เป็นคำถามที่คาใจผมมากๆในทุกวันนี้ เพราะสื่อ-ไม่ได้เสนอความจริงอีกต่อไป แต่สื่อเสนอ "ความเห็น" อาการมันออกมาเหมือนชาร์ตด้านล่างนี้ครับ

 ลงท้ายสิ่้งที่ประชาชนได้ คือทัศนะของนาย ก และ นาย ข ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง(1-3) สื่อย่อยข่าวให้เราเสร็จสรรพ ตัดสินใจให้ พิพากษาให้ แล้วเก็บซ่อนสิ่งที่เขาไม่อยากให้เรารู้เอาไว้

สื่อมีสิทธิอะไรตรงนั้น? หากสื่อนำเสนอข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน นั่นก็คือสื่อเลือกข้าง แล้วความเป็นกลางของสื่อมวลชนอยู่ตรงไหน? อะไรคือคำว่าจรรยาบรรณ?

สื่อบางรายอาจอ้างว่า เขานำเสนอสองด้าน(เช่นตาสว่าง) แต่ผมก็ไม่้เคยเห็นสื่อรายใด เอาข้อมูลดิบ หรือแหล่งข้อมูลดิบมาโชว์ อยู่ดี สิ่งที่ได้เป็นเพียงความเห็นสองด้าน เท่านั้น

ถ้าเราไม่เห็นข้อมูลดิบ เราจะ "เชื่อสิ่งที่เราอยากเชื่อ" เราจะรู้ได้อย่างไรว่าทั้งสองฝ่ายนั้นใครผิดใครถูก ในเมื่อข้อมูลที่เขาหยิบๆกัน เราก็ไม่รู้อีกว่า ข้่อมูล "ชุดไหน" กันแน่ที่ถูก?

 ปตท กำไรสองแสนล้าน - ผมไม่เคยเห็นสื่อเอาข้อมูลดิบ จากตลาดหลักทรัพย์ หรือรายงานเสียภาษีจากสรรพากรมาแสดง

BIBF -ด่ากันจนมั่วซั่ว ใครผิดใครถูกก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นสื่อเอารายงานวิจัยจาก  TDRI หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทยมาพิมพ์ซักหน

เขาพระวิหารก็เหมือนกัน - เชิญฟากนี้ที เชิญฟากโน้นที แล้วรายงานที่กัมพูชายื่นให้ WHC ทำไมไม่แปล? หลักเกณฑ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนข้ามพรมแดน(Transboudary)ทำไมไม่นำเสนอ? หรือประเด็นที่น่าจับตาอย่างบทบาทของกรรมการเจ็ดชาติ ทำไมไม่แปล?

ทำไมนำเสนอแต่ ผิด-ถูก-ผิด-ถูก

สิทธิในการตัดสินผิดถูก ควรเป็นของ "ผม" คุณควรนำเสนอข้อมูลแล้ว "ผม" ตัดสิน 

อย่าบอกว่าสื่อหาไม่ได้ ผมเป็นมือสมัครเล่นหาได้ มืออาชีพหาไม่ไ่ด้ก็ปิดไปซะดีกว่า

หรือว่า การที่ให้ข้อมูลหมดเปลือกแล้วจะทำให้่บิดเบือนไม่ไ่ด้?

ชี้นำไม่ได้?

ด่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้?

ถ้าอย่างนั้น ผมอ่านบล็อกเอาก็ได้ - แล้วผมจะมีสื่อมวลชนไว้ทำไม?

หรือจริงๆแล้วสื่อมวลชนไม่ต้องมี?

ข่าวทหาร ตามจากเสี่ยโย ในพันทิป

ทหารเรือ ตามจากพี่เจ้าชายน้อย

ข่าวไอที จาก บล็อกนัน

ข้อมูลดิบจากกูเำกิ้ล

รีวิว หนังจากคุณชับบี้

ข่าวอนิเมจากจ่ากบ

ความเห็นจากเพื่อนๆ exteen

 

เออ ดูอีกที ไม่ต้องมีสื่อมวลชนก็ได้นี่หว่า!!!

 

ปล. บล็อกของโอเคเนชั่น ก็มีประเด็นนี้ และลงรายละเอียดด้วย น่าลองอ่านครับ ขอยกมาประโยคนึง

 

ฐานันดร 4 คือสื่อมวลชนจริงหรือ? คือเกียรติที่สื่อจับจองแต่เพียงผู้เดียว คือเกียรติที่สื่อเขี่ยประชาชนออกไป กดประชาชนให้ตกต่ำให้กลายเป็นผู้เสพข่าวสาร กลายเป็นผู้ที่ถูกชี้นำ สื่อทำกับประชาชนเหมือนกับฐานันดรสามอันดับแรก คือดูถูกประชาชน!!

ประชาชนคือผู้ถูกกดขี่ตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 11 Jul 2008 13:36:09 by house

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอให้ดาว ในหน้าเอนทรี่นี้เลยฮะ เป็นความจริงเเต่ผมไม่รู้จริงๆว่าซื่อที่เเสดงวามจริงมันมรอยู่บนโลกนี้จริงๆหรือเปล่า
สับสนฮะ จนไม่อยากจะเชื่ออะไรเเล้ว เเต่ผมว่า คำสอนพระพุทธเจ้าใช้ได้ดีที่สุด Hot!
ผมว่าใช่เลยอ่ะครับ ในประเทศไทย เดี๋ยวนี้หาอ่านข้อมูลในนี้ แล้วหาเพิ่มเติมในเน็ตยังได้มากกว่าเลยอ่ะครับ big smile
Hot! Hot! Hot!

#2 By Yashima on 2008-07-11 13:55

No comment
(But have dragon ballHot!)

#3 By P.S. on 2008-07-11 14:01

เราทุกวันนี้ล้วนถูกหลอกลวง ด้วยสื่อรอบข้างอยู่แล้ว
และด้วยสิ่งแวดล้อมทำให้เพื่อนเราเป็นแบบนัิ้้นด้วย
ประโยชน์ และเหตุควรมีคือ

1. เป็นแหล่งงานให้พวกเขาได้มีเงินกินข้าว ไม่งั้นนักข่าวจะไปทำอะไรกินล่ะครับ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เคยทำแค่ นินทาเรื่องคนนู้นคนนี้ มาตลอด question

2. เอาไม่ทำให้เรามองอะไรได้หลายอย่าง เพราะบางทีเรื่องดี ๆ ก็ยังแย่ได้พอถึงมือสื่อมวลชน เรื่องแย่ ๆ ก็ยังดีได้ถ้าถึงมือสื่อมวลชน เห็นมั้ยครับ .. เค้าช่วยให้เรามองต่างมุม sad smile

3. ถ้าไม่ข่าว หรือสื่อมวลชนเหล่านี้ ทีวีประเทศนี้ ก็เหลือแต่ละควรน้ำเน่าน่ะครับ จากที่เคยได้ยินว่า "จากนี้ไปเชิญชมละครหลังข่าว" ก็จะกลายเป็น "จากนี้ไปเชิญชมละครหลังละคร" น่ะสิครับ

...คิดเต็มที่แล้ว ก็เห็นประโยชน์อยู่เท่านี้แหละ
อ้อ.... ลืมไป

Hot!


ไม่ต้องเป็นกลาง ผมไม่หวังให้สื่อห่วยๆ ในบ้านเราเป็นกลาง

ขอแค่พูดอะไรแล้วมี "ข้อเท็จจริง" รองรับได้ผมก็น้ำตาไหลแล้ว

มีแต่ความเชื่อ ความเห็น ความรู้สึก

Hot!

#7 By ลิ่ว on 2008-07-11 15:25

เดี๋ยวนี้สังเกตุได้ หนังสือพิมพ์จะจับกลุ่มผู้บริโภคเป็นกลุ่มๆ ไป โดยอาศัยว่าเป็นแหล่งข่าวหลักในการเข้าถึงข้อมูล ประชาชนทุกระดับ(น่าจะ)สามารถเข้าถึงได้ อุดมการณ์ในการทำข่าวหมดไป หลงเหลือไว้แต่ความต้องการ เช่นถ้าฉันทำหนังสือพิมพ์เล่มนี้ คนอ่านน่าจะชอบความเห็นแบบนี้ ฉันก็จะใส่ความรู้สึกส่วนตัวแบบนี้ลงไปเยอะๆ คนจะได้ติดกันงอมแงม

สังเกตุได้จากหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่งซึ่งตอนนี้จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น "เกลียดทักกี้" แล้ว

หนังสือพิมพ์เล่มนี้น่ากลัวมาก ใครเป็นศัตรูอย่าหวังจะรอดชีวิต แค่กระดิกตีนไปโดนมดตาย ยังอาจได้ลงหน้าหนึ่งพร้อมข้อความประจานในการทำลายครอบครัวมด พร้อมใส่ลงไปทั้งความชิงชัง เย้ยหยัน สังเกตุได้จากดาราชายคนนึง ชื่อสมมติว่า "สอนจุฬาฯ" ซึ่งเผลอปากออกไปประโยคเดียว ซึ่งประโยคนั้นขัดต่อแนวคิดของผู้ร่วมอุดมการ์กับหนังสือพิมพ์เล่มนั้น ตอนนี้ดาราคนดังกล่าวได้ขึ้นหน้าหนึ่งด้วยพาดหัวข่าวที่ใส่ไข่เกือบทุกวัน และใช้คำพูดออกแนวทำร้ายจิตใจ เพื่อเป็นผลด้านสงครามจิตวิทยา เช่น "ไม่เข้าใจตัวเอง","ไม่รักชาติ","ทรยศเพื่อนร่วมชาติ" ,"หัวใจกบฏ" ฯลฯ

อ่านแล้วรู้สึกหดหู่ใจ ในใจก็คิดว่านี่หรือ "สื่อมวลชน" แต่ก็ยังคงอ่านต่อไป

ทั้งหมดเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้ามิได้เกี่ยวกับเจ้าของบล็อค หากผิดพลาดประการได้ขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียวครับ

#8 By เสกเรนเจอร์ on 2008-07-11 15:42

เดวนี่เน้นเขียนข่าวเอาเงินแล้วพี่น้องครับ big smile

#9 By [Blog]-`Nutty.,* on 2008-07-11 16:06

จริงๆ ก็ไม่เลวร้ายไปซะอย่างนั้นทีเดียว

ติดตรงที่ ข้อมูลดิบ บริโภคยากกว่า ความคิดเห็น
ต้องใช้ความรู้ระดับหนึ่ง และ ต้องคิดตามไปด้วย ไม่งั้นก็จะหลุดและฟังไม่รู้เรื่อง ( เหมือนฟังเลคเชอร์ )

ถ้าเปิดทีวี มาตอนเขานำเสนอข้อมูลไปครึ่งๆกลางๆแล้ว ก็จะตามไม่ทัน เพราะว่าข้อมูลมันออกจะเทคนิคซะหน่อย
และไม่แน่ใจได้ว่า คนที่ฟังข้อมูลจะไม่เบื่อจนหลับ หรือว่า ตามไม่ทันจนโดดหนีเลคเชอร์กันไปซะหมด

แต่ผมก็เป็นอีกคนที่อยากเห็นสื่อเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่แค่เอาคนสองคนมาเถียงกันครับ

#10 By dsin (58.8.47.22) on 2008-07-11 16:27


่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเมื่อไหร่ที่สื่อสามารถควบคุมมวลชน
ได้อย่างเต็มรูปแบบ เห็นตัวอย่างกันมาเยอะแล้ว ทางนี้ก็ได้แต่หวังว่าคงไม่เยอะไปกว่านี้นะ

รายการข่าววเดี๋ยวนี้บางรายการ ดูแล้วรู้สึกเหมือนเอาพิธีกรมาพูดความเห็นส่วนตัวให้คนดู บางทีพูดทำนองชวนเชื่ออีก sad smile


Hot! Hot! Hot!
ชอบชาร์ต สื่อตรงๆเข้าใจง่ายดี เอาดาวไป 3 confused smile

#11 By Silver on 2008-07-11 16:37

Hot!

#12 By Demigod on 2008-07-11 16:57

ตอนนี้อะไร ๆ ก็เน้นกระแสเป็นหลัก หากจุดกระแสได้นับเป็นเรื่องดี (ไม่ว่าจุดด้วยวิธีใด)

คนทำงานที่ทำอะไรเงียบ ๆ และสร้างกระแสไม่เป็นก็ตกเป็นเหยื่ออยู่วันยังค่ำ

ให้ดาวค่ะ Hot!

#13 By lexManarae on 2008-07-11 17:14

ชอบทั้ง entry นี้ และ คห.7 ค่ะ

ข้อเท็จจริงของสังคมนี้อยู่ไหนกัน Hot!

#14 By Rabbiz! on 2008-07-11 17:27

Hot! ให้ด้วย อ่านแล้วโดนใจอย่างแรง

#15 By MamiLuv on 2008-07-11 18:53

โดยส่วนตัวผม" วิจารณญาณ" คือสิ่งสำคัญที่สุด ในการรับข้อมูลจากสื่อHot!

#16 By GoDDamm on 2008-07-11 18:53

สื่อมวลชนรับผิดชอบต่อสังคมน้อยลง
จรรยาบรรณเสื่อมถอย เพราะมุ่งสู่กิจการพาณิชย์มากกว่า
Hot!

#17 By NICs Gallery on 2008-07-11 19:48

อืม พูดอีกก็ถูกอีก ตอนไม่รู้จะเชื่อใครดี อ่านๆแต่วาไรตี้กะความรู้ไปซะแล้วแหละ ฟังหูไว้หูครับHot! Hot! Hot!

#18 By 13ankster on 2008-07-11 20:34

Hot!

#19 By WednesdayChild on 2008-07-11 20:54

เพื่อ(สร้างภาพ)ให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สื่ออื่นๆยากจะเข้าถึงครับ - - อย่างโทรทัศน์ เพราะครัวเรือนไทย 99% มีทีวีใช้

#20 By on 2008-07-11 21:00

ปิดไม่ได้ครับ ถ้าปิดก็เป็นการปิดหูปิดตาประชาชน - คุ้นๆไหม

สื่อก็เป็นอาชีพหนึ่งที่มีอภิสิทธิ์จากอาชีพ - ขนาดเขารบกันก็นังไม่ยิงนักข่าว จริงไหม

แต่ตัวสื่อเองไม่จำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบสังคม ตรงนี้ถ้าเข้าใจ ก็จะตอบคำถามที่จะตามมากับอาชีพที่มีอภิสิทธิ์ต่างๆแบบนี้ได้อีก เช่น

1. ส.ส.
2. หมอ
3. สำนักพิมพ์การ์ตูน

เป็นต้น จะเห็นได้ว่า ทั้ง 3 อาชีพนั้นมีผลต่อคนส่วนมาก แต่ไม่จำเป็นที่คนทั้ง 3 อาชีพนี้จะต้องรับผิดชอบต่อสังคม

ดังนั้น ถ้าแกยังสนับสนุนว่า สนพ. การ์ตูน ที่ไม่ยอมขาดทุนเขาทำถูกแล้ว เคยนี้ก็แสดงว่า นสพ. ทำถูกเช่นกัน

หรืออีกเคสที่ว่า ทำไมหมอถึงไม่เคยผิด ที่เคยถกเถียงกันเมื่อกาลก่อน ก็เป็นเช่นกรณีเดียวกันนั้นแล

#21 By tamanxzg on 2008-07-11 22:38

#5 เอ่อ เหตุผลนี้มันsad smile
#8 การเสนอข่าวเจาะกลุ่มนี่ผมพอยอมรับได้นะ แต่การบิดเบือนข่าวนี่รับไม่ได้เลย
#10 น่าสนใจครับ ผมจะไปลองคิดดูว่า จะย่อยข้อมูลดิบง่ายๆนี่มีวิธีไหนไหม

#22 By house on 2008-07-11 23:24

#21 ถ้าถูกสั่งให้ปิดเพราะไม่พอใจให้ทำข่าวนั่นคือปิดหูปิดตาประชาชนครับ แต่ถ้าประชาชนพร้อมใจกันบอกว่า เฮ้ย ผมหาข่าวได้เยอะกว่าพวกคุณอีก พวกคุณไม่ต้องทำแล้วก็ได้ ผมไม่อยากอ่าน อันนี้คงไม่เรียกว่าปิดหูปิดตามั้งครับ

แล้วสื่อไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสังคมจริงเหรอครับ เคยได้ยินทฤษฎีชื่อ "ทฤษฎีความรับผิดชอบทางสังคม" (Social-Responsibilities Theory) มั้ยครับ ที่สำคัญ ผมเคยอ่านประมวลจรรยาบรรณสื่อมวลชนผ่านๆ ตามาบ้างแล้ว ไม่เคยเห็นประมวลจรรยาบรรณคนการ์ตูนเลยสักเล่ม เทียบกันได้เหรอครับ?

ความรับผิดชอบที่สำนักพิมพ์การ์ตูนควรมีต่อสังคมคือไม่เผยแพร่การ์ตูนที่ชี้นำสังคมไปในทางลบ เช่นเป็นการ์ตูนที่มีแนวคิดผิดศีลธรรม หรือมีเนื้อหาไม่เหมาะสม ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการลอยแพหรือไม่ลอยแพเรื่องที่เขาถือลิขสิทธิ์อยู่ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขา และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมเลย (ลิขสิทธิ์ = สิทธิ์ในการเผยแพร่ จะไม่เผยแพร่ก็ได้ ก็สิทธิ์ของเขาอยู่ดี)

#23 By P.S. on 2008-07-11 23:25

#21 เป็นความคิดแปลกที่สุดที่เคยได้ยินเลย
สื่อต้องรับผิดชอบต่อสังคม เพราะ การเกิดขึ้นของสื่อก็เพื่อสิ่งนั้น(อ่านฐานันดรที่ 4) และวงการสื่อมี จรรยาบรรณ ของตัวเอง

ที่เขียนมาไม่ได้มีอะไรมากกว่าการขอให้สื่อทำตามจรรยาบรรณของเขาเองเลย
http://en.wikipedia.org/wiki/Journalism#Professional_and_ethical_standards


นอกจากนั้น การบิดเบือนข่าว ใจความหลักๆคือ โกหก อาชีพไหนที่โกหก ก็เลวทั้งนั้น

กรณีหมอยิ่งแล้วใหญ่ จรรยาบรรณของหมอฉบับแรกสุดคือ http://en.wikipedia.org/wiki/Hippocratic_Oath ซึ่งไม่มีซักข้อที่ระบุว่า หมอต้องรับผิด ถ้ารักษาแล้วคนไข้ตาย

คนไม่ควรรับผิดชอบเกินกว่าขอบเขตอำนาจที่เขามี หมอที่ไม่ได้ประมาท รักษาตามหลักวิชาทุกประการ ไม่ควรต้องรับผิดชอบมากไปกว่าน้ัน หมอควรรับผิดเมื่อประมาท หรือรักษาผิดหลักวิชาเท่านั้น


#24 By house on 2008-07-11 23:37

อ่า งั้นผมจะชี้ชัดกว่าเดิมอีกนิดว่า สนพ.การ์ตูน ไม่มีจรรยาบัญอะไรเขียนไว้ก็จริง แต่ถ้าลองมองว่ามันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคใช่หรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้วก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

กรณีเดียวกันกับหนังสือพิมพ์ที่การกระทำเพื่อผลกำไร หรือหวังผลอย่างอื่น แต่มีสิ่งที่เรียกว่าจรรยาบัญ กำกับไว้ว่าไม่ควรทำ

ทั้งสองสิ่งนี้ถูกกำกับไว้ด้วยจริยธรรม ไม่ใช่กฏหมาย หากว่าผู้ประกอบการมีจริยธรรมแล้ว ก็จะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวตามมา

ถึงสามารถกระทบได้ว่า ไล่ให้ปิดหนังสือพิมพ์ กับไล่ให้ปิดสำนักพิมพ์นั้น ผมมีความเห็นว่าไม่ต่างกันครับ

ความคิดผมคิดว่า การที่ สนพ.การ์ตูน กระทำอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ผิดต่อผู้บริโภคอย่างรุนแรง ไรเจรรยาบัญของผู้ประกอบกิจการ แต่บางคนคิดว่าไม่เท่าไหร่

ความคิดของเฮาส์ที่ว่า หนังสือพิมพ์ ทำแบบนี้เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง แม้ค้าในตลาดอาจจะคิดว่า ไม่เท่าไหร่เช่นเดียวกัน

แค่จะยกเคสเก่าๆที่เคยถกกันกับเฮาส์มากระทบเควสนี้เท่านั้น แต่การตัดสินใจนั้นกลับแตกต่าง

#25 By tamanxzg on 2008-07-11 23:39

ขออภัยอย่างรุนแรงที่พิมพ์ผิดเยอะเสียมาก อาจจะทำให้เสียอรรถรสในการอ่าน

แต่จริงๆแล้วความเห็นของผมก็เพียงแต่กระทบกระเทียบ ในสายตาของชาวบ้านให้ดูเท่านั้นครับ ไม่ได้ต้องการโต้แย้งว่าหนังสือพิมพ์ควรจะมีจรรยาบรรณแต่อย่างใดครับผม

#26 By tamanxzg on 2008-07-11 23:43

#21 เทียบง่ายสุดๆ

ผู้สอบบัญชี มีหน้าที่รายงานสถานะการเิงินให้สาธารณชนรับรู้
นักข่าว มีหน้าที่รายงานสถานการณ์ให้สาธารณชนรับรู้

ถ้า
- ผู้สอบบัญชี แต่งบัญชี(บิดเบือนข้อมูล)
- นักข่าว บิดเบือนข่าว(บิดเบือนข้อมูลเหมือนกัน)

ไม่ต้องพูดถึงสาธารณะเลย ผิดมันทั้งคู่นั่นแหละั แล้วควรไปกราบขอขมา บรรดาอาจารย์ของตัวเองด้วย

หรือแกจะบอกว่าถูก?

#27 By house on 2008-07-11 23:45

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! โดนครับ โดน เอาไปห้ากะโหลก (ฮา) confused smile
อืม เอาแบบนี้ละกันเดี๋ยวจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่
1.ไร้จรรยาบรรณเป็นสิ่งไม่ดี
2.ส่วนใหญ่ในสังคมไม่รู้ว่า ใครไร้จรรยาบรรณ
3.ส่วนใหญ่ถ้าจะไร้จรรยาบรรณก็เพราะได้รับผลประโยชน์บางอย่าง
4.โดยเฉพาะกับบางธุรกิจแล้ว ยิ่งส่งผลกระทบกับคนจำนวนมาก

ดังนั้น หนังสือพิมพ์ก็เลือกที่จะได้รับผลประโยชน์บางอย่าง มากกว่าจรรยาบรรณ ก็เท่านั้น

สนพ.การ์ตูนเลือกที่จะไม่ขาดทุน ก็เลยลอยแพ

ก็ว่ากันไป ผลกระทบหนังสือพิมพ์อาจจะรุนแรงกว่า สนพ.การ์ตูน สำหรับมุมมองของเฮาส์ แต่ของผมนั้นกลับกันก็เท่านั้น

เหมือนจะคนละเรื่องแต่มันก็เรื่องเดียวกัน

การบิดเบือนหนังสือพิมพ์อาจจะไม่มีผลกระทบอะไรเลยกับแม่บ้าน ก็ได้ เช่นเดียวกับการลอยแพหนังสือการ์ตูนไม่ส่งผลกระทบกับเฮาส์ เป็นต้น

แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ เรื่องบางเรื่องก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ควรทำ กลับทำ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน นั้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ทุกกรณีนั้นเอง - ที่เรากำลังจะสื่อ

#29 By tamanxzg on 2008-07-11 23:54

#25 ถ้ามองว่าการที่บังคับให้ปิดกับไล่ให้ปิดไม่ต่างกัน ก็แปลว่าถ้าบังคับให้ปิดเป็นการปิดหูปิดตา การถูกไล่ให้ปิดก็เป็นการปิดหูปิดตา จริงหรือครับ ถ้าคนที่ไล่คือคนที่คุณจะไปเปิดหูเปิดตาให้เขา

เรื่องความรับผิดชอบที่สำนักพิมพ์การ์ตูนมีที่ผมพิมพ์ไปใน #23 นั่นก็จริยธรรม ไม่ใช่กฎหมาย แต่ทุกอาชีพล้วนมีความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นเดียวกัน ไม่เพียงแต่เรื่องของสื่อมวลชน

เรื่องสื่อกับบัญชี ตามที่เจ้าของบล็อกระบุไว้แล้วใน #27
ลองนึกถึงอาชีพอื่นดูบ้าง ใน #21 พี่บอกว่าหมอก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม งั้นถ้าตัดประเด็นด้านกฎหมายออกไปจะบอกว่าการขโมยหรือค้าอวัยวะมนุษย์ไม่ผิดจริยธรรม?

โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมที่มี Backdoor ล่ะ?
ผู้กำกับหนังจงใจทำ Subliminal Control แฝงอยู่ในภาพยนตร์ล่ะ?

#30 By P.S. on 2008-07-11 23:58

เออ ผมได้บอกไว้แล้วใน #29 อาจจะไม่ทันได้อ่านน่ะนะไม่เป็นไรๆ

ผมจะบอกว่า โลกมนุษย์มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
เพราะว่า "2.ส่วนใหญ่ในสังคมไม่รู้ว่า ใครไร้จรรยาบรรณ"

จากจุดนี้แสดงว่า เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนมีจรรยาบรรณได้ เป็นความจริง

อย่างที่สอง ถ้าการไล่ปิดหนังสือพิมพ์ น่าจะก่อให้เกิดการต่อต้านว่าเป็นการปิดหูปิดตาประชาชนตามมา ดังเช่น การที่ผมไล่ให้ไปปิด สนพ.การ์ตูน ก็มีคนมาต่อต้านว่า แล้วเขาจะไปหาการ์ตูนอ่านจากไหน นั่นแล

ไม่ได้สนับสนุนให้ผิดจรรยาบรรณแต่อย่างใด แต่อยากจะบอกว่า บางคนเขาก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้นก็คือการปิด หนังสือพิมพ์ เสียมากกว่า

มิเช่นนั้น ไทยรัฐ คงไม่ใช่หนังสือพิมพ์ที่มียอดขายอันดับ 1 เช่นเดียวกับ VBK ที่เป็น สนพ.การ์ตูนอันดับ 1

สงสัยผมจะเปรียบอะไรที่มันสุดโต่งเกินไปจนเกิดความเข้าใจผิด จริงๆแล้วแค่อยากจะนำสิ่งใกล้ตัวที่ผมอธิบายได้ง่ายๆ มาอธิบายเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้สับสน หรือโต้แย้งเฮาส์แต่อย่างใด

ปล.หมอ เลี้ยงไข้คนไข้ หรือจ่ายยาแพงให้คนไข้ คุณคิดว่ามีหรือไม่ ควรไล่หมอออกไปให้หมดแล้วเอาหุ่นยนต์มาทำแทนหรือไม่? ประมาณนั้น

#31 By tamanxzg on 2008-07-12 00:10

^
เราไม่สามารถทำให้ทุกคนมีจรรยาบรรณได้ เพราะกิเลสของคนที่ผิดจรรยาบรรณครับ

ตัวอย่างที่พี่ยกมาอ้างไม่ขึ้น เพราะถ้าปิดสนพ.การ์ตูน แต่คนอยากอ่าน ถือเป็นการปิดบังข้อมูล แต่ถ้าไม่มีคนอยากอ่าน บอกว่าเขาหาอ่านเองได้ ก็ไม่มีการปิดบังข้อมูล เช่นเดียวกับกรณีไม่อยากอ่านข่าว จึงไม่เรียกว่าปิดหูปิดตา

การผิดจรรยาบรรณไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะเดือดร้อนใครบางคนเป็นการส่วนตัวครับ มันแสดงให้เห็นถึงการบกพร่องทางจริยธรรมของผู้กระทำ เพราะขาดความรับผิดชอบต่อสังคม

กรณีหมอ ลองสภาพสังคมมีความคิดว่า "ไม่เห็นหมอจะมีจรรยาบรรณเลยสักคน" เหมือนที่คนส่วนใหญ่คิดกับสื่อตอ

#32 By P.S. on 2008-07-12 00:18

โอย ผมไม่ได้บอกว่า ปิดหนังสือพิมพ์ เป็นการปิดหูปิดตา แต่ผมบอกว่า มันจะเป็นคำอ้างของใครบางคน และคนอ่านหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ครับ (สังเกตจากประโยคที่ว่า "คุ้นๆไหม" ที่แนบท้ายความเห็นที่กล่าว)

เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรถ้าหนังสือพิมพ์จะไม่มีจรรยาบรรณ แต่กลับทุกข์ร้อนเรื่อง หนังสือพิมพ์ถูกปิด มากกว่า หรือจะเถียงว่ามันไม่จริง

ในทางกลับกันที่เห็นว่า การที่หนังสือพิมพ์ลอยแพ มันไม่เท่าไหรสำหรับคุณ แต่ผมกลับเห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากๆสำหรับผม (ในทำนองอุปมา มิได้คิดเป็นจริงเป็นจัง)

ดังนั้นเวลาผมประท้วงว่า สนพ. ลอยแพแบบนี้ สู้ปิดมันเลยดีกว่า กลับถูกเฮาส์ตอบกลับมาว่า แล้วจะให้เขาขาดทุนหรืออย่างไร ใครๆเขาก็ทำมาหากินกันทั้งนั้น พนักงานเขาก็เยอะ คนตามหนังสือเขาก็ตั้งแยะ หนังสือในมือเขาก็มีตั้งหลายเล่ม จะให้ปิดได้อย่างไร ทำนองนั้น

ทีนี้แหละ ผมก็เอาตรรกะเดียวกันมาตอบในเคสนี้ ว่าก็แค่ข่าวมันปิดเบือน(ไปเข้าข้างสิ่งที่ผู้อ่านอยากรับพอดี) มันจะเสียหายตรงไหน (ในเชิงอุปมา) ถ้าไปปิดหนังสือพิมพ์ของเขาสิ ได้มีการประท้วงว่าปิดหูปิดตาประชาชนเป็นแน่ (เชิงอุปมา)

ยำอีกครั้ง แม้แต่การโกงเงินทอนแม่ค้า ก็มิสำควรทำ เรื่องใดๆที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนไม่สมควรทำ

"แม้ว่าเรื่องๆนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหน ก็ไม่สมควรทำ"

ดังนั้น ลอยแพการ์ตูน ไม่สมควรทำ พอๆกับหนังสือพิมพ์บิดเบือน

ไม่ใช่จะมองแต่เพียงว่าเรื่องไหนมันใหญ่กว่าักัน แล้วจะมาบอกให้ ลอยแพหนังสือการ์ตูนได้ เพราะมันเรื่องเล็กกว่า เป็นต้น

ตอนนี้ผมว่าเราเข้าใจตรงกันแล้วล่ะนะ ผมไม่ได้มาแย้งนะ แต่ผมมาเพิ่มให้อีกว่า ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่เล็กแค่ไหนก็ควรใช้ตรรกะเดียวกันในการตัดสิน มิเช่นนั้นแล้ว แม้ค้าในตลาดที่ติดตามข่าวหวยในหนังสือพิมพ์ ก็คงจะออกมาบ่นในทำนองเดียวกันกับเฮาส์ออกมาบ่นกระผม นั่นเอง เพราะแม่ค้าไม่ได้สนใจ หรือรับรู้เลยว่าข้อมูลในหนังสือพิมพ์ถูกบิดเบือน เขารับรู้แต่เพียงว่าปิดหนังสือพิมพ์คือการปิดหูปิดตาเขา

และจำนวนคนที่คิดแบบนี้ก็มีมากพอๆกับคนที่มองเรื่องหนังสือการ์ตูนลอยแพเป็นเรื่องเล็กน้อย

ผมจึงกล้าฟันธงว่า ไม่มีทางปิดหนังสือพิมพ์ได้ด้วยเหตุผลที่ว่านั่นเอง มิใช่ผมไม่เห็นด้วยแต่อย่างใด

#34 By tamanxzg on 2008-07-12 00:35

entry นี้ไม่มีเนื้อหาเรียกร้องให้ปิดหนังสือพิมพ์เลยครับ เหมือนจะพูดว่าเราสามารถอยู่ได้เองโดยไม่ขาดแคลนข่าวสารโดยที่ไม่ต้องพึ่งสื่อมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อสื่อทำตัวไม่น่าเป็นที่พึ่งเช่นนี้

สุดท้ายแล้วถ้าทุกคนคิดเหมือนจขบ.หมด หนังสือพิมพ์จะปิดตัวโดยไม่ถูกไล่ด้วยซ้ำครับ เพราะเจ๊ง ขายไม่ออก ไม่มีคนซื้อ (แค่กรณีสมมติ เพราะทุกคนคงไม่ได้เห็นด้วยหมด) ในเมื่อไม่มี demand ก็จะไม่มีคนเดือดร้อนที่ไม่มี supply ครับ

เนื้อหาของ entry นี้จึงไม่ได้เป็นการเรียกร้องให้ supplier ปิดตัวลง แค่ตั้งคำถามกับผู้อ่านว่าจริงๆ แล้วมันมี demand หรือเปล่า?

ก็คิดว่าพี่คงไม่ได้มาโต้แย้งอะไรหรอกครับ แต่เอาเป็นว่าเราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่า ผมก็ชี้แจงให้เห็นว่าเสียงต่อต้านการปิดสื่อแบบที่พี่บอกจะไม่เกิดขึ้น เพราะถ้าการปิดสื่อเกิดขึ้นจริงจะเป็นเพราะสื่อเจ๊งเอง ส่วนความคิดเห็นต้นๆ ของผมแค่เป็นการให้เหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่เห็นด้วยกับที่พี่พูดว่าสื่อไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าครับ ผมพอเข้าใจประเด็นพี่ แต่ตัวอย่างที่พี่ยกมันไม่ถูกเท่านั้นเอง

#35 By P.S. on 2008-07-12 00:44

ก็จริงอย่างที่ว่าครับ ถ้าคิดได้แบบเฮาส์หมด สื่อที่บิดเบือนก็จะค่อยๆหายไป ทดแทนด้วยสื่อที่ดีเข้ามาแทน ตามความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่นั่นเอง

ช่วยการสนับสนุนคนดีมีจรรยบรรณกันต่อไปละกัน แต่ผมจะไม่สนับสนุน สนพ.การ์ตูนที่ไร้จรรยาบรรณ เด็ดขาด (เอาฮานิดๆ ไหนๆก็แถมาซะไกลขนาดนี้แล้ว)

และโลกมนุษย์มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เท่านั้นเอง สิ่งที่ถูกต้องที่จะไม่ทำให้ประชาชนเป็นผู้ถูกกดขี่ก็คือ ให้ความรู้ ให้เขามีความสามารถในการแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้อง กับข้อมูลที่บิดเบือน

ดังนั้น สื่อมวลชน จึงมีอยู่ ก็เพราะมันเป็นอาชีพที่ทำเงินได้นั่นเอง เฉกเช่นเดียวกับทุกธุรกิจบนโลกใบนี้ (และให้ใกล้เคียงสุดน่าจะเทียบกับนักการเมืองจะตรงกว่า)

ก็หวังว่า ทั้งหนังสือพิมพ์และสนพ.การ์ตูน จะมีจรรยาบรรณขึ้นสักวันหนึ่งครับ เพราะมันเป็นอาชีพที่กระทบกับคนส่วนใหญ่จริงๆ (จบดีกว่า)

#36 By tamanxzg on 2008-07-12 00:54

เท่าที่อ่าน คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ คำว่า"สื่อ" ด้วยซ้ำ....

แต่ที่อยากจะบอกคือ

ผู้รับสื่อก็ต้องมีวิจารณญาณด้วยนะครับ ไม่ใช่ไปด่าสื่ออย่างเดียวsad smile
เป็นกันทุกประเทศเลยครับแบบนี้ แต่ถ้าพูดว่าสื่อมวลชน "เข้าข้าง" ก็ไม่ผิดเท่าไรครับ เพราะเขาทำหน้าที่อยู่แล้ว

อย่างถ้ามาดูข่าวอเมริกา อย่าง CNN ก็เข้าข้างฝ่ายหนึ่ง ขณะที่ Fox News ก็เข้าข้างอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ทั้งสองฝ่ายเสนอความจริง(ที่บางทีก็บอกไม่หมด) ครับ

#38 By manop on 2008-07-12 06:43

ก็ฟังเป็นข้อมูล แต่ดูว่าน้ำหนักของที่ไหนจะมากกว่ากัน หรือ อ่านโดยรวมทุกฉบับแล้วสรุปเอาsad smile แต่อย่างไรก็ตาม...ก็เมืองไทยนี่นะจะมีกี่ก็เป็นเด็กไม่รู้จักโตสักฝ่ายแหละ เค้าว่านะ!?Hot!

#39 By ฺBear-killer on 2008-07-12 09:22

Hot! Hot! Hot! อืม...เยี่ยมครับ

#40 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-07-12 11:57

อ่าน comment แล้วสนุกเหมือนกันครับ

ถ้าจะให้สบายใจก็ต้องบอกว่า สื่อเป็นมนุษย์ธรรมดา ซึ่งอาจเลือกข้่าง และวางตัวไม่เป็นกลาง ในการเลือกนำเสนอเฉพาะข้อมูลที่ตนเองพึงใจ
ส่วนจรรยาบรรบรรณและความรับผิดชอบ ก็เป็นเพียงวิชาที่ลงให้ครบๆ หน่วยกิตไปเท่านั้น ฐานันดรที่ 4 เองก็มีค่าเพียงเครื่องมือทำมาหากิน

เมื่อไม่ให้ความสำคัญกับสื่อ "เกินไป" เราก็จะไม่ปวดหัวมากครับ

#41 By chubby on 2008-07-12 15:41

ข่าว คือ นำเสนอข้อ เท็จ จริง

หมายถึง คนเสพก็ต้องวิเคราะห์ด้วยครับ ว่า อันไหนจริง อันไหนเท็จ

ข่าว เป็นสินค้า มันอยู่ที่ว่า เขาจะขายอะไร ทำไมต้องมีพาดหัว
ทำไมต้องหวือหวา

มันนำเสนอ จากคนที่คิดว่า สื่อเป็นกลาง แต่ความเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่า จะเลือกข้างไม่ได้ ถ้าข้าง นั้น เป็นไปเพื่อคนส่วนใหญ่ ในความถูกต้อง ตามบรรทัดฐานของสังคม big smile

#42 By tiew@fine on 2008-07-12 16:55

พวกผมมีหน้าที่

เป็นคนกลาง
เอาสองด้านมาชนกัน...



Hot!

ไม่ต้องมีสื่อมวลชนก็ได้นี่หว่า!!!

#43 By a.while on 2008-07-12 18:30

คำว่า 'จรรยาบรรณ'

อย่าคิดจะหาจากสื่อเลยค่ะ
เพราะสื่อคิดแต่หาเงิน ความบิดเบือน และความเมามันส์

ไม่เคยกรอง ...
น้ำเน่ามาแบบไหนก็ยื่นในคนบริโภค แบบนั้น ---

#44 By giggol (124.121.12.127) on 2008-07-12 18:37

สิทธิในการตัดสินผิดถูก ควรเป็นของ "ผม" คุณควรนำเสนอข้อมูลแล้ว "ผม" ตัดสิน



Hot! เยี่ยมมมมมม

#45 By Tiddee on 2008-07-12 18:40

โลกนี้ไม่ยุติธรรม สื่อก็ไม่ยุติธรรมเช่นกัน พวกใครพวกมัน ประชาชนไม่ได้ถูกดขี่หรอกถ้ารู้ทันไว้เสียบ้างนะ...แต่ 5% ได้มัั้้ง ที่เลือกเสพน่ะ

อ่านComment เพิ่มแล้ว ไม่รู้สินะ เงียบไว้ดีกว่าเดี๋ยวทะเลาะเปล่ีาๆ -*=
สุดยอด อธิบายได้เข้าใจง่ายHot! Hot! Hot! นำมาเสนออีกน๊ะ

#47 By vanox on 2008-07-19 19:02

เห็นด้วยเหมือนกันครับ เห็นด้วยมาก ๆ เลย ทำให้ทุกวันนี้ขี้เกียจตามข่้าวเหมือนกัน

ว่าแต่ข่าวทหารเรือเนี่ย นาน ๆ ผมจะนำเสนออ่ะนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอขอบคุณมาก ๆ ที่ติดตามบล๊อกนะครับ

#48 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-01 19:48