เคยคิดเล่นๆไหมว่าจริงๆแล้วเครื่องเกมมันแพงขึ้นหรือเราจนลง?

ผมสงสัยครับ เลยไปค้นข้อมูลดิบจาก wikipedia โดยเอาราคาเปิดตัว/วันเปิดตัว มาปรับใหม่ด้วยอัตราเงินเฟ้อ และค่าเงินบาทเฉลี่ยในเวลานั้นๆ ผลที่ได้เป็นแบบนี้ครับ

เครื่อง
ราคาเปิดตัว($)
ปี
ราคาปรับเงินเฟ้อ($)
อัตราแลกเปลี่ยน
ราคา(บาท)
NES
199.99
1983
492.92
20
9858.37
SNES
199.99
1990
374.58
25
9364.44
PS1
299
1994
478.71
25
11967.72
PS2
299
2000
378.33
40
15133.22
Wii
249.99
2006
249.99
35
8749.65
PS3
499
2006
499
35
17465
XBOX 360
299
2005
310.96
38
11816.48

ถ้าเรียงลำดับดู จะพบว่า ในหน่วย US dollars นั้น PS3 ไม่ได้แพงไปกว่า NES สมัยเพิ่งเปิดตัวเท่าไหร่ และราคา PS1,NES, PS3 นั้นเกาะกลุ่มติดกัน แปลว่าคนซื้อ PS1 สมัยโน้นได้ ก็น่าจะซื้อ PS3 สมัยนี้ได้ แต่พอดูเป็นเงินบาท กลับพบว่า PS3 แพงโดดเด่น ทิ้งเพื่อนกระจุยกระจาย

สาเหตุหลักมาจาก ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงไปอย่างมาก นับตั้งแต่ปี 1983 นั่นเอง ซึ่งเทียบถึงปัจจุบัน เงินบาทอ่อนค่าไปเกือบๆครึ่ง ทำให้อำนาจซื้อเราลดลง

ตรงนี้บอกอะไรเรา?

มันบอกว่า เรากำลังถอยหลังครับ ถอยหลังมาตลอด 20 ปี เราต้องขายของปริมาณมากขึ้น เพื่อให้ได้ US Dollar เท่าเดิม และถ้าฟังจากนโยบาย ก็จะพบว่า ภาคส่งออกโอดครวญตลอดว่าแข่งขันไม่ได้ ถ้าเงินบาทแข็ง แปลว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราค้าขายด้วยการดัมฟ์ ราคาเท่านั้น ไม่ใช่แค่ขึ้นราคาสินค้าไม่ได้ แต่ต้องลดราคาลงทุกปี!!!
ช่วยๆกันขยัน มาพัฒนาบ้านเมืองเถอะครับ แค่ดูจากราคาเกมคอนโซล เราก็เห็นแล้วว่า คนไทยจนลงทุกวัน!!

ปล ผมใช้อัตราเงินเฟ้อที่ 4% ซึ่งน่าจะแม่นยำพอใช้ในช่วงยาวๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มันอาจบอกเราได้ว่าการแข่งลดราคาเพื่อการส่งออกมันไม่น่าเป็นผลดีในระยะยาว?
ควรหาวิธีเพิ่มราคามากกว่าคิดแค่การลดราคา

#1 By Arthuran™ on 2007-01-29 18:46

พัฒนาให้ใคร ?

#2 By Demigod on 2007-01-29 20:48

เรื่องนี้ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วอีก 40 ปีจะมีการสรุปผลออกมา จากนั้นอีก 400 ปีจะมีการมาตรการออกมาใช้ และคาดว่าจะเห็นผลภายใน 4000 ปี

#3 By panuta (68.253.176.40) on 2007-01-29 21:26

เรายังส่งออกผลิตผลที่เป็นวัตถุดิบซะส่วนใหญ่ ต้องหันมาแปรรูปเองบ้าง หรือไม่ก็รวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มขายอะไรสักอย่าง แบบโอเป็ค จะได้มีอำนาจกำหนดราคาอะไรได้บ้าง

เอาเถอะ แค่รวมตัวกับภูมิภาคนี้ตั้งราคาข้าวทั่วโลกก็คงต้องรอ อเมริกากับจีนย้ายไปดาวอังคารก่อนละมั้ง

#4 By tamanxzg on 2007-01-29 21:34

#2 เจ็บมากอาร์ท แต่ถึงตอนนั้นเงินบาทอยู่ตรงไหนดีล่ะ? 20 บาท/หยวน?

#1,#4 เรื่องรวมหัวกันล็อคราคาข้าว ลืมไปได้เลย ข้าวนี่ผลิตง่าย แล้วเป็นยุทธปัจจัย ไม่มีชาติไหนยอมนำเข้าข้าว 100% หรอก ทุกวันนี้ ยุโรป เมกา ญี่ปุ่น จ่ายเงินให้เกษตรกรลดอัตราการผลิต เพื่อไม่ให้สินค้าเกษตรล้นตลาด วันไหน ข้าวแพง มันก็หยุดจ่าย ปลูกกันเอง

การแปรรูปน่าจะถูกต้อง แต่เทคโนโลยี เราแทบไม่มีเลย งบวิจัยก็น้อย -*-

#5 By house on 2007-01-30 07:11

ไหนว่าเราจะพอเพียงกันไงครับ ฮา
เกมเกิมไม่ต้องซื้อเล่น ไปเล่นมอญซ่อนผ้า ปิดตาตีหม้อกัน
นั่นน่ะสิ

เกมส์แพงขึ้น หรือว่า เรารวยไม่พอซะที 555

#7 By !2know ++ on 2007-01-30 16:04

ขำความเห็นคุณภานุอ่ะ ^o^ คิดได้ไง

อือม ผมจะบอกไงดีล่ะ เราเลิกใช้ดอลลาร์เป็นทุนสำรองเงินตรา แล้วใช้อย่างอื่นแทนดีมั้ยเนี่ย? สงสัยไม่ได้แฮะ T-T เศร้าจิต

#8 By พี่ไท้ (58.64.112.189) on 2007-01-30 22:18

งี้ถ้าเงินบาทแข็งๆ ก็ดีสิ จะได้ซื้อเกมส์ได้ถูกๆ (แต่คนส่งออกก็ซวย)

จะว่าสมัยดอลลาร์ละ 25 มันก็เป็นราคาล็อกนิ ไม่ได้ปล่อยลอยตัวแบบทุกวันนี้ จะเรียกว่าเราจนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วได้หรือเปล่า

#9 By deans4j (124.120.136.161) on 2007-01-31 05:59

ไม่ใช่ครับดีน

ถ้าเงินบาทแข็ง ของๆเราในสายตาชาวโลกจะแพงขึ้น และเราจะเห็นว่าของตปท.ถูกลง ซึ่งนำไปสู่ การขายได้น้อยลง และซื้อมากขึ้น
สิ่งที่ตามมาคือ เงินของแบงค์ชาติ(ซึ่งคุมการรับจ่ายเงินบาท/ดอลล่าห์)จะลดลง ซึ่งจะกดดันให้เราต้องปรับค่าเงินบาทกลับไปสู่จุดสมดุลใหม่ ที่เราไม่ขาดทุน

เราเคยล็อกเงินบาทไว้ที่ 20 บาท แล้วก็พบว่าค้าขายไม่ได้ ก็ปรับเป็น 25 ซึ่งก็อยู่มาได้เป็น สิบปี แต่พอราวๆ 40 เราเริ่มขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งแปลว่า ค่าเงินบาทที่ 25 บาทนั้น เริ่มแข็งเกินความเป็นจริง เราไม่สามารถขายของที่ราคานี้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ กองทุนเฮดฟันด์ เก็งว่า แบงค์ชาติ คงจะปล่อยค่าเงินบาทจาก 25 บาทแน่นอน เพื่อปรับสมดุลใหม่ จึงทุ่มขายเงินบาทจำนวนมาก (ซึ่งเขากะว่าจะอ่อนค่าลง) เพื่อทำกำไร การเข้าแทรกแซงของเฮดฟันด์แล้ว แท้จริงเป็นการเร่งความเร็วและความรุนแรงของปรากฏการณ์ เพื่อบีบแบงค์ชาตินั่นเอง

แทนที่แบงค์ชาติ จะปรับค่าเงิน อาจจะ 30-35 บาท แบงค์ชาติ ตัดสินใจนำเงินสำรองเข้าสู้ เพราะประเมินว่า เงินบาทนั้น ยังคงจุดสมดุลที่ 25 บาทได้ แต่อ่อนตัวลงเพราะเฮดฟันด์เท่านั้น ผลก็อย่างที่รู้ๆ คือแพ้ยับเยิน และต้องลอยตัวใต้ความจำใจ หลุดลอยไปถึง 56 บาทต่อดอลล่าห์

จากตรงนี้มันตอบได้ว่า เราเคยขายของได้ที่ 20 บาท/ดอลล์ แล้วพอขายไม่ได้ ก็ลดราคาเป็น 25 บาท/ดอลล์ ก่อนหลุดโลก ไป 56 บาท/ดอลล์(ตรงนี้เป็นเฮดฟันด์เอฟเฟ็ค) กลับมานิ่งๆที่ 40 บาท/ดอลล์ แล้วมาอยู่ที่ 34 บาท/ดอลล์

ถ้าเทียบกับแรกสุด เราจะเห็นแนวโน้มว่า เราลดราคาให้ลูกค้าเป็นระยะๆ เพื่อขายของ แปลว่าสินค้าเรามี value add ต่ำมาก ขึ้นราคา(หรือแม้แต่ขายราคาเดิม)ไม่ได้เลย

#10 By house on 2007-01-31 07:35

เข้าใจแล้วครับ : )

#11 By deans4j (124.120.136.161) on 2007-01-31 13:22

เศร้าเกินบรรยาย..

#12 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-02-06 17:00

พิเศษ!! ประกันชั้น 3 "เอเชีย 3 พลัส" ไม่จำกัดอายุรถ คุ้มครองวงเงินค่าซ่อมสูงสุด 1 แสนบาท/ครั้ง
ให้ความคุ้มครองทุกสิ่งที่คุณต้องการทั้งรถของคุณและคู่กรณี คุ้มค่าราคาเดียว ทุกประเภทรถ สะดวกง่ายไม่ต้องตรวจสภาพรถไม่จำกัดอายุรถ ให้บริการด้วยศูนย์บริการซ่อมรถมาตรฐาน
เอเชีย 3 พลัส ให้คุณเป็น VIP ได้สบายๆ ในราคาเบาๆ แตกต่างและเหนือชั้นกว่าการประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 ทั่วไป แค่มีเอเชีย 3 พลัส ...ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด เอเชียประกันภัย ซ่อมรถให้ทันที 1 แสนบาท* โดยรับผิดชอบการดูแลซ่อมแซมรถยนต์ของคุณ กับอู่ซ่อมรถในเครือของเอเชียประกันภัยที่ได้มาตรฐาน ทั้งอะไหล่ และ ช่างผู้ชำนาญ
ความคุ้มครอง
รับผิดชอบต่อร่างกายและ ชีวิตบุคคลภายนอก 500,000 บาท/คน
10,000,000บาท/ครั้ง
รับผิดชอบต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 1,000,000 บาท/ครั้ง
ประกันอุบัติเหตุบุคคลในรถ 4 ที่นั่ง 100,000 บาท/คน
ประกันตัวผู้ขับขี่ 300,000 บาท
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน(รถยนต์) 100,000 บาท/ครั้ง*/**
เบี้ยประกันรวมภาษีอากร รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ ราคา 6,800 บาท (ไม่จำกัดอายุรถ)
หมายเหตุ
*เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถผู้เอาประกันชนกับยานพาหนะทางบก
**ในกรณีผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดต้องรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท/ครั้ง

สนใจติดต่อคุณ สุนทรี (แพรว) 081-7786141

#13 By แพรว (125.25.74.200) on 2007-03-23 10:21

erF67VT6

#14 By rygetr7 (222.123.145.132) on 2007-05-19 14:01

บริษัทไทยคาเมล์ ต้องการพนักงานช่วยโปโมงานในอินเตอร์เน็ตให้กับ
ทางบริษัทด่วน !
คือ บริษัทไทยคาเมล์เป็นบริษัทจัดหางานให้กับบริษัทต่างๆของรัฐบาลที่เข้ามา
จ้างบริษัทไทยคาเมล์หาพนักงานในตำแหน่งต่างๆให้กับบริษัทต่างๆของรัฐบาล
ซึ่งบริษัทไทยคาเมล์ต้องการพนักงานที่จะมาช่วยลงประกาศงานในอินเตอร์เน็ตเพื่อหา
พนักงานในตำแหน่งต่างๆให้กับบริษัทของรัฐบาล
ไม่ต้องมาฟังอบรบ ไม่ใช่งาน MLM สามารถทำงานที่บ้านได้ ไม่ใช่งานขาย ไม่
ใช่งานคลิ๊กเมล์
อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถทำได้ สามารถทำเป็นงานประจำได้

-------- เป็นงานถูกต้องตามกฎหมาย --------

---วิธีการทำงาน ---
1. หลังจากที่ท่านสมัครแล้วทางบริษัทก็จะจัดส่งงานให้กับท่าน ทาง E- mail ของท่านที่แจ้งไว้
2. ในงานที่ส่งให้ก็จะบอกลำดับขั้นตอนการลงประกาศงานตามเว็บไซต์ต่างๆ อย่าง
ละเอียด พร้อมยกตัวอย่าง ( สำหรับคนที่ลงประกาศไม่เป็น ) และจะมี
เนื้อหางานที่บริษัทต้องการให้ลงประกาศท่านก็สามารถก็อปปี้ไปลงประกาศได้เลย
3.ในงานก็จะแจ้งรหัสสมาชิกของท่านเพื่อใช้ในการตรวจสอบ
4. ท่านก็มีหน้าที่นำงานที่ส่งให้ไปลงประกาศตามเว็บไซต์ต่าง งานที่ท่านนำไปลง
ประกาศเป็นงานเกี่ยวกับการรับสมัครต่างในตำแหน่งต่างๆของรัฐบาลที่เข้ามา
จ้างบริษัทไทยคาเมล์ ( จะไม่ใช่งานขายสินค้าต่างๆทั้งสิ้น )
5. เมื่อได้พนักงานครบทางบริษัทก็จะส่งงานชิ้นใหม่ให้อยู่ตลอด
6. ถ้าท่านไม่เข้าใจวิธีการทำงานสามารถโทรสอบถามได้ตลอด

---ค่าตอบแทน---
ทางบริษัทจะดูจากผลงานของท่านตามรหัสที่ให้ไว้ ค่าตอบแทนเริ่มต้นที่ 5,000

#15 By beau (202.29.82.21 /10.13.2.43) on 2007-05-29 11:29

#16 By เนสด (203.188.18.75) on 2007-06-07 14:24

อยากตายรึไง

#17 By (203.188.18.75) on 2007-06-07 14:26

พูดคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ
http://clubrot.com/cars

#18 By เที่ยวไทย on 2007-09-08 08:12