ประวัติย่อของหลุมดำ

posted on 18 Aug 2008 10:50 by house in Book

พึ่งสอบ stat ไปเมื่อวันอาทิตย์ พร้อมๆกับประกาศคะแนนวิชาก่อนหน้า และรับรายงานที่ต้องทำส่งปลายเทอมอีกตั้งยักษ์ๆ

รวมความแล้ว ผมสรุปได้ว่าหนีโลกแห่งความจริงดีกว่า แล้วก็คว้าประวัติย่อของหลุมดำ(Black Holes and Time Warps) ผลงานเขียน 15 ปีของ คิฟ เอส ธอร์น(Kip S. Thorne) ที่มติชนแปลกลับบ้าน

 


 

โดยความสัตย์จริง ผมซื้อเพราะเห็นชื่อ ฮอร์กิ้น แปะอยู่ด้านล่าง ซึ่งเมื่ออ่านอย่างละเอียดแล้ว ฮอร์กิ้น เขียนแค่คำนำ 

 ใน ประวัติย่อของกาลเวลา ฮอร์กิ้น นำเราเลียบเคียงไปสู่ความมหัศจรรย์ของห้วงเวลาที่บิดเบี้ิยว และ ไม่สัมบูรณ์ และขยายความยิ่งใหญ่ของทรรศนะเหล่านั้นใน จักรวาลในเปลือกนัท

คิฟ ธอร์น ตรงกว่านั้น เขาไมไ่ด้เลียบๆเคียงๆไปยังเรื่องอื่นเลย แต่อุทิศหนังสือร่วม 700 หน้า เข้าสู่ใจกลางอันดำมืด ปริศนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดด้านจัีกรวาลวิทยา ของ หลุมดำ

ธอร์น เริ่มจากบทนำ ซึ่งเป็นเรื่องสั้นนิยายวิทยาศาสตร์ในการสำรวจหลุมดำ การเดินทางข้ามเอกภพ และการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแบล็คโฮล ซึ่งมอบพลังใกล้เคียงอนันต์แก่มนุษยชาติ ในบทนำ ตัวเอกของเรื่องจะได้พบพฤติกรรมแปลกๆของหลุมดำที่เข้าสำรวจ พฤติกรรมซึ่ง ธอร์น จะบรรยายละเิอียดในบทต่อๆไป

หลังจากนั้น ธอร์น นำเราย้อนอดีต กลับไปยังยุโรป ในต้นศตวรรษที่ 19 ในยุคที่แนวคิดแบบนิวโตเนียนเฟื่้องฟู และรากฐานอันหนักแน่น ซึ่งอธิบายโลกและจักรวาล รากฐานซึ่งไม่มีผู้ใดคิดว่าจะถูกทุบทำลายด้วยอัจฉริยภาพของเสมียนหัวฟูแห่งซูริคในเวลาต่อมา

อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ เสนอทฤษฏีสัมพัทธภาพ และเมื่อทำนายการเบี่ยงเบนพาริลเรียน ของดาวพุธ(ซึ่งทฤษฏีของนิวตัน ให้คำตอบผิดพลาด)ได้ถูกต้อง โลกทัศน์อันยืนยงของนิวตันก็พังทลาย  ไอนสไตน์ได้จุดคบเพลิงอันแรกขึ้นและแสงของมันได้ทำให้มนุษย์เห็นโลกแบบใหม่ โลกอันพิศวงและขัดแย้งต่อจิตใต้สำนึก

 ภายใต้แสงของคบเพลิงอันแรก นักฟิสิกส์ต่างกรูกันเข้าไปเหมือนมดวิ่งหาขนมหวาน และอีกไม่นานคบเพลิงอื่นๆก็ถูกจุดขึ้นเรื่อยๆ จันทรเศขร เสนอมวลวิกฤติ ซึ่งก่อให้เกิดหลุมดำ ชวาสไชลน์แสดงสภาวะของขอบฟ้าเหตุการณ์ เลฟลันดอ เสนอโครงสร้างดาวนิวตรอน ซึ่ง ออฟเปนไฮเมอร์ ปรับปรุงจนสมบูรณ์ในภายหลัง

แต่แล้วสงครามโลกครั้งที่สอง เกือบจะทำให้แสงสว่างเหล่านี้ดับลง นักฟิสิกส์จำนวนมาก ย้ายไปศึกษาเกี่ยวกับระเบิดนิวเคลียร์ ออฟเปนไฮเมอร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการแมนฮัตตัน กล่าวหลังสงครามว่า "นี่เป็นตราบาปที่นักฟิสิกส์ต้องแบกรับ" ด้วยความขมขื่น หลังสงครามออฟเปนไฮเมอร์ ยกเลิกการวิจัยทางด้านนิวเคลียร์ และไม่มีผลงานอื่นออกมาอีกเลย

เลฟลันดอ และนักฟิสิกส์ซีกรัสเซีย เลวร้ายยิ่งกว่า ในยุคของสงครามเย็น และเผด็จการ นอกจากการวิจัยทางทหารแล้วไม่มีอะไรอีกเลย ลันดอถูกสั่งจำคุก หลายๆคนโดนประหาร ความเลวร้ายดำเนินไป จนสตาลินตายการฟื้นตัวของวงการวิทยาศาสตร์ของรัสเซียจึงเริ่มต้นขึ้นได้อีกครั้ง

 และที่จุดนี้ มรดกที่คาดไม่ถึงของสงครามโลกก็ผลิดอกออกผล

เทคโนโลยีการคำนวณและโครงสร้างอย่างละเอียดของอะตอมที่ถูกพัฒนาเพื่อสร้างระเบิดปรมาณู สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาโครงสร้างของอวกาศได้ แล้วคบเพลิงใหม่ๆ ก็ถูกจุดติดขึ้นอีกครั้ง โดย วีเลอร์ เซียมา และ โนวิคอฟ(ซึ่งใกล้ปัจจุบันมากแล้ว คิฟ ธอร์น เป็นศิษย์เอก ของวีเลอร์ ส่วนสตีเฟน ฮอร์กิ้น เป็นศิษย์เอกของเซียมา)

ผมคงขอจบการสปอยด์เนื้อหาไว้เท่านี้(คือยังอ่านไม่จบ )

 ศาสตราจารย์ คิฟ ธอร์น ได้พยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านง่าย สมการและสัญลักษณ์แปลกๆ ถูกเนรเทศจากหน้ากระดาษ รูปวาด และแบบจำลองจำนวนมาก ถูกแทรกเป็นระยะๆ เพื่ออธิบายสิ่งที่ขัดสามัญสำนึก ให้คนอ่านรู้สึกว่ามันพอจะมีสามัญสำนึกอยู่บ้าง

 ผู้อ่านจะระทึก และตามติด พัฒนาการทางด้านฟิสิกส์ ตั้งแต่ปี 1900 แนวคิดพื้นฐานของทฤษฏีสัมพัทธภาพ และควอนตัม สภาพภายในหลุมดำ การบิดเบือนของเวลาและความจริงแท้ของจักรวาล

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ประสานกันอย่างงดงามกับหนังสือของ ฮอร์กิ้นทั้งสองเล่ม มันทำให้ผมเข้าใจว่า ทฤษฏีสัมพัีทธภาพไม่ได้กำเนิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เกิดขึ้นพร้อมๆกับสัญญาณชี้นำการล่มสลายของแนวคิดนิวโทเนี่ยนนานัปการ

ถ้าคุณอ่านไซไฟ ถ้าคุณอยากรู้ความจริงของจักรวาล คุณต้องอ่านเล่มนี้ครับ

ปล.

หนังสือเล่มนี้อ่านไม่ง่าย ระดับของผู้อ่านใกล้เคียงกับหนังสือของฮอร์กิ้น (และทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไม่ได้บอกว่ามันยากนะ)

edit @ 18 Aug 2008 13:45:46 by house

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมาก เป็นเนื้อหาหน้าเชื่อถือมั้ง เพราะอ่านได้ครึ่งเดียวsad smile ขันน้ำ

#10 By หัวฟู (110.49.6.29) on 2010-04-17 21:26

ก็หนุกดีอ่ะ มีทำเปนหนังสือปะจาได้ปายซื้อembarrassed

#9 By yoyo (113.53.103.71) on 2010-03-11 16:35

ว๊าวๆ เขียนได้น่าหามาอ่านมากครับ

หรือท่านสรุปยอ่เสียจนผมไม่ต้องตาม

อ่านให้เมื่อยตุ้มสักแล้ว

sad smile

#8 By chanpanakrit (124.122.150.15) on 2009-05-17 21:49

อยากได้บ้างค่ะเเต่เเพงมากเเต่ก็จะเก็บเงินซื้อให้ได้เลย

#7 By view (203.156.68.69) on 2008-09-17 16:33

น่าอ่านจังเลยครับ

#6 By Repentant on 2008-08-19 18:55

เก็บตังซื้อมาอ่านงานหนังสือ
ซื้อมาอ่านแล้วเล่มนี้ ยังไม่เ้ิกินครึ่งเลย

แต่เพิ่มรอบหยักในสมองได้ดี big smile

#4 By ทิว แอด ไฟน์ on 2008-08-18 18:55

อ่าน a brief history of time บทหลังๆ ผมว่ามันยังยากเลยนะ

#3 By mk (213.121.151.142) on 2008-08-18 17:01

ดูน่าอ่านมากๆ ครับ แต่ผมจะอ่านไหวไหมนี่ sad smile

#2 By Yashima on 2008-08-18 16:16

เป็นหนังสือที่น่าสนใจ แต่ต้องทำใจก่อนอ่านสำหรับผมเลยครับ

#1 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-08-18 16:05