Madoff แชร์ลูกโซ่ระดับโลก
posted on 18 Dec 2008 17:29 by house in Financeวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา เบอร์นาร์ด แมดอฟฟ์ ถูกจับกุมตัวด้วยข้อหาฉ้อโกง และได้รับการจับอันดับเป็นแชร์ลูกโซ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก วงเงินการฉ้อโกงสูงถึง ห้าหมื่นล้านดอลลาห์ และดำเนินการมายาวนานถึง 16 ปี ผู้เสียหายประกอบด้วย ธนาคาร และมหาเศรษฐีระดับโลกจำนวนมาก
หลังจาก 1 สัปดาห์ ข่าวตกผลึก ยิ่งอ่านก็ต้องยิ่งยอมรับว่า แมดอฟฟ์ สุดยอดจริงๆในการสร้างขบวนการแชร์ลูกโซ่ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ โดยไม่มีใครรู้เรื่องแม้แต่ลูกชายของตัวเอง
แมดอฟฟ์ก่อตั้งบริษัท เบอร์นาร์ด แมดอฟฟ์ อินเวสเมนท์ ซีเคียวริตีส์ และเปิดแผนกเฮดฟันด์ในปี 1992 แทนที่จะโฆษณาพื้นๆ และสัญญากำไรอัตราสูงๆแบบแชร์ลูกโซ่อื่นๆ ที่โผล่มาแล้วก็พังพาบ แมดอฟฟ์มาด้วยยุทธการที่สมจริงกว่า
ด้วยการที่ตัวเองเป็นนักการเงิน และเคยเป็นถึงอดีตประธานตลาดหลักทรัพย์ แมดอฟฟ์ เสนอยุทธการประกันความเสี่ยง ที่ฟังดูดีมาก ดังนี้
1. กองทุนจะลงทุนในหุ้น 30-35 ตัวที่รวมกันแล้วมีความผันผวนใกล้กับดัชนี S&P 500
2. กองทุนขาย call option ในราคาที่สูงกว่าปัจจุบัน
3. กองทุนซื้อ put optionในราคาต่ำกว่าปัจจุบัน
งงล่ะสิ มาดูละเอียดๆครับ
สมมุติว่าดัชนีหลักทรัพย์วันนี้คือ 1000 จุด มาดอฟฟ์จะถือหุ้น 35 ตัว มูลค่า 10000 ล้านดอลล์
เนื่องจากหุ้นของมาดอฟฟ์ ขยับตัวไปพร้อมกับดัชนี ดังนั้นถ้าดัชนีขยับไป 1200 จุด หุ้นของมาดอฟฟ์ก็จะขยับไปมีมูลค่า 12000 ล้านเช่นกัน(เป็นจริงในทางขาลงด้วย)
ต่อมา มาดอฟฟ์ จะเสนอขายสิทธิซื้อหุ้นให้กับนักลงทุนรายอื่น เช่น เสนอว่า ถ้าดัชนีขยับไปมากกว่า 10% ในหกเดือนนักลงทุนสามารถซื้อหุ้นจากมาดอฟฟ์ได้ที่ราคาเพิ่มขึ้นเพียง10% เท่านั้น แต่จะต้องวางเงินให้มาดอฟฟ์ก่อน 5% วันนี้
ดังนั้น จากรูปจะเห็นว่าถ้าราคาหุ้นขึ้นไม่ถึง 115 มาดอฟฟ์จะได้เงิน 5% มาฟรีๆ(เส้่นฟ้าสูงกว่าเส้นน้ำเงิน)แต่ถ้าขึ้นสูงไปกว่านั้น มาดอฟฟ์จะได้กำไรแค่เส้่นฟ้าเท่านั้น
เสร็จแล้วมาดอฟฟ์ก็ทำคล้ายๆกันกับขาลงครับ แต่คราวนี้หาชาวบ้านมาค้ำประกัน คือมาดอฟฟ์จะจ่าย 5%(ก็ที่ได้มาคราวก่อน)แล้วมีเงื่อนไขว่ามาดอฟฟ์สามารถขายหุ้นได้ที่ราคาอย่างต่ำ 105% คราวนี้่จะออกมาตามรูปด้านล่าง
จะเห็นได้ว่า มาดอฟฟ์จะขาดทุนไม่เกิน 15% เด็ดขาดแล้วถ้ารวมผลสองชุดเข้าด้วยกันมูลค่ากองทุนของมาดอฟฟ์จะคงที่โดยไม่ขึ้นกัีบราคาหุ้น
มาดอฟฟ์อ้างกับคนที่เอาเงินมาลงทุนกับเขาว่าด้วยการปรับสัดส่วนการประกันทั้งสองด้าน(คือทั้งขาขึ้น และขาลง) พอร์ตหุ้นจะไีร้ความเสี่ยง แล้วกองทุนก็จะกินเงินสบายๆจากปันผลไปตลอดชาติ
นักลงทุนนั้น ก็มาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวของแมดอฟฟ์ ก่อนจะค่อยๆขยายวงออกไป
จุดที่แมดอฟฟ์ ต่างจากแชร์ลูกโซ่อื่นๆ นอกจากแผนการลงทุนที่ดูเข้าท่า(แม้กระทั่งในสายตานักการเงิน)แล้ว แมดอฟฟ์ ยังโชว์ผลตอบแทนที่เมกเซนต์อีกด้วย
แทนที่จะคุยถึงผลกำไรเป็นร้อยๆเปอร์เซนต์ ซึ่งสะดุดตา และเป็นไปไม่ได้สำหรับกองทุนขนาดใหญ่ แมดอฟฟ์เลือกที่จะรายงานผลกำไร เฉลี่ยปีละ 10.5% เท่านั้น และในภาวะที่ตลาดเลวร้าย แมดอฟฟ์ก็จะรายงานผลตอบแทนต่ำลง เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลอื่นๆ
เ ช่นในปีนี้ แมดอฟฟ์รายงานกำไร 5.6% ซึ่งถือเป็นสิ่งที่พอเป็นไปได้ สำหรับกองทุนที่ลงทุนจริงๆ
แมดอฟฟ์ปกปิดร่องรอยตัวเองอย่างรอบคอบ ด้วยการที่ถือไลเซนต์ โบรกเกอร์เอง รวมไปถึงเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์เอง ทำให้ข้อมูลการซื้อขายทั้งหมด ไม่สามารถตรวจสอบได้จากภายนอก
นอกจากนี้ ก่อนวันที่จะต้องรายงานผลการถือครองหลักทรัพย์ต่อ ตลาดหลักทรัพย์ แ มดอฟฟ์จะรายงานว่ามีการขายหุ้นทั้งหมดเป็นเงินสดก่อนเสมอไป ทำให้รายงานทุกฉบับที่ตลาดได้รับจะแจ้งเพียงปริมาณเงินสด แต่ไม่รู้ปริมาณหุ้นที่แมดอฟฟ์ถือครองโดยแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ กองทุนเก๊ของแมดอฟฟ์จึงอยู่รอดมาได้นานถึง 17 ปี โดยไม่มีใครระแคะระคาย
edit @ 18 Dec 2008 20:48:59 by house
edit @ 18 Dec 2008 20:53:11 by house

)

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็เหอะ - -*
#1 By We said we love but what we loving for...? on 2008-12-18 21:11