ขออภัยที่ใช้เวลานานมาก กับเรื่องเล่ากินพลังงานชุดนี้

ถัดจากเวลา ทอฟเลอร์ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยอย่างที่สองที่พลิกผันอย่างรุนแรงคือพื้นที่ 

ในอดีต คลีฟแลนด์เคยเป็นต้นแหล่งอุตสาหกรรมเหล็กที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ วันนี้ มันกลับลด

ความสำคัญลง งานไหลบ่าไปยังเอเชีย เขตอุตสาหกรรมใหม่ในจีน และอินเดีย กำลังเปลี่ยน

ทุกอย่างไป

เดิม เม็กซิโกเคยได้เปรียบอย่างมากเนื่องจากความสะดวกในการขนส่ง เศรษฐกิจที่วางรากฐาน

อยู่บนความรู้ก็แสดงให้เห็นว่านั่นไม่จำเป็นอีกต่อไป งานสามารถโยกย้ายไปครึ่งโลกได้โดยไม่

มีผลกระทบ เขตแดนต่างๆกำลังหมดความหมาย คนห้าร้อยล้านเดินทางข้ามประเทศของตนทุกปี

บริษัทขนาดใหญ่ และองค์กรต่างๆ(ทั้งสว่างและมืด) ขยายตัวไปทั่วโลก  ธุรกิจยาผิดกฏหมายมี

ขนาดกว่าสี่แสนล้านดอลลาห์ และโยกย้ายอย่างอิสระ ในขณะที่ประเทศต่างๆร่ำไห้ด้วยความ

สิ้นหวัง แทบไม่เหลือทางในการจัดการกับเครือข่ายข้ามชาติขนาดใหญ่

ปัจจัยสุดท้ายคือความรู้
ความรู้เป็นปัจจัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นตัวการที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์กินไม่ได้นอนไม่หลับ

ทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ตั้งขึ้นบนพื้นฐานของความขาดแคลน(ทุกสิ่งต้องมีต้นทุน) แต่ความรู้นั้น
1. ไม่มีการแย่งชิง ผมเรียนฟิสิกส์ คุณก็เรียนได้
2. เป็นนามธรรม
3. ไม่เป็นเส้นตรง ความคิดเล็กๆอาจให้ผลลัพธฺ์ที่ยิ่งใหญ่
4. เป็นเรื่องสัมพัทธ์  และผสมผเสกับความรู้อื่นๆได้
5. เคลื่อนย้ายได้ บีบอัดเป็นสัญลักษณ์ได้
6. จัดเก็บง่าย และเล็กลงเรื่อยๆ
และ 7. กักขังยาก เมื่อคนหนึ่งรู้อีกไม่นานทุกคนก็จะรู้

ทอฟเลอร์เรียกความรู้ว่าเป็น "น้ำมันของวันพรุ่ง" ยิ่งใช้เท่าไหร่ยิ่งเพิ่ม ยึ่งมีคนรู้มาก ยิ่งมีคนช่วยคิดมาก และก็ยิ่งสร้างความรู้ใหม่ๆมากขึ้นไปอีก(ผมนั่งพิมพ์อยู่นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งน่ะนะ :D)

ปัญหาที่ตามมาคือ
คุณจะย่อยความรู้มหาศาลนี้ได้อย่างไร คุณจะสร้างองค์ความรู้เจ๋งๆใหม่ได้อย่างไร เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลใดเป็นจริงหรือเท็จ?

ทอฟเลอร์ตอบคำถามนี้ด้วยตัวกรองความจริง!

edit @ 14 Mar 2009 13:11:07 by house

Comment

Comment:

Tweet

มายก่อด ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้ตอนต่อไปค่ะ

#5 By songsage on 2009-03-12 00:08

wink wink

#4 By Shuu Exteen on 2009-03-11 22:41

หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่จะหามาให้ได้ ในงานหนังสือ

#3 By KC_CRUSH on 2009-03-11 21:49

น่าอ่านจริงๆ

#2 By ฟิวส์ on 2009-03-11 21:42

เข้มข้นแล้ว รออ่าน ( เปิดอ่านเอง ได้แค่ไม่กี่หน้า sad smile )

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2009-03-11 21:05