ทั้งหมดนี้เขียนด้วยความรู้ความเข้าใจส่วนตัว ผู้เขียนไม่ได้เรียนเอกทางฟิสิกส์ อาจผิดพลาดได้ ผู้ใดเห็นข้อบกพร่องกรุณาชี้แนะ

เมื่ออะตอมแบ่งแยกได้

 มนุษย์เชื่อกันมายาวนานว่า อะตอมนั้นแบ่งแยกไม่ได้ แต่แล้วในที่สุด เราก็พบว่าอะตอมนั้นแบ่งแยกได้ แบบจำลองอะตอมของดาลตัน เสนอว่าอะตอมเป็นทรงกลม มีอิเล็กตรอน และโปรตรอนกระจายตัวอยู่รอบๆ(ซึ่งทำให้มันเป็นกลาง) ก่อนที่รัทเธอร์ฟอร์ตจะพบว่า แท้จริงแล้วโปรตรอนไปอัดรวมกันตรงกลาง โดยมีอิเล็กตรอนโคจรอยู่รอบๆ

 

 

นับแต่นั้น ความเชื่อพื้นฐานดั้งเดิมของเราก็พังทลาย เราผ่าอะตอม ผ่านิวเคลียส ผ่าโปรตรอน และทุกครั้งที่ผ่า เราก็เจอสิ่งใหม่ๆเรื่อยไป 

ความขัดแ ย้งของควอนตัีมและสัมพัีทธภาพ

นับจากวันที่ไอนสไตน์อธิบายกำเนิดของเอกภพ นักวิทยาศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเข้าใกล้มันให้ได้มากที่สุด

 

ณ จุดบิ๊กแ บง ทฤษฏีทั้งมวลทางฟิสิกส์นั้นใช้ไม่ได้ เนื่องจากตัวมันเองเป็นภาวะเอกฐาน(หรือ ซิงกูลาริตี้) แต่ทฤษฏีสัมพัทธภาพจบเห่ ก่อนหน้านั้นเสียอีก ทฤษฏีสัมพัทธภาพล้มเหลวในการอธิบายสิ่งเล็กๆ โดยเฉพาะในช่วงยุคแรกๆหลังบิ๊กแบง ซึ่งอันตรกริยาในระดับต่ำกว่าอะตอม มีผลอย่างยิ่งยวด

ทฤษฏีที่ใ ช้อธิบายสิ่งเล็กๆได้ดีที่สุดที่เรามีคือ กลศาสตร์ ควอนตัม การรวมกลศาสตร์ควอนตัม เข้ากับทฤษฏีสัมพัทธภาพ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการพยายามค้นหากำเนิดจักรวาล

 

ทวิภาคของอนุภาคแ ละคลื่น

 เราเชื่อกันแต่เดิืมทีว่า แสงนั้นเป็นคลื่น มันประพฤติตัวเป็นคลื่นแทบทุกอย่าง แต่แล้วแนวคิดนี้ก็เปลี่ยนไป ด้วยฝีมืออัจฉริยะหัวฟู(คนเดิม)

ไ อนสไตน์อธิบายปรากฏการณ์โฟโต้อิเล็กทริึคว่า แสงมีคุณสมบัติของอนุภาค และตัวมันเองมีคุณสมบัติเป็นได้ทั้งคลื่น และอนุภาค เมื่อแสงแสดงคุณสมบัติเป็นอนุภาค จะเรียกกลุ่มก้อนพลังงานนั้นว่าโฟตอน (ต่อมาถูกนำไปใช้ในมาชินก้า Z)

ถ้าแสงยังทำตัวเป็นคลื่นบ้าง เป็นอนุภาคบ้าง แล้วสิ่งอื่นๆล่ะ?

 

เมื่อแรงนั้นแท้จริงแล้วเหมือนกัน

แรงพื้นฐานในธรรมชาตินั้นมีิอยู่ 4 อย่าง คือ แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์แบบอ่อน แรงนิวเคลียร์แบบเข้ม และแรงดึงดูด แรงทั้ง 4 อย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย แต่แล้วทฤษฏี Grand Unified Field ก็ออกมาทำลายสามัญสำนึกเราจนสิ้น(คอมมอนเซนต์ ไม่มีในวิชาฟิสิกส์ อนุภาค)

ทฤษฏีนี้บอกว่าเ ราว่่า ในสถานภาพพลังงานสูงๆ สี่แรงนั้นเหมือนกัน ไม่สามารถแยกแยะกันได้

 

อนุภาคพื้นฐาน และ อนุภาคนำแรง

ด้วยความกลัวว่าความบ้าและพิลึกพิลั่นจะไม่มากพอ นักฟิสิกส์รวมพลังเข็นตัวแบบมาตรฐานออกมา ตัวแบบนี้กล่าวว่า สสาร กับ แรงมันก็ครือๆ กันนั่นแหละ 

 

ตัวแบบนี้มีสามกลุ่ม คือ เฟอร์มิออน อนุภาคที่ทำให้เกิดสสาร และ โบซอน อนุภาคที่ทำให้เกิดแรง

เฟอร์มิออนประกอบไปด้วย ควากซ์ และ เลปตอน ควากซ์นั้นมีหกตัว คือ ขึ้น ลง เสน่ห์ ประหลาด หัว และท้าย(ขออภัยที่ไม่รู้จะเรียกยังไงให้ดีกว่านี้ ) โปรตรอนนั้นประกอบไปด้วย ควากซ์ขึ้น 2 ตัว ลง 1 ตัว ส่วนนิวตรอนนั้นกลับกัน คือ ควากซ์ลง 2ตัว ขึ้น 1 ตัว  ควากซ์อีก 4 แบบนั้นแทบไม่พบในธรรมชาติ(ควากซ์มีสีด้วย แต่ช่างมันเหอะ -*-)

ตัวแบบอธิบายว่า อนุภาคสสารเหล่านี้ มีการแลกเปลี่ยนโบซอนซึ่งกันและกัน อนุภาคหนึุ่งๆอาจคายโบซอนออกมา ซึ่งอีกอนุภาคหนึ่งจะดูดกลืนเข้าไป การคายและดูดกลืนโบซอน จะทำให้ความเร็วของอนุภาคทั้งสองเปลี่ยนไป "เสมือน" ว่ามีแรงมากระทำกับมัน

 โบซอน นั้น ค้นพบแล้ว 4 ตัว กลูออน(กาวนั่นแหละ) เป็นที่มาของแรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม การที่แรงนิวเคลียร์มีอยู่เพราะมีการแลกเปลี่ยนอนุภาคกลูออนซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกับโฟตอน ทำให้เกิดแรงแม่เหล็กไฟฟ้า ส่วนแรงนิวเคลียร์แบบอ่อนนั้นเกิดจากการแลกเปลี่ยน W-Boson , Z- Boson

 

แรงดึงดูดหายไปไหน? ถ้าอีกสามแรงเป็นอนุภาค แรงดึงดูดก็น่าจะใช่ ตอนนี้เราตั้งชื่ออนุภาคนำแรงดึงดูดไว้เท่ๆว่า กราวิตอน ยังหาไม่เจอ และไม่รู้จะหายังไงด้วย

 

ฮิคค์จ๋า เ ธออยู่ไหน

เอาละ สสารเป็นอนุภาค แรงก็เป็นอนุภาค เหลืออะไรอีกหว่า ที่ยังไม่เป็นอนุภาค?

ว่าแ ล้วนักวิทยาศาสตร์ก็ฟันธงเปรี้ยง มวลก็เป็นอนุภาคเฟ้ย!! เกิดจากอนุภาคฮิคค์ ในสนามฮิคค์(Higg Field) ซึ่งด้วยกลไกฮิคค์(Higg Macanism) ทำให้อนุภาคชนิดอื่นๆ(รวมทั้งตัวมันเองมีมวล)

กรุณาอย่าถามว่า พวกฮิคค์ๆข้างบนมันแ ปลว่าอะไร ผมก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน T_T

 ภารกิจตามล่าใต้พิภพ 

 เมื่อทุกอย่างเป็นอนุภาค ดังนั้นเราควรจะเช็คดูได้ว่า มันจริงหรือเปล่าโดยการแงะมันออกมาดู เหมือนกับที่เราแงะ IPOD หรือ ทีวี แต่เนื่องจากมันเล็กมาก เมื่อแงะไม่ได้ เราจึุงใช้วิธีทำให้มันพังแล้วดูข้างใน

ทำยังไ ง? วิธีที่เราทำคือจับมันมาชนกัน ยิ่งอยากเห็นของเล็กๆข้างใน ก็ยิ่งต้องให้ชนแรงๆ เอาให้กระจัดกระจายจะได้เห็นของละเอียดๆ และนั่นคือที่มา ของ LHC

 

 เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ 

ปล. แก้ที่ผิดตามคุณ eddalion กรุณาอ่าน #11 ประกอบ

edit @ 16 Feb 2009 20:30:33 by house

edit @ 16 Feb 2009 20:46:25 by house

edit @ 16 Feb 2009 21:01:43 by house

Comment

Comment:

Tweet

cool Hot!

#32 By st.GiZMo on 2009-03-18 14:04

แจ่มๆครับ :D พี่ตุ้มเป๊ะแนะนำให้มาดู ไม่ผิดหวัง

เป็นโปรแกรมเมอร์ ที่สนใจฟิสิกส์ รู้สึกคล้ายกันแหะ
(เผอิญผมสนใจจับฉ่ายหลายเรื่อง แต่ไม่สู้จะลึกซักเรื่อง)sad smile

#31 By Detonator on 2008-09-25 00:32

เอ.. จะให้ชนแบบไหนดีน้า
แบบจังๆแล้วติดเป็นตังเม
หรือแบบเฉี่ยวๆดี sad smile

#30 By Aun on 2008-09-15 18:16

เข้ามาสนับสนุนงานเขียนดีๆแบบนี้ครับ

แล้ววันหลังจะแวะมาใหม่นะค๊าบบบ

#29 By การ์ตูน (124.121.162.13) on 2008-09-14 01:08

Hot! Hot! Hot!
นั่นเลย สุดยอดมากที่อธิบายให้เด็กสวายศิลปืเข้าใจได้ เราอ่ะเป็นเด้กศิลป์แต่ติดตามเรื่องนี้มากเลย ประมาณว่าเฟื่องอย่างแรง

#28 By KPP on 2008-09-13 19:53

รอๆๆๆ

#27 By ดิ๊ (124.121.155.219) on 2008-09-12 23:24

รู้สึกว่ามันจะล้ำลึกยังไงไม่รู้แฮะ sad smile

ป.ล.ดาลตันบอกว่า "สารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กซึ่งไม่สามารถแบ่งแยกได้ สร้างขึ้นหรือทำลายให้สูญหายไม่ได้ซึ่งเรียกอนุภาคนี้ว่า อะตอม " ส่วนที่ว่า "อะตอมเป็นทรงกลม มีอิเล็กตรอน และโปรตรอนกระจายตัวอยู่รอบๆ " เป็นของทอมสันครับ รบกวนแก้ด้วยนะครับ

ป.ล.2 เรียนมาจะจบเทอมแล้วก็จำได้เท่ากับด้านบนนี้แหละครับsad smile

#26 By UnknowPerson on 2008-09-12 20:12

อ่ะ ฟิสิกส์+เคมี cry
ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย wink

#24 By .-.Chill.-. on 2008-09-12 17:31

ที่เล็กที่สุดมันต้องเป็นจิตวิญญาณแน่เลยครับ
.
.
.
(เฮ้ยเอ็งเป็นนักวิทยาศาสตร์แน่เหรอวะเนี่ย)sad smile

#23 By Wisor on 2008-09-12 15:37

อ๋อ เริ่มเข้าใจแล้ว อะไรๆก็อนุภาค แล้วอะไรที่เราเรียนอยู่เนี่ยHot! Hot! Hot! confused smile

#22 By zero-be on 2008-09-12 15:04

คือว่า ผม งงHot! Hot! angry smile

#21 By zero-be on 2008-09-12 14:45

อุอุ เอา Entry นี้ไม่ใส่ไว้ใน exteenschool ก็ดีนะbig smile

#20 By Eddalion on 2008-09-12 13:36

^
เห็นด้วยนะ
นึกภาพออกได้ง่ายๆเลยละ double wink


Hot! Hot! Hot!

#19 By เจ้าโต on 2008-09-12 08:51

เห็นภาพขึ้นชัดมากเลยครับว่า Cern กำลังทำอะไร ก่อนหน้านี้ยังชนกับศัพท์วิชาการณ์ มึนไปหมดเลย

#18 By -----ROGER----- on 2008-09-12 08:18

อ่านแล้วเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง.. -_-; ไม่เคยเรียนฟิสิกส์เหมือนกันค่ะ >_< Hot!

#17 By Hayashi Kisara on 2008-09-12 06:38

โอ่ได้ความรู้ด้านทฤษฏีเพิ่มเยอะเลยทีเดียว

ถ้าอยากไปดูในส่วนของโครงการของ CERN ก็ไปดูได้ที่
http://tamanxzg.exteen.com/20080910/cern-lhc ครับ

(แอบโฆษณาเล็กๆ)

#16 By tamanxzg on 2008-09-12 00:14

ซึ่งรุคิดว่า ไม่น่าจะมีอยู่ได้ sad smile


มันอาจจะขัดกับสามัญสำนึกว่า แล้วมันจะมีได้ยังไงละ ของที่ประกอบขึ้นมาจาก "ไม่มีอะไรเลย" น่ะ มันต้องมีอะไรสักอย่างประกอบขึ้นมาเป็นมัน ไม่งั้นสิ่งของก็เกิดจากความว่างเปล่าซิ


แต่ว่า... เพ่ๆนักวิทยาศาสตร์... เจอของที่เล็กกว่า เล็กลง เล็กที่สุด แล้วพี่จะทำยังไงกับมัน!! จะแบ่งมันไปเรื่อยๆหรือไง!! สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ามีอนุภาคที่เป็นอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง ไม่ประกอบขึ้นมาจากอะไรทั้งนั้น... คิดเหมือนกันไหมคะ?

#15 By hikaru on 2008-09-11 23:51

เอ่ออ- -

ไม่ค่อยจะรู้เรื่องกับเค้าหรอก แต่เข้ามาอ่าน ถึงจะงง แต่ก็คงจะประดับความรู้ไว้big smile

#14 By ๏Chill Out๚ะ๛ on 2008-09-11 22:37

^- ผมเดาว่านั่นได้จากการผ่าฮิคโบซอนต่อครับ open-mounthed smile

#13 By house on 2008-09-11 22:24

เอ๊ะ!!! แล้วอนุภาค Minovsky กับ อนุภาค GN ล่ะ แสดงพฤติกรรมคลื่นได้หรือเปล่าน่อ??sad smile Hot!

#12 By Eddalion on 2008-09-11 22:17

แสง เป็น "คลื่น"แม่เหล็กไฟฟ้า เท่านั้นครับ เพียงแต่แสดง "พฤติกรรม" ได้ทั้งแบบ "คลื่น" กับ "อนุภาค" เมื่อแสง แสดงพฤติกรรมของอนุภาคจึงเรียกกลุ่มหรือก้อน(quantize)พลังงานแสงนั้นว่า โฟตอน

ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นคลื่นเดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นอนุภาคดังที่หลายคนเข้าใจผิด

เช่นเดียวกับการทดลองการแทรกสอดของอิเลคตรอนครับ(ซึ่งการแทรกสอดเป็นปรากฎการณ์ของคลื่น) อิเล็คตรอนจึงเป็น "อนุภาค" ที่แสดง "พฤติกรรม" ได้ทั้งแบบคลื่น(การแทรกสอด)และอนุภาคเช่นกัน (ไม่ได้หมายความบัดเดี๋ยว "เป็น" คลื่นเดี๋ยวเป็นอนุภาคแต่อย่างใด)

ดังนั้น ทวิลักษณะของอนุภาคและคลื่น "เป็นพฤติกรรมสองแบบ" ของอนุภาคหรือคลื่นเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าตัวตนของมันเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ

เหมือนกับกระเทยหรือทอมที่แสดง "พฤติกรรม" ได้ทั้งแบบชายและหญิง แต่ตัวตนตามธรรมชาติสร้างมา ของเธอหรือเขา ก็ยังขึ้นอยู่กับโครโมโซม XY, XX (ขออภัยล่วงหน้าครับ ถ้ากระทบความรู้สึกของบางคนนะ ผมแค่อยากยกตัวอย่างเอาที่มันเห็นภาพง่ายๆ) sad smile

#11 By Eddalion on 2008-09-11 21:54

#3 มวลไม่ใช่แรงครับ มวลคือสิ่งที่ทำให้เกิดผลของแรง เช่น น้ำหนัก = มวล*ความเร่งเนื่องจากแรงดึงดูด

ถ้าไม่มีมวล ก็ไม่มีน้ำหนัก

#4 มามุกนี้เรอะsad smile
#5 งั้นคุณโบว์เตรียมจ่ายตังค์ได้เลย
#7 ไม่สามารถเขียนให้ยากกว่านี้ได้ เพราะความรู้ไม่ถึงsad smile

#10 By house on 2008-09-11 21:43

น่าสนใจครับHot!

#9 By คาโตเน่ on 2008-09-11 21:10

^
^
^
นัทว่างานนี้พี่โบว์ เดอ คลีน มีแต่เสียกะเสียนะคะ
sad smile

#8 By Na - th (นัท) on 2008-09-11 20:06

เออ แบบนี้สิเห็นภาพ ภาษาฟิสิกส์พื้น ๆ หน่อย

แร็ปของ CERN อันนั้นฟังแล้วแทบไม่รู้เรื่องเลยว่าทำอะไร เพื่ออะไรกันแน่ฟะ ความรู้ไม่ถึง 555

Hot!

#7 By PaePae on 2008-09-11 19:59

พิมพ์ผิด ต้องเป็น LHC

#6 By bow_der_kleine (137.193.225.2) on 2008-09-11 19:15

เมื่อเช้าคุยกับเพื่อนเรื่องนี้ มันเลยชวนพนัน ข้อตกลงคือ หาก HLC ทำให้โลกพินาศด้วยหลุมดำ มันจะให้ผม 1000 ยูโร หากไม่ ผมต้องจ่าย 1000 ยูโร

เออ ... แล้วผมจะได้อะไรเนี่ย เรื่อง HLC อะไรก็ไม่รู้เรื่องกะเขา

#5 By bow_der_kleine (137.193.225.2) on 2008-09-11 19:14

คำตอบนั่นคือ... 42 แหง่ววว... !

#4 By ไอ้แพท.. on 2008-09-11 17:53

ถวายไก่ย่าง Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ป.ล. ผมคิดว่ามวลเป็นแรง
ถ้าแรงเป็นอนุภาค มวลก็น่าจะเป็นอนุภาคอยู่แล้วนี่ครับ???
ขอบคุณครับ กำลังรอผลอย่างใจจดใจจ่อเหมือนกัน

#2 By Repentant on 2008-09-11 17:41

โอ้ย อธิบายเข้าใจง่ายแบบคาดไม่ถึง confused smile sad smile cry