Company visit :SE-ED
posted on 23 Jul 2007 22:21 by house in Value-Investor
เสาร์ที่ผ่านมาไปเยี่ยมชม ศูนย์กระจายสินค้า ของซีเอ็ดมา เอามาจดไว้นี่ดีกว่า
ซีเอ็ด ตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่จะทำให้คนไทยฉลาดขึ้น ของนิสิตวิศวะจุฬา เริ่มต้นจากการทำหนังสือด้านวิทยาศาสตร์และอิเล็กทรอนิค ก่อนจะพบว่า สายส่ง และร้านหนังสือ ไม่เต็มใจที่จะจัดส่งหนังสือประเภทนี้ ด้วยความคิดว่า "หนังสือยากๆ แบบนี้ขายไม่ได้หรอก" ซีเอ็ด จึงต้องก้าวเข้าสู่ ธุรกิจสายส่ง ไปจนทำร้านหนังสือเอง
ซีเอ็ดเชื่อว่า คนไทยไม่อ่านหนังสือ เพราะร้านหนังสือไม่เพียงพอ ไม่ใช่เพราะคนไทยไม่รักการอ่าน และ วงการหนังสือไทย ยังเติบโตได้อีกมาก(คุณทนงประมาณการจำนวนร้านหนังสือที่เหมาะสมของไทยไว้ที่ 3700 ร้าน อัตราการอ่าน/ประชากรที่ 20%)
ปัจจุบัน ซีเอ็ดเป็นแม่เหล็กของศูนย์การค้า มียอดบิลสูงถึง 2.5 ล้านบิลต่อเดือน มีอัตราคนเข้าร้านสูงติด 1 ใน 3 แทบทุกศูนย์การค้า(ใครว่าคนไทยไม่รักการอ่าน)
ปัจจุบัน คนไทยอ่านหนังสือในเวลาว่าง 4.4% โดยประเทศพัฒนาแล้วมีคนอ่านราวๆ 30% เกาหลีเด็ดกว่าเพื่อน สูงถึง 56%
ปัจจุบัน ซีเอ็ด เป็นสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ติด 1/3 ของไทย สายส่งอันดับ 1 และมีร้านหนังสือมากที่สุด(226 สาขา) ปีนี้หวังจะเปิดใหม่ 45+ สาขา เปิดแล้ว 26 สาขา คุณทนงว่าถ้าโชคดี อาจจะสูงถึง 70 สาขา ภายใน 3 ปี ซีเอ็ดจะเปิดร้านในระดับอำเภอให้ครบทั่วประเทศ
สโลแกนในธุรกิจหนังสือของซีเอ็ดคือ "คิดถึงหนังสือ คิดถึงซีเอ็ด" และจะพยายามขายหนังสือ ทั้งที่อยู่ในร้าน และไม่อยู่ในร้าน โดยคีย์หลักคือระบบลอจิสติกส์ที่ซีเอ็ดทุ่มเงินกว่าร้อยล้าน และคุณทนงมีเป้าหมายจะทำให้ดีกว่าเซเว่น(ตอนนี้ยัง)
ซีเอ็ดกระจายสินค้าจากศูนย์ที่กิ่งแก้ว ซึ่งมีหนังสือในปัจจุบัน 10 ล้านเล่ม 7 ล้านเล่มสำหรับร้านในเครือและ อีก 3 ล้านเล่ม สำหรับร้านค้าทั่วไป มีอัตราส่งหนังสือต่อวันสูงกว่า 1 แสนเล่ม โดยมีการจัดส่งทุกวัน ปัจจุบัน การสั่งจองหนังสือจากซีเอ็ดใช้เวลา 3-4 วัน คุณทนงตั้งเป้าจะลดให้เหลือเพียงวันเดียว
ระบบลอจิสติกของซีเอ็ด มีศักยภาพสูงถึงขั้นส่ง นสพ รายวัน เข้าสาขาของตัวเองทั้งหมดได้ โดยไม่ต้องพึ่งเอเย่นต์
ทางด้านธุรกิจ non-book ซีเอ็ด ต้องการพัฒนาคุณภาพเด็กไทย อย่างน้อย 25000 คนต่อปี ผ่านทางการจัดกิจกรรมเช่น ซีเอ็ด คิดดีแคมป์ หรือการจัดสอบความรู้ต่างๆ นอกจากนี้ ซีเอ็ด กำลังพัฒนาโรงเรียนต้นแบบการศึกษาแนวใหม่ ร่วมกับ รักลูกแฟมิลี่กรุ๊ป ชื่อโรงเรียนเพลินพัฒนา
ซีเอ็ดต้องการให้โรงเรียนเพลินพัฒนา สามารถพัฒนาคุณภาพเด็กได้ โดยเด็กไม่เครียด และไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถครู ปัจจุบัน เพลินพัฒนามีนักเรียน 700 คน อัตราครูต่อนักเรียน 1:9 มีผลสอบ NT เป็นอันดับ 32 ของกทม วิทย์ NT เป็นอันดับ 12 ซีเอ็ดวาดหวังว่า หากโรงเรียน ประสบผลสำเร็จ ก็อาจจะมีสาขาต่อๆไป อย่างไรก็ตามขณะนี้เพลินพัฒนา ขาดทุนเฉลี่ย ปีละ 20 ล้าน (ซีเอ็ดจ่ายมาเป็นปีที่ 4)
ซีเอ็ด ตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่จะทำให้คนไทยฉลาดขึ้น ของนิสิตวิศวะจุฬา เริ่มต้นจากการทำหนังสือด้านวิทยาศาสตร์และอิเล็กทรอนิค ก่อนจะพบว่า สายส่ง และร้านหนังสือ ไม่เต็มใจที่จะจัดส่งหนังสือประเภทนี้ ด้วยความคิดว่า "หนังสือยากๆ แบบนี้ขายไม่ได้หรอก" ซีเอ็ด จึงต้องก้าวเข้าสู่ ธุรกิจสายส่ง ไปจนทำร้านหนังสือเอง
ซีเอ็ดเชื่อว่า คนไทยไม่อ่านหนังสือ เพราะร้านหนังสือไม่เพียงพอ ไม่ใช่เพราะคนไทยไม่รักการอ่าน และ วงการหนังสือไทย ยังเติบโตได้อีกมาก(คุณทนงประมาณการจำนวนร้านหนังสือที่เหมาะสมของไทยไว้ที่ 3700 ร้าน อัตราการอ่าน/ประชากรที่ 20%)
ปัจจุบัน ซีเอ็ดเป็นแม่เหล็กของศูนย์การค้า มียอดบิลสูงถึง 2.5 ล้านบิลต่อเดือน มีอัตราคนเข้าร้านสูงติด 1 ใน 3 แทบทุกศูนย์การค้า(ใครว่าคนไทยไม่รักการอ่าน)
ปัจจุบัน คนไทยอ่านหนังสือในเวลาว่าง 4.4% โดยประเทศพัฒนาแล้วมีคนอ่านราวๆ 30% เกาหลีเด็ดกว่าเพื่อน สูงถึง 56%
ปัจจุบัน ซีเอ็ด เป็นสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ติด 1/3 ของไทย สายส่งอันดับ 1 และมีร้านหนังสือมากที่สุด(226 สาขา) ปีนี้หวังจะเปิดใหม่ 45+ สาขา เปิดแล้ว 26 สาขา คุณทนงว่าถ้าโชคดี อาจจะสูงถึง 70 สาขา ภายใน 3 ปี ซีเอ็ดจะเปิดร้านในระดับอำเภอให้ครบทั่วประเทศ
สโลแกนในธุรกิจหนังสือของซีเอ็ดคือ "คิดถึงหนังสือ คิดถึงซีเอ็ด" และจะพยายามขายหนังสือ ทั้งที่อยู่ในร้าน และไม่อยู่ในร้าน โดยคีย์หลักคือระบบลอจิสติกส์ที่ซีเอ็ดทุ่มเงินกว่าร้อยล้าน และคุณทนงมีเป้าหมายจะทำให้ดีกว่าเซเว่น(ตอนนี้ยัง)
ซีเอ็ดกระจายสินค้าจากศูนย์ที่กิ่งแก้ว ซึ่งมีหนังสือในปัจจุบัน 10 ล้านเล่ม 7 ล้านเล่มสำหรับร้านในเครือและ อีก 3 ล้านเล่ม สำหรับร้านค้าทั่วไป มีอัตราส่งหนังสือต่อวันสูงกว่า 1 แสนเล่ม โดยมีการจัดส่งทุกวัน ปัจจุบัน การสั่งจองหนังสือจากซีเอ็ดใช้เวลา 3-4 วัน คุณทนงตั้งเป้าจะลดให้เหลือเพียงวันเดียว
ระบบลอจิสติกของซีเอ็ด มีศักยภาพสูงถึงขั้นส่ง นสพ รายวัน เข้าสาขาของตัวเองทั้งหมดได้ โดยไม่ต้องพึ่งเอเย่นต์
ทางด้านธุรกิจ non-book ซีเอ็ด ต้องการพัฒนาคุณภาพเด็กไทย อย่างน้อย 25000 คนต่อปี ผ่านทางการจัดกิจกรรมเช่น ซีเอ็ด คิดดีแคมป์ หรือการจัดสอบความรู้ต่างๆ นอกจากนี้ ซีเอ็ด กำลังพัฒนาโรงเรียนต้นแบบการศึกษาแนวใหม่ ร่วมกับ รักลูกแฟมิลี่กรุ๊ป ชื่อโรงเรียนเพลินพัฒนา
ซีเอ็ดต้องการให้โรงเรียนเพลินพัฒนา สามารถพัฒนาคุณภาพเด็กได้ โดยเด็กไม่เครียด และไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถครู ปัจจุบัน เพลินพัฒนามีนักเรียน 700 คน อัตราครูต่อนักเรียน 1:9 มีผลสอบ NT เป็นอันดับ 32 ของกทม วิทย์ NT เป็นอันดับ 12 ซีเอ็ดวาดหวังว่า หากโรงเรียน ประสบผลสำเร็จ ก็อาจจะมีสาขาต่อๆไป อย่างไรก็ตามขณะนี้เพลินพัฒนา ขาดทุนเฉลี่ย ปีละ 20 ล้าน (ซีเอ็ดจ่ายมาเป็นปีที่ 4)

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-07-23 22:28