อ่านเจอแล้วเก็บมาเล่า จริงๆอยากเล่ามาซักพักแล้ว แต่ entry ของ paepae มากระตุ้นว่ามันคงต้องเขียนตอนนี้แหละ

ปัญหา(ในทางการเงิน)ที่เกษตรกรพบนั้นหลักๆอาจจะแยกได้ 2 อย่างคือ

1. ไม่รู้ราคาสินค้าในปีหน้า ทำให้มีความเสี่ยงที่เมื่อผลิตออกมาแล้วราคาสินค้าตกต่ำ

2. ไ ม่มีผลผลิต เช่นลงทุนไปแล้วฝนฟ้าไม่ตก หรือเกิดท่วมไปเลย งานนี้ก็เจ๊ง

 

 ปัญหาแรกขายผ้าเอาหน้ารอดได้ด้วยการประกันราคา(ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ บอกว่าเป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพ) แต่ ปัญหาหลังนี่ถึงกับสิ้นท่าเอาเลย ดังนั้น ธนาคารโลก จึงได้ร่วมมือกับสถาบันการเงิน ลงทำวิจัยเพื่อหาวิธีแก้ไข

การประกันผลผลิตนั้นไ ม่มีประสิทธิภาพ เพราะถ้าราคาต่ำ ชาวนา ชาวไร่ ก็ตายอยู่ดี แต่ถ้าราคาสูง ชาวนาชาวไร่อาจจะพบว่าเขาไม่มีแรงจูงใจที่จะเพาะปลูกให้เต็มประสิทธิภาพ เช่น เขาอาจจะปลูกให้ได้ผลผลิตซัก 80% ของผลผลิตที่เขาทำได้เต็มที่ ขอเคลมเงินประกัน 20% แล้วเอาเวลาว่างที่เหลือไปขายแอมเวย์!!

ถ้ามาไ ม้นี้ คนประกันผลผลิตให้ก็ตายอย่างเดียว และการหาจุดสมดุลของแรงจูงใจ กับปริมาณเหมาะสมของผลผลิตระหว่างพื่้นที่มันยุ่งยากมาก จนทำแทบไม่ได้

 ทางออกที่ธนาคารโลก ได้ทดลองนำไปใช้และประสบความสำเร็จ คือการดึงบริษัทประกันภัย เข้ามาทำประกันสภาพอากาศ

เ รื่องจะเริ่มจาก บริษัทประกันเริ่มทำการคำนวณระดับน้ำฝน( ในบางประเทศอาจจะใช้ดัชนี้อื่นร่วมด้วย เช่นในเขตหนาวจะใช้อุณหภูมิ) ในระดับต่างๆ แล้วจัดทำเป็นดัชนี พร้อมทั้งกำหนดช่วงของค่าชดเชย ในแต่ละระยะเวลา(เช่นในช่วงหยอดเมล็ด จะจ่ายชดเชยเมื่อฝนตกต่ำกว่า x จุด หรือสูงกว่า y จุด ในอัตราจุดละ z บาท/กรมธรรม์) หลังจากนั้น บริษัทก็จะทำการเสนอขายกรมธรรม์ให้เกษตรกร หลังจากจบฤดูเพาะปลูก ก็เอาดัชนีสภาพอากาศมาเคลียร์กัน ว่า บริษัทประกันต้องจ่ายเงินชดเชยเท่าไหร่

 กลไกนี้ธนาคารโลกรายงานว่าได้ผลดีมากในหลายประเทศ เช่นอินเดียและบาดาวี ส่วนในประเทศไทย ธ.ก.ส  และพันธมิตร(ไม่ใช่พวกแถวๆทำเนียบนะ) ได้ทดลองร่วมกันจัดโครงการนำร่อง ที่ อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาในปีที่แล้ว โดยใช้ดัชนีน้ำฝนจากสถานีตรวจวัดน้ำฝน กรมอุตุนิยมวิทยา และ ออกแบบกรมธรรม์ โดยความร่วมมือ จากนักวิชาการหลายฝ่าย เพื่อให้ดัชนีที่ได้สะท้อนความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง 

 ในปีนี้ โครงการได้ขยายเพิ่มเติมไปยังเพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สระบุรี และ ราชบุรี รวมเป็นพื้นที่ 6689 ไร่ เกษตรกร 324 ราย จะได้ผลอย่างไร คงต้องรอดูปีหน้า

 

 ข่าวร้าย : ปัจจุบันไทยมีแต่ดัชนีสภาพอากาศสำหรับรับประกันข้าวโพด ดัชนี อื่นๆอยู่ระหว่างการศึกษา ชาวนาคงต้องช่วยตัวเองไปอีกซักพัก(ใหญ่ๆ)

 อ่านเพิ่ม:

http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=B89E9FECA3CA128A1A583D681DCC06CD&sec=&query=uC8=

 http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02for05121150&day=2007-11-12&sectionid=0205

http://www.iprbthai.org/new/news/news.aspx?newsID=191

อันล่างนี่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง 

http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2007q3/2007july26p6.htm

 

edit @ 11 Nov 2008 12:53:36 by house

Comment

Comment:

Tweet

Very nice site!

#12 By prtppwty (103.7.57.18|73.21.216.71, 96.31.86.188) on 2012-12-12 08:44

Hello! dbdgfaf interesting dbdgfaf site! I'm really like it! Very, very dbdgfaf good!

#11 By uuuiiuwr (103.7.57.18|249.176.186.116, 96.31.86.184) on 2012-12-12 08:38

Hot! Hot!

เจ๋งนะ

#10 By aaax on 2010-11-19 11:27

เคยได้ยินมานานแล้วนะ

แต่แบบ พูดตรงๆ ดูห่างไกลสุดๆ T___T

#9 By วิหคสีคราม on 2010-05-17 22:09

แหม่
แบบนี้ก็อาจจะดีนะembarrassed

#8 By PoY on 2009-10-22 21:34

ฉันทำกับตัวแทนคนหนึ่ง

ไม่อยากเชื่อเลยว่า

ไม่ใช่คนรู้จักกันมาก่อน

แต่ตัวแทนคนนี้อธิบายถึงประโยชน์ของลูกค้า เป็นหลัก

บริการทั้งก่อน และ หลัง การขาย ประทับใจมาก ที่สำคัญจริงใจดี

กล้ารับรองได้เลยว่า เขาตั้งใจในงานนี้จริงๆๆ

ถ้ามีรางวัลตัวแทนตัวอย่าง เขาสมควรได้จริงๆๆ

ตัวแทนแบบนี้ช่วยกันสนับสนุน นะคะ

ติดต่อตัวแทน:: K.ไกรวิทย์ 084-1119419

( wittkrai@hotmail.com )

#7 By ณัฐกฤตา (124.120.168.58) on 2009-03-21 02:20

เคยสงสัยว่ามันจะมีประกันมารองรับได้มั้ย แล้วจะคำนวณกันยังไง เพิ่งรู้แฮะว่ามีทำกันแบบนี้ ตกข่าวไปหน่อย น่าสนใจมาก

Hot!

#6 By PaePae on 2008-11-11 17:51

วันนี้มาขายประกันให้ชมกันเลย อิอิ
ผมว่าก็เป็นแนวคิดที่ดีเหมือนกันนะ
เพราะบ้านเราผลผลิตชอบเสียหาย
เพราะลมฟ้าอากาศนี่แหละ

#5 By yium on 2008-11-11 16:20

#2 ไม่แปลกครับ เพราะธนาคารโลกคิดได้ปลายปี 48 นี่เอง ไทยเอามาลองใช้ปี 50 ถือว่าเร็วเหมือนกันนะ

#3 เค้าจัดกลุ่มเป็นประกันภัยธรรมชาติครับ เห็นว่าเบี้ย 80 บาทต่อไร่

#4 By house on 2008-11-11 16:08

เกษตรกรต้องจ่ายเบี้ยใช่ป่ะ
เหมือนประกันวินาศภัยมะ

#3 By Demigod on 2008-11-11 15:26

เพิ่งเคยได้ยินเลยค่ะ @_@;

#2 By Hayashi Kisara on 2008-11-11 15:24

เป็นแนวคิดที่เจ๋งแปลกๆแฮะ...