ข้าว : มาตรการและความผิดพลาดเชิงเศรษฐศาสตร์
posted on 07 Jun 2008 20:45 by house in Economic
Entry นี้เขียนยากเอาเรื่อง ผมเขียนๆลบๆ หลายรอบละ
คราวก่อนคงเห็นแล้วว่า ความเสี่ยงของธุรกิจข้าวนั้นสูงมาก การช่วยชาวนาอย่างยั่งยืนทางหนึ่งคือต้องลดความเสี่ยงของชาวนาลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งนโยบายของรัฐบาลที่แล้วๆมานั้นไม่ใช่(ไอเดียท่อนนี้ นำของ ดร โกร่ง และ ดร อัมมาล มาเรียบเรียงใหม่ครับ)
ชาวนามีความผันผวนทั้งสองด้าน คือรายจ่าย และรายได้ ลองดูทีละด้านครับ
ด้านรายได้ รัฐบาลอ้างว่าใช้การประกันราคา เพื่อลดความเสี่ยง แต่นี่เป็นความจริงหรือเปล่า?
คำตอบคือไม่ใช่ ชาวนาทำนาวันนี้ ปีหน้ารัฐบาลจะประกันราคาหรือไม่ ที่ราคาเท่าไหร่ ชาวนาควบคุมไม่ได้โดยสิ้นเชิง ไม่สามารถวางแผนใดๆได้เลย และเงินที่ัรัฐบาลใช้ก็หมดไปเป็นปีๆเท่านั้น พอปีหน้าก็ต้องเริ่มใหม่
ที่สำคัญข้าวที่รัฐบาลซื้อออกไปก็ไม่ได้หายไปไหน วนเวียนอยู่ในสต็อกที่ไหนซักที่นั่นแหละ ลงท้่ายก็มีแค่สองทางเลือก คือขายออกมาทำให้ราคาข้าวตก หรือไม่รัฐก็ยอมขาดทุนไปอีกปี
ดร. โกร่ง เสนอให้เลิกการประกันราคาข้าวอย่างเด็ดขาด แล้วเอาเงินก้อนเดียวกันนี่แหละไปทำระบบชลประทาน และระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุนให้ชาวนาแทน
แต่ ดร. อัมมาล ต่อยอดไอเดียนี้ไปอีกขั้นครับ
ดร. อัมมาลเสนอ ให้ ธกส เข้ามาสร้างตลาด ประกันราคาข้าวให้เกษตรกร เกษตรกรสามารถจ่ายเบี้ยประกันข้าวกับธกส ได้ เช่น 400 บาท สำหรับข้าวปีหน้าที่ีราคา 14,000 บาท ถ้าชาวนาขายข้าวให้คนอื่นได้สูงกว่า 14,000 ก็ขายไปเลย แต่ถ้าขายไม่ได้สามารถขายให้ ธกส ได้ในราคาประกัน
ราคาเบี้ยถูกแพง ก็ขึ้นกับราคาประกันที่ต้องการ หากต้องการประกันที่ 15,000 บาท ชาวนาก็ต้องจ่ายค่าเบี้ยมากขึ้น วิธีนี้ทำให้ชาวนารู้ล่วงหน้าว่า รายได้ขั้นต่ำของตัวเองจะเป็นเท่าไหร่
ทางด้าน ธกส ก็จะทำการโอนความเสี่ยง โดยการขายสัญญาซื้อล่วงหน้า ให้กับโรงสีและ นักเก็งกำไร ซึ่งจะเข้ามาเก็งกำไรราคาข้าวล่วงหน้าแทน
วิธีนี้เกิดขึ้นครั้งแรก ในศตวรรษที่ 17 ในญี่ปุ่นครับ(เราตามเค้า 300 ปีเอ๊ง
)
ประเด็นถัดมา อาจจะฟังดูไม่ดี แต่ทำอย่างไรราคาข้าวจึงจะอยู่ในระดับสูง?
ข้าวที่ขายกันในตลาดโลกมีแค่ 7% ของราคาข้าวทั้งหมด ดังนั้นเรากำหนดราคาข้าวแทบไมไ้ด้ ถ้าเราขายแพง แค่จีนครึ้มเอาข้าวในสต็อกขายตัดหน้าซักล้านตันเราก็เจ๊งเละเทะแล้ว
การที่ประเทศอุตสาหกรรมมีเกษตรกรไม่มาก เพราะต้องการคุมปริมาณผลผลิต เชื่อกันว่า ญี่ปุ่นสามารถเพิ่มอัตราการผลิตข้าวได้เป็น 2 เท่าถ้าจำเป็น ปัจจุบัน รัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลกจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรเพื่อให้ทิ้งพื้นที่บางส่วนไว้เฉยๆ
เอาล่ะ ผมรู้ครับว่าเราไม่มีตังค์จ่าย แต่ผมเห็นว่าเราต้องลดการผลิตข้าวลงให้ได้อย่างน้อย 25% การที่ข้าวลดลงเหลือใกล้เคียงกับอัตราบริโภคในประเทศ มีเหลือส่งออกนิดหน่อย จะทำให้ราคาข้าวดีขึ้นมาก และความผันผวนของราคาข้าวลดลง
การยกหนี้เกษตรกรและการปล่อยกู้แบบไม่คิดของ ธกส จึงทำให้ แรงงานส่วนเกินไม่ออกจากภาคการผลิตข้าว ทำให้ซัพพลายส่วนเกินสูงมาก และราคาข้าวตกต่ำมาตลอด
เจ้าสัวก็คิดในทำนองเดียวกัน เพราะในทฤษฏีสองสูงก็บอกว่าชาวนาต้องเหลือแค่ 1.5% และลดพื้นที่เพาะปลูกเหลือครึ่งเดียว การที่ผลผลิตเพิ่มขึ้่นสองเท่า ในขณะที่เกษตรกรลดลงไปมากกว่านั้นมาก แม้จะเสียค่าโสหุ้ย ค่าเมล็ดพันธ์ ค่าเก็บเกี่ยว ค่าหัวคิวจาก ซีพี จิปาถะ รายได้สุทธิของ ชาวนา ก็ควรจะเ้พิ่มขึ้นอยู่ดี
เอิ๊ก ยาวมาก ยังไม่จบด้วยครับ
edit @ 7 Jun 2008 22:03:13 by house

มารอตามต่อตอนหน้าครับ

มาตรฐานเดียวไปเลย เหมือนน้ำมัน
#1 By tiew@fine on 2008-06-07 22:23