หนทางหนึ่งในการเขียนบล็อก คือตบของชาวบ้านมาต่อเติม

ถ้าใครอ่านบล็อกที่ สี่แสนสอง ของ panuta (เขียนโคตรเยอะเลย)วันนี้เรามาต่อ ภาคขยายสำหรับใช้วิเคราะห์หุ้นกันดีกว่า(เริ่มรู้สึกว่าห่างไกลความเป็นโปรแกรมเมอร์ไปทุกวัน)

ในเคสของ panuta แสดงผลกระทบ ของการคำนวณต้นทุนในแง่ของราคาขึ้น และภาษีที่ตามมากับวิธีคิดแต่ละแบบ แต่ในโลกจริงๆมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เนื่องจากราคาวัตถุดิบโดยทั่วๆไปจะขึ้นๆลงๆตลอดเวลา (โดยเฉพาะสินค้าจำพวก โภคภัณฑ์ และวัตถุดิบขั้นกลาง จะผันผวนมาก)

ดังนั้นในกรณี ราคาวัตถุดิบเป็นขาลง การแสดงราคาแบบ LIFO จะแสดงกำไรสูงสุด(กลับกับภาวะราคาขาขึ้นที่ FIFO แสดงกำไรสูงสุด) ลองนึกภาพเอาก็แล้วกันว่า ถ้าเราต้องเปรียบเทียบสองบริษัท ที่บริษัทหนึ่งบันทึกราคาเป็น LIFO อีกบริษัทเป็น FIFO ไมเกรนจะถามหาคนวิเคราะห์ได้ง่ายเพียงใด? เพราะตัวเลขในงบมันดิ้นได้ และไม่ได้แสดงสถานะแท้จริงเลย

โดยทั่วๆไปแล้ว บริษัทจะไม่บันทึกราคาวัตถุดิบแบบ LIFO(เคยได้ยินว่าขืนบันทึกแบบนี้ สรรพากรจะมาตามหาให้ชี้แจงว่า เล่นบ้าอะไร ทำไมบันทึกแปลกๆ) แต่ลำพังการบันทึกแบบเฉลี่ย(Average)กับ FIFO ไมเกรนก็จะกินตายแล้ว และไม่สามารถรีเวิร์สมันเป็นแบบเดียวกัน ดังนั้น ต้องระวังไว้ว่า อย่าเอากำไร ของสองบริษัท ที่มีนโยบายการบันทึกต้นทุนไม่ตรงกัน มาเทียบกันตรงๆเด็ดขาด!

เคยได้ยินว่า มีเสียงเรียกร้องให้ มาตรฐานการบัญชี(GAAP)บังคับไปเลยให้แสดงมันทั้งสามวิธี แต่ด้วยเหตุผลสารพัด มันก็ไม่เคยออกมาเป็นมาตรฐานได้ (ผมเดาว่า ผู้ประกอบการไม่ชอบ มันแต่งงบยาก ผู้สอบบัญชีก็ไม่เอาด้วย งานหนักขึ้นเห็นๆ)

อย่างไรก็ดี เราโชคดีที่มาตรฐานการบัญชีล็อกไว้ ไม่ให้บริษัทเปลี่ยนนโยบายการบันทึกได้ตามใจชอบเพื่อแต่งตัวเลข โดยหากมีการเปลี่ยนนโยบายใดๆ จะต้องแสดงผลเปรียบเทียบกัน ทั้งของเก่า และของใหม่ในหมายเหตุงบการเงิน

การที่ไม่สามารถเปรียบเทียบกันโดยตรงได้นี่เอง การตรวจสอบคุณภาพจึงต้องประเมินแบบแนวโน้ม เพื่อค้นหาว่าบริษัทใดมีแนวโน้มที่ดีกว่ากัน(คุณฉัตรชัย แห่ง tvi แนะนำให้ทำทุกไตรมาส ! โอย ไม่ไหวละครับ ขืนทำงั้น ผมก็ไม่ใช่ lazy investor สิ!)

สำหรับผมถือคติว่า อะไรที่กิน effort มาก หนักแรง ตัดทิ้งครับ ผมต้องการผลกำไรพอเหมาะ ที่รักษาสมดุลความอู้ได้พอควร ผมจึงนิยม บริษัทที่ราคาวัตถุดิบไม่ผันผวนมากนัก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของการบันทึกแบบต่างๆ และเน้นไปที่บริษัทที่มี five force แข็งแกร่งแทน บวกกันการกระจายความเสี่ยง อย่างทั่วถึง ผมก็พอเอาตัวรอดไปได้วันๆ

Comment

Comment:

Tweet

คนนี้ก็เซียนบัญชีเหมือนกัน แต่ก็ขำแฮะ คิดได้ไงเนี่ย "สี่แสนสอง.คอม" อิ อิ

#5 By พี่ไท้ (58.64.127.110) on 2007-02-25 14:17

^
^
เข้ามาขำอาร์ท 55555

แกเรียกชื่อเว็บมันได้ใจมาก >_<b

#4 By PaePae on 2007-02-23 23:47

เปลี่ยนชื่อ blog ตูซะงั้น ชื่อมันโรแมนติคกว่านี้ตั้งเยอะนะ ฮ่าๆๆ (ทะเล หาดทราย และเสียงเพลง)

#3 By panuta (68.251.78.90) on 2007-02-23 23:05

รวยแล้วเผื่อแผ่แบ่งปันบ้างนะครับ ฮ่าๆ
อาฮะ

#1 By KissingKissMe ~ on 2007-02-23 19:09