทีร่คุ้มค่าเพียงพอ เหล่ามหาชนจึงยอมรับและรักษาอำนาจการปกครองอย่างชอบธรรมนั้นไว้

อาจจะเป็น ศาสนา-ความเชื่อว่าตนเองจะได้ไปสวรรค์แบบกษัตริย์ยุคกลางและโป๊ปใช้รับรองสิทธิืการปกครอง

ความกลัว และการทำลายล้าง ของเหล่าทรราชตั้งแต่ซิปิโอ แอฟริกานัส จนถึงอีดี้ อามิน

เงินตราและสินบน แบบที่เหล่า demagogue แห่งเอเธนส์ใช้ปิดปากสภา 500

สุดท้ายแล้ว เราที่ตกอยู่ในวังวนของกระแส ก็ตัดสินไม่ได้อยู่ดีว่าอะไรชอบธรรมจริงกันแน่ ในเมื่อมติมหาชนที่ขัดแย้งกับตัวเราเองเรายังไม่อยากจะยอมรับ

คิดกันมาสี่พันปี ก็คงต้องคิดต่อไปน่ะนะ
มีเรื่องจะแสดงความคิดเห็นทั้งส่วนตัว และที่เห็นค้านกับบางคอมเมนต์ในบางเรื่อง

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าศึกษาทางทฤษฎีรัฐศาสตร์มาบ้าง แต่ไม่แม่นนัก หากมีท่านใดเห้นข้อบกพร่องช่วยตักเตือนด้วยจะเป็นพระคุณ

ทฤษฎีหลักที่ระบบรัฐศาสตร์ปัจจุบันยอมรับกันว่าเป็นแหล่งกำเนิดของอำนาจรัฐ และึความชอบธรรมในการปกครองคือทฤษฎีว่าด้วยสัญญาประชาคมของ จอห์น ล็อค ที่ว่ารัฐบาลมีความชอบธรรมจากมติของประชาชนส่วนใหญ่ในรัฐที่ยอมรับอำนาจปกครองนั้นๆ

ซึ่งปราชญ์หลายๆท่านอาจจะนำมาตีความกับทฤษฎี "เทวสิทธิ์(Divine right)" หรือ "อาณัติสวรรค์(เทียนมิ่ง)" โดยอ้างว่า เสียงของสวรรค์คือเสียงประชาชน (Vox populi, vox Dei) แล้วใช้การสืบต่อเสียงของประชาชนที่ไม่คัดค้านการปกครองในรูปแบบเดิม ดำรงอำนาจสันตติวงศ์เป็นทอดๆ เช่นเดียวกับหลักกฎหมายเยอรมันว่าด้วยกฎหมายปิดปาก(estoppel)

แต่เมื่อประชาชนถอน "อาณัติสวรรค์" ออกไป หรือพูดง่ายๆในระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่คือ ไม่เลือก รัฐาธิปัตย์กลุ่มเดิมให้ครองอำนาจต่อ เท่ากับว่าผู้ครองอำนาจเดิมต้องหมดความชอบธรรมในการปกครองประเทศไปโดยปริยาย

ซึ่งถ้าใช้หลักมาตรฐานนี้ชี้วัด จะนำมาประยุกต์ทำความเข้าใจกับ"ความชอบธรรม" ของผู้ครองอำนาจรัฐได้ง่ายขึ้นในทัศนะของผมน่ะนะ

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ไม่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรของฝรั่งเศสให้ตอบรับผลประโยชน์ของเหล่าสามัญชนในเมือง(bourgeoise) คนเหล่านั้นก็ปฏิเสธความชอบธรรมของพระองค์ในการปกครองชาติ จับพระองค์บั่นพระเศียร ก่อตั้งสาธารณรัฐ

แต่เหล่าบูร์ชัวส์พวกนี้เอง ที่ต่อมาสนับสนุนความชอบธรรมให้พระเจ้านโปเลียนที่ 1 ขึ้นครองราชย์หลังจากพระองค์ต่อสู้เอาชนะออสเตรียที่เอาสแตร์ลิตซ์

แล้วก้ไม่พ้นจะจับนโปเลียนที่ 1 ส่งไปเกาะคอร์สิกา หลังพ่ายสงครามที่วอเตอร์ลู ตั้งสาธารณรัฐที่ 2 แล้วล่มมันอีกครั้งเพื่อให้นโปเลียนที่ 3 เข้ามารบกับปรัสเซียในสงครามชิงแคว้นอัลซาส-ลอร์แรน

ดังนั้นการปฏิวัติล้มล้างการปกครองและผู้ปกครองเดิม จะมีความชอบธรรมตามมติมหาชนในแต่ละครั้ง ซึ่งเราไม่อาจหยั่งรู้ได้หากไม่มองในภาพรวมเมื่อผ่านเวลามานานแล้ว

แต่ก้แน่นอนว่า สิ่งที่ชอบธรรมตามมติมหาชนนั้น ไม่ใช่สิ่งเดียวกันกับความถุกต้องตามกฎเกณฑ์ที่เคยบัญญัติไว้ก่อนหน้าเสมอไป

เราจะกล่าวได้หรือว่า ออกุสตุส ซีซาร์ขาดความชอบธรรมในการล้มล้างซีเนต แต่เราก็ไม่อาจกล่าวได้เช่นกันว่าพระองค์ทรงทำถูกต้องที่ไม่ทำตามธรรมนูญของโรมัน

ความถูกต้อง และความชอบธรรม จึงแยกออกจากกันด้วยประการฉะนี้เอง

เข้าใจประเด็นแหละครับ
แล้วก็เห็นด้วยอ่ะแหละว่า
การเปลี่ยนแปลงมักจะเกิดขึ้นตอนที่
ระบบปัจจุบันไม่ได้มีความหวังหรือช่วยอะไรพวกเค้าได้อีก

อย่างเหตุการณ์ช่วงสงกรานต์ก็ใช่
ลองให้เสื้อแดงมาประท้วงช่วงอื่นที่ศก.มันดีแล้วดิ
คนที่ไม่เห็นด้วยอาจจะไม่ออกมา เพราะไม่รู็สึกว่า พวกนั้นทำความเสียหายอะไร
แล้วจะทำให้ชีวิตเค้าแย่ลงไปรึเปล่า

ตอนนี้มันกลับกลายเป็นว่าคนไม่อยากให้มันแย่ไปกว่านี้
ก็เลยรู้สึกไม่เห็นด้วยที่จะมีคนทำให้แย่กว่าเดิมbig smile

#9 By yium on 2009-04-17 18:50

การปฏิวัติฝรั่งเศสที่บอกว่าเป็นการปฏิวัติขอประชาชนนั้นส่วนนึงเพราะปชช.ไม่มีอันจะกินจริงๆมากกว่าของไทยอ่ะค่ะ ส่วนของไทย คงเพราะประเทศไทยในน้ำมีปลาในนามีข้าวละมั้ง เรามีคนจน เรามีคนด้อยการศึกษา เรามีพื้นที่ที่ขาดการพัฒนา แต่ถ้าเอาเข้าจริงๆ มันไม่มีใครที่ literary อดตายได้ในประเทศไทย

(อดตายในกทม.อ่ะเป็นไปได้ แต่ถ้ามีกินน้อย กินไม่อร่อย เสื้อผ้าไม่สวย ไม่มีทีวีดู ไม่มีมือถือคุย มันเป็นอีกเรื่องนึงแล้วนะ)

เคยคุยๆกันอยู่ว่าส่วนหนึ่งเพราะโดยพื้นฐานแล้วคนไทยมีน้ำใจนะคะ นิดๆหน่อยๆก็ช่วยกันได้ (สังคมไทยไม่ใช่สังคมปากกัดตีนถีบอ่ะค่ะ อาจจะเพราะเราไม่เคยผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายสุดขั้วแบบชาติอื่นๆเค้า คือ...เหตุการณ์หนึ่งที่เราว่าเลวร้าย แต่พอไปเทียบกับที่อื่น โอ้ว มันทารกมาก ที่อื่นเค้าฮาร์ดคอร์กว่าเราตั้งเยอะ) เราว่าสังคมไทยคงประมาณสังคมฮอบบิทที่โดนจับกรอก LSD เราโดนโลกกว้าง corrupt จนด้านชาไปหมดแล้ว

และฉันก็ว่า ประชาธิปไตยเป็นคำสวยหรูที่ออกจะเข้าใจยากเกินไปสำหรับธรรมชาติของสังคมเราค่ะ question

เอนี่เวย์ หลังการปฏิวัติ ฝรั่งเศสก็ยังไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่มีผู้นำที่ดันตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ...เพราะความทะเยอทะยานไงคะ

(ฝรั่งเศสมากลายเป็น Republic อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ เราว่า อ่า เพราะเค้าผ่านประสบการณ์นองเลือดมามากแ้ล้วจนถึงจุดอิ่มตัวค่ะ ว่ากันว่า ถ้าขบวนการหนุนสถาบันกษัตริย์ไม่ฮาร์ดคอร์จนเกินไปจนคนเกิดอาการหลอนขึ้นมา ฝรั่งเศสก็อาจจะยังมีกษัตริย์แบบอังกฤษอยู่ก็ได้)

จีนเอง...ก็เหมือนกัน กว่าจะมาเป็นคอมมิวนิสต์แบบนี้ ก็เพราะหลังล้มระบบฮ่องเต้ไปแล้ว แต่คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ก็ยังอยากจะเป็นฮ่องเต้อะเกน sad smile

(อยากพิมพ์ต่อ แต่ต้องเผ่นแล้วค่ะ ฮา)

#8 By vendetta on 2009-04-17 12:55

จากที่สมมติเรื่องจีนตะกี้ ก็คือ การพยายามเปลี่ยนจาก คอมมิวนิสต์ เป็น ประชาธิปไตย เป็นการละเมิดสิทธิของคนชอบคอมมิวนิสต์รึไม่? ผมว่าตอนนี้คนจีนชอบเยอะเลยละ เพราะท้องกำลังอิ่ม กระเป๋าเงินกำลังพอง เมื่อเทียบกับความเสียหายช่วงเปลี่ยนผ่าน และอนาคตที่ไม่แน่นอน จากการเปลี่ยนระบอบ

open-mounthed smile

#7 By house on 2009-04-17 12:49

@tera รออ่านอยู่เน้อ
@yium, @chayanin
เรื่องข้อดีข้อเสียแต่ละระบอบนี่มันเห็นชัดอยู่แล้วล่ะครับ แต่สมมุติว่าผมอยู่ในจีน ที่เศรษฐกิืจกำลังเติบโต 12%up ผมจะมีความชอบธรรมในการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า เพราะเหตุใด?

ในเมื่อตอนนี้ รัฐบาล ทุนนิยม คอมมิวนิสต์ กำลังแสดงให้เห็นว่าเขาทำได้ดีมาก และ ประชาธิปไตยจะทำได้ดีเทียบเท่ารึเปล่าก็ยังไม่แน่

ประเด็นคือ ถ้าประเทศปกครอง ด้วยระบอบ A(เลือกตามใจ ทั้งนาซีั ฟาสซิสม์ ประชาธิปไตย ทุนนิยมสามานต์ และ อมาตยาธิปไตย) คนกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจระบอบนี้ ควรทำอย่างไร จึงจะเรียกว่าชอบธรรมในการ เปลี่ยน/แสดงออกว่าควรเปลี่ยน เป็นระบอบ B?

#6 By house on 2009-04-17 12:46

ขออณุญาตแจมด้วยครับ แม้ว่าจะไม่ได้เรียนรัฐศาสตร์มาตรงๆ เหมือนกัน

รัฐในปัจจุบัน (อย่างน้อยก็หมายถึงรัฐประชาธิปไตย ในมุมมองเสรีนิยม) อยู่บนพื้นฐานที่ว่า มนุษย์นั้นมีเสรีภาพโดยธรรมชาติ แต่ว่าในภาวะธรรมชาติเอง มันไม่สามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพหลักๆ ได้ เพราะใครจะไปฆ่าใครก็ได้ เราจึงยอมสละเสรีภาพส่วนหนึ่งของเราให้แก่รัฐ และกับการที่ว่ารัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเราและรักษาระเบียบในสังคม

หลักการที่ว่านี้เอง เป็นที่มาของแนวคิดที่ว่า ผู้ปกครองจะต้องมาจากความยินยอมชองผู้ถูกปกครอง ซึ่งพัฒนามาเป็นประชาธิปไตย รัฐประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกาหรือฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นบนหลักการนี้ (ถ้าผมจำไม่ผิดนะ)

สำหรับคนที่นิยมประชาธิปไตย (ซึ่งน่าจะรวมผมเองด้วย) เหตุผลสำคัญที่ประชาธิปไตยสำคัญ ก็คือ มันเป็นระบอบที่เรามีส่วนในการออกความเห็นและตัดสินใจว่าเราจะเดินกันไปทางไหน เพราะอย่าลืมว่า ความ "ดี" มันขึ้นอยู่กับมุมมองได้ อย่างคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีแพงๆ ต่างก็มีความเชื่อว่าแนวคิดตัวเองจะนำมาซึ่งประโยชน์ (ของประเทศและของส่วนตัว) ข้อเสียสำคัญคือ เพราะมันต้องสนใจความคิดเห็นของคนจำนวนมากนี่แหละ มันก็เลยทำอะไรได้ไม่รวดเร็ว

ถามว่าระบอบเผด็จการหรืออัตตาธิปไตยทั้งหลายดีไหม มันก็ดีครับ อย่างน้อยมันก็มีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากกว่า (เห็นว่าอะไรควรทำก็ทำได้เลย ไม่ต้องมาเสียเวลาตรวจสอบ มาลงคะแนนกัน) แต่ปัญหาใหญ่อันแรก คือ ผู้นำต้องดี (ทั้งตั้งใจดีและมีความสามารถ) ซึ่งเผด็จการมักจะไม่เอื้อให้มีการตรวจสอบหรือถ่วงดุลเลย และสอง ที่ตั้งใจดี ไม่ได้แปลว่ามันจะดีในทางที่เราต้องการ ถามว่าฮิตเลอร์และคนที่สนับสนุนฮิตเลอร์ ตั้งใจเลวต่อประเทศหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ เพราะเขาคิดว่าเขากำลังนำเยอรมนีให้ยิ่งใหญ่ แต่มันเป็นทางที่เราอยากให้เป็นหรือเปล่า ลองถามกลุ่มกุหลาบขาว เขาคงตอบว่าไม่แน่ๆ (และก็โดนประหารกันไป)

คอมมิวนิสม์ จริงๆ มันอุดมการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวพันกับด้านสังคมเศรษฐกิจ มากกว่าด้านโครงสร้างการปกครองตรงๆ เพราะรูปแบบการปกครองของประเทศคอมมิวนิวต์ที่เกิดขึ้น (ก็คือมีพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคเดียวในการปกครอง) ก็คือคณาธิปไตยอันหนึ่ง จุดสำคัญของคอมมิวนิสม์คือ ไม่มีแบ่งชนชั้น ไม่มีการถือครองทรัพย์สิน รู้สึกว่า จริงๆ แล้ว เป้าหมายสูงสุดของคอมมิวนิสม์แบบมาร์กซ เหมือนจะให้ประชาชนตัดสินใจเกี่ยวกับการนำทรัพยากรไปใช้ในรูปแบบประชาธิปไตย ดังนั้นพรรคคอมมิวนิสม์จึงน่าจะเป็นความตั้งใจแบบรัฐบาลชั่วคราว ที่สุดท้ายแล้วไปไม่ถึงเป้าหมาย

ดังนั้นถามว่า ระบอบเผด็จการอาจจะดีกว่าระบอบประชาธิปไตยได้ไหม มันก็ได้ครับ เพราะโดยหลักการเองมันก็มีข้อดีของแต่ละอันอยู่แล้ว แต่ถ้าถามโดยส่วนตัวผม ผมรู้สึกว่า ประชาธิปไตยเป็นหลักการที่ดีกว่าหลักการอื่นที่เรามีมา (อันนี้เป็นความเชื่อเลยครับ) เพราะผมคิดว่า เราแต่ละคนก็ไม่ได้เลือกเลยว่า เราจะเกิดมาในประเทศไหน ดังนั้นจะมาบอกว่า ประเทศมันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ชอบก็อย่ามาอยู่ คงไม่สมเหตุสมผล เพราะเราไม่ได้เลือกมา ผมจึงคิดว่า เราก็น่าจะสามารถบอกได้ว่า เราต้องการจะให้มันไปในรูปแบบใดครับ

#5 By chayanin (124.121.113.246) on 2009-04-17 11:43

ผมก็ไม่ได้รู้ไรมากนะคับไม่ได้เรียนมาเหมือนกัน แต่พอจะมีความรู้ติดหัวมาบ้าง :P
แล้วก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันจากการปิด หรือล้มอะไรก็ตาม

ระบอบคอมมิวนิส ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมในสังคมครับ เพราะรัฐจะเป็นเจ้าของทุกอย่าง และกำหนดการกระจายตัวให้กับประชาชนทุกคน แต่นี่คือระบบในอุดมคติครับ
ดูอย่างจีนที่ใช้ระบบนี้ แต่สุดท้ายก็ยังมีความเหลื่อมลั้มในสังคมอยู่มากในภาคตะวันออก และตะวันตกอย่างชัดเจน

ระบอบประชาธิปไตยก็อยู่บนพื้นฐานทุกคนในประเทศคือเสียงที่มีความเท่ากัน แต่มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ก็เลยเป็นระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน ซึ่งความจริงแล้ว ตัวแทนจะต้องรักษา สิทธิ์ และผลประโยชน์ให้กับคนที่เลือกมา ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือพรรคการเมือง แต่ระบบนี้ก็มี้อเสียด้วยตัวของมันเอง จนเป็นเหตุให้เกิดการเล่นพรรคเล่นพวก แล้วตัวแทนกลับแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองไปซะอย่างนั้น

ระบอบกษัตริย์ก็เป็นระบบที่คล้ายคอมมิวนิส ต่างตรงที่จะสืบทอดอำนาจกันทางสายเลือด ระบอบนี้เป็นระบอบเก่า จริงๆให้เรียกกันชัดๆ ก็ระบอบอำมาตยาธิปไตยอย่างที่คนเสื้อแดงว่านั้นแหละ ระบอบนี้จะดีถ้าผู้นำดี เหมือนกับ คอมมิวนิสเลย ถ้าเจอคนไม่ดีก็แย่ไปเลย

ยังไม่เห็นว่าระบบไหนจะสมบูรณ์ในตัวมันนะครับ แต่ถ้ามันสุดโต่งเกินไปมันก็จะมีปัญหา มันจะต้องมีอะไรที่เอาข้อดีของแต่ล่ะอย่างมาเข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้ได้การปกครองที่เหมาะแต่ล่ะสังคม และประเทศครับ

เพราะระบบหนึ่งที่ว่าดีกับประเทศหนึ่งอาจจะไม่เหมาะกับอีกประเทศก็ได้ สังคมโลกมนุษย์ไม่ได้มีรูปแบบเหมือนกันทั้งโลกที่จะสามารถใช้ได้เหมือนกันทั้งหมด และนี่คือข้อดีที่ทำให้โลกนี้มีความหลากหลายครับ

เหมือนมีเรื่องอยากจะคุยอีกนะครับแต่นึกไม่ออก confused smile

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#4 By yium on 2009-04-17 08:42

ได้ยินบ่อยสุดตอนนี้คือเรื่องความเท่าเทียม และ 2 มาตรฐานนี่แหละ

จะว่าไปแล้วในสังคมก็ไม่มีใครเท่าเทียมกันจริงๆอยู่แล้ว และก็เกิดขึ้นทั่วไปในทุกสังคมทั่วโลก คนทำมากก็ได้มาก ทำน้อยได้น้อยอันนี้เป็นเรื่องปกติในสังคมทุนนิยม

ส่วนเรื่อง 2 มาตรฐานนั้น ก็ต้องมาดูว่า อะไรเป็นมาตรฐาน ถ้านับว่าปิดสนามบินไม่ผิดก็ไม่ใช่แล้ว ปิดสนามบินผิดแน่นอน และก็มีการออกหมายจับ เข้าสู่ขั้นตอนตามกฏหมายแล้ว ดังนั้นจะอ้างว่าเพราะปิดสนามบินไม่ผิดนั้นไม่ได้

ที่เหลือก็ผู้ชุมนุมที่ก่อความเดือดร้อนของฝั่งเสื้อเหลืองก็มีจับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง และก็เข้าสู่ขั้นตอนตามกฏหมายไปหลายคดีแล้ว รวมทั้งแกนนำที่ต้องโดนหนักๆหน่อยด้วย ดังนั้นตรงนี้เสื้อแดงจะอ้างไม่ให้จับไม่ได้

ถ้าจะมองเรื่องสลายไม่สลาย ในครั้งที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งเสื้อเหลือก็ต้องสลายเช่นเดียวกัน แต่ครั้งนั้นใช้ตำรวจก่อนแล้วก็เกิดความรุนแรงขึ้นเหมือนกัน ดังนั้นเรียกได้ว่าเมื่อประกาศภาวะฉุกเฉิน ก็ย่อมมีการสลายผู้ชุมนุมตามมาเหมือนๆกัน

รัฐบาลสมชายก็มาจากการโหวตของสส.ชุดเดียวกับรัฐบาลอภิสิทธิ ก็นับว่าเป็นมาตรฐานเดียวกันเช่นกัน ถ้าจะเล่นแง่นี้ก็ต้องมองว่า สส. ที่คุณเลือกเขาเข้ามา ไม่ได้ทำตามความต้องการของคุณ คราวหน้าก็อย่าเลือกเขาก็แล้วกัน ไม่เกี่ยวกับเป็นประชาธิปไตย หรือไม่เป็น

แล้วมันมีอะไรไม่เท่าเทียมกันหรือมี 2 มาตรฐานอีก

อ่อมีนักโทษชายแกนนำที่ไม่ยอมกลับประเทศนี่แหละ เพราะมีเงิน มีอำนาจก็เลยเอาตัวกลับมาไม่ได้เสียที ที่อยู่เหนือมาตรฐานใดๆ

#3 By tamanxzg on 2009-04-17 02:56

มาดึก ๆ เจอเรื่องยาก ๆ แล้วมึนแฮะ...
ตอบยากด้วยไม่ได้มาทางสายรัฐศาสตร์เหมือนกัน งั้นขอตอบตามที่คิดนะครับ
ระบอบการปกครองแต่ละอันมันก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกัน
เผด็จการถ้าได้ผู้นำดี (เอาแบบดีจริง ๆ แบบชีวิตนี้ข้าพลีให้รัฐ ไม่มีพวกพ้องผูกพันอะไรทั้งสิ้น)ก็จะเป็นระบอบการปกครองที่ดีเลิศประเสริฐศรีครับ เพราะจะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ใหเ้ประชาชนได้โดยไม่มีใครขวาง แต่ถ้าได้ผู้นำเลวหาประโยชน์ใส่ตัว เห็นประชาชนเป็นเบี้ยล่าง ก็สามารถตักตวงจากประชาชนได้โดยไม่มีใครขวางเช่นกัน คือเผด็จการเป็นระบอบที่สุดโต่งถ้าดีก็ดีเลิศ ถ้าเลวก็ลงเหวไปเลย ดังนั้นประชาธิปไตยจึงมาเฉลี่ยไงครับ ถ้าได้ผู้แทนเลวเป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็ยังมีผู้แทนดีส่วนน้อย องค์กร หรืออำนาจอื่นถ่วงดุล ตรวจสอบ ไม่ปล่อยโอกาสให้หาประโยชน์ใส่ตัวจากรัฐได้เต็มที่ ถ้าได้ผู้แทนดีเป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็อาจมีการขัดแข้งขัดขาของผู้แทนเลว หน่วยงานตรวจสอบ(ตามหน้าที่)ทำให้พัฒนารัฐได้ไม่เต็มที่

ดังนั้นก็คงเป็นไปตามที่จขบ.ว่านั่นแหละครับว่าการปฏิวัติจะจบที่การปกครองแบบใด มันคงขึ้นอยู่กับบริบทของสังคมนั้น ๆ ในขณะนั้น ๆ (ตอบซะยาวแต่อาจจะไม่ค่อยได้ประโยชน์ sad smile)
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ

#2 By pisces on 2009-04-17 01:53

มีเรื่องจะถกด้วยยาวแหงๆ
แต่คืนนี้ขอผ่าน ยังเรียบเรยงไม่ถูก

ไว้มาแจมขันน้ำ ขันน้ำ