อคติของการรับรู้
posted on 09 Oct 2008 17:00 by house in Social-Politicในทางพุทธศาสนา นิยามคำว่าอคติไว้ว่า
อคติ ฐานะอันไม่พึงถึง, ทางความประพฤติที่ผิด, ความลำเอียง มี ๔ คือ
๑. ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะรัก
๒. โทสาคติ ลำเอียงเพราะชัง
๓. โมหาคติ ลำเอียงเพราะเขลา
๔. ภยาคติ ลำเอียงเพราะกลัว
http://www.dhammathai.org/buddhistdic/bowl359.php
ใ นทางจิตวิทยา คำว่าอคติ ถูกจำแนกและอธิบายออกไปกว้างมาก เช่น Cognitive Bias นี่จะเอามาเล่าให้ฟังครับ
Cognitive Bias คือความลำเอียง หรือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ เกิดความผิดพลาดในการตัดสินใจ อันเป็นผลมาจากการรับรู้ ซึ่งมีแยกย่อย หลายประเภท ผมก็ขอพูดเป็นอย่างๆไป
**ตัวอย่างทั้งหมดเป็นเ รื่องสมมติ**
1. Anchoring Bias ความยึดติด
เ มื่อมนุษย์ต้องตัดสินใจใดๆ มนุษย์มีแนวโน้มที่จะยึดติดกับองค์ความรู้เดิมที่เคยรู้มาก่อน เช่น ความรู้เดิมของเราที่บอกว่า ระเบิดสังหารต้องใช้ขว้าง เมื่อเราเห็นตำรวจขว้างอะไรบางอย่าง เรามีแนวโน้มจะ "เชื่อ" ไปก่อนว่าตำรวจขว้างระเบิด
แท้จริงแล้วตำรวจอาจขว้างระเบิด หรือ ก้อนหินก็ได้ เราจะรู้ว่ามันคืออะไรจริงๆ ก็ต่อเมื่อ
- เ ราเห็นไอ้สิ่งที่ถูกขว้าง
- เ ราเห็นผลของมันแล้ว
2. Comfirmation Bias สรรหาความมั่นใจ
คนที่ตกอยู่ใต้กับดัก ของ Comfirmation Bias จะพยายามแสวงหาหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้อสรุปของตน โดยเมินเฉยหลักฐานตรงข้าม เสมือนว่้าหลักฐานแย้งนั้นไม่เคยมีอยู่เลย
โดยส่วนตัว นี่เป็น Bias ที่ร้ายแรงที่สุด มันทำให้ผู้เป็นเหยื่อ ตัดสินใจผิดๆ และถลำลึกได้ไม่ยาก ตัวอย่างที่หาได้ง่ายที่สุดคือ พวกที่บอกว่า พธม ถูกเสมอ และ รัฐบาล ถูกเสมอ
จริงๆแล้ว เ้ราก็รู้ว่า พธม ไม่ได้ขาวสะอาดอย่างน้อยๆ การ์ดก็มีอาวุธ แกนนำออกข่าวบิดเบือนก็ไม่น้อย และ รัฐบาล ก็กระเหี้ยนกระหือ จะกระทืบทิ้งทุกจังหวะที่ได้โอกาส แถมทำเรื่องที่ออกอากาศไม่ได้ไว้ไม่น้อย
มันก็พอๆกันทั้งนั้นแหละ!! แต่สำหรับสาวก ข้อมูลที่ให้ร้าย ข้าฯ ไม่เคยมี พวกนั้นเป็นข่าวเต้าทั้งนั้นแหละ!
3. Denialปฏิเสธความจริง
เมื่อพบข้อเท็จจริงที่ยากจะอ้าง ก็จะทำลืม หรือปฏิเสธไปซะดื้อๆ
ดูได้ในอาการของคนที่ผลคดีออกมาเป็นผลบวก หรือลบกับตัวเองในขณะนั้น เช่นวันที่ชนะคดี ซุกหุ้น กับวันที่แพ้คดีซุกหุ้น(อีกคดี)
อีกตัวอย่างคือวันที่ตัวคนข้างบนแพ้คดีซุกหุ้นล่าสุด กับวันที่ตัวเองโดนข้อหากบฎ
คำสรรเสริญ ศาล เปลี่ยนได้ไวแบบ 180 องศาเลยเชียว!
4. Stereotype เหมารวม
ชื่อก็บอกอยู่แล้ว เหมารวมโดยอาศัยเหตุจากคนกลุ่มหนึ่ง ตัวอย่างก็
- หมอขาดจรรยาบรรณ
- ตำรวจขาดจรรยาบรรณ
- นักการเมืองเลว
ผมยอมรับว่าผมเองก็เลี่ยงอคติกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้ ก็พยายามลดๆอยู่
5. Herd Behavior พฤติกรรมตามหมู่
เห็นชาวบ้านชาวช่องเขาำทำอะไรก็ทำตามมั่ง โดยไม่ทันได้คิด
นี่เป็นอคติที่แก้ยากที่สุดตัวหนึ่ง ผมเลี่ยง Stereotype ไม่ค่อยได้ แต่ Herd Behavior นี่ผมเชื่อว่าถ้าอยู่ในเหตุการณ์จริง ผมมีสิทธิตกเป็นทาส เกือบสมบูรณ์
ตัวอย่างของอคติแบบนี้ก็เช่น พฤติกรรมไหลตามน้ำ
พฤติกรรม Herd Behavior สามารถสร้างผลกระทบรุนแรงได้มาก เพราะมันลดการพิืจารณาของคนเราในทุกด้าน ผมเชื่อว่า ในขณะที่ม็อบเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมรัฐสภา เว้นแต่ระดับแกนนำแล้ว ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ ไม่ได้คิดว่าจะเกิดการปะทะ และไม่คิดจะคิด(ก็คนข้างๆเขาเดิน ก็เดินด้วย)
6. Hindsight Bias หมอดูเมื่อเหตุเกิด
หมอดูแม่นที่สุดตอนไหนครับ?
คำตอบคือทายตอนเหตุมันเกิดไปแล้วไง โรคนี้เป็นกันเยอะมาก
แบบเดียวกับพวกเชียร์บอลเก่งหลังเกมน่ะครับ
ทำไมไม่ใช้รถดับเพลิง, จริงๆแล้วต้องทำงี้, ทำไม รบ ไม่... , ทำไมแกนนำไม่ ...
ลองตัวเิองอยู่ตรงนั้นก็ตัดสินใจได้ไม่ดีกว่านั่นเท่าไหร่หรอก
มีอีกเยอะเลยครับ ใครสนใจไปตามอ่านได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_cognitive_biases
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหมือนกันของอคติทุกประเภทที่เขียนไปแล้ว และยังไม่ได้เขียนคือ ทำให้เรามองโลกไม่เป็นกลาง ทำให้การตัดสินใจบิดเบือน นี่เป็นสาเหตุที่ทางวิทยาศาสตร์บัญญัติ กระบวนวิธีทางวิทยาศาสตร์(Scientific Method) และ พระพุทธเจ้าตรัสสอน กาลามสูตร
ผมเชื่อว่าทั้งสองวิธีข้างบน คนอ่านบล็อกนี้รู้จักหมดละครับ คำถามคือรู้แล้วได้เอามาใช้ในชีวิตประจำวันบ้างหรือเปล่า? หรือทิ้งไว้ในตำรา ให้ฝุ่นมันจับ?
การตัดสินด้วยตาชั่งเอียงๆ มันไม่เที่ยงไม่ยุติธรรมฉันใด การตัดสินโดยมีอคติ บังตา ก็ไม่เที่ยง ไม่ยุติธรรม เช่นกัน
เราไม่ใช่เครื่องจักร ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงอิทธิพลของอคติได้โดยสมบูรณ์ แต่รู้แล้วพยายามเลี่ยง ก็ดีกว่า อ้าแขนรับมันเข้ามาอย่างเต็มใจ
คุณมองโลกเอียงอยู่หรือเปล่า?
edit @ 9 Oct 2008 20:05:41 by house

มันก็พอๆกันทั้งนั้นแหละ
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-09 20:23