วันแรกในญี่ปุ่น(2)
posted on 06 Apr 2006 21:42 by house
แฮะๆ สำหรับคนที่ขอรูปขอติดไว้ก่อนนะครับ ผมมันพวกมาหากล้องเอาดาบหน้า นี่ยังไม่ได้ซื้อเลย
หลังจากเข้าที่พักแล้วก็สำรวจสภาพรอบๆตัว สำหรับห้องพักนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีเชียวครับ โดยมีครบทั้งเตียง โทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เก็บของ และที่สำคัญที่สุด ช่องเสียบสาย Lan ครับ ขาดเน็ตเหมือนขาดใจ
สำรวจครบแล้วก็เตรียมออกไปเดินสำรวจด้านนอกกัน ซึ่งศูนย์ YKC นี้ตั้งอยู่กลางย่านนิคมอุตสาหกรรมครับ ทำให้มองไปทางไหนก็มีแต่โรงงาน หาร้านขายของยากทีเดียว วันแรกพวกผมเดินไปเรื่อยๆจนพบมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง (อ่านชื่อไม่ออก) ก็ลองเดินเข้าไปด้อมๆมองๆ พบว่า ราคาข้าวของนั้น แพงกว่าในไทยเฉลี่ย 2 เท่าครึ่งได้ ก่อนจะฉวยโอกาสขอซื้อบัตรโทรศัพท์เพื่อโทรกลับบ้าน
เป็นเรื่องตามคาด คือ คนขายพูดอังกฤษไม่ได้ และพวกผม ก็ไม่ได้รู้ญี่ปุ่นดีพอจะเข้าใจด้วย อย่างไรก็ตามด้วยลูกมั่วผสมกับความช่วยเหลือจากลูกค้าคนอื่นในร้าน(ที่พูดอังกฤษได้) พวกผมก็ซื้อบัตรโทรศัพท์สำเร็จจนได้ หรือ พูดให้ถูก เราซื้อรหัสบัตรโทรศัพท์ต่างหาก
ตัวบัตรจะซื้อจากตู้กดชนิดครอบจักรวาลตู้หนึ่ง ซึ่งเมื่อเลือกชนิดของการ์ดที่ต้องการแล้ว ตู้จะ print Barcode ออกมาชุดหนึ่ง โดยเมื่อเราเอาไปจ่ายเงินที่เคาเตอร์พนักงานก็จะพิมพ์เลขรหัสที่จะใช้สำหรับโทรศัพท์ออกมาให้
หลังจากได้บัตรโทรศัพท์แล้วก็เดินกลับที่พัก เพื่อที่จะพบว่ามีตู้ขายหยอดเหรียญวางอยู่ที่ชั้นล่าง ในราคาเดียวกันเป๊ะ และ Skype ชัดแจ๋ว ชนิดที่ว่าอย่าได้ใช้อีกเลยเจ้าบัตรโทรศัพท์เนี่ย ตอนนี้ก็เลยเก็บบัตรไว้เผื่อวันไหนเน็ตดาวน์ แค่นั้นเอง
ปล คุณ หัวใจเดินทาง เคยอยู่ที่นี่มาแล้ว แนะนำที่กิน ที่เที่ยวหน่อยสิครับ ถือว่าสงสารรุ่นน้องน่อ
edit @ 2006/04/06 21:45:32
หลังจากเข้าที่พักแล้วก็สำรวจสภาพรอบๆตัว สำหรับห้องพักนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีเชียวครับ โดยมีครบทั้งเตียง โทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เก็บของ และที่สำคัญที่สุด ช่องเสียบสาย Lan ครับ ขาดเน็ตเหมือนขาดใจ
สำรวจครบแล้วก็เตรียมออกไปเดินสำรวจด้านนอกกัน ซึ่งศูนย์ YKC นี้ตั้งอยู่กลางย่านนิคมอุตสาหกรรมครับ ทำให้มองไปทางไหนก็มีแต่โรงงาน หาร้านขายของยากทีเดียว วันแรกพวกผมเดินไปเรื่อยๆจนพบมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง (อ่านชื่อไม่ออก) ก็ลองเดินเข้าไปด้อมๆมองๆ พบว่า ราคาข้าวของนั้น แพงกว่าในไทยเฉลี่ย 2 เท่าครึ่งได้ ก่อนจะฉวยโอกาสขอซื้อบัตรโทรศัพท์เพื่อโทรกลับบ้าน
เป็นเรื่องตามคาด คือ คนขายพูดอังกฤษไม่ได้ และพวกผม ก็ไม่ได้รู้ญี่ปุ่นดีพอจะเข้าใจด้วย อย่างไรก็ตามด้วยลูกมั่วผสมกับความช่วยเหลือจากลูกค้าคนอื่นในร้าน(ที่พูดอังกฤษได้) พวกผมก็ซื้อบัตรโทรศัพท์สำเร็จจนได้ หรือ พูดให้ถูก เราซื้อรหัสบัตรโทรศัพท์ต่างหาก
ตัวบัตรจะซื้อจากตู้กดชนิดครอบจักรวาลตู้หนึ่ง ซึ่งเมื่อเลือกชนิดของการ์ดที่ต้องการแล้ว ตู้จะ print Barcode ออกมาชุดหนึ่ง โดยเมื่อเราเอาไปจ่ายเงินที่เคาเตอร์พนักงานก็จะพิมพ์เลขรหัสที่จะใช้สำหรับโทรศัพท์ออกมาให้
หลังจากได้บัตรโทรศัพท์แล้วก็เดินกลับที่พัก เพื่อที่จะพบว่ามีตู้ขายหยอดเหรียญวางอยู่ที่ชั้นล่าง ในราคาเดียวกันเป๊ะ และ Skype ชัดแจ๋ว ชนิดที่ว่าอย่าได้ใช้อีกเลยเจ้าบัตรโทรศัพท์เนี่ย ตอนนี้ก็เลยเก็บบัตรไว้เผื่อวันไหนเน็ตดาวน์ แค่นั้นเอง
ปล คุณ หัวใจเดินทาง เคยอยู่ที่นี่มาแล้ว แนะนำที่กิน ที่เที่ยวหน่อยสิครับ ถือว่าสงสารรุ่นน้องน่อ
edit @ 2006/04/06 21:45:32

#1 By taki on 2006-04-06 22:30