งวดนี้เขียนช้า ทะลุเดือนเมษามาแล้วหลายวัน สาเหตุที่ดีเลย์เพราะเกิดแรงบันดาลใจกระทันหันเกี่ยวกับเปียโน(เหมือนจะฟังขึ้น )

สามอาทิตย์ก่อนตอบๆกระทู้เกี่ยวกับ Intelligent Design แล้วเกิดคิดถึงนิยาย Series Uplift ขึ้นมาตะหงิดๆ ด้วยว่าสมัยเรียนอาจารย์สปอยด์ไว้เยอะ นัยว่า ช่วยๆไปหามาอ่านหน่อยเถอะ อ. หาคนคุยด้วยไม่ได้ อ่านคนเดียวมันเหงา ภาษาสมัยนั้นก็ใช่ว่าดี(ตอนนี้ก็ยังไม่ดี) แถมอยู่ในช่วงลุ้นทำโปรเจ็กซ์จะจบแหล่ไม่จบแหล่ ก็ดองไว้ จนเกิดระลึกได้ขึ้นมาก็เลยไปเดินคิโนะที่พารากอน

แต่มันมีแต่เล่มสองครับ !!!

 ด้วยความไม่อยากอ่านไซไฟกลางปล้อง มองซ้ายมองขวา(คือเข้าร้านมาแล้วถ้าไม่เสียเงินใจจะไม่สงบ) สายตาก็เลยมาจบที่ The Ultimate Hitchhiker's Guide  ซึ่งเป็นหนังสือรวมผลงานของ  Douglas Adams

ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้มาก่อนจากเว็ปรีวิวหนังสือที่ผมรักอย่าง BooksILove.com (แต่มันตายไปแล้ว ) ซึ่งรีวิวไว้สั้นๆสองบรรทัด อย่างน่าประทับใจดังนี้

นักอ่านไซไฟนี่มี​อยู่​สองประ​เภทครับ​ (Don't Panic!) ​คือพวกที่คิดว่า​ tHGttG ​เป็น​หนังสือยอดเยี่ยมลึกซึ้งอุดม​ด้วย​ปรัชญามากมาย​ ​กับ​พวกที่คิดว่าหนังสือชุดนี้นี่มันไร้สาระสุดๆ​ ​แต่สนุก​เป็น​บ้า​ ​แบบว่าขำ​กลิ้ง​ ​เนื่อง​จาก​ผม​เป็น​คม​ไม่​ชอบคิดมากก็​เลยออก​จะ​เอนเอียงไปทางพวกหลังนะครับ

หลังจากอ่าน prelude ก่อนเข้าเรื่องแล้วผมก็สรุปได้ว่าเรื่องนี้มันบ้าและไร้สาระจริงๆแหะ บ้าจนน่าสนใจที่จะอ่าน!

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ ฟอร์ต พรีเฟ็ค ชาวดาวเบอร์ทังกูส โบก UFO ลูกคนรวย(ที่ชอบไปลอยแถวๆที่ไม่ค่อยมีคนเห็น แล้วคอสเพลล์ชุดแปลกๆลงมาให้มนุษย์โลกตกใจเล่น ว่างๆก็วาร์ปตัวชาวโลกขึ้นไปดูกันหัวร่อเอิ๊กอ้าก A.K.A เด็กแว้นซ์อวกาศ) มาลงที่โลก แล้วมารู้จักสนิทสนมกับอาเธอร์ เดนต์(พระเอก) จนทันช่วยพาหนีไปตอนชาวดาวโวกอน ขับยานมาทำลายโลกด้วยเหตุที่ว่าต้องการสร้าง Hyperspace Bypass

 ด้วยเหตุที่ว่าคำประท้วงของโลกไม่เป็นผล(เนื่องจาก เรื่องนี้ถูกอนุมัติตั้งแต่ ห้าสิบปีมนุษย์ก่อน และโลกโดนประกาศเวนคืนไปแล้ว ชาวโลกไม่มีการประท้วงไปยังสำนักงานเขตที่อัลฟาเซนทอรีในกำหนดเวลา "มันห่างแค่สี่ปีแสงเองนะ หัดสนใจเรื่องรอบตัวซะมั่ง" ชาวโวกอนประกาศ) ดังนั้นหลังจากผมอ่านไป 26 หน้า ผมก็พบว่าโลกเป็นเศษฝุ่นอวกาศไปแล้ว

tHGttG ยังนำเสนอความบ้าถัดจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของอวกาศอย่าง Impropability Drive(เครื่องขับเคลื่อนความไม่น่าจะเป็น) ความจริงที่ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตฉลาดเป็นอันดับสามของโลก(อันดับสองคือโลมา- เราโง่มากที่ดูไม่ออกว่า ท่ากระโดดหมุนตัวกลางอากาศสองรอบลอดห่วงแปลว่า ชาวโวกอนกำลังจะมาทำลายโลกขอให้โชคดี ส่วนอันดับหนึ่งไปอ่านเองดีกว่า ) บทพิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้า(ที่อ่านแล้วอึ้ง!) ไปจนถึงคำตอบของคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกและจักรวาล(= 42 พิสูจน์แล้ว)

 เอาเป็นว่า ถ้าอยากอ่านไซไฟบั่นทอนปัญญา ก็เล่มนี้แหละครับ ผมดันลัดคิว พวกในลิสต์ หกเล่มแรกขึ้นมาก่อนเลยรับประกันได้ว่า

"อ่านแล้วไม่ฉลาดขึ้น"

 เอ๊ แล้วจะมีคนอ่านมั้ยนี่

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ชอบพวกไซไฟ แต่ชอบพวกบั่นทอนปัญญาแฮะ
แต่จากเรื่องย่อๆแล้ว คงไม่อ่านอะค่ะ ขอผ่าน เพราะไม่น่าจะเก็ทมุกเท่าไหร่

#5 By pretty_little_things on 2008-05-05 00:43

ไม่ไหวอ่ะ พยายามแล้ว... สองหน้าแรกยังไม่จบเลย sad smile

#4 By PaePae on 2008-05-05 00:01

เรื่องมีมีเป็นภาพยนต์ด้วยนะครับ..
ดูแล้วก็สนุกดีครับ...น่าจะขำได้ไม่แพ้หนังสือนะครับ ^ ^

#3 By jrp13th (58.8.157.201) on 2008-05-04 23:18

อ๋อ เรื่องที่เคยเล่าให้ฟังใช่ไหม จริงๆก็น่าอ่านนะ แต่เราว่า เราคงไม่เก็ตหลายมุขแหงๆsad smile

#2 By Taki on 2008-05-04 22:42

ไซไฟบั่นทอนปัญญา
จะอ่านดีไหมเนี่ย กร๊าก