ความมั่งคั่งปฏิวัติ(Revolutionary Wealth) ของอัลวิล และไฮดี้ ทอฟเลอร์ แปลโดย สฤณี อาชวานันทกุล(Fringer) เป็นหนังสือดีที่อ่านจบแล้วผมพบว่าไม่สามารถเขียนรีวิว ให้กระชับได้

ดังนั้นก็เลยกะเขียนไปเรื่อยๆ จบตรงไหน ก็ตรงนั้น ก็แล้วกัน

ทอฟเลอร์ไม่ได้ใช้คำว่า "มั่งคั่ง "(Wealth)ในความหมายทั่วๆไปเช่นเงินทอง แต่ใช้่ในความหมายที่กว้างกว่านั้นมาก ผมอยากจะเรียกว่าความ "อยู่ดีกินดี" มากกว่า ดัีงนั้น ความมั่งคั่งปฏิวัติ โดยรวมแล้ว จึงกล่าวถึง กระบวนการที่ทำมนุษย์อยู่ดีกินดี นั่นเองที่เปลี่ยนไปอย่างพลิกโฉม ทั้งที่เีริ่มขึ้่นแล้ว และจะเริ่มต่อไป

 ทอฟเลอร์ เริ่มเรื่องราวของเขาจากอดีต โดยแบ่งแยกตามระบบของการสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งเรียกว่าคลื่น ทอฟเลอร์กล่าวว่า คลื่นลูกแรกคือกสิกรรม เกิดขึ้นเมื่อราวหมื่นปีที่แล้ว เมื่อมนุษย์สามารถเพาัะปลูกได้เป็นครั้งแรก

ดังนั้น ที่ดินที่มีผลผลิตดีคืออำนาจ มันสร้างผลผลิตส่วนเ้กิน(Surplus) ให้มนุษย์ เราไม่ต้องหวังลมๆแล้งๆกับการล่าอีกต่อไป และอารยธรรมของเราก็เติบโต นำไปสู่การแลกเปลี่ยน การค้า และอำนาจปกครองอันมีฐานมาจากที่ดิน และกำลังคน

แล้วสี่ร้อยปีก่อน คลื่นลูกที่สองก็อุบัติขึ้น!

 การปฏิวัติอุุตสาหกรรมในอังกฤษนำไปสู่กระบวนการผลิตแบบแมสต์ โรงงาน ชุมชนเมือง การเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมมากมาย ทั้งลัทธิล่าเมืองขึ้น สงคราม และโศกนาฏกรรม และยกระดับความอยู่ดีกินดีของมนุษย์ขึ้นไปอีกระดับ

สิ่งที่ค้ำจุนคลื่นลูกนี้คือ การกำหนดมาตรฐาน การแบ่งงานกันทำ และการใช้ประโยชน์จากขนาด

 แต่ทอฟเลอร์ชี้ว่าคลื่นลูกที่สามกำลังไหลบ่าแล้ว

คลื่นลูกนี้่ ท้าทายหลักการทุกอย่างของระบบอุตสาหกรรม มันทำให้ทุกอย่างแบนราบ สร้างความหลากหลายและทำลายมาตรฐาน และเช่นเดียวกับคลื่นสองลูกก่อนหน้า มันเปลี่ยนรูปแบบการดำรงชีพของมนุษย์ มันเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน 

คลื่นทั้งสามนี้ขยายตัวไม่เท่ากัน และการปะทะกันระหว่างคลื่น ก็นำมาซึ่งความสับสนวุ่นวาย

ซึ่งทอฟเลอร์จะได้อธิบายต่อไป!

edit @ 12 Feb 2009 10:21:48 by house

Comment

Comment:

Tweet

เวที่ต่อไปเป็นเวทีโลก ระบบ sme ไม่สามารถต้านทานเเบรนระดับโลก!! องกรน์ที่เล็กยืดยุ่นเท่านั้นเเละเป็นเครือข่ายเท่านั้นจะครองความมั่งคั่งใหม่คนรวยดั่งเดิมกัอจะจนเพราะเขายังยึดโยงกับอดีตโดยไม่เขาใจว่าเเท้จิงเเล้วโลกมั้นเปลียนอย่างรวดเร็วรูปเเบบการสร้างรายได้ก้อเปลียนไป!!ความมั้งก้อเลยเปลียนเช่นกันการครองทรัพฺร์สินเเบบเดิมก้อเสือมค่าเช่นทำเลที่ดิน หรือ น้ำมัน เเร่่ วัสถุดิบเป็นต้น วันนี้คนธรรมาดาก้อสามารถรวยได้ไม่ยากถ้าเขากลไกลของการเปลียนเเปลงคับ ผมเป้นหนี่งที่ ชอบ หนังสือของ topler ,สรุป ผมมองจีนไม่ถือมั่งคั่ง"โดยเเท่จริงหลอกคับ ประชากรจะกว้างมาเป็นประชากรโลกไรปรมเเดน!เเต่ระประเทศจะคุมประชาชนของต้นเองไม่ได้อีกต่อไป! องกรน์ไหนครองสิทธิบัติ หรอครองคนเก่งก้อจะมั่งคั่งรำรวยโดยเเท้จริง ผมมองว่าอาเมริกาจะดึงดูดคนเก่งทั่งอย่างต่อเนือง จีนเป็นประเทศที่ระดับชั่นมันสมองไม่อยู่ จีนคิดว่าตังเองมีทรัพย์กรเยอะเขาจะเป็นมหาอำนาจโลก เลยผลิตสินไม่มีคุนภาพเเต่ราคาถูกทำให้จีนเจอปัญหาเเบรนจีนในสายตาชาวโลกสินค้าจากจีนไม่ได้รับการเชือถือ ปัญหาเเค่นี้เขายังไม่เขาใจเเล้วจะเป็นมหาอำนาจโลก อิอิ อาวิน ท๊อปเลอค์มาจาอาเมริกา เขาเเก้เกมส์ตั้งนานเเล้วคับ เกมส์นี้อาเมริกาชนะอีกเเล้วครับท่าน!!!

#17 By เอก (171.6.249.117|171.6.249.117) on 2014-10-01 07:37

คับผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบในหนังสือ คลืนลูกที่สามมันเป็นหนังที่ดีมากที่สุดที่บรรยายเกียว ศตรรษที่21 หนังเรืองนี้หายากมากคับเเต่ผมอ่านจบดีมาก อย่างรู้เรืองราวที่สรุปยินดีเเบ่งบันนะคับโทร 086 9500027 คับน้าเป็นห่วงผู้คนที่กำลังเดินสู้ ศตรรษที่ 21 โดยไม่รู้ชะตากรรมที่กำลังจะเดินการทำลายครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 300 ปี ตั้งยุคอุสาหกรรมน้ากลัวมากคับ

#16 By เอก (171.6.248.9|171.6.248.9) on 2014-06-29 20:56

คลื่นลูกที่สามคือ... โลกาภิวัฒน์?

#15 By Fontiar|| on 2009-02-13 10:16

ไม่ทันใจเลย เดี๋ยวไปซื้อมาอ่านเองเลยนี่! (อ่านเองก็ไม่รู้เรื่อง -_-;)

#14 By Hayashi Kisara on 2009-02-13 08:44

ผมก็กำลังอ่านอยู่ครับ แต่ยังอ่านไม่จบเลย ผมกำลังเขียนแนะนำหนังสือเล่มนี้เลย ดังนั้นของลิงค์ให้มาอ่านรีวิวอันนี้นะครับ (ซื้อหนังสือเล่มนี้ก็เพราะบล๊อกนี้ล่ะครับ)

#13 By Life Goes On on 2009-02-12 23:44

น่าอ่านจังท่าน แต่เราต่างก็ยุ่งๆละเน้อ

#12 By Repentant on 2009-02-12 22:40

อืม สงสัยต้องไปเก็บเรื่องนี้ที่งานหนังสือซะแล้ว...


การปฏิวัติ ครั้งที่สามของมนุษย์ชาติ...อืม อืม อยากอ่านง่า

#11 By Crozzax on 2009-02-12 19:51

ว้า ..... อยากอ่านต่อมากๆๆๆ คุณเฮ้าส์ ช่วยเล่าต่อให้ฟังหน่อย

#10 By ตุ้มเป๊ะ on 2009-02-12 18:41

จะเขียนยาวหน่อยก็ไม่ได้ question

ว่าจะเอามาเปรียบเทียบกับซานซู โนะจินจิ ของญี่ปุ่นเสียหน่อยsad smile

ตอนต่อไปเมื่อไหร่จะมาbig smile
หนังสือ the world is flat รึป่าว

#8 By AMp (203.153.166.116) on 2009-02-12 15:06

ตอนนี้เราอยุ่บนคลื่นลูกที่เท่าไรนี่ อิอิ

#7 By ฟิวส์ on 2009-02-12 14:13

รอตอนต่อไปครับbig smile

#6 By 「♭Mystery」 on 2009-02-12 13:54

คลื่นลูกแล้ว ลูกเล่า กระทบฝั่ง

แล้วก็ถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา

มนุษย์มีความมั่นคงทางกายภาพมากขึ้น

แต่กลับมีความมั่นคงทางจิตใจน้อยลง

ทุกที ๆ









และความสุขก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากเย็นตามไปด้วย

อีกหน่อยคงมีวงฉลอง (หลานวงเฉลียง) ออกอัลบั้มสุดฮิต


"ความสุข" สุดขอบฟ้า (เหมือนตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า หายากเหลือเกิน)





ทั้งที่ความสุข อยู่แค่ปลายจมูกนี้เอง

เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ

#5 By Dhammasarokikku on 2009-02-12 13:36

#2 กำลังวุ่นหัวแตก เลยยังไม่ได้เข้าไปคุยต่อเลย
#3 อ้าว บอกแล้วไงว่าเขียนสั้นๆไมไ่ด้ โปรดติดตามตอนต่อไปopen-mounthed smile

#4 By house on 2009-02-12 11:30

อ่าวตัวเอง อ่านมาอย่างตื่นเต้น แล้วคลื่นลูกที่สามมันอะไรล่ะคะ ก๊ากกกกกกกก

#3 By songsage on 2009-02-12 11:18

ผมกำลังอ่านอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีสมาธิเลยไม่ถึงไหน พบว่าเล่มนี้คุณยุ้ยแปลไม่ค่อยลื่นเท่าไรด้วย

ป.ล. ที่พี่บอกว่าสนใจจัดงาน meeting นี่เป็นไงบ้าง เมลมาตามเรื่องหน่อย

#2 By mk (124.121.96.254) on 2009-02-12 11:16

ต้องดูกันว่า ในคลื่นลูกที่ 3 นี้เราต้องสร้างมาตรฐานชี้วัดที่เป็นที่ยอมรับกันใหม่ๆอีกเยอะ