มาอยู่ญี่ปุ่น เข้าไปก็ สองอาทิตย์แล้ว อย่างหนึ่งที่สังเกตเห็นชัดมาก คือเรื่องการอ่านหนังสือครับ

อยู่ที่นี่ เห็นคนอ่านหนังสือเป็นเรื่องปกติ เดินขึ้นรถไฟฟ้า จะมีคนอ่านหนังสือ ทั้งยืนทั้งนั่ง ตู้ละหลายๆคน ผิดกับบ้านเราที่เคยมีการโพสต์ลงเว็ปบอร์ดด้วยซ้ำว่า รบกวนคนอื่น

นอกจากนี้ ราคาหนังสือที่นี่ เมื่อ เทียบกับค่าครองชีพแล้ว ถูกมากๆ ครับ อิโนอุเอะซัง(ผู้ประสานงานคอร์ส) ให้ข้อมูลไว้ว่า เด็กจบ ม. ปลายที่นี่จะได้เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 140,000 เยน จบมหาวิทยาลัยก็ขยับไปอยู่ที่ 160,000 เยน หนังสือการ์ตูนราคา 350 เยน พ็อคเก็ตบุ้ค ราคาประมาณ 800-1000 เยน

สรุปแล้ว ราคาพ็อคเก็ตบุ้คเขาตกประมาณ 15-17% ของรายได้ต่อวัน ของเด็กจบใหม่เท่านั้น ทำให้หนังสืออาจจะเรียกได้ว่า เป็นแหล่งความบันเทิงราคาถูกที่สุด ของญี่ปุ่นทีเดียว

ด้วยความที่หนังสือมีราคาถูกมากนี่เอง ทำให้การพิมพ์สูงมาก ประกอบกับราคาที่ดิน ที่แพงแบบไม่บันยะบันยัง ทำให้คนญี่ปุ่นไม่นิยมเก็บหนังสือครับ หนังสือพวกการ์ตูนหรือหนังสือพิมพ์อ่านเสร็จก็ทิ้ง มีตู้สำหรับทิ้งหนังสืออยู่ทุกสถานีรถไฟ (จริงๆเขาให้ทิ้งกระดาษ แต่ดูทีไรก็มีแต่หนังสือ)

การที่อ่านแล้วไม่เก็บนี่เอง ทำให้ธุรกิจหนังสือมือสองเติบโตเป็นล่ำเป็นสัน ร้านหนังสือมือสองนั้น มีหนังสือให้เลือกมาก ราคาถูก สภาพหนังสือดีมาก(95% ไม่บอกก็ไม่รู้ว่าหนังสือเก่า) การ์ตูนเหลือเพียง 105 เยน พ็อคเก็ตบุ้คเหลือแค่ 350 เยน

นี่ร้านมือสองนะครับ


นี่อีกมุมหนึ่ง ร้านนี้มีสองชั้นเชียวนะ


อันนี้ป้ายหน้าร้าน

แฮะๆ จริงๆที่มาเขียนเรื่องนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ อาการกำเริบน่ะ จริงๆเริ่มเป็นตั้งแต่ 4-5 วันแรกแล้ว - อยากอ่านหนังสือ

ก่อนมาญี่ปุ่น ผมเข้าร้านหนังสือแถวบ้าน ทุกวันเช้า-เย็น อาทิตย์นึงต้องแวะไปเยี่ยม b2s กับ se-ed ซักหน มีบัตรสมาชิกทั้งของ se-ed,b2s,asiabook บวกด้วยสมาชิกของห้องสมุด อีกต่างหาก พอมาอยู่นี่ หาอะไรอ่านไม่ได้ ก็เริ่มเกิดอาการทุรนทุราย จะลงแดงเอา

ลงท้าย ผมแก้โดยการไปเดินชมร้านหนังสือ อ่านไม่ออก ได้เห็น ได้จับปก พลิกไปพลิกมา ก็ยังดี จะว่าไปก็เกือบเหมือนคนบ้าละครับ อ่านไม่ออกซักตัว แต่ผมเดินวน หยิบเล่มโน้น เล่มนี้มาพลิก เหมือนกำลังเลือกซื้อหนังสือ อยู่ในร้านได้ครั้งนึงเป็นชั่วโมง ทำมาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน

ลงท้ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปเข้าร้านหนังสือเก่า(ที่ลงให้ดูด้านบนนั่นแหละ) เนื่องจากหนังสือ สภาพดีและราคาถูกมาก ไหนๆก็ต้องอยู่ที่นี่อีกตั้งปี ไฉนเลยต้องมานั่งอดทน เลยตัดสินใจ สอย คินดะอิจิ กับคดีฆาตกรรมปริศนา ภาคโรงละครโอเปร่า ฉบับนิยาย ติดมือกลับมาด้วย

เล่มนี้แหละ สภาพดีมากๆ(ถูกด้วย)


คันจิ กับศัพท์ไม่รู้เพียบ(ราวๆ 95% ได้มั้ง) จะเห็นว่าผมจดคำแปลพริดเลยเหมือนกัน

อย่างที่รู้แหละครับ อ่านไม่ออกซักตัว เปิดดิกดะมันทุกคำ ประเมินคร่าวๆว่าน่าจะหมดกับมันไป 6-8 ชมแล้วในสามวันที่ผ่านมา อ่านได้ 2 หน้าครึ่ง

สนุกไหมยังตอบไม่ได้ สองหน้า เจ้าคิน(พระเอก) เพิ่งเดินออกจากบ้าน แต่อาการเสี้ยนหายไปจม ได้คันจิมาอีกหลายตัวเหมือนกัน ถ้าสปีดไม่เพิ่ม ก็คงอ่านจบราวๆปลายปี(แต่มันต้องเร็วขึ้นเซ่!) แล้วก็น่าจะได้คันจิมาไว้ในหัวซัก 6-800 ตัว

งานนี้ถ้ากัดฟันอ่านจบได้เท่ากับยิงนกได้หลายตัวมาก(ได้ศัพท์ ,ได้นิยายที่อ่านได้เพิ่มอีกเพียบ - next target:musashi, ginga eiiyuu densetsu, ไม่ต้องทนทุกข์กับอาการลงแดงหนังสืออีกต่อไป)
งานนี้ สู้โว้ย - Ganbarimasu!

edit @ 2006/04/19 18:17:34
edit @ 2006/04/19 18:25:50

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หนังสือเค้าถูกจริงๆด้วย
ที่สิงคโปร์ก้ได้ยินว่าถูกกว่าข้าวมื้อนึงอีก
ส่วนเมืองไทย มีที่ให้นั่งอ่านในร้านหนังสือ มีร้านเช่าหนังสือ ก็ชื่นใจจะแย่แล้ว ส่งเสริมการอ่านได้เหมือนกัน

#1 By sorbet* on 2006-04-19 18:35

อาการมันน่าลงแดงเนาะ หนังสือเยอะมาก ถูกมาก แต่อ่านไม่ออก

#2 By mk (124.121.89.86) on 2006-04-19 18:49

ช่าย เเถมมีห้องสมุดแถวบ้านอีก
อิจฉามั่กๆ
โหย อิจฉาอยู่ญี่ปุ่น มีหนังสือดีดีให้อ่านเพียบ (อยากไปอยู่บ้าง จะได้เข้าร้านหนังสือทุกวัน) ราคาหนังสือก้อถูก

ลัลล้านะคะ แล้ว กัมบัตเตะ กับการอ่านหนังสือ(เล่มนั้น) ด้วยนะคะ
อ่านย่อหน้าที่สองแล้วก็... ยืนอ่านหนังสือนี่มันรบกวนยังไงมิทราบเนี่ย คนแถวนี้พิลึกจริง

#5 By ไอ้แพท.. on 2006-04-19 19:51

โอ้ สวรรค์ของคนรักหนังสือจริงๆ
มือสอง นั่นมือสองแน่เรอะ!!! ทำไมมันเอี่ยมขนาดนั้นอ่ะ
ซื้ออ่านแล้วทิ้งนี่ เอ่อ....ไม่ไหว เหอๆ แต่ก็นะ เค้าไม่มีที่เก็บ

หนังสือถูกเกินคาดอ่า...คนอ่านก็อ่านดีกันจัง

#7 By + [エム] + #, on 2006-04-19 20:18

สู้เค้านะ

#8 By KissingKissMe ~ on 2006-04-19 20:25

ราคาหนังสือมือสองกับมือหนึ่ง ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยครับ

อืม หนังสือ Flash ที่เคยฝากพี่โบว์ซื้อ 2 เล่ม ๆ ละ 3000 เยน ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เพราะตอนคืนเงินพี่โบว์ไป ผมจ่ายไป 2500 บาท (สอนเทคนิค Flash ได้ดีกว่าหนังสือบ้านเราราวฟ้ากับเหว)

Air Gear ผมก็ฝากพี่โบว์ซื้อ มือ 1 แค่เล่มละ 390 เยนเอง ถ้าตีเป็นเงินไทยก็ตกเล่มละ 160 บาท กระดาษอย่างดีไม่มีเหลือง สันกาวก็ทำดี ๆ อักษรม่านหมอกศีลธรรมก็ไม่มีให้ขัดลูกตา

ถ้าเทียบกับบ้านเรา การบริโภคแบบมัดมือชก ค่าหนังสือต่อค่าครองชีพ ก็แพงกว่าญี่ปุ่น แต่คุณภาพที่ได้รับไม่เคยคุ้มกับเงินที่จ่ายไปเลย แม้แต่แดงเดียว เพราะฉะนั้นก็ปฏิญาณกับตัวเองว่า จะซื้อการ์ตูนของสำนักพิมพ์ไทยให้น้อยที่สุด ถ้าอันไหนมันทุเรศมากก็ซื้อของญี่ปุ่นมาเก็บไว้ซะยังจะดีกว่า

#9 By リリース on 2006-04-19 20:26

การ์ตูน 105 เยน
ราคาเท่าของไทยเลย

#10 By Arthuran™ on 2006-04-19 20:37

นั้นแหละ ที่เราชอบมาหนังสือมือ2ของญี่ปุ่นถูก แถมสภาพดี..เหมาะให้คนไทยเก็บสะสม อิอิ แต่คินดะถาคนิยายเล่มนั้น ก้อยากอ่านนะ อ่านจบเมื่อไร
ก็มาเล่าให้ฟังนะ ( เราเชื่อว่าจะมีวันนั้นนะ อิอิ )

#11 By taki on 2006-04-19 20:40

อยากให้เมืองไทยเป็นอย่างนี้บ้างจังค่ะ
มีหนังสือกองพะเนินให้อ่านกันไม่หวาดไม่ไหว >.<

#12 By ::Materia Hunter::^^ on 2006-04-19 20:53

โอย ฟังพี่เล่าแล้ว
อยากไปญี่ปุ่นจัง
ประเทศในฝันอันดับ 1 เลย

#13 By Na - th (นัท) on 2006-04-19 21:17

อยากไปมั่งจังค่ะ

ทุกวันนี้ก็ไปเดินเตร็ดเตร่ใน kinokuniya เป็นประจำ

อา .. ประเทศในฝันของเรา

#14 By mangabon on 2006-04-19 21:29

โห ถูกมาก
แต่ได้ยินว่าคนญี่ปุ่นรักการอ่านมานานแล้ว

ลองแปลดูสิครับ อาจได้งานอดิเรก(หรือทำตังค์)ให้ด้วยนะ

#15 By plynoi แว่วศรี on 2006-04-19 22:49

ตอนไปญี่ปุ่น แทบหยุดเวลาไว้ที่ร้านหนังสือมือสอง หนังสือมากมายสารพัด ถูกๆดีๆทั้งน๊านน

อยากให้เมืองไทยเป็นงี้มั่งจังเนาะ

ปล. ร้านที่คุณเจ้าของบล็อกแวะไปนี่อยู่แถวไหนคะ ท่าทางน่าเข้ามากๆ อยากจะแวะไปในอนาคต

#16 By vendetta on 2006-04-20 00:07

นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมการ์ตูนฉบับญี่ปุ่นก็ได้นะ

หนังสือการ์ตูนมือสองถูกๆแบบนั้นน่ายกชุดกลับมาสะสมนะนั้น จะได้ไม่ต้องทนกับ ผ่าง คว้าง พรึบ อะไรเทือกนั้น

ที่สำคัญไม่ต้องรอมันทุบออกจากไหดองมาแปลอีกด้วย

#17 By tamanxzg on 2006-04-20 10:31

เห็นแล้วอยากไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่นบ้างจัง ถ้าไม่ติดว่าค่าครองชีพสูงไปสักหน่อย แต่ถ้าไปทำงานที่ญี่ปุ่นได้ก็คงไม่เลว

#18 By Yimp on 2006-04-21 23:39

ganbatte ne

#19 By P.S. on 2006-04-22 18:23

อ่านแ้วทิ้งเลยเหรอเนี่ย -*-
อยากให้เมืองไทยมีบ้างจัง ร้านมือ2จะได้โตเร็วๆ

#20 By Lordag on 2006-04-24 15:39