Printer Review

posted on 14 Jan 2006 18:55 by house
พักเรื่องเครียดๆไว้ก่อน มาดู Printer ใหม่ผมดีกว่า ^^

ราวๆ 3 อาทิตย์ก่อน หมึก Inkjet ที่บ้านผมหมดครับ ทั้งสีทั้งขาวดำเลย แล้วน้องๆก็ต้องใช้งาน(แต่ผมจ่าย) มาคิดๆดูปีนึงพิมพ์สีอยู่ไม่เกิน 10 รูปแล้วก็ปล่อยหมึกมันแห้ง งานนี้เลยตัดสินใจถอยเลเซอร์เลยดีกว่า เพื่อสวัสดิภาพของกระเป๋าในระยะยาว

ราคาที่ผมวางไว้ตอนไปซื้อคือ 8000 ครับ ขาดตัว เกินจากนี้คือไม่เอา และที่ผมได้มาคือ

Multifunction Laser Printer (Print/Copy/Scan)
Resolution: 600 x 600 dpi
Print Specifications Speed: Up to 14 ppm in A4 (15 ppm in Letter)
Copy Specifications Speed: Up to 14 ppm in A4 (15 ppm in Letter)
Zoom Range: 50~200%
Multi-copies: 1~99 pages
Scanning Specifications Resolution (Optical): 600 x 600 dpi Speed: 6 sec

ตัวฟีเจอร์ในการ copy สามารถ ซูมแบบ ฟิตพอดีกระดาษ และ วางแบบกระจายทั่วแผ่นได้ด้วย(เช่น วางนามบัตรไปใบเดียวแล้วพิมพ์แบบวางเต็มพื้นที่กระดาษ) รวมถึง
สามารถซีร็อกต์สองหน้าในหน้าเดียวได้(เช่นบัตรประชาชน ถ่ายหน้าหนึ่งเสร็จ พลิกถ่ายอีกหน้า แล้วเครื่องจะรวมให้ลงกระดาษแผ่นเดียว)

ทั้งหมดนี้ ผมได้มาในราคาเพียง----------------------------
6000 บาท เท่านั้น คุ้มชะมัด
มาดูหน้าตาเลยดีกว่า



น่ารักไหมครับ เป็น Sumsung SCX-4100 ซึ่งได้คะแนน review จากหลายๆเว็บในระดับ 4 ดาวครับ โดยระบุว่าความสามารถต่อราคาอยู่ในระดับ incredible price ทีเดียว

ในเว็ปหลักๆที่เขาโวยกันคือในกล่องไม่ให้สาย USB มาด้วย ไม่รองรับ Mac และไม่มี แฟกต์ แต่เนื่องจากผมไม่ใช้แฟกต์กับ Mac อยู่แล้ว และสาย USB นั้น ทาง IT City จัดมาให้ในแพ็กเก็ตเลย ดังนั้นเท่ากับไม่มีข้อเสียครับ

จะมีขลุกขลักเล็กน้อยก็ตอนติดตั้งเพราะ Sumsung ให้มาเป็นรูปภาพแบบคร่าวๆ ซึ่งบอกแค่วิธีการต่อกับคอมพิวเตอร์ แต่ไม่ได้บอกเลยว่า ฟีเจอร์ต่างๆนั้นใช้ยังไง ซึ่งมาค้นพบทีหลังว่าให้มาใน CD เป็น PDF ยาว 169 หน้า ละเอียดมากและยังอ่านไม่จบครับ

ตัวเครื่องมาพร้อมกับโปรแกรมจัดการรูปภาพชื่อ SmarThru ซึ่งใช้ควบคุมการทำงานฟีเจอร์ของ Scanner และ Copy ครับ โดยมี OCR ติดมาในตัวด้วย โดยรู้จักถึง11 ภาษา ที่งงคือ ไม่มีภาษาไทยน่ะไม่สงสัย แต่ทำไม ไม่มีเกาหลี จีน ญี่ปุ่นฟะ บริษัทเกาหลีไม่ใช่เรอะ(แต่ถึงมีก็ไม่ใช้อยู่ดี)



อันนี้หน้าตาของ SmarThru ฮับ

ว่ากันตรงๆก็คือ OCR ไม่ฉลาดเท่าไหร่ อยู่ในอัตราพอทนได้แค่นั้นเอง และการใช้งานในโหมดสแกน แม้จะให้คุณภาพ ภาพที่ดี แต่การสแกนนั้นค่อนข้างช้า (30 วินาทีที่ 200 dpi แต่เกิน 2 นาทีที่600 dpi)ถ้าจะนั่งสแกนเป็นล่ำเป็นสัน คงไม่เหมาะสมเท่าไร

โหมด copy กลับน่าประทับใจกว่ามาก เมื่อ ลูกเล่นทั้งหมด คอนโทรลได้ผ่าน ปุ่มแค่ 7 ด้านหน้าเครื่องและทั้งความเร็วและคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ นอกจากนั้นสถานะของเครื่องยังแสดงผลบนจอ LCD เป็นข้อความที่เข้าใจได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหมด ติด หรือ ไม่มีโทเนอร์


ปุ่มกดหน้าเครื่อง กับ interface ที่เข้าใจง่าย

ส่วนการพิมพ์ ทั้งความเร็ว เสียง และคุณภาพ ก็ตรงตามที่โฆษณาล่ะครับ โทเนอร์ราคาประมาณ 3000 บาทพิมพ์ได้ 3000 หน้า ตกหน้าละบาท ก็ไม่แพง ข้อมูลจากเว็บต่างประเทศระบุว่ามีอัตราการใช้งานสูงสุดเดือนละ 10000 แผ่น และมีอายุการใช้งานของ Fuser ที่ 60000 แผ่น ซึ่งคิดว่าตลอดอายุรับประกัน(3 ปี) ผมใช้ไม่ถึงอยู่แล้ว

หมดประกัน ก็ได้เวลาซื้อเครื่องใหม่พอดี (^^)

เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากๆ สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อ Printer ใหม่ครับ ถ้าหาซื้อไม่ได้ เข้าใจว่าถามศูนย์ซัมซุงก็คงได้ ส่วนตัวผมได้เจ้าหนูนี่มาจาก IT City สาขาพันทิพย์ ครับผม

edit @ 2006/01/14 19:53:05

edit @ 29 Oct 2007 23:19:47 by house

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วสงสัยครับว่า Fuser คืออะไรเหรอครับ ?

#1 By リリース on 2006-01-14 22:14

หุๆๆ น่าใช้เหมือนกัน

#2 By plynoi แว่วศรี on 2006-01-15 00:18

เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆค่ะ *ตาโต* กำลังนึกเสียดาย inkjet น้องคาหนอนที่บ้านอยู่พอดี เดี๋ยวนี้ปรินท์น้อย...พอหมึกแห้งก็เสียตังค์

#3 By vendetta on 2006-01-15 00:32

อยากได้บ้าง น่าใช้มาก แต่ไม่ค่อยได้ปริ๊นเลย

#4 By - LittleMonkey - on 2006-01-15 00:55

#1
Fuser คือตัวสำหรับละลายแล้ว อัดหมึกลงไปให้แนบกับกระดาษครับ เทียบกับ inkjet คงประมาณหัวพิมพ์แหละ

รุ่นอื่นๆที่สเป็คใกล้ๆกัน ราคานี้นี่ผมหาไม่เจอเลยครับ ของ Brother ราคาจะขยับไปที่ 9900 ส่วนของ HP กับ Epson มี Fax ด้วยอยู่ที่ 12000

#5 By house on 2006-01-15 12:47

โฮ่ ... 6,000 เองเหรอครับเนี่ยสำหรับเลเซอร์ปริ๊นต์ เยี่ยมแฮะ
น่าสนจริง ผมเองก็อยากได้ laser มานานแล้ว
นึกว่ามันจะแพงระดับหมื่นเท่านั้นซะอีกนิ
เดี๋ยวไปแอบเล็งมั่ง แหะๆ

#6 By Bickboon on 2006-01-15 16:52

อยากได้มั่งอ่า
Fuser ถ้าจะให้มองง่ายก็เปรียบเหมือนเตารีดนั่นแหละครับ
(house คงนึกออกเวลาเอาลายวงจรลงแผ่นปริ้นทองแดงอ่านะ อิอิ)

ซึ่งโดยทั่วไปหลักการของเครื่องปริ้น Laser จะมี 2 ขั้นตอนคือ
1 ยิง Laser ผ่านกระจกหมุนแล้วสะท้อนไปบังลูกกลิ้งของโทเนอร์ ทำให้เกิดประจุไฟฟ้าสูบผงหมึกติดขึ้นมาแล้วไปแปะบนกระดาษ ขึ้นตอนนี้หากสูบหมึกขึ้นมาแล้วไม่มีกระดาษ ผงหมึกที่ติดอยู่ก็จะนำเข้าไปเก็บที่เดิม เป็นการประหยัดแบบสุดๆ
2 จากนั้นผงหมึกที่อยู่บนกระดาษก็จะถูกนำไปรีดความร้อนโดย Fuser ทำให้ผงหมึกละลายติดแน่นบนกระดาษ หาก Fuser เสีย ก็จะพบว่าเมื่อเอามือป้ายบริเวณที่พิมพ์ก็จะเละเป็นฝุ่นผงนั่นเอง

คำแนะนำ
สำหรับคนที่ใช้เครื่องปริ้น Laser ในสำนักงาน
ไม่ควรนำ MAX หรือ คลิบหนีบกระดาษ ไปอยู่ใกล้ๆครับ
โดยเฉพาะไส้เม็กนี่แหละ(พวกนำกระดาษมา Reuse หน่ะ)
มันจะทำให้แผ่นฟิล์มที่อยู่บน Fuser ขาด ใช้การไม่ได้
Fuser ตัวนึงนี่ราคาประมาณ 3000 - 5000 เลยทีเดียว ลองเทียบกับไส้เม็กตัวนึงที่ติดมากับกระดาษ Reuse ว่าคุ้มกันมั้ย

#8 By Aun (203.156.190.37) on 2006-01-20 10:14

ก๊อบคำว่า Sumsung SCX-4100 ไปหาใน google ปรากฏว่า blog นี้อยู่อันดับต้นๆเลย!! แปลกใจ แต่ก็พบว่า ... เฮ้า ซัมซุงเค้าเขียนว่า Samsung นะเว้ย

#9 By muzica on 2006-01-21 09:44

^_
แงะ จริงง่ะ เสียง ซัม มันก็ต้อง SUM ไม่ใช่เรอะ หรือยี่ห้อมันจริงๆแล้วคือ แซมซุง

#10 By house on 2006-01-21 13:06

ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าจริงๆมันอ่านว่าไง ...

ตอนไปจีน ได้ความรู้เกี่ยวกับ Samsung ว่า ตรง Sam เนี่ย เค้าเขียนโดยใช้ตัวอักษรเดียวกับเลข 3 เพราะเค้าไม่มีตัวอักษรที่อ่านเป็น Sam ... Samsung เลยกลายเป็น ซานซุง ... 3 ซุงซะงั้น

#11 By (58.10.175.150) on 2006-01-21 15:00

^ comment ข้างบนลืมใส่ชื่ออ่ะ

#12 By muzica (58.10.175.150) on 2006-01-21 15:01

ดูโฆษณาภาษาอังกฤษมา ออกเสียง แซมซัง จริงๆ ล่ะครับ

#13 By ลิ่ว on 2006-01-23 00:52

ผมซื้อ SCX-4521F แต่หา software สำหรับใช้ scan บนเครื่อง Mac ไม่ได้เลย ช่ยแนะนำหน่อย ว่าจะหาได้จากไหน

#14 By Tanadol (58.8.12.77) on 2007-10-29 17:20