ข้างล่างนี้ เ้ป็นคำกล่าวอ้างของนักเก็งกำไร คนหนึ่ง อ่านแล้วคิดว่้าไงบ้างครับ?

ผมเชื่อว่าที่นักลงทุนสูญเสียไปกับการลงทุนระยะยาว คิดเป็นมูลค่ามากกว่าการลงทุนระยะสั้นมาก ในความคิดของผมนักลงทุนระยะยาวคือนักพนันตังยง เพราะการพนันข้ามวันก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว การพนันครั้งละ 20-30 ปียิ่งเป็นไปได้ยาก คนพวกนี้ตัดสินใจพนัน และยืนอยู่อย่างนั้นตลอดไป หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา คนพวกนี้สามารถเสียเงินได้หมดตัวทีเดียว ตรงข้ามกับนักเก็งกำไรที่ฉลาด ที่มักจะตัดสินใจทันควัน และพร้อมที่จะป้องกันความเสียหายมิให้เกิดขึ้นมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม การลงทุนระยะยาวก็มีข้อดีอยู่บ้าง เช่น ช่วยให้คุณไม่ต้องตัดสินใจบ่อยครั้ง ซึ่งหลายๆ ครั้งของการตัดสินใจก็เป็นเรื่องที่ยากมากเสียด้วย ในการลงทุนระยะยาวนั้น คุณตัดสินใจเพียงครั้งเดียวว่า ผมจะซื้อหุ้นตัวนี้ และจะเก็บเอาไว้เฉยๆ จากนั้นก็นั่งพักสบายใจไปอีกนาน การตัดสินใจเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของความเกียจคร้านและขี้ขลาด ซึ่งเป็นข้อเสียของคนทั่วไป อย่างไรก็ดี การตัดสินใจลงทุนระยะยาวก็ทำให้คุณรู้สึกอุ่นใจ มีแผนการที่วาดไว้ชัดเจนเรียบร้อย และทำให้คุณรู้สึกว่าไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นได้อีก ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่จริง

นอกจากนี้ประโยชน์ของการลงทุนระยะยาว คือ ช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าธรรมเนียมได้เป็นจำนวนมาก เพราะยิ่งคุณซื้อขายหุ้นบ่อยเพียงใด ค่าธรรมเนียมที่คุณจะต้องจ่ายก็มากเป็นเงาตามตัว เพราะฉะนั้น นักลงทุนระยะยาวจึงนิยมใช้เหตุผลนี้เป็นข้อแก้ตัว

เรื่องของค่าธรรมเนียมจะไม่เป็นปัญหากับนักเก็งกำไรที่ฉลาดเลย เพราะ ถ้าตราบใดที่ในแต่ละครั้งของการเก็งกำไร เราสามารถทำให้ได้กำไรส่วนต่าง มากว่าค่าธรรมเนียมที่ต้องเสีย แค่นั้นก็คุ้มแล้ว ซึ่งในที่นี้อาจจะมีคนแย้งว่า แล้วจะได้กำไรทุกครั้งที่เก็งกำไร? ซึ่งผมก็ขอตอบว่าไม่มีใครสามารถเก็งกำไรถูกทุกครั้งแน่ แต่เมื่อพลาดนักเก็งกำไรที่ฉลาดจะกระโดดหนีทันที จึงทำให้การขาดทุนเกิดขึ้นไม่มาก

“อย่าเสียใจไปเลย เพราะจำนวนครั้งที่คุณตัดสินใจหยุดเร็วเกินไป ย่อมหักล้างกับจำนวนครั้งที่คุณหยุดได้ถูกเวลา หรืออาจจะเกินคุ้มเสียด้วยซ้ำ” และจากประสบการณ์ของผม มันโคตะระคุ้มเลย 55555 และอีกอย่างคุณอย่าลืมว่า คุณไม่ได้เก็งกำไรครั้งเดียวแล้วเลิก เพราะฉะนั้นหากครั้งนี้พลาดก็ยังมีครั้งหน้ารอเราอยู่

พวกมาร์เก็ตติ้งย่อมต้องการให้คุณซื้อขายหุ้นบ่อยๆ แทนที่จะลงทุนระยะยาว ยิ่งคุณเปลี่ยนเร็วเท่าไร โอกาสที่พวกเขาจะได้ค่าธรรมเนียมก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

เหตุผลที่คนเราชอบลงทุนระยะยาวอีกประการหนึ่งคือ บริษัทใหญ่จำนวนไม่น้อยเรียกร้องให้ลูกจ้างลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ พนักงานเพียงแต่ลงชื่อว่าจะซื้อหุ้นด้วยเงินเท่านั้นเท่านี้ บริษัทก็จะหักค่าหุ้นออกจากเงินเดือนโดยอัตโนมัติ และออกใบหุ้นให้พร้อมกันด้วย กรณีนี้คุณมองไม่เห็นว่าคุณใช้จ่ายเงินของตนเอง การกระทำเช่นนี้เท่ากับบังคับให้คุณยึดติดกับบริษัทที่คุณอาจไม่ต้องการจะยึดอยู่ก็ได้

โบรกเกอร์บางรายถึงขนาดออกปากเสนอแผนการลงทุนรายเดือนที่แสนสะดวก คุณเพียงแต่ตัดสินใจว่าจะซื้อหลักทรัพย์อะไร ด้วยเงินเท่าไร อย่างสม่ำเสมอทุกเดือน แม้วิธีนี้จะไม่ได้กักคุณไว้กับการลงทุนระยะยาวโดยตรง แต่โอกาสที่จะเกิดเช่นนั้นเป็นไปได้ง่ายมาก เช่น ดูซิ ถ้าผมลงทุน...บาทต่อเดือนให้กับหุ้น... และถ้าราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเพียง 10% ต่อปี พอผมอายุได้ 60 ปี ผมก็จะรวยเป็นเศรษฐีมีเงินเป็น...บาทแน่ๆ

อย่าฝันถึงขนาดนั้น เพื่อนรัก!

นักบริหารกองทุนมักหลอกให้คุณเข้าใจผิดอยู่เสมอ โดยปกติกองทุนก็จะมีเงินเข้ามาสมทบเป็นรายเดือนจากสมาชิกเช่นกัน เทคนิคการขายของนักบริหารกองทุนเพื่อดึงดูดลูกค้าก็คือ การส่งแผนผัง 4 สีสวยสด แสดงให้เห็นว่าคุณจะร่ำรวยไปถึงขนาดไหน ถ้าหากว่าคุณได้เข้าร่วมกองทุนตั้งแต่ 20 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน หรือถ้าหากผลการดำเนินงานของกองทุนแย่เอามากๆ แผนผังที่แสดงก็จะกลายเป็นอัตราผลตอบแทนในอนาคตที่คุณจะได้รับ ถ้าหากคุณยอมสมัครเป็นสมาชิก

Comment

Comment:

Tweet

งานนี้ แล้วแต่ความถนัด จิง จิง

#6 By nutbasara (119.42.77.163) on 2010-07-27 20:55

... น่าสงสารจัง ...
... น้องเค้าคงวัยละอ่อนมาก ๆ ...
... วัยรุ่นหัดเล่นหุ้นก็ไม่ต่างอะไรกับแมงเม่าตัวอ่อน.
... ยิ่งเอาเงินพ่อแม่มาเล่นด้วยความคึกคะนองยิ่งน่าสงสาร
... ป่านนี้คงเจ๊ง และ เข็ดออกไปจากตลาดหุ้นแล้วละ่มั๊ง...

#5 By นักลงทุน (124.120.93.243) on 2007-09-02 01:41

จะระยะสั้น ระยะยาว หรือไม่ลงทุนก็ เสี่ยงเหมือนกันหมดในสายตาผม
การจำกัดความเสี่ยงสำคัญกว่า

#4 By fatro (124.121.1.126) on 2007-08-26 23:36

จากทัศนะของคนที่ไม่ได้เป็นนักลงทุนอะไรเลยอย่างผม

ถ้าผมจะเอาเงินที่ออมมาทั้งชีวิต ทุ่มลงไปกับการเก็งกำไรชั่วข้ามคืน ข้ามวัน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด ผมว่าผมยอมเอาไปลงทุนระยะยาว ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอดีกว่ามั้งครับ

อย่างที่เคยได้ยินมา แมงเม่ามักจะเป็นนักเก็งกำไร ซะส่วนใหญ่ ผมว่าค่อนข้างจะจริงทีเดียว

#3 By tamanxzg on 2007-08-25 23:43

ขอที่มาหน่อยสิ อยากรู้ว่าคนพูดโดนไปแค่ไหน

#2 By kaze on 2007-08-25 23:35

ทางใครทางมัน ครับ