mk มาชวนๆ อยู่ในบล็อก ให้มาอภิปรายนิยามของเศรษฐกิจพอเพียงกันหัวข้อน่าสนใจแบบนี้เราจะพลาดได้อย่างไร?

ผมมีความเห็นว่า ศก พอเพียง มีลักษณะเป็นปรัชญามากกว่าทฤษฏี หรือ หลักปฏิบัติและมุ่งเน้นไปในระดับเศรษฐศาสตร์จุลภาคมากกว่าเศรษฐศาสตร์มหภาค

โดยธรรมชาติของปรัชญา ตัวมันเองนั้นเป็นเพียงเป้าหมายไม่ใช่วิธีการและต้องอาศัยแนวทางอื่นๆ เข้ามาประกอบเพื่อไปยังจุดมุ่งหมายนั้น

ยกตัวอย่างใกล้ตัว(ผม แต่อาจไกลคนอื่น)
หลักการลงทุนที่ผมใช้ คือ value investor ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การค้นหาหุ้นราคาถูกกว่ามูลค่าทางทฤษฏี แต่กลยุทธที่ใช้นั้นสามารถเลือกได้ตั้งแต่ การวิเคราะห์ เชิงเปรียบเทียบ หรือการวิเคราะห์มูลค่าสุทธิก่อนการตัดสินใจลงทุน การเข้าเทรด ทำได้ตั้งแต่ ใช้กราฟ, dollar average จนถึงเทคนิคอีกล้านเก้า

ทั้งกลยุทธและการเข้าเทรดนั้น ไม่ต่างกับนักลงทุนในแนวอื่นๆ(เช่น Growth stock, turn around seeker)ใช้เลย แต่ตัวแบ่งประเภทนักลงทุน คือวัตถุประสงค์ในการใช้เครื่องมือนั้นๆต่างหาก

การที่บอกออกมาว่า ศก พอเพียง ขัดกับทุนนิยม และปิดประเทศ จึงไม่ถูก เพราะอย่างไรเสียมันก็ยังต้องอาศัยทุนนิยม และการค้าระหว่างประเทศเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนั้น

ระบบ ศกแบบสังคมนิยม หรือ คอมมิวนิสต์นั้นพิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวเราไม่มีเหตุผลอะไรจะเลือกใช้เครื่องมือที่ไม่ได้ผล

ธรรมชาติของทุนนิยม ทุนจะไหลไปสู่ที่ๆ ผลตอบแทนสูงกว่าเสมอ การไหลเวียนของกระแสเงินเพื่อหาผลตอบแทนนี้ จะก่อให้เกิดการกวัดแกว่งของ อุปสงค์ และอุปทาน อันเกิดมาจากการเหลื่อมของเวลา (นึกภาพส้มราคาดี แล้วทุกคนแย่งกันปลูกส้ม ปีต่อมาส้มราคาตก) ซึ่งการกวัดแกว่งนี้กลับไปก่อให้เกิดวัฏจักรเศรษฐกิจขึ้น

ลักษณะของวัฏจักรนี้ ถ้ารุนแรง ในขาลง ก็จะเสียหายมาก ศก พอเพียงนั้น เห็นได้ชัดเจนว่าต้องการลดความรุนแรงของเศรษฐกิจ ขาลง โดยการ "จำกัด" ขอบเขตของทุนในช่วงขาขึ้น

ในระดับจุลภาค สำหรับคนเมืองอย่างเราๆ วิธีง่ายๆคือ การวางแผนการเงินส่วนบุคคล(Personal Financial Planing) ซึ่งจะมีการจัดสรรสินทรัพย์เพื่อรองรับความเสี่ยงต่างๆ อย่างเป็นระบบ เช่น ทำประกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการจ่ายเงินก้อนฉูกเฉิน มีกองทุนรวมระยะสั้น เพื่อพักเงิน มีการลงทุนระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ เป็นต้น

ในระดับกิจการนั้น ผมคิดว่า ศก พอเพียงนั้นสะท้อนออกมาได้ ทางนโยบายการเงินหลายอย่าง เช่นมีระดับหนี้สินต่อทุนที่เหมาะสม(DE ratio) สามารถรักษามาร์จิ้นได้ดี และไม่ลงทุนเกินตัว(Over Invested)

ไม่รู้ผมจะโดนเตะมั้ยถ้าบอกว่าผมเห็นว่า ไมโครซอฟต์ กับเบิร์กไชน์ฮาธาเวย์ บริหารงานแบบพอเพียง ^^

ความยากคือ ในการที่จะรักษามาร์จิ้นได้ กิจการต้องมีความสามารถในการแข่งขัน เพื่อลดอัตราหนี้สิน การระดมทุนต้องทำได้ ง่าย การไม่ลงทุนเกินตัว ระบบข้อมูลต่างๆต้องแม่นยำ ซึ่งถ้ารัฐไม่เข้ามาช่วย ก็เห็นทีว่ายากเหลือเกิน(ยังไม่ต้องนับว่า นโยบายที่เหมาะสมจริงๆนั้นเป็นอย่างไร เพราะการค้นคว้าไม่เพียงพอ) การเสื่อมถอยของค่าเงิน การไม่แยแสตลาดหุ้น(ซึ่งเป็นแหล่งระดมทุนหลัก) ทำให้ผมชักไม่แน่ใจว่า นี่มันพอเพียงแต่ปาก หรือเปล่า?

ในระดับมหภาค ปัญหานี้จะยิ่งท้าทาย ในยุคที่กระแสเงินของเฮดฟันด์นั้น ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมได้มหาศาล และไทยพึ่งพาเงินตราต่างประเทศในปริมาณสูง การสร้างกำลังบริโภคในประเทศนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง แต่จะทำอย่างไร?

ผมมีความเห็นว่า อะไรก็ตามที่แตะไม่ได้ มันไม่มีทางก้าวหน้า วิทยาศาสตร์ในยุคกลางชะงักงัน เพราะศาสนาบังคับไม่ให้แย้ง การที่จะให้ ศก พอเพียงเดินหน้าได้ อย่างแรก คือต้องเอามันมาชำแหละให้ถึงแก่น แต่ภายใต้กระแส "สมานฉันท์" การทำอะไรแบบนี้เป็นไปแทบไม่ได้เลย

การออกมาท่องๆๆๆ ว่าเราจะ พอเพียงๆๆๆ แล้วก็ออกนโยบายไปแบบ "ฉันคิด(เอง)ว่าแบบนี้แหละพอเพียง" ผมว่ามันไม่ได้ผล! แค่นั้นไม่ว่า มันจะทำให้พังหนักขึ้นซะอีก!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นด้วยที่ว่ามันฟังดูเป็นปรัชญามากกว่า

ผู้ใหญ่ที่บ้านท่านชอบบ่นค่ะว่า ไม่เข้าใจเล้ยว่าทำไมไม่เข้าใจกัน พวกที่ตีความเยอะแยะหรือท่องๆๆแต่ไม่ยักจะเข้าใจ จริงๆมันก็ไม่เห็นยากตรงไหนนี่นา มีแค่ไหน ใช้แค่นั้น เหลือไว้เพลย์เซฟคิดหน้าคิดหลังซะหน่อย ไม่คิดการณ์ใหญ่หวังรวยตู้มต้ามในทันที แต่ก็ไม่เป็นหนี้ ไม่ิติดลบ อยู่แบบชิวๆ

แต่ก็อย่างว่า คนมันเยอะ ความเข้าใจและความปรารถนาไม่เหมือนกัน

#1 By vendetta on 2007-03-01 20:45

เป็นปรัชญาที่ไม่ใช่ว่าทำไมได้ ไมโครซอฟตกับเบิร์กชาย์ก็ยังทำได้ ปัญหาอยู่ที่ตัวคจะปฎิบัติได้หรือเปล่า...

#2 By taki on 2007-03-01 20:55

"ไม่รู้ผมจะโดนเตะมั้ยถ้าบอกว่าผมเห็นว่า ไมโครซอฟต์ กับเบิร์กไชน์ฮาธาเวย์ บริหารงานแบบพอเพียง"

ขยายความข้างต้นให้หน่อยได้มั้ยครับ

#3 By tee (203.152.4.240) on 2007-03-01 21:48

ผมว่า บัฟเฟตก็ลงทุนแบบพอเพียงด้วยครับ อิอิ
พอเห็นภาพระดับหนึ่ง

#5 By plynoi แว่วศรี on 2007-03-01 23:56

#6 By (203.113.61.229) on 2007-07-15 07:37

ร้องไห้

#7 By ต่าย (125.26.64.170) on 2007-09-04 13:23

#8 By 444 (203.113.17.171) on 2007-09-09 17:12

#9 By อร (203.172.199.250 /10.251.31.115) on 2007-09-13 12:40