หลังจากหมดมุก อู้ไปสองอาทิตย์ ตอนนี้ไอเดียกำลังพวยพุ่ง ^^

เคยสงสัยกันมั้ยครับ ว่าทำงานมาเนี่ย รวมๆแล้วตอนนี้ชั้นเรียกว่ารวย หรือจนกว่าค่าเฉลี่ย?

ดร Thomas Stanley และ ดร William Danko ผู้เขียนหนังสือ The Millionaire Next Door(แปลเป็นไทยในชื่อ เศรษฐีตัวจริง) กล่าวไว้ว่า

Multiply your age times your realized pretax annual household income from all sources except inheritances. Divide by ten. This, less any inherited wealth, is what your net worth should be.

เอาอายุคุณ คูณด้วย รายได้รายปีก่อนภาษี(ไม่รวมมรดก) แล้วหารด้วย 10 จะเป็นความมั่งคั่งสุทธิที่คุณควรมี

คำว่า มั่งคั่งสุทธิในที่นี้ คือ กินความหมายกว้างกว่าเงินสดนะครับ ใครมีทองหยอง รถ บ้าน ก็นับด้วย แต่ผมคิดว่าเพื่อให้ค่านี้เที่ยงตรง เราควรตีราคาทุกอย่าง(ที่ไม่ใช่เงินสด)ในราคามูลค่าซากครับ

คือคิดเลยว่า ถ้าขายตอนนี้ จะได้เงินเท่าไหร่ หักด้วยเงินกู้(กรณีกู้มาซื้อ) เมื่อรวมทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว ก็หักด้วยหนี้ทั้งหมดที่มี(เช่นบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ส่วนหนี้ที่ติดเพื่อนถ้ากะจะชักดาบ ไม่ต้องหักก็ได้)

ดังนั้นสำหรับคนอายุ 30 มีเงินเดือน 3 หมื่น จึงควรมีความมั่งคั่งสุทธิ = 30 * 30000 * 12/10 = 1 ล้าน 8 หมื่นบาทครับ

สูตรนี้จะเบี่ยงเบนมาก สำหรับคนทำงานใหม่ๆ เพราะไม่มีเงินเก็บ ผมคิดว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ สูตรนี้น่าจะเริ่มเข้าที่ ก็อายุ 30-35 ไปแล้ว ดังนั้น เงินเก็บผมยังน้อยกว่าสูตรนี้ จึงไม่น่าเกลียด(น่าน หาข้ออ้างซะงั้น ^^)

จากการทดลองคร่าวๆ (ไม่นำการขึ้นเงินเดือน/ผลจากการลงทุน มาพิจารณา) หากเก็บเงิน เดือนละ 20% จะมีสินทรัพย์ตรงตามสูตรนี้เมื่ออายุ 42 ปี ถ้าเก็บได้เดือนละ 30% จะตรงตามสูตรเมื่ออายุ 32 ปีและหากเก็บได้ 50% ต่อปี จะไล่ทันเมื่ออายุ 26 ปีเท่านั้น!

แต่หากเอาผลตอบแทนการลงทุนมาพิจารณาด้วย การเก็บเงินเพียง30% สามารถไล่สูตรนี้ทันได้ที่อายุ 28-29 ปี ที่ผลตอบแทน 5-10% ซึ่ง 5% เป็นตัวเลขที่ทำได้ ไม่ยากสำหรับคนไม่ชอบความเสี่ยง และพออายุ 40 กว่าๆ ก็จะแซงตัวเลขของสูตรนี้ไปร่วมสองเท่า!

ว่าแล้ว เดือนนี้เก็บเงินลงทุนกันรึยังครับ?

Comment

Comment:

Tweet

น่าสนใจดีครับ แต่ผมไม่กล้าคิดล่ะ
เพราะรู้ตัวว่าไม่ถึง และท่าจะทันยาก...

#6 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-03-01 21:45

ขอบคุณที่ตอบอีกรอบนะคะ

#5 By จ๊ะเอ๋ on 2007-02-22 01:31

ขอบคุณครับ
แง๊ๆๆ เิงินเก็บไม่มี
ใจก็ไม่มีให้เก็บ

#4 By plynoi แว่วศรี on 2007-02-21 01:05

#1 สูตรนี้ไม่ได้บ่งความรวยครับ แต่ชี้ว่า นิสัยใช้เงินของเราเหมาะสมหรือเปล่า

เพราะเป็นความมั่งคั่งรวม แปลว่า คุณเอาเงินไปผ่อนบ้านก็นับนะ แต่เอาเงินไปกินภัตตาคารไม่นับ

แสตนเลห์ ชี้ว่า คนรวยส่วนใหญ่ในอเมริกา เก็บเงินได้เป็นสองเท่าของสมการนี้เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นแนวโน้มว่าถ้าเก็บเงินได้แบบนั้น ก็จะมีอิสระภาพทางการเงิน เมื่ออยู่แบบพอเพียงครับ

#3 By house on 2007-02-19 17:42

ยังทำไม่ได้ตามสูตร... แต่เริ่มแบ่งเงินเก็บไว้บ้าง...เงินที่ได้มา... ลงตัวเป๊ะ...

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-02-19 12:36

สูตรนี้เหนื่อยสำหรับระยะแรกจัง
ถ้าไล่ให้ทันแล้วก็ยังต้องเก็บให้ได้ปีละ 10% * อัตราเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นอีก ใช่ป่าวคะ

#1 By จ๊ะเอ๋ on 2007-02-17 15:41