พอข้าวแพง ตอนนี้เราเห็นเจ้าสัวอย่างน้อยสองรายครับ ที่ประกาศเข้ามาเอี่ยวกับธุรกิจข้าว คือ เจ้าสัวซีพี กับ เจ้าสัวเบียร์ช้าง

ช่วงนี้เห็นหลายๆคน อัพบล็อกเกี่ยวกับทฤษฏีสองสูง ผมเลยต้องขุดเรื่องนี้มาคุยบ้าง เดี๋ยวตกเทรนด์

ผมสนใจเกี่ยวกับข้าวครั้งแรก 4-5 ปีก่อน จากหนังสือ คนเดินตรอก ของ ดร. โกร่ง ครับ ดร. เขียนไว้ชัดเจนว่า นโยบายจำนำราคาข้าว และพัีกหนี้เกษตรกร เป็นนโยบายทำลายชาติ ซึ่งขัดกับที่รัฐบาลทุกรัฐบาลทำมาตลอด 20 ปี

ความสนใจผมพุ่งสูงขึ้นอีก เมื่อกลุ่มนักลงทุนในไทยวีไอ กลุ่มหนึ่งเสนอความเห็นว่า เกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ไม่เหมาะสำหรับคนรายได้น้อย และรัฐควรส่งเสริมธุรกิจอื่นให้ชาวนาดีกว่า

ก่อนมาปิดท้ายเมื่อคุณนรินทร์ ออกมาให้ความเห็นว่า การทำนา หรือเกษตรกรรมนั้น เป็นอาชีพสำหรับนายทุน โดยแท้

ผมสรุปความให้สั้นได้ว่า เพราะเกษตรกรรมเป็นธุรกิจที่มีวงจรเงินสดยาวมากกกกกกกกกก และ ราคาขายในอนาคต ผันผวนมาก

ถ้าเริ่มปลูกข้าววันนี้ เกษตรกร ต้องจ่ายค่าปุ๋ย ค่าหว่าน สารพัด แล้วก็จะมีแต่รายจ่ายไปจนกว่าจะขายข้าวได้ ซึ่งก็ร่วมๆครึ่งปี แุถมตอบไม่ได้อีกแน่ะ ว่าขายแล้วจะได้กำไรหรือขาดทุน

ชาวนาจนๆ ก็จะเริ่มจาก กู้เงิน มาทำนา แล้วก็ไปวัดดวงเอาว่าข้าวจะราคาดีหรือเปล่า ถ้าปีไหนนาล่ม หรือข้าวแย่ ก็ไม่มีปัญญาใช้คืนหนี้เก่า แล้วก็ต้องกู้หนี้ใหม่มาทำนาใหม่ กลายเป็นวัฏจักรอุบาทที่หนี้มันสุมหัวหนาขึ้นเรื่อยๆ

แล้วรัฐก็มายกหนี้เกษตรกร แล้ววงจรนี้ก็ดำเนินต่อไป..

ที่ว่ามานี่เป็นความจริงที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันครับ ทีนี้สิ่งที่ทุกกลุ่มเสนอนั้น โดยพื้นฐานแล้วเหมือนกันคือ ทำยังไงก็ได้ให้ตัดวัฏจักรนี้ให้ขาด ทฤษฏีสองสูงก็เป็นหนึ่งในนั้น

ญี่ปุ่นกับอเมริกามีชาวนาแค่ 4% และชาวนารวยมาก ในขณะที่ไทยมีชาวนาครึ่งประเทศ

คำถามหนึ่งที่เกิดในใจผมคือ ชาวนา 4% นั้นเป็นชาวนาจริงๆแต่เดิม หรือ เป็นเจ้าสัวที่เปลี่ยนอาชีพมาทำนา อย่างที่กำลังจะเกิดในไทย?

ในอดีต ญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป คงมีจำนวนชาวนามากมายไม่ต่างกับไทย 46% นั้นหายไปไหน?

ถ้า entry นี้มีคนสนใจ entry หน้ามาคุยเรื่องข้าวกับสองสูงต่อครับ ถ้าไม่มีคนสนใจ ผมจะเปลี่ยนเรื่องเขียน

 

edit @ 5 Jun 2008 21:20:21 by house

Comment

Comment:

Tweet

^- น่าน คนรู้ลึกมาละ

ปั่นบล็อกเกี่ยวกับข้าวซัก entry สิ เอาที่ยังไม่รู้นะopen-mounthed smile

#12 By house on 2008-06-06 13:24

วงจรเงินสดสำหรับนาปีอยู่ที่ประมาณ 5-7 เดือน (ตามฤดูกาล ทำได้ครั้งเดียว)
วงจรเงินสดสำหรับนาปรังอยู่ที่ประมาณ 3-5 เดือน (ชลประทาน ทำได้ทั้งปี)

ความเสี่ยงภัยพิบัติ เสียหายสูงได้ถึง 100%
ความเสี่ยงราคาตกต่ำ เสียหายได้ถึง 50%


เมื่อก่อนชาวนาไทยใช้ทุนตัวเองทำนะ จนกระทั่งเริ่มมีการใช้ปุ๋ย ใช้ยาปราบศัตรูพืช สิ่งเหล่านี้แหละทำให้ชาวนาจนลงอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นต้นทุนที่ตนเองควบคุมไม่ได้

ไม่มียุ้งเก็บข้าวเปลือก เก็บเกี่ยวแล้วต้องขายเลย
ไม่มีลานตาก โดนหักค่าความชื้นอีกต่อ

ยังไม่รวมสิ่งฟุ่มเฟือย, มอเตอร์ไซค์, รถยนต์, และการขาดความรู้ทางเศรษฐศาสตร์, กลไกตลาด, การบริหารเงินทุน


การรวมกลุ่มทำสหกรณ์ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อวัดความเสี่ยงต่อชาวนาหนึ่งรายก็ยังสูงอยู่ เพราะพื้นที่ทำนาของชาวนาหนึ่งรายจำกัดมาก และเมื่อเกิดภัยพิบัติแล้วไม่มีแรงจะไปจำกัดความเสียหายที่เกิดขึ้น (เช่น สร้างคันกั้นน้ำ, สูบน้ำระบาย)

#11 By PaePae on 2008-06-06 12:03

นั่งเฝ้าขอบจอครับ ;)

#10 By ไอ้แพท.. on 2008-06-06 09:22

รออ่านต่อครับ

#9 By ิำbe (203.146.83.92) on 2008-06-06 08:59

ก็คงเป็นปัญหาเรื่องวิธีการครับ
สมัยก่อน ปลูกไว้กินเอง ไม่เคยมีปัญหาอะไร
แต่พอมาเน้นปลูกเพื่อขาย ชาวนายิ่งจนลงๆ
เกษตรอินทรีย์น่าจะพอช่วยได้

รอตอนต่อครับ

#8 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-06-06 08:59

ผมเห็นด้วยกับการที่ให้นักลงทุนมาลงทุนทำธุรกิจเพราะปลูกนะ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการป้องกันผู้ลงทุนรายย่อย(เกษตรกร)จากรายใหญ่ด้วย ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ส่งผลดีอะไรกับตัวเกษตรกรนัก

จริงๆก่อนหน้านี้ก็มีนักลงทุนไทยรายหนึ่งเคยพูดถึง แต่เครือหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่งมองว่าเป็นการบังคับให้เกษตรกรขายที่ เอาเปรียบเกษตรกร

อยากให้เขียนต่อด้วยครับ

#7 By ABZee (134.91.4.51) on 2008-06-06 06:25

ว่าต่อไปเลยครับ อยากอ่านหลายๆของหลายๆคน

ไปอ่านของท่านแม่ทัพมาแล้ว น่าสนใจดี

#6 By Demigod on 2008-06-06 01:36

มารออ่าน

#5 By dog mulder on 2008-06-06 01:06

มาลงชื่อว่าสนใจ และจะตามอ่านครับ จะรอตอนต่อไปนะครับ
น่าเศร้าว่า แค่มีข่าวแขกสนใจมาดูวิธีทำนา เรากลับหวงและด่าเค้าเละเทะ

พวกด่านี่อยากรู้ว่ามีคนเคยทำนาสักกี่คน

#3 By mk (213.121.151.142) on 2008-06-05 23:42

สนใจค่ะ เชียร์ให้เขียนต่อค่ะ cry

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-06-05 22:01

สนครับbig smile

เคยคิดแต่ว่าต่างประเทศเกษตรกรเขารวยแต่ไม่เคยคิดย้อนกลับsad smile

#1 By 「♭Mystery」 on 2008-06-05 21:56