เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กฏหมายการเงินฉบับหนึ่่งที่มีึความพยายามผลักดันแบบกล้าๆกลัวๆฉบับหนึ่งก็ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เรียบร้อยแล้ว และจะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วันถัดไป(ราวเดือนสิงหาคม) กฏหมายฉบับนั้นได้แก่ พระราชบัญญัติ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก กดอ่านเองครับ ถ้าฟิตพอ

 เนื้อหาคร่าวๆของกฏหมายฉบับนี้คือ ต่อไปนี้เงินในแบงค์จะไม่ได้ปลอดภัย 100% อีกแล้ว วันใดที่แบงค์ล้ม รัฐบาลจะค้ำประกันเงินฝากของประชาชนเป็นวงเงินสูงสุดเพียงหนึ่งล้านบาทต่อคนเท่านั้น 

ตัวเลขนี้นับรวมทุกบัญชี ทุกสาขานะครับ เช่นผมมีเงินฝากสาขาเชียงใหม่ กรุงเทพ โคราช 3 บัญชี บัญชีละล้านบาท หากแจ็กพอตแตก แบงค์เำกิดล้มขึ้นมาแบบปี 40 ผมจะได้เงินคืนแค่ 1 ล้าน ส่วนอีกสองล้านถือเป็นค่าโง่ที่ผมไปฝากแบงค์ที่ไม่มั่นคง ไม่ได้คืน

เพื่อให้มีเวลาปรับตัว กฏหมายจะเริ่มจากการคุ้มครองเต็มวงเงิน ก่อนทยอยลดเหลือ 1 ล้านบาทในห้าปีถัดไป ตอนนี้ใครเงินเยอะ ก็เตรียมตัวได้แล้วครับ 

 สำหรับผม ตอนนี้หาทางให้มีเงินเก็บหนึ่งล้านก่อน เรื่องพรบ ไว้ว่ากันทีหลัง...

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ฝากแบงค์แล้วทำอะไรได้บ้าง
แบบเรียงลำดับความเสี่ยงน่ะค่ะ

(ขอถามไว้เป็น idea)

#14 By PoY on 2008-02-19 17:29

พูดตามความเป็นจริง

การฝากแบงค์เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง

ซึ่งแบงค์ได้กำไรมากกว่าต้นทุนที่เราไปฝากหลายเท่า (คูณดอกเบี้ยกันนะครับ)

ส่วนตัวแล้ว
ผมรู้สึกว่าอะไรที่มันผ่านคนกลางหลายชั้นมากเท่าไหร่ มันยิ่งเสียประสิทธิภาพไปมากเท่านั้น
ซึ่งมันก็แลกมาด้วยความง่ายและความปลอดภัยหรอกนะ....

แต่ผมก็ยังไม่ชอบใช้เอนจิ้นในการเขียนโปรแกรมอยู่ดี
เราว่าถ้ามองในแง่นักลงทุน จะรู้สึกว่าความพยายามที่ทำให้ธนาคารซึ่งคนไทยมีความคิดฝังหัวว่าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เงินงอกเงย สบายใจแล้วก็เลยไม่เคยพยายามที่จะหาทางปรับปรุงความคิดนี้เลย ทำให้มีความคิดใหม่ ต้องมีการนำเงินออกมาลงทุน ซึ่งเหมือนเป็นการบังคับกลายๆให้มีการกระจายความมั่งคั่งออกไป ไม่ใช่เก็บซุกไว้ในกระเป๋าอย่างเดียว เราคิดว่ามันดีนะ เพียงแต่ว่าหน่วยงานที่ให้ความรู้ผู้ลงทุนเนี่ยต้องขยันมากขึ้นอีกหลายเท่า เพื่อรองรับคนจำนวนเหล่านี้ ไม่งั้นผลักดันออกมาให้ลงทุนแต่ความรู้ไปไม่ถึง ก็เหมือนเอามีดจี้ให้คนกระโดดลงจากกราบเรือนั่นแหละcry
โอ้ว

ความรู้ใหม่ ขอบคุณนะพี่ อ่าหุหุ

สุดท้ายคงต้องไปซื้อทองเก็บ 555+

#11 By - LittleMonkey - on 2008-02-19 13:16

ถึงเวลาพึ่งแบงค์เวียดนาม แบงค์สวิส แบงค์ฮ่องกง ซะล่ะมั้ง =[]=;; แอบสงสัยเหมือนกันว่าคนรวยๆเค้าจะทำยังไง หรือจะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศซะแล้ว

#10 By songsage on 2008-02-19 10:06

สงสัยต่อไปการฝากเงินไว้เฉย ๆ
กับการเล่นหุ้นคงอย่างบ้าคลั่งคงมีความเสี่ยงพอ ๆ กัน cry

#9 By oatato on 2008-02-19 08:56

ในเเบงค์มีอยู่สี่พัน...

#8 By raycircle on 2008-02-19 08:34

มันจะทำให้เงินฝากไหลออกนอกประเทศรึเปล่า

#7 By panuta (99.140.173.157) on 2008-02-19 01:39

ตอนนี้กิจการธนาคารส่วนใหญ่ต่างก็มีชาวต่างชาติเป็นหุ้นส่วนอยู่นี่คะ แล้วยังปฏิกิริยาการปล่อยสินเชื่อของทุกแบงค์นั่นปะไร เฮ้อ...

เก็บไว้ในไห แล้วฝังดินเหมือนสมัยก่อนดีกว่าไหมsad smile
ถ้าว่ากันตามภาษาการเงิน การฝากเงินในสถาบันการเงินถือว่ามีความเสี่ยงระดับ 1 จาก 10 นะครับ

ตามทฤษฎีแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยมีทั้งหมด 18 ธนาคาร เพราะฉะนั้นแล้วการค้ำประกันเงินจากรัฐบาลก็จะได้ quota สูงสุด 18 ล้านบาทต่อคนครับ

2 มุมครับเรื่องนี้ มุมนึงคือการบังคับคนทางอ้อมให้ลงทุนในรูปแบบอื่นบ้าง อีกมุมนึงคือคนที่ไม่ร้ว่าจะต่อยอดเงินไปทางไหนก็เดือดร้อนกันล่ะครับ ทางที่ดีที่สุดคือการให้ความรู้สำหรับคนล่ะครับ แต่ปัจจุบันมีเงินที่เกิน 1 ล้านอยู่ประมาณ 1.8 แสนบัญชีครับ คิดเป็น 4-5% ของบัญชีเงินฝากทั้งประเทศ

#5 By nora on 2008-02-19 01:29


ถ้าฝากแบงค์ยังมีความเสี่ยงแบบนี้ แล้วมนุษย์ปุถุชนจะมีเหตุผลอะไรให้ฝากเงินในแบงค์อันดอกเบี้ยน้อยกว่าขี้แมวไปทำไมละครับเนี่ย

#4 By PastelSalad on 2008-02-19 01:11

คิดเหมือนกันเรื่องประโยคสุดท้าย sad smile sad smile

#3 By plynoi แว่วศรี on 2008-02-18 23:49

ประโยคสุดท้ายมันใช่จริงๆconfused smile
อ่ะ ชาตินี้จะมีเงินเก็บไ้ด้ถึงเปล่าก็ไม่รู้เลย sad smile cry

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-18 23:11