เป็นประเด็นที่ฉุกคิดมา หลังโดนเพื่อนด่ามา ตอนวันอาทิตย์เย็นๆ จริงๆก็โดนมาก่อนหน้านั้นแหละ เพราะไปเชียร์หุ้นเอเซียซอฟต์ไว้กับรุ่นพี่นักลงทุนท่านหนึ่ง ท่านจิ้มกลับมานิ่มๆว่า

 ไม่ล่ะ ผมไม่สนใจ มันมอมเมาเยาวชน

อึ้งไป 5 วิ พร้อมกับรำพึงในใจ  "ตกลงอยากเป็นเจ้าของบริษัทเกมนี่ผิดเรอะ "

 พอมานั่งค่อยๆนึก ผมเริ่มมองเห็นว่า เออบางที มาตรฐานจริยธรรม ของคนเราอาจจะไม่เท่ากัน แล้ว อะไรล่ะที่น่าจะเป็นมาตรฐานนั้น?

หลักการทางศาสนา? ไม่น่าจะใช่ ไม่อย่างนั้นคนลงทุนใน CPF(เจริญโภคภัณฑ์อาหาร)คงบาปมาก ค่าที่วันๆ บริษัทเชือดหมูเป็นร้อยๆตัว ทำแฮมกับไส้กรอก

มาตรฐานทางสังคม? แล้วอย่างบัตรเครดิต ที่ผมคิดว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมทางการเงิน ที่ทำให้ผมมีเงินใช้ฟรีๆ 55 วันไม่มีดอกเบี้ย แต่คนบางคนก็โวยวายอีกว่า เป็นการทำนาบนหลังคน คิดดอกเบี้ยโหด

 คุณค่าทางโภชนาการ? ผมคงบอกคนลงทุนใน Junk Food ว่าขาดจริยธรรมไม่ได้ เพราะชีวิตคงบัดซบน่าดู ถ้าไม่มี โค้ก สเวนเซ่น แมคโดนัล กาแฟ แล้วก็พวกสารพัดอร่อยปาก ลำบากร่างกาย

 อะไรเป็นเส้นแบ่งระหว่าง กำไร กับ จริยธรรม ของ ธุรกิจโรงพยาบาล? ระหว่างกาีรจ่ายโคตรแพงกับมาตรฐานการรักษาสูงลิบ กับการจ่ายถูกๆ กับมาตรฐานพอไปวัดไปวา?

 หนังสือโป๊ล่ะ? ถ้าเขาอ้างว่าหนังสือโป๊ ทำให้อัตราคดีข่มขืนลดลง เราจะบอกว่าธุรกิจหนังสือโป๊ จรรโลงสังคมได้หรือเปล่า?

บริษัทค้าปลีก อย่างโลตัส หรือเซเว่นล่ะ? เราคงไม่เถียงว่า พวกนี้ทำให้เราซื้อของได้ถูกลง สะดวกขึ้น แต่มันทำให้โชห่วยตายนะ?

แล้วถ้าผมซื้อ BigC นี่ผมมีจริยธรรมหรือเปล่า? ผมทำให้ซัพพลายเชนสั้นลง ทำให้ผู้บริโภคซื้อของได้ถูกลง สะดวกขึ้น แต่ผมก็ทำลายโชห่วยด้วยเหมือนกัน?

 ผมซื้อหุ้น Dtac ผมผิดไหม? เขาทำให้กลไกราคาของการสื่อสารดีขึ้น ราคาถูกลง แต่กำลังจะทำให้ TOT เจ๊งนะ?

 หุ้นเหล้าล่ะ? บุหรี่ล่ะ?ถุงยางอนามัยล่ะ?  คนลงทุนมีจริยธรรมไหม?

 สับสนได้พักใหญ่ ผมคิดว่าข้อสรุปที่ดีที่สุดคือ

ธุรกิจที่ตรงไปตรงมา และไม่ขัดต่อกฏหมาย ย่อมถือว่าดีพอที่จะลงทุน

ดังนั้นธุรกิจอันไร้จริยธรรม และไม่ควรยุ่งเกี่ยวก็คือธุรกิจที่เหลือ(ผิดกฏหมาย ซิกแซก ฉ้อฉล ไร้ธรรมมาภิบาล)

หรือใครมีข้อเสนอดีกว่านี้มั้ยครับ? 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เรื่องมันพูดยากนะครับ
เพราะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ผิดจริยธรรม
กฎหมายที่เขียนกันมาก็ไม่ใช่สีขาว แถมทำให้สีดำให้เป็นสีเทาอีกต่างหาก

/me ก็ไม่ใช่คนดีเลิศประเสริฐศรีนะครับ

แต่อยากให้สังคมแอนตี้คำว่า สีเทา ซะที
ขาวก็คือขาว ดำก็คือดำ และสีเทาก็ไม่ใช่ทางสายกลางตามหลักพุทธศาสนาครับ
อยากให้คนไทยที่เก่งกฎหมายเขียนสีขาวให้ขาวจริง ดำก็ดำไปเลย

ผมมั่นใจว่า ท้ายที่สุดแล้ว คนดีจะได้มีที่อยู่ในสังคม ส่วนคนเลวก็ตายกันไปข้างนึงเลย

p.s. TOT เจ๊งซะทีดิ๊ ผมหมดเกลือหมดพริกไปหลายตันแล้วนะ confused smile

#1 By リリース on 2007-10-16 21:25

> มอมเมาเยาวชน
ถ้าบอกว่า เด็กที่โดนมอมเมา คือ พ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือสั่งสอนมาไม่ดี -- แบบนี้ฉันผิดมั้ย?




เมื่อไล่ไปไล่มา อาจจะมีคำตอบสุดท้ายว่า
"ธุรกิจฉันทำให้คนมีงานทำ" จะปล่อยให้พวกเขาตกงานหรือไง

แกนั่นแหละ ไม่มีจริยธรรม !?!

#2 By PaePae on 2007-10-16 21:40

ผมคิดว่า ศึกษาผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ประกอบไปด้วย ก็น่าจะครอบคลุมครับ

ถ้าผลดีคุ้มค่าผลเสีย ไม่ขัดศีลธรรมพื้นฐานของมนุษย์(ฉ้อโกง ฆ่าคน โกหกตกแต่งผลประกอบการ) ผมว่า Ok แล้วล่ะ

ที่เหลือคงเป็นวิจารณญานของแต่ละคนกระมัง
มาตรฐานผมง่ายๆ นะครับ

ถ้าจะลงทุนแล้วสงสัยตัวเองว่าทำแล้วจะดีเหรอ

นั่นก็พอแล้วที่จะคิดว่าไม่ควรลงทุนกับมัน

#4 By ลิ่ว on 2007-10-16 23:26

บริษัทที่ผมลงทุน คือบริษัทที่ผมคิดว่าตนเองจะใช้บริการ
เพราะอย่างน้อยผมก็คงไม่มอมเมาตนเอง

#5 By ฺำBe (203.146.83.92) on 2007-10-17 10:50

ตูมองว่า ถ้าไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนในทางตรง
หรือผลิตภัณฑ์ของจากธุรกิจเราไป ทำให้คนอื่นเดือดร้อนในทางตรง
บริษัทก็ไม่ไร้จริยธรรม

เหล้า บุหรี่ จึงจัดเป็นธุรกิจไร้จริยธรรมในมุมมองของตู
ถ้าบอกว่าธุรกิจค้ากำไรเกินควร เป็นสิ่งไร้จริยธรรม
งั้นลองมองกลับกันว่า ถ้าธุรกิจนั้นขายถูกๆ แต่ลูกค้ากลับไม่ใช้บริการ
อย่างนี้เรียกว่า ไร้จริยธรรมได้ไหมหล่ะ

เมื่อลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกซื้อสินค้า และบริษัทก็มีสิทะธิกำหนดราคาสินค้า เช่นกัน

#6 By kaze on 2007-10-17 11:11

ถ้าจะลงทุน
ควรเข้าใจว่า "การลงทุน" คือการหาผลประโยชน์หรือกำไรเข้าสู่ตัวเอง
หากว่ายังไม่เข้าใจว่าการลงทุนคือการหาผลกำไร ก็ยังไม่ควรจะลงทุน

เพราจะทำให้ทุนที่ลงไปกลายเป็นกำไรของนักลงทุนท่านอื่น

เกมส์มอมเมาเยาวชน --หรือเปล่า
ขึ้นอยู่กับสังคมและครอบครัว ว่าจะมีเกราะป้องกันเด็กได้มากเพียงใด

#7 By ilumin on 2007-10-17 12:38

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเกมส์
ดังนั้นจึงโทษเกมส์ไม่ได้ tongue

#8 By ilumin on 2007-10-17 12:39

ก็อาจจะมองว่า ถ้าเรามีความสามารถ มีเงินทุน มีแรงงาน เราจะตั้งบริษัทนั้นๆไหม ... เราจะตั้งบริษัทเกมมั้ย ตั้ง Discount Store ไหม ตั้งบริษัทมือถือรึเปล่า ... ถ้าเราตอบว่าใช่ ก็แสดงว่า มันคุ้มค่าลงทุน และไม่ผิดกับหลักจริยธรรมในตัวเรา

ก็จริงอย่างที่สุดที่จริยธรรมคนเราไม่เหมือนกัน แถมไม่มีมาตราวัดอะไรมาวัดได้ และไม่มีมาตรฐานตายตัวอะไรมากำหนดอีก เราก็น่าจะยึดตัวเองเป็นหลัก หลังจากพิจารณาไตร่ตรองแล้วว่าเราสบายใจ ก็ตัดสินใจตามนั้น ถ้าให้คนอื่นตัดสินใจ เราก็เหมือนหลุดจากทุ่น ไม่มีหลักแน่นอนอีก

ปล. ตูไม่ได้พูดเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรมตรงๆใน entry อันนั้น แต่พูดตรงๆในเรื่องของความต้องการของนักลงทุนที่อยากได้แต่เงิน (หุ้นขึ้น, เงินปันผล ฯลฯ) โดยไม่สนใจว่าผู้บริโภคและพนักงานจะเป็นอย่างไร ในมุมของ คุณภาพชีวิต คุณภาพสินค้า และการบริการหลังการขาย (เป็นจริยธรรมในธุรกิจ มากกว่าจะเป็นจริยธรรมในสังคม)

ปล. ถ้าในมุมนี้ การที่จะลงทุนในบริษัทเกมนั้น คิดว่าไม่ผิดอะไร ใครว่าเกมไม่สร้างสรรค์ ใครว่าการ์ตูนทำลายสังคม

ปล. (อีกที) การที่โชว์ห่วยตาย มันเป็นกลไกทางการตลาดที่มากับการก้าวไปข้างหน้าของโลกเรา ... มีใครใช้คนผลิตรถยนต์อีก ตอนที่เรามีหุ่นยนต์สายพานการผลิต (รถแพงๆไม่นับ)

#9 By panuta (76.193.191.91) on 2007-10-19 02:07