เห็น mk เขียนศัพท์ทางการเงินควรรู้ เอาไว้ เอามาเติมนิยามต่อให้ครบ สำหรับอันที่เว้นๆไว้

# Independent Directors - กรรมการอิสระ

โดยความหมายก็คือ กรรมการที่ ไม่ได้ถือหุ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการในด้านอื่นๆ(ไม่มีบริษัทที่ค้าขายกับบริษัทนี้) ไม่ได้เป็นพนักงาน สรุปแล้ว คือถ้าถอดตำแหน่งนี้ออก กรรมการคนนี้ ก็จะไม่เกี่ยวข้องใดๆกับบริษัทนี้อีก เป้าหมายหลักของตำแหน่งนี้ คือเพื่อป้องกัน "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ซึ่งอาจทำให้การทำงาน ไม่เป็นกลาง และไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

สัญญาณอันตรายอย่างหนึ่งของนักลงทุนคือ กรรมการอิสระ แห่กันลาออกยกแผง ซึ่งตั้งข้อสงสัยได้ว่า กิจการกำลังจะเล่นแร่แปรธาตุอะไรซักอย่าง กรรมการอิสระ กลัวซวยไปด้วย เลยลาออกมาก่อน

# Subsidiary/Associated Company/Affiliate - บริษัทย่อย/บริษัทร่วม/บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • บริษัทย่อย คือบริษัท ที่บริษัทแม่ มีอำนาจควบคุม (มีอำนาจออกเสียง 50% ขึ้นไป)
  • บริษัทร่วม คือบริษัท ที่มีส่วนเข้าไปลงทุนด้วย แต่ไม่มีอำนาจควบคุม(อาจจะมีหุ้น 1-49%)
  • บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้อง - ชื่อก็บอกอยู่แล้วอะนะ

ยกตัวอย่างเอาเลยจะง่ายกว่า
บริษัท Mk&&Lew ลงทุนในบริษัท Blognone จำกัด หลังจากประสบความสำเร็จ บริษัท Mk&&Lew ได้เปิดบริษัท Codenode ขึ้น เพื่อตอบสนองกลุ่ม geek หลังจากนั้น ได้ร่วมทุนกับบริษัท Tpagon เปิด Exnone โดยถือหุ้นใน Exnone 40% ต่อมา Lew ได้ไปเปิด บริษัท Lovenone ขึ้นเป็นบริษัทส่วนตัว

จากกรณีสมมุติข้างต้น เราจะได้ว่า
  • Blognone และ Codenode เป็นบริษัทย่อย ของ Mk&&Lew
  • Blognone และ Codenode เป็น บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน(มีผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกัน)
  • Exnone เป็นบริษัทร่วม ของ Mk&&Lew
  • Blognone Codenode และ Exnone เป็น บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน(มีผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกัน)
  • Lovenone เป็นบริษัทย่อยของ Lew และบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Mk&&Lew Blognone Codenode และ Exnone แต่ไม่เกี่ยวกับ Tpagon

นี่ทำให้งงมากขึ้นมั้ยเนี่ย -*-
การจัดประเภทบริษัทนี้ มีผลต่อขอบเขตของการเปิดเผยข้อมูล โดยกรณีของบริษัทย่อย ตัวบริษัทแม่ต้องทำงบการเงินรวม เสมือนว่าเป็นบริษัทเดียวกัน ในกรณีของบริษัทร่วมจะบันทึกตามส่วนได้ส่วนเสีย(ยกกำไร-ขาดทุนมาตาม% ที่ถือหุ้น) และ สำหรับบริษัท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ต้องยกรายการค้าระหว่างกันมาแสดง ด้วย เพื่อป้องกัน การไซฟ่อนเงิน

เพื่อป้องกันอาการปวดหัว ผมมีนโยบายลงทุนในบริษัทที่ไม่มีพวกนี้ หรือถ้ามีก็ขอให้น้อยที่สุด

# Equity - ส่วนของผู้ถือหุ้น

คำๆนี่ ความหมายล้านแปด มาก ขึ้นอยู่กับบุพบท ในที่นี้ ถ้าพบอยู่ในงบการเงิน ขอแปลว่า ส่วนของผู้ถือหุ้น น่าจะตรงที่สุด

จากสมการบัญชี ขั้นต้น

ทรัพย์สิน = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น

หรือเอาง่ายๆว่า ทรัพย์สิน - หนี้สิน = ส่วนที่เชิญพวกเจ้าของไปแบ่งๆกัน ซึ่งโดยปกติแล้ว กิจการจะกันส่วนหนึ่งไว้ลงทุนต่อ/ใช้หนี้ และอีกส่วนหนึ่งเอามาแบ่งคืน(เงินปันผล)
จากตรงนี้ คงเข้าใจได้ทันทีว่า ถ้าส่วนของผู้ถือหุ้น ติดลบ ก็แปลว่า เจ๊งแล้ว เจ้าข้าเอ๊ย!

Comment

Comment:

Tweet

ช่างจินตนาการเหลือเกินครับ ^-^

#8 By พี่ไท้ (125.24.221.158) on 2007-02-17 11:29

ศึกษาเองหรอเนี่ย เก่งจัง
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ

#7 By จ๊ะเอ๋ on 2007-02-17 10:48

#5
กรณีผมไม่แน่ใจครับ(ผมก็แค่พวกอ่านเอง ไม่ใช่นักบัญชี) แต่คิดว่าไม่ครับ เพราะทั้ง A,B ไม่มีสภาพควบคุมทั้งคู่ น่าจะเป็นแค่บริษัทร่วม

#6 By house on 2007-02-17 09:44

ยกตัวอย่างเห็นภาพจัง
ขอถามเพิ่มหน่อยนะคะ ..มีมั้ยที่บริษัท A และ B ถือหุ้นบริษัท ab ร่วมกันคนละ 50%
และถ้ามีกรณีนี้จะเรียกบริษัท A และ B ว่าบริษัทแม่ทั้งคู่หรือเปล่า ?

#5 By จ๊ะเอ๋ on 2007-02-16 20:25

lovenone นี่ชื่อไม่มงคลเท่าใหร่นะพี่

#4 By ลิ่ว on 2007-02-16 10:27

ดีเหมือนกัน เพราะ "บริษัทย่อย/บริษัทร่วม/บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้อง" นี่ก็ลืมไปแล้ว ว่ามันต่างกันยังไง

ความรู้การเงินหายไปเยอะจริง ๆ แฮะ

#3 By PaePae on 2007-02-16 10:22

เอ่อ ผมไม่เก่งเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ตอนนี้ยังติดลบ

#2 By 「4GLORY」 on 2007-02-16 09:37

สังเกตว่า lew กับ love มักจะเกี่ยวข้องกัน สงสัยเป็น branding ที่ติดตลาดไปแล้ว

#1 By mk (124.121.95.4) on 2007-02-16 09:30