หลายๆคนยังไม่เข้าใจว่าไฉนไทยต้องเล่นพิเรนทำอะไรตามหลังสิงคโปร์ตลอดเวลา แม้กระทั่งราคาน้ำมัน(จริงๆเราอิงมาเนิ่นนานหลายสิบปี จะมามีปัญหาตอนภาพพจน์สิงคโปร์ติดลบ เพราะคดีเทมาเซ็กนี่แหละ)

ในทางเศรษฐศาสตร์ การที่ไทยอ้างอิงราคาสิงคโปร์ สามารถอธิบายได้ด้วย กฏของราคาเดียว(Law of one price) ซึ่งระบุว่าสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ต้องมีราคาเดียวกัน

ลองมาดูว่า ทำไมมันเป็นอย่างนั้น

สมมุติว่ามีตลาดสองแห่ง A และ B ค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างตลาดทั้งสองแห่งคือ 1 บาท ทั้งสองตลาดขายสินค้า(สมมุติว่าส้ม) กิโลละ 10 บาท

จำเนียรกาลนานมา ตลาด B ขายส้มกิโลละ 30 บาท ตลาด A ยังขายส้มอยู่ 10 บาท อะไรจะเกิดขึ้นเอ่ย?

คนในตลาด A จะกว้านซื้อส้มไปขายในตลาด B (ส่วนคนข้างในไม่มีส้มกิน ก็เรื่องของคุณ) การที่มีการกว้านซื้อส้มในตลาด A จะทำให้ราคาตลาด A สูงขึ้น และการขายส้มจำนวนมากในตลาด B จะทำให้ราคาตลาด B ต่ำลง กระบวนการนี้จะดำเนินไปจนกว่าการขนไปขายจะไม่คุ้มค่า(ราคาต่างกันน้อยกว่าค่าขนส่ง) และสุดท้ายทั้งสองตลาดจะได้ราคาใหม่ อยู่ระหว่าง 10-30 บาท

แต่ช้าแต่ เรื่องแบบนี้ในความเป็นจริงมันไม่ช้านักหรอกครับ พอตลาด B ขายที่ 30 ตลาด A ก็จะประกาศโครมเปรี้ยงเดียวขายปลีกที่ 29 บาท โดยบอกว่าอ้างอิงราคาตลาด B(ไม่งั้นจะเกิดภาวะส้มขาดแคลน เพราะคนขนไปขายอีกตลาดหมด)

ถาม: ไม่อิงได้ไหม?

ตอบ: ได้ แต่ถ้าคุณขายถูกกว่ามากๆ คนขายส้มจะขนส้มไปขายอีกตลาดแทน ซักพักนึงมันก็จะเข้าสมดุลเหมือนข้างบนนั่นแหละ

ถาม: แล้วเราล้อมรั้ว กันคนขนส้มข้ามตลาดได้ไหม?

ตอบ: เรารื้อรั้วทิ้งไปตั้งแต่ ปี 34 แล้วครับ แล้วถึงจะกั้นรั้วใหม่ ก็คงจะมีคนปีนรั้ว เพราะกำไรมันจูงใจ(เรื่องทำไมไม่ควรกั้นรั้วไว้คุยกันวันหลัง)

แทนค่า
A = ตลาดในประเทศไทย
ส้ม= น้ำมัน
B = ตลาดสิงคโปร์
คนขายส้ม = โรงกลั่น

พอเห็นรึยังครับว่า ทำไมเราถึงต้องอิงราคาสิงคโปร์? คุณไม่อิงก็ได้ แต่ลงท้ายผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างเดียวกัน(คือราคาออกมาเท่ากันอยู่ดี)



Comment

Comment:

Tweet

คนไทยส่วนนึงไปเอาน้ำมันจากมาเล
อีกส่วนนึงก็เอาไปขายลาว
sad smile

#7 By Aun on 2008-05-30 22:39

#5 ไม่หรอก เปลี่ยนเราเป็นคนช็อปปิ้ง แล้วมีตลาดสองที่ ดูไบ กับ ไนเมกซ์

เราจะซื้อต่ำสุดเสมอเหมือนกันsad smile

#6 By house on 2008-05-30 17:57

เข้าใจ (เอาเอง) ว่าน่าจะมีประเด็นเจ้าของสวน (พวกกลุ่มประเทศน้ำมัน)

ถ้าตลาด B ขายแพงกว่า.. ก็น่าเชื่อได้ว่า เจ้าของสวนจะได้ราคาส้มหน้าสวน (น้ำมันดิบ) มากกว่าตลาด A

เช่น A ซื้อมา 8 ขาย 10 แต่ B ซื้อ 15 ขาย 30

แล้วอย่างนี้ เจ้าของสวนที่ไหนจะมาขายให้ตลาด A

ประมาณนี้หรือเปล่าครับ?

#5 By ไอ้แพท.. on 2008-05-30 17:44

#3
เรื่องกั้นรั้วถ้าหักคอจริงๆจะกั้นก็ได้ครับ แต่เราต้องเตรียมรับพาเหรดคนปีนรั้ว ทั้งด้านที่จะเอาไปขาย แล้วก็รถจากเพื่อนบ้านที่จะมาเติมน้ำมันในไทย

ตอนนี้รัฐบาลก็หักคอ ปตท แล้ว(ไม่ได้กั้นไม่ให้่ออก แต่ขอให้ขายถูกๆ)

ผลกระทบสั้นสุดที่เราไม่อยากกั้นรั้ว เพราะเราให้คำมั่นว่าเราเป็นตลาดเสรีครับ ถ้าปากบอกเสรีแล้วกั้นปั๊บ เครดิตตกป่นปี้ ต่อไปรัฐบาลจะกู้ใครไม่ไ่ด้อีกเลย(เรามีหนี้สาธารณะไม่น้อยนะ)

ส่วนระยะยาว ตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์นี่ อีกหลายระลอกครับsad smile

ค่าเดินทางยิ่งคุมยากเข้าไปใหญ่ เพราะเราคุมค่าขนส่งของเรือขาเข้่า ขาออกไม่ได้ เป็นอิสระของบริษัทขนส่งแต่ละราย

#4 By house on 2008-05-30 17:43

สนใจเรื่องรั้ว

กับเรื่อง ค่าเดินทาง 1 บาท ค่ะ

ถ้าไม่อิงราคา
แถมล้อมรั้วก็ไม่ดี
งั้น เพิ่มภาระค่าเดินทางจะได้มั้ยembarrassed

เราจะได้มีน้ำมันถูกๆใช้ เพราะค่าครองชีพ + การเดินทางในสิงคโปร์น่ะ มันต่างจากไทยนี่นาcry

#3 By PoY on 2008-05-30 17:31

อ่านแล้วเข้าใจปนเศร๊าเศร้าตัวเองครับ

#2 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-05-30 14:11

เข้ามาตามอ่านครับ ช่วงนี้กำลังมึนๆ กับราคาน้ำมัน cry

#1 By manop on 2008-05-30 10:30