ว่างๆ หาโจทย์บ้าๆมาคิดกันดีกว่าครับ

 ทำไมกฏหมายห้ามซื้อเสียง?

ลองนึกดูนะ สิทธิในการเลือกตั้ง เป็นของผม ถูกปะ? ดังนั้น ผมจึงมีสิทธิเลือกใครก็ได้ ที่ผมพอใจ

 แล้วผมก็พอใจคนที่ให้เงินเยอะสุด - ทำไมกลายเป็นผมทำผิดกฏหมาย(ฟะ)

 

 ลองมาดูการเปรียบเทียบระหว่าง ซื้อเสียง กับนโยบายดู

 

  ซื้อเสียง นโยบาย
สัญญาว่าจะให้ เงิน อะไรซักอย่าง
เป็น รูปธรรม นามธรรม
ความชัวร์ ได้แหงๆ ไม่แน่-โดนหักหลังได้
ระยะเวลา สั้น ยาว
ที่มาของเงิน นักการเมือง ภาษี
คนได้อำนาจ นักการเมือง นักการเมือง
โกง ใช่ ใช่
ถูกกฏหมาย ไม่ใช่ ใช่

 

สัญญาว่าจะให้เหมือนกัน แถมอันนึงได้ชัวร์ๆกว่าด้วย แถมจากประวัติที่ผ่านมา เราก็เห็นว่าลงท้ายมันก็โกงกันอยู่ดี แล้วทำไมซื้อเสียงผิดกฏหมาย?

 ผิดหรือที่ผมอยากได้เงินมากกว่านโยบายหรูๆที่ทำไม่ได้จริง

ผิดหรือที่ผมอยากได้ผลประโยชน์เฉพาะหน้า มากกว่า

ทำไมกฏหมายห้ามซื้อเสียง?

 

ปล. ผมมีคำตอบข้อนี้ในใจแล้ว(อาจไม่ถูกก็ได้นะ)  แต่อยากได้ความเห็นคนอื่นๆ

 

edit @ 21 Nov 2008 13:13:38 by house

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เคยมีคนเอาทฤษฎีเกมของจอน แนช ไปพิสูจน์ได้ว่า ในการแข่งขันจักรยานทางไกลตูร์ เดอ ฟรองก์ ถ้าโกง แอบใช้สารกระตุ้น จะทำให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าแข่งแบบสุจริต ถึงแม้จะมีความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ก็ตาม แต่คำนวณออกมาแล้ว ปรากฏว่า ความน่าจะเป็น เป็นตัวเลขที่คุ้มความเสี่ยง ซะงั้น

#4 By Eddy on 2008-11-21 13:25

ขอ hide comment นอกประเด็นครับsurprised smile

#7 By house on 2008-11-21 13:41

อ่า.....
ถ้าพูดจากใจจริงของผม เรื่องนี้ก็ไม่ควรเป็นกฏหมายหรอกครับ

แต่มันก็มีปัญหาอยู่ที่ว่า กฏหมายนี้มันออกเผื่อ ออกตามอคติ ที่ว่า ถ้ามีใครเอาเงินไปแจก คนที่รับแจกก็จะอยากเลือกคนนั้นแน่นอน

+ เรื่องความยุติธรรม
- ที่มาของเงิน นักการเมือง | ภาษี
ปัญหาอยู่ที่ นักการเมืองจนๆ ไม่มีสิทธิ์ซื้อเสียง
แล้วนักการเมืองจนๆ อาจจะตั้งใจทำงานมากกว่านักการเมืองรวยๆ แต่ไม่มีเงินซื้อเสียง
ถ้าซื้อคะแนนด้วยภาษีเหมือนๆกัน ความแตกต่างนี้ก็จะหมดไป

+ เรื่องโง่ๆ
คนเขียนกฏหมายคือพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีที่มีความเชื่อว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ คนไทยทุกคนต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม อย่างที่ตัวเองอยากให้เป็น
เพราะงั้น อะไรที่อาจจะไม่ตรงกับความเชื่อตัวเอง ต้องกันไว้ก่อนด้วยการเขียนกฏหมาย

+ เรื่องชั่วๆ
เป็นกฏหมายที่เอาไว้ว่า เมื่อพวกตัวเองซื้อเสียง หรือล้างสมองคน ทำเงียบๆไว้ไม่ให้ใครรู้ แล้วพอคนอื่นจะซื้อเสียงสู้ ก็ตีปี๊บให้ดังๆว่าไอ้นั่นมันทำผิดกฏหมาย ส่วนเรื่องพวกตัวเองทำก็ปิดๆ เงียบๆไว้

+ เรื่องจริงจัง
การที่จะได้คนที่ตั้งใจทำงานให้กับชาติมาบริหารประเทศ มันจะทำให้คนในชาติได้รับผลประโยชน์มากกว่าเศษเงินที่ได้จากการซื้อเสียง และการที่จะได้ตัวแทนของคนในชาติมาอย่างยุติธรรม ต้องแน่ใจว่าคนจะเลือกคนๆหนึ่งมาบริหาร ด้วยความเชื่อมั่นในฝีมือและแนวคิดการบริหาร จึงต้องตัดปัจจัยอื่นๆลงให้มากที่สุด

+ เรื่องไร้สาระ
ประเทศอื่นก็มีกัน ประเทศประชาธิปไตยจึงต้องเขียนเรื่องนี้ไว้ด้วย

+ จากใจจริง
ไม่รู้จะเขียนกฏหมายไปทำไม ถ้าคนมีทางเลือกมากกว่านี้ มีคนดี มีจริยธรรม มีความสามารถ"จริงๆ" ให้เลือก คนก็ไม่ซื้อเสียงกันหรอก แม้แต่คนในประเทศไทยก็ฉลาดพอ
ในประเทศไทยเป็นเรื่องปากว่าตาขยิบมากกว่า ไม่ว่าเลือกตั้งกี่ครั้ง ก่อนหน้านี้ ก็ซื้อเสียงกันมาตลอดทั้งทางตรงและทางอ้อม เรื่องเงียบมาตลอด
แต่พอเกลียดใครแบบจริงจัง สู้ด้วยวิธีอื่นไม่ได้ ก็เอาเรื่องนี้มาเล่้นเพื่อทำลายกลุ่มที่ตัวเองเกลียด

ไร้สาระ
ป.ล. ความเป็นจริง ปัญหาในประเทศไทย เกิดจากระบบอุปถัมภ์มากกว่าการซื้อเสียง

ใช้เงินเ้หมือนกัน มากกว่าด้วย

แล้วเรื่องก็เงียบโคตรๆ
เพราะคนเราส่วนมากไม่รู้จัก "พอ" ไงคะ...

ถ้าไม่มี ก็อยากได้
ถ้ามีแล้ว ก็อยากได้เพิ่ม
พอได้เพิ่มแล้ว ก็อยากได้เพิ่มอีก

แบบนี้ทวีคูณไปเรื่อยๆ...

ถ้าเป็นแบบนั้น การเลือกตั้ง ไม่ต้องวัดกันที่เงินแจกเลยหรือคะ? sad smile แบบว่าใครมีเงินอุดหนุนเยอะกว่า ก็ได้เป็นรัฐบาล ทำให้แนวทางของการบริหารไปในทางหาเงินเข้ากระเป๋าเพื่อถอนทุนที่จ่ายไปตอนซื้อ บลาบลาบลา ส่วนคนดี แต่ไร้งบ ก็ได้แต่ฝัน... sad smile

กฏหมายมันตั้งเพื่อให้ประเทศเป็นไปตามอุดมคติน่ะค่ะ พรรคการเมืองที่ไร้เงิน แต่มีคุณค่า ก็ยังเป็นมีอยู่แต่เพียงในอุดมคติต่อไป

(ใครๆก็พูดว่าอยากได้ แต่พอเอาเข้าจริง ก็เลือกเฉพาะคนเก่าๆที่ไม่ค่อยดี แต่มีเงินหนุนเยอะ เหมือนเคย)

#10 By LUMiN on 2008-11-21 14:06

#8,#10 แต่เอาจริงๆ ทุกวันนี้คนจนก็หมดสิทธิลงเลือกตั้งอยู่แล้วนา

อย่าง ผู้ว่า กทม งบหาเสียง สิบล้าน มากกว่าเงินเดือนตลอดสมัยอีก ถ้าไม่รวยใครจะมีเงินหาเสียง?

#11 By house on 2008-11-21 14:18

เติมอีกหน่อย เอากันจริงๆ นโยบายหรูๆ เราก็ไม่อ่านกันไม่ใช่เหรอ แถมไม่รู้ว่าจะทำกันได้จริงรึเปล่า

ระหว่างฟังโฆษณา กับ รับเงิน รับเงินเป็นน้ำเป็นเนื้อกว่าป่าว? ^_^

#12 By house on 2008-11-21 14:21

อ้อ อีกนิดนึง

การมีระบบอุปถัมภ์ ยิ่งทำให้ซื้อเสียงง่ายขึ้น
และประชาชนจริงๆไม่ได้เงินนั้นด้วยครับ

ก็ไปซื้อพวก ผู้มีอิทธิพล ยัดเงิน แล้วให้ผู้มีอิทธิพลที่ว่านั่น ไปบีบให้คนในชุมชนเลือกคนที่ตัวเองรับเงินมา

กฏหมายการซื้อเสียงอาจจะมีเพื่อแบบนี้มั้ง เพราะไม่รู้ว่าชาวบ้านคนไหนที่เป็นผู้มีอิทธิพล เงินซื้อเสียงไม่ทั่วถึง ก็เลยห้ามซื้อเสียงไปซะเลย เพราะมันทำให้ผู้มีอิทธิพลได้เงิน
^- แปลว่าเป็นปัญหาด้านการกระจายสินค้า ไม่ใช่ปัญหาจริยธรรมของสินค้า?

#14 By house on 2008-11-21 14:37

เพื่อให้เกิดความยุติธรรมระหว่างนักการเมืองทุนต่ำกับนักการเมืองทุนสูง?

#15 By tewson (203.131.212.67) on 2008-11-21 14:50

#14 ก็ ไม่ได้ว่าว่า เพราะเหตุนี้ถึงต้องมี หรอกครับ แต่หมายถึง ก็อาจจะเป็นเหตุผลอีกเหตุผลนึง(ที่มีน้ำหนักขึ้นมาเล็กน้อย)

ผมคิดว่าเหตุผลหลักน่าจะเป็นตาม
ที่ผมเขียนใน ความเห็น #8 หัวข้อ+เรื่องจริงจัง
น่ะครับ

ีคือการเทียบคุณภาพเฉพาะอย่างของอะไรบางอย่าง ควรจะตัดปัจจัยเสริมของมันออกให้หมด เอาเฉพาะที่ต้องการ
เช่น จะเลือกกาวซักหลอด คงจะดูที่โปรโมชั่นไม่ได้ว่า ซื้อแล้วจะแถมอะไรบ้าง เราคงต้องการดูแค่อายุการใช้งาน ความเหนียว แห้งเร็วรึเปล่า ติดพื้นผิวอะไรได้บ้าง

ทีนี้ กฏหมายมันออกเพื่อ ให้คนทำตาม เพราะมันเป็นกาวหลอดเดียวที่คนทั้งชาติต้องใช้ตลอด 4 ปี และใช้ติดของสำคัญๆ ตกแตกไม่ได้อีกด้วย
จึงต้องมีกติกานิดหน่อยว่า การซื้อขายกาวครั้งนี้ ห้ามมีโปรโมชั่น ห้ามมีการลดแลกแจกแถม
จึงต้องมีกติกาครอบไว้

อะไรประมาณนี้

แต่สำหรับในประเทศไทย มันไม่มีประโยชน์ เพราะมันก็ใต้โต๊ะทุกเจ้า
กาวยี่ห้อไหนก็ห่วยพอๆกันทั้งนั้น ใต้โต๊ะก็พอๆกันทั้งนั้น
ผมจึงคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับประเทศไทย

สำหรับผม ต่างประเทศ เป็นไปตาม ความเห็น#8 หัวข้อ+เรื่องจริงจัง
แต่ในประเทศไทยมันเป็นไปตาม ความเห็น#8 หัวข้อ+เรื่องไร้สาระ มากกว่า
อืม... ผมว่าน่าจะเป็นปัญหาตรงที่ว่าสิ่งที่นักการเมืองควรทำนะครับ

สิ่งที่นักการเมืองควรทำคือดูแลพัฒนาประเทศ ไม่ใช่แจกเงินให้ประชาชนใช้sad smile

ถ้าไม่มีนโยบาย ชาติก็ไม่เดิน รัฐบาลก็ไม่มีความหมายครับ

#17 By 「Mystery☆」 on 2008-11-21 15:44

อ่านค่ะ แต่อ่านเฉพาะนโยบายที่สนใจ และ(ตัวเรา)อาจมีสิทธิได้ใช้จริง ฉะนั้นตอนเลือกผู้ว่าฯที่ผ่านมา เราเลยไม่สนใจอภิรักษ์เลย 5555+ เพราะบ้านอยู่ในเขตที่มีทั้งBTS / MRT / เรือคลองแสนแสบ / หัวลำโพง sad smile ขาดแต่เครื่องบินอย่างเดียวแล้วล่ะค่ะ ฮาๆ

ก็ ปัญหาเรื่องไม่มีลิมิตเงินที่แจกได้ จะหมายความว่า มันก็เป็นการประมูลตำแหน่งดี ๆ นี่เอง ทุกคนจะไม่สนใจทำงาน เพราะยังไงสิ่งที่ทำให้ได้ตำแหน่งก็คือเงินอย่างเดียว open-mounthed smile การมีกฏหมายนี้ก็เหมือนเป็นสิ่งคัดกรองตามกลไกธรรมชาติ ว่าใครที่ฉลาดกว่า/เส้นใหญ่กว่า/หลบหลีกกฏหมายได้เก่งกว่า ก็จะมีสิทธิแจกเงินเพื่อซื้อคะแนนได้มากกว่า

อย่างน้อยมันก็ยังใช้สมองนะคะ sad smile แต่ในการปฏิบัติงานจริง สมองส่วนนั้นจะมีประโยชน์ต่อคนหมู่มากที่เลือกเค้าเข้ามารึเปล่า นั่นก็อีกเรื่องนึง

ส่วนงบหาเสียง นั่นก็จะมีส่วนนึงมาจากสปอนเซอร์ค่ะ (เหมือนที่โอบามาขอเงินบริจาคเพื่อมาใช้สนับสนุนการหาเสียงของตัวเองนั่นแล) ซึ่งก็เป็นเรื่องของเส้นสายเช่นกัน ในแง่หนึ่งมันก็ช่วยให้ปฏิบัติบางเรื่องได้เร็วขึ้น เพราะรู้จักกันดี หรือในแง่ที่ว่าสปอนเซอร์เค้าอยากทำงานกับผู้สมัครคนนั้นมากกว่ารายอื่น .........แต่ในแง่หนึ่งมันก็กีดกันผู้ขายรายอื่นจากหน่วยงานราชการนั้น เพียงเพราะว่าเค้ามีเจ้าประจำอยู่แล้ว...sad smile

สำหรับเราแล้ว... เราก็ "ไม่พอ" เหมือนกันค่ะ ฮาๆๆ เงินซื้อเสียงมันไม่สามารถอำนวยความสะดวกหลายอย่างให้เราได้ สิ่งที่เราต้องการในชีวิตแต่ละวันมันมีมากกว่าเงินค่ะ

เช่นการเดินทางอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องผจญรถติด , การเดินถนนอยู่แถวบ้านแต่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ปารีส เพราะวิวมันหรูเหลือเกิน , การไม่เหม็นกลิ่นน้ำคลองตอนนั่งเรือในคลองแสนแสบ sad smile , การมีถังขยะในเวลาที่ต้องการทิ้งขยะ , การมีไฟทางเดินตอนเราเดินข้างถนนมืดๆ , ความปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่จะเดินทางคนเดียว...

สิ่งเหล่านี้ เงินซื้อเสียงไม่สามารถซื้อให้เราได้ค่ะ big smile ถ้าจะซื้อได้ มันคงต้องใช้เงินมากกว่าเงินสนับสนุนการหาเสียงแน่ๆ..

(บอกแล้วว่างก ฮาๆ)

#18 By LUMiN on 2008-11-21 17:05

ปล. แต่ถ้าเราเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ที่มีหนี้สินเยอะ เราก็คงอยากได้เงินมาใช้เฉพาะหน้ามากกว่าจะไปสนใจเรื่องที่เค้าจะทำให้คนหมู่มากตอนดำรงตำแหน่ง sad smile

#19 By LUMiN on 2008-11-21 17:09

+10 ให้ความเห็น 18 ครับ

เห็นด้วยเกือบทุกประการ + อธิบายเข้าใจง่าย ^^

ป.ล. ผมแอบคิดเหมือนกันนะครับว่า ส่วนนึงก็คือ การมีกฏหมายข้อนี้ ทำให้คนที่อยากมีตำแหน่ง ได้ใช้สมองมาแข่งบ้าง ไม่ใช่เอาเงินทุ่มอย่างเดียวจบ
แต่คิดว่าคงไม่ใช่เหตุผลหลัก
ทำไมกฏหมายห้ามซื้อเสียง?
- ประเด็นนี้คาดว่าคนร่างก็เคยซื้อเสียงมาก่อน แล้วหมดเงินเยอะเกินควร ถูกชาวบ้านร้องเรียน ได้รับไม่เท่ากัน เพราะเงินไปกองอยู่กับหัวคะแนน ทำให้งบประมาณการซื้อเสียงจากพันล้าน เป็นหมื่นล้าน

การหาเสียง ก็เหมือนกัน ผู้สมัครก็ลงพื้นที่ ทั้งๆ ที่ไม่เคยลง คนพาไปก็เป็นหัวคะแนน
เวลาปราศรัย แถลงนโยบาย มีคนฟังอยู่ 2 ประเภท(แบ่งได้ 2 ประเภท เฉพาะต่างจังหวัด) คือ
1. คนที่ชอบบุคคลที่ลงสมัครไปนั่งฟัง
2. ชาวบ้านที่ถูกหัวคะแนนจ้างหัวละ 200-300 มานั่งฟัง ผู้ลงสมัครไม่รู้หรอก

คนเลือก(ชาวบ้าน)ส่วนใหญ่ที่เลือกผู้แทนก็เพราะทัศนคติความชอบส่วนตัวประมาณ 80 %
เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน สืบญาติพี่น้องแล้วก็ -คนกันเอง-
มีปัญหาอะไรจ้างสามล้อมาบ้านผู้แทนพื้นที่ ขอเงินค่ารถ ค่ากินข้าว ค่าน้ำมัน ค่าเทอมลูก ค่าเหล้าสามี!!

ปัญหาของเมืองไทยคือ จะมีสักคนไหมที่ร่างกฏหมายเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ
ลืมไป

กรณีจับนักการเมืองที่ซื้อเสียง อาจจะมีสาเหตุมาจาก การกำจัดคู่แข่งให้ลดน้อยลง

เอ่อ.. มองโลกโหดร้ายไปหรือเปล่าหว่าembarrassed sad smile
บนพื้นของสมมุติฐานที่ว่า ไม่ว่าจะเข้าไปโดยวิธีใดก็โกงเหมือนเดิม
ผมว่าไม่ว่าจะซื้อหรือไม่ซ์้อก็มีค่าเท่ากัน

เพราะต่อให้คนไม่โกง ระบบก็จะบังคับให้เขาต้องโกงจนได้

#23 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-11-21 19:28

เข้ามาจะบอกว่า ความเห็นของผมคือ ขอยืมมือฆ่าคนครับ แบบโจโฉยืมมือ ขันทีชั่วสังหารโฮจิ้น แม่ทัพห่วยแตก เก็ตไหมครับ??

ก็บอกแล้วว่าไงว่า ผมถือว่าคนที่หนีศาลเลวกว่าคนว่าศาลไม่ยุติธรรม

คดีหมิ่นโโนไปแล้วไงสามปี?ไหนครับ มีตอนไหนบ้างที่ว่าศาลไม่ยุติธรรม ถ้ามีรบกวนช่วยเอาคลิป หรือข่าวมาให้ดูเลยจะดียิ่งครับ


อ้อ เรื่องการเมืองก็ส่วนการเมืองนะ
หวังว่าเรื่องอื่นเราคงยังคุยก็นโดยดีได้


ส่วนคุณหมาเขียว.....

เหอะๆๆๆๆๆๆๆ

ได้ยินชื่อผมก็รู้แล้วว่าไม่มีค่าควรอ่าน comment

ต่อให้้คุณเห็นด้วยกับผม แต่ด้วยความเกรียนของคุณ ที่มีปัญญหากับคนได้ทุกเรื่อง โลกร้อน เกย์ เรื่องสิทธิสัตว์ บลาๆๆๆๆ

ต่อให้ฝ่ายเดียวกัน ผมก็ไม่เอาคนอย่างคุณเข้าพวกด้วยหรอกครับ


question
ประทานโทษที่นอกประเด็น
เรื่องซื้อเสียง

ทำไมผิด?

อืม

แล้วตามหลักของประเทศอื่นละเขาว่าไง.?
#26 ให้มันยืมมือจริงเถอะครับ คุณน่ะ เชื่อสนธิไปเกินครึ่งแล้ว ก่อนเช็คหลักฐานด้วยซ้ำ

ไม่งั้่นคุณไม่ออกมาซัดศาลอย่างนั้นหรอก (ตามสนธิพูดเป๊ะๆเลยด้่วย)

โจรสองคน คนนึงเผ่นหนีไป ตปท อีกคนอยู่ระหว่างโดนฟ้องศาล สรุปได้หรือว่าคนที่เผ่นเลวกว่า?

ถ้าคุณสรุปได้ คุณกับผมคนละมาตรฐานครับ เพราะคนหนีไม่หนี ประเด็นไม่ได้เกี่ยวกับความผิดเลย เกี่ยวกับโอกาสรอดในการสู้คดีกับโอกาสหนีเท่านั้นเอง

ใครเลวไม่เลว ต้องกลับไปดูว่าโดนคดีอะไร และมันมายังไงเท่านั้น

เรื่องโวยศาล คำเป๊ะๆผมไม่มีหรอก แต่อ้อมๆน่ะหาได้

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=2379988
"จะว่าหมิ่นศาลก็เอาเลย ตนไม่กลัวแล้ว ตายเป็นตาย"
เคารพศาลมากกกกกกกกกกก

หรือล่าสุด จะบอกหรือว่าสนธิไม่บอกอ้อมๆว่าศาลตัดสินเกินอำนาจ?
"เคยเห็นไหมว่าล้มละลายโดยที่เจ้าหนี้ไม่ได้ฟ้อง"

จะจวกทักกี้ก็จวกไป แต่ไม่ใช่ว่าสนธิผิดไม่ได้ อย่าด่วนสรุปนัก ผมไม่มีปัญหากับคุณเรื่องทักกี้ ผมท้วงแค่เรื่องด่วนสรุป

#27 น่านจิ ถึงมาถามนี่ไงquestion

#28 By house on 2008-11-21 20:35

ไฟลุกไปแล้วสินะ
คห.หายไปเยอะมาก

อยากจะตอบง่ายๆว่าเพราะเรามีอุดมการณ์ครับ....
ไม่ร้อนนะเทร่า แค่อุ่นๆ

แต่มันอยู่แรกๆหมดเลย ผมเลย hide ทิ้งก่อน เดี๋ยวคนอื่นจะผวา ไม่กล้าคอมเมนต์sad smile

#30 By house on 2008-11-21 21:05

ก้อคงเหมือนสอบคัดเลือกมั้งครับว่า
ห้ามลอกข้อสอบ แต่ถ้าจับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

ไม่แน่ว่าบางทีบางครั้งการเลือกนักการเมืองที่ไม่ซื้อเสียง
ก็อาจจะเป็นเครื่องคัดกรองได้นิดหน่อยว่า
ไอ้นี่ก็ทำตามกฏ เล่นตามเกมส์เหมือนกัน

แต่หลังจากนั้นเป็นเรื่องที่ว่าองค์กรและประชาชน
มีหน้าที่ที่จะตอยดูว่ามันแอบเอาเงินเราไปใช้รึเปล่า

ผมว่ามันเป็นตัวอุดมการณ์ของกฏหมายข้อนี้
ซึ่งบ้านเราก็เกิดขึ้นได้ยาก ไม่รู้ว่าทำไม(หรือว่ารู้)
คิดว่า ในแง่อุดมการณ์แล้วเราอยากเห็นอะไรที่มันยั่งยื่นและเป็นรูปธรรมกว่าเงินที่ให้มาแล้วก็หมดไปน่ะครับ

ปชต ตามที่ถูกออกแบบมามันเป็นตลาดเสรีของความคิด เราเลือกที่ความคิด ไม่ใช่ที่เงิน

นี่พูดในแง่อุดมการณ์นะครับ ถ้าคนเรายังต้องหาเช้ากินค่ำเขาก็ไม่มีเวลามานั่งนึกถึงอุดมการณ์หรอก จะไปโทษเขานักก็ไม่ได้ angry smile

#32 By Repentant on 2008-11-21 22:54

เรื่องซื้อเสียง แน่ใจได้อย่างไร ว่าแจกเงินแล้วจะเลือกให้
ถ้าไม่มีกฏห้ามรับเงิน ผมรับหมดทุกคนหล่ะ ให้เงินผมก็รับดิ

ความคิดผม แทนที่จะเป็นกฏห้ามแจกเงิน มาเป็นรณรงค์เรื่องรับเงินดีกว่า
ทำให้การแจกเงินเป็นเรื่องตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปเลย
คือทำให้มันไม่ได้ผลไปซะ ให้ความรู้กับชาวบ้านอีกด้วย

เวลาดูคนทะเลาะกันเรื่องโกงเลือกตั้งแจกเงินกันนี่ ผมว่ามันจะได้ผลเหรอ
ไอ้คนแจกเงินหน่ะสิ จะไม่ได้เลือก เสียเงินฟรี

#33 By Demigod on 2008-11-21 23:38

กลับมาอ่านความเห็นอื่นๆ อีกรอบ ชักอยากอ่าน hide แฮะsad smile
เท่าที่อ่านๆ ดู ผมออกจะ convinced กับเรื่อง ความเป็นธรรมในการแข่งขันจาก #8 มากสุดครับ (ตัดอคติว่าด้วยฐานะทางเศรษฐกิจของผู้สมัคร) เพราะใช้ภาษีซื้อ (นโยบาย) จะจนหรือรวยก็ซื้อได้เท่ากัน แต่ใช้เงินส่วนตัวซื้อ คนไม่มีเสียเปรียบครับ (ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า คนใช้เงินมากมีโอกาสได้รับเลือกมาก)

อีกเรื่องนึงก็อาจจะเป็นว่า จริงๆ แล้ว ถ้านักการเมืองซื้อเสียงไม่ได้ abuse power แล้ว การซื้อเสียงอาจไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เราไม่เชื่อว่า คนที่ยอมลงทุนจ่ายเงินเพื่อเข้าไปในตำแหน่ง จะไม่ต้องการหาทุนคืนโดยการ abuse power (แต่ข้อนี้ ก็เอาไปจับกับการใข้งบประมาณหาเสียงได้เหมือนกัน)

#35 By chayanin (124.121.116.14) on 2008-11-22 00:27

เราคิดว่าจริงๆ มันมีอีกสิ่งที่มองไม่เห็นคือ "ความเป็นคนดี" ซึ่งหมายถึงความรู้สึกที่ว่าเราต้องทำตามแนวคิดว่า "คนดี" ทำเพื่อให้รู้สึกดี หรือคนอื่นมองเราว่าดี

เรามีสิทธิ์ที่จะแลก "เสียง" กับสิ่งที่เราคิดว่าคุ้มที่สุด สำหรับคนจนอาจจะคิดว่าผลประโยชน์เฉพาะหน้านั้นคุ้มที่สุด แต่สำหรับชนชั้นกลางที่พอมีกินอยู่แล้วอาจจะเห็นความ "ความเป็นคนดี" สำคัญกว่า

หากถอนกฎหมายข้อนี้ออกไป การขายเสียงจะไม่ขัดกับ "การเป็นคนดี"

แฮ๊ะงงๆ แฮะ

#36 By หย่งเล่อ on 2008-11-22 01:38

ผมว่านะ ประเด็นก็คือ คนที่ขายเสียงนั้นเขายังไม่เข้าใจว่า 1 เสียงของเขานั้นมีค่าขนาดไหนมากกว่านะ

พนักงานร้านอาหารผมรายได้ 6000 บาทต่อเดือน เวลามีการซื้อเสียงให้หัวละ 2500 เขาก็ยอมลางานกลับไปกาให้เลยทีเดียว

พื้นฐานก็คือ
1.เขาไม่รู้ว่าการกระทำแบบนี้มันส่งผลเสียหายอย่างไร กับแค่เสียงๆเดียว
2.เขาคิดว่าใครๆก็โกงทั้งนั้น เขาเลือกคนโกงที่ให้เงินเขาไม่ดีกว่าหรือ
3.เขาเอาเงินมาให้ ต้องตอบแทน

ผมก็มองว่านโยบายประชานิยม หรือซื้อเสียงก็ไม่ต่างกัน แต่ทว่าการซื้อเสียงมันเป็นรูปธรรมจับต้องได้ วัดค่าได้ และบ่อนทำลายประชาธิปไตย(ในอุดมคติ)โดยตรง ก็เลยต้องรณรงค์ป้องกัน ให้เป็นค่านิยมมากกว่าครับ เหตุผลก็คือต้องการลดค่านิยม 3 ข้อข้างบนลง (จริงๆต้องแก้ที่การศึกษา ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่า)

ก็ถือซะว่า เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งว่าเราต้องการดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องดีงามก็แล้วกันครับ

ปล.คล้ายๆกับห้ามสูบบุหรี่ แต่ไม่เลิกโรงยาสูบ ทั้งๆที่รู้ว่าบุหรี่นั้นมันไม่ดี แต่จะให้ปล่อยเลยตามเลยไม่มีข้อห้ามอะไรเลยมันก็ดูไม่ค่อยจะดีนักใช่ไหมครับsad smile

#37 By tamanxzg on 2008-11-22 02:10

ถ้านักการเมืองเอาเงินตัวเองซื้อ ก็ต้องโกงคืนอย่างน้อยเท่าที่จ่ายไป
แต่ถ้าไม่ซื้อ การโกงจะไม่มีขั้นต่ำ
เช่น งบประมาณ 100 บาท ถ้านักการเมืองใช้เงินซื้อเสียง 50 บาท
แล้วก่ะว่าตัวเองได้กำไรสัก 30 บาท จะเหลืองบพัฒนาบ้านเมือง 20 บาท
แต่ถ้าใช้เงินซื้อเสียงไม่ได้ ก็จเหลืองบ 70 บาท

ตรงนี้เรามองว่ากฏหมายออกมาเพื่อส่วนรวม เพื่อให้เงินส่วนรวมเหลือมากกว่านะ
ถ้าไม่มีตรงนี้ 50 บาทตรงนั้นจะถูกกระจายกลับไปยังประชาชน

เรามองว่ากฎหมายออกมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม

#38 By kaze on 2008-11-22 02:38

ถ้าจะมองว่าทุกๆคนที่เข้ามาก็โกงเหมือนกันหมดก็จะไม่มีพื้นที่เหลือให้คนดีเลย จะรับเงินหรือไม่รับก็โดนโกงทีหลังอยู่ดี ความคิดที่แสดงไว้ตามตารางข้างบนก็ดูจะสมเหตุสมผล แต่ถ้าคิดในแง่ดีว่ามีคนดีๆเป็นตัวเลือกด้วย การรับเงินคนโกงแล้วเลือกเพราะเห็นประโยชน์เฉพาะหน้าก็จะเป็นการปิดโอกาสคนดีไปเสียหมด จะไม่มีทางเห็นคนดีโผล่เข้าไปทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของบ้านเมืองเลย ถึงแม้โอกาสจะน้อย แต่ให้มีโอกาสเหลือไว้ให้คนดีบ้างก็ยังดีกว่าไม่มีเสียเลยนะครับ
ในความเป็นจริงแล้ว เราอาจไม่รู้เลยว่าใครดีไม่ดี แต่คนที่เลือกที่จะโกงตั้งแต่แรกแล้วคงจะหาดียาก ดังนั้นผมไม่เลือกคนซื้อเสียงครับdouble wink

#39 By Life Goes On on 2008-11-24 21:30

เหมือนว่าลืมตอบคำถาม
เอาเป็นว่าผมคิดว่ากฎหมายห้ามซื้อเสียงเพื่อให้เกิดความยุติธรรมที่ไม่ว่าใครก็จะสามารถมีสิทธิ์เสนอตัวรับใช้บ้านเมืองได้ครับ ไม่อย่างนั้นใครเงินหนาก็จะได้ตำแหน่งไปแบบไม่ต้องลุ้น และมีโอกาสที่จะผูกขาดไปตลอดด้วย

#40 By Life Goes On on 2008-11-24 21:39

นั่นสิเนอะ

ทุกวันนี้มันก็คือ ๆ กันแล้วอ่ะ

#41 By JokeKo on 2008-11-25 01:03

ในความเป็นจริงแล้วการมีกฏหมายห้ามซื้อเสียงอาจจะเป็นตัวผูกขาดซะเองก็ได้

ผมหมายถึงว่า โดยปกติแล้ว นักการเมืองท้องถิ่น มักจะเป็นผู้มีอิทธิพลหรือเศรษฐีในพื้นที่นั้น

เมื่อเริ่มมีความคิดว่าอยากจะลงเล่นการเมือง ก็จะมีการใช้เงินตัวเอง ทำประโยชน์ให้ชาวบ้าน เช่นปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ พักหนี้ได้ ให้เช่าที่ดินถูกๆ หรือแม้แต่สร้างสาธารณประโยชน์ ช่วยงานบุญ ฯลฯ แล้วซักพักจึงลงเล่นการเมือง

คนที่ไม่มีเงินแต่แรก ก็ทำแบบนี้ไม่ได้แต่แรก และถึงแม้จะมีสปอนเซอณืให้เงินแบบสหรัฐ ก็เอาไปทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้ชาวบ้านไม่ได้เพราะผิดกฏหมายซื้อเสียง
ทั้งๆที่คนๆนั้นอาจจะมีความรู้ความสามารถในการบริหารชุมชน และบริสุทธิ์ใจมากกว่า แต่คนที่ทำมาก่อน มีเงินทำมาก่อน ก็ชนะอยู่ดี

หรือเปรียบง่ายๆก็อย่างเช่นพรรคเก่าแก่บางพรรค มีฐานเสียงมานานเพราะสร้างไอ้นั่นไอ้นี่ พัฒนาพื้นที่ของตัวเองให้เจริญ ก็มีฐานเสียงของพรรค ทั้งที่นโยบายไม่เอาไหน
มีพรรคใหม่จะเจาะฐานเสียง ก็ต้องใช้เงินทำบ้าง แต่ก็ผิดกฏหมายอีก ทั้งที่พรรคใหม่อาจจะมีความรู้ความสามารถมากกว่า แต่ก็ได้แต่วาดนโยบายเปล่าๆ แถมถ้าเอานโยบายไปพูดแล้ว อาจจะโดนขโมยไปว่า "ถ้าเลือกผม ผมก็ทำเหมือนกัน" พรรคใหม่ก็ไม่มีโอกาสได้เกิด เป็นอย่างนี้ตลอดมา
ความเห็นดีๆทั้งนั้น

คุณไทน่า ลองอ่านนี่ครับ http://www.fringer.org/?p=211 อย่าว่าแต่เราๆเลย นักการเมืองก็ยอมรับว่า บีโลว์ เดอะไลน์ พวกนี้ ควรจะต้องถูกควบคุมด้วย การบล็อกเฉพาะเงินซื้อเสียงไม่พอ


#43 By house on 2008-11-25 17:22

โอ้ ขอบคุณครับ

ไม่น่าเชื่อว่าเฮียมาร์คเขียนนะเนี่ย เพราะมันช่างขัดกับการกระทำของพรรคตัวเองอย่างสิ้นเชิง

ค่อยรู้สึกว่ามีน้ำยาขึ้นมาบ้าง นี่แปลว่าเรื่องที่หลุดๆงี่เง่าที่ผ่านมาเป็นละครตามบทที่ในพรรคเขียนให้ซะละมั้งนี่???

...เป็นหุ่นเชิดนี่ก็ดูน่าเศร้าแฮะ