ทีแรกว่าจะ รีวิว หนังสือต่อ แต่ช่วงนี้ เพื่อนๆใน Fav List เขียนเรื่องน่าสนใจให้ต่อประเด็นเยอะแหะ

paepae เขียนเรื่องเกี่ยวกับระบบการศึกษา แล้วชักจูงให้เกิดการประกาศ ประวัติ F กันอย่างเอิกเกริก เอ๊ย ไม่ใช่ เรื่องของการแสดงความคิดเห็นในญัตติ "ซ้ำชั้น เพื่อมาตรฐานการศึกษาไทยที่สูงขึ้น" โดยฝ่ายเสนอ paepae นั่งยัน นอนยัน ยืนยัน ว่าการเรียนซ้ำชั้นผนวกกับการควบคุมการปล่อยเกรด จะช่วยพัฒนาวงการศึกษาไทย ในขณะที่ฝ่ายค้าน นำโดย เฮีย บิ๊กกล่าวว่าการซ้ำชั้นไม่ได้แก้ปัญหา แต่เป็นการสะท้อนความล้มเหลวของครูต่างหาก

ว่าแล้ว กระผมก็ขอแจมด้วยดีกว่า

ผมมองว่า ระบบการศึกษาไทย ฟีดแบ็ค มันไม่ครบวงครับ เริ่มจากตัวเด็กก่อนก็แล้วกัน การที่เด็กไม่มีซ้ำชั้นทำให้มีความรู้สึกว่า เรียนๆไปเหอะ เดี๋ยวก็เลื่อนชั้นขึ้นไปได้เรื่อยๆ ไม่ต้อง Activeไม่ต้องแข่งขัน (ซึ่งกระทรวงช่วยมาทำให้มันแย่ลงอีก ด้วยนโยบายจับฉลากเข้าเรียน)

ทางด้านครู ก็ไม่แพ้กัน ไม่ต้องนับเรื่องฐานเงินเดือนต่ำ คุณภาพครูไม่ถึงอะไร พวกนั้นเลย ด้านระบบประเมินคุณภาพครูนี่แหละ ที่ผมมองว่าไม่ครบวงเหมือนกันและไม่มีมาตรฐานด้วย (อยากให้ครูๆทั้งหลายใน exteen ช่วยเขียนอธิบายระบบด้วยก็ดีครับ ผมไม่รู้เท่าไหร่) คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผมไม่ทราบว่า นำมาใช้อย่างไร แต่มองว่าหลังจาก อนุญาตให้มีเด็กซ้ำชั้นแล้ว ไปลงกับครูว่า ครูคนไหนให้เด็กซ้ำชั้นเยอะแล้วครูผิด ครูก็จะปล่อยเด็กให้หลุดไปหมด(เพื่อให้ตัวเองรอด) แต่ถ้าไม่ไปลงกับครู มันก็นำมาวัดคุณภาพครูไม่ได้ งงไหมครับ?

การประเมินคุณภาพวิธีหนึ่งคือวิธีประเมินคุณภาพที่คุณ Practical 2X แห่งห้องหว้ากอ พันทิป เคยนำมาเล่าให้ฟัง(เขาเป็น อ มหาวิทยาลัยครับ) คือกำหนด ว่า ต้องสอนกี่ ชม. บริการสังคมกี่ชม. วิจัยกี่ชม. ละเอียดดีครับ แต่ดูจากโหลดงานสอนมหาศาลของครู ในโรงเรียน แล้ว ผมว่า มันเอามาใช้ไม่ได้ ผมคิดว่าการประเมินทางสถิติเหมาะสมกว่า คือประเมินจากคะแนนของ นร. โดยตรง

ผมคิดว่าวิธีที่เหมาะสม คือ คะแนนเก็บของใครของมัน แต่ข้อสอบกลางภาค กับ ปลายภาค ไม่ให้ออกเองครับ ให้โรงเรียนอื่นออก แล้วเอาคะแนนที่ นร. ทำได้นั่นแหละ ประเมินครู โดยเอาคะแนนเฉลี่ยเด็กทั้งโรงเรียน ไปหาเปอร์เซนไทล์ เทียบกับกลุ่มโรงเรียนที่แลกข้อสอบกัน ถ้าดีกว่าที่เด็กรุ่นนี้ทำได้ปีที่แล้วครูก็โบนัสครับ แย่ลงก็...

การแลก ก็ต้องไม่ 1:1 ครับ แต่ต้องสลับๆกันไป เช่นข้อ 1-10 จากรร. A 11-20 จาก B เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ฮั้ว(สุ่มด้วยยิ่งดี) และ คาบของการประเมินต้องยาวหน่อย เช่นทุกๆ 3 หรือ 5 เทอม(ควรคาบรุ่นกัน ยิ่งฮั้วยากขึ้นไปอีก) ปัญหาจะมีเรื่องการจัดกลุ่มโรงเรียน แต่ผมคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะโรงเรียนศักยภาพใกล้กันจะจับกลุ่มกันเอง รร. เล็ก คงไม่ยอมไปรวมกลุ่มกับ เตรียม หรือ สวน อยู่แล้ว

วิธี นี้ผมคิดว่า น่าจะบีบให้เด็กขยัน (ถ้าไม่อยากซ้ำชั้น) ครูต้องพัฒนาการสอน(ปล่อยเกรดไม่ได้ เพราะเวท กับ รร.อื่น สอนมั่วไม่ได้ มีผลกับการขึ้นเงินเดือนโดยตรง)

เป็นไงครับ ไอเดียผม?

Comment

Comment:

Tweet

ผมเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง
ทำหน้าที่สอนวิชาเฉพาะวิชาหนึ่ง ซึ่งเน้นการปฏิบัติ
เป็นการเปิดทดลองห้องแรกปีแรก สำหรับตัววิชานี้
ผมก็ต้องทำหลักสูตร ทำแผนการเรียนการสอน
เหมือนกับครูประจำของที่นั่นทุกอย่างเลยล่ะครับ
.
พูดถึงในส่วนของการเรียนการสอน
ทุกสัปดาห์ เมื่อผมสอนเนื้อหาเสร็จ ก็มีงานให้ทำ
ซึ่งหลักสูตรใหม่ หากนักเรียนตกวัตถุประสงค์ใด
ก็ให้ซ่อมเฉพาะวัตถุประสงค์นั้น ต่างกับสมัยก่อน
.
สมัยก่อน ได้ 0 ก็สอบซ่อมทั้งยวง ทุกบทย่อย
หลักสูตรใหม่ จะให้สอบซ่อมเฉพาะบทที่ตกครับ
.
แว้บกลับไปเรื่องการเรียนอีกรอบ เรื่องงานที่ให้เด็ก
งานแต่ละชิ้นสามารถทำเสร็จได้ใน 1 คาบเรียนครับ
งานแต่ละชิ้น ผมจะบอกเกณฑ์การให้คะแนนทุกครั้ง
เพราะถ้าให้คะแนนตามอารมณ์ เด็กไม่ยอมหรอกครับ
.
เด็กบางคน ก็ขยันส่งงานใหม่ซ้ำๆๆ เพื่ออัพคะแนน
เด็กบางคน อยู่ในคาบแท้ๆ ยังไม่อยากทำเลย ก็มี
.
เด็กบางคน สอนครั้งเดียว ทำได้ดีกว่าคนสอนก็มี
เด็กบางคน นั่งสอนตัวต่อตัว ก็ยังทำไม่ได้ ก็มีอีก
.
ตอนสอบซ่อม แทบจะจับมือทำทีละ step ละ
นี่ผมสอนเหมือนๆ กันทั้งห้องหรือเปล่าหว่า ?

#11 By chubby on 2005-10-06 22:39

ไอเดียดีครับ
แต่การเอามา implement คงไม่ง่าย

และเมื่อไหร่ที่มีการเอาคุณภาพงานมาวัดเป็นเกณฑ์การให้โบนัส
โอ้ว เชื่อเถอะครับว่ามันจะ get ugly หนักเข้าไปอีก
ทุกอณูบรรยากาศการเรียนการสอนจะกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ไปสิ้น
ผมไม่แน่ใจว่าผมอยากเห็นบรรยากาศแบบนี้น่ะ
แต่ว่า เข้าใจในเจตนานะครับ
เพียงแต่เอาเข้าจริง มันจะออกมาอย่างที่เราตั้งใจหรือเปล่าก็ไม่รู้แฮะ

ในที่สุด ผมว่าก็คงต้องแก้ทั้งสองปลายไปพร้อมๆ กัน
และมันคงไม่เกิดขึ้นแบบข้ามคืนแน่อ่ะนะ
จากหน่วยย่อย คือด้านคุณภาพของครู ก็ต้องพัฒนา
จากหน่วยใหญ่ คือโดยระบบ ก็ต้องช่วยเอื้อ

ข้อสังเกตุ 1 : ครูเก่งๆ มักไม่เป็นครูอย่างเดียวอ่ะครับ แต่จะไปทำอย่างอื่นด้วย เพราะเก่งไง
โดยมากเป็นธุรกิจ และไม่เป๋็นครูฟูลไทม์อีกต่อไป
ข้อสังเกตุ 2 : ครูนี่ก็มีหลายแบบนะ
บางคนก็คิดว่า เฮ้ย ปล่อยนักเรียนตกไม่ได้ ขายหน้า
(คิดจากมุมตัวเอง ไม่ได้คิดเพื่อเด็กอย่างแท้จริง)
อีกประเภทที่เคยเจอคือ
เฮ้อย เกรดเด็กสวยนักกูก็ดูไม่เท่เว้ย
ดูใจดีไป ดูไม่โหด
ไม่นะ ฉันต้องโหดเหี้ยม วิชาฉํนต้องยาก
เกรดต้องกดแม่งเข้าป่ะ

หาพอดีๆ ยากเหลือเกิ๊น ให้ตาย

#10 By Bickboon on 2005-10-06 16:06

#lew, tarmanxzg
ตอนนั้นคิดไม่ถึงแบบพูลแฮะ อืม น่าใช้ แต่ที่ผมแบ่งเป็นกลุ่มๆสาเหตุหลักคือเราต้องยอมรับก่อนว่า มาตฐานการศึกษาไทยเนี่ย มัน MultiStandard คือ เกรด A อย่าง มหิดล หรือ เตรียม เทียบกับเกรดปลายๆเนี่ย คนละเรื่องเลย แล้วจะออกข้อสอบในมาตรฐานไหนละ มาตรฐานเตรียม บางโรงเรียนทั้งโรงเรียน อาจจะทำได้ อยู่แถวๆ 25%(มั่วทุกข้อ) แต่ถ้าออกข้อสอบให้นร. ใน รร. อ่อนๆ ทำได้ มันก็จะไม่มีความสามารถในการจำแนกกลุ่ม นร. ระดับท็อป
ผมจึงอยากให้มีการจัดกลุ่ม รร. ในลักษณะนี้ แล้วอาจมีการยุบรวมเป็นการสอบทั่วประเทศทีหลัง เมื่อมาตรฐานใกล้เคียงกันมากขึ้น

#9 By house on 2005-10-05 21:35

คิดว่าตามปกติในต่างประเทศ(เคยได้ยินมา) เขาจะมีการทำข้อสอบกลาง ใช้ข้อสอบเดียวกัน(ระดับเดียวกัน)ทุกโรงเรียนทั้งประเทศ

ระบบนี้น่าจะทำได้จริงมากกว่า และตรวจสอบง่ายกว่า (แบบข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย) แถมลดภาระครูในการตรวจข้อสอบ และต้องลำบากใจเวลาพ่อแม่เด็กมาขอเกรด แถมยังกันข้อสอบรั่วออกไปยังโรงเรียนสอนพิเศษได้อีกด้วย(เพราะไม่รู้ว่าใครออก)

แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงตัวเลขของเด็กที่มีการศึกษาในประเทศคงลดต่ำกว่า 60% แน่เลย(ตกแล้วตกอีกจนเลิกเรียน) คิดว่าเปลี่ยนค่านิยมในทางเสื่อมน่าจะตรงจุดกว่า (เมื่อนักเรียนมีหน้าที่เรียนเป็นหลัก เที่ยวเป็นรองก็คงจะดีขึ้นเยอะ)

#8 By tamanxzg on 2005-10-05 13:04

ขอนอกประเด็นนะฮะ จำได้ว่าดูข่าวภาคค่ำ แล้วเค้าพูดถึง IQ ถัวเฉลี่ยของเด็กไทยอยู่แค่ประมาณ 88 เองฮะ ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนเพื่อนบ้านเรารอบ(ลาว เวียดนาม กัมพูชา)ทะลุ 100 กันนะฮะ และพวกญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไม่ต้องพูดถึงฮะ ทะลุ 120 ไปเรียบร้อยแล้ว
ไม่อยากจะโทษฝ่ายใดฝ่ายนึงนะฮะ แต่ความพร้อมของเด็กแต่ละคนยังต่ำกว่ามาตรฐานเลย แล้วจะเอาอะไรไปสู้เพื่อนบ้านล่ะฮะ
p.s. ไม่ได้ซ้ำเติมประเทศตัวเองนะฮะ เพียงแต่พูดในสิ่งที่ได้รับรู้มาฮะ

#7 By リリース on 2005-10-05 12:31

ต้องหาทางบีบให้เด็กมันแข่งกันนั่นแหละครับถึงจะได้ผล
ไม่ได้จะว่าเด็กไทยนะ แต่เด็กไทยเดี๋ยวนี้หัวหมอ แต่ IQ มันน้อยลงจริงๆ รวมทั้งตัวผมด้วย

กลายเป้นการเรียนแบบผ่าน.... พอผ่านเทอมนั้นไปเทอมต่อมาก็ลืม
เพราะการเรียนการสอนแบบนกแก้วนกขุนทองนั่นแหละ จำไปใช้ในเวลาสอบพอเรียนจบมาก็ลืม

อยากให้ปรับการเรียนการสอนซะใหม่ดีกว่า
เรื่องสอบกลางภาคและปลายภาคน่าจะเป้นข้อสอบที่รัฐออก จะได้เท่าเทียมกัน
ถ้าออกเอง บางโรงเรียนก็ปล่อยเกรดกันน่าดู อาจารย์เอาข้อสอบไปสอนพิเศษมั่งก็มี

#6 By หนูพุก on 2005-10-05 08:31

ถ้าคิดจะทำมันก็ไม่ยาก
แต่ใครจะเริ่ม ?
แล้วเมื่อไหร่ ?


#5 By Na - th (นัท) on 2005-10-05 00:32

ผมสนับสนุนระบบพูลมากกว่านะครับ

ทุกคนออก มีระบบ Peer-Review อย่างเป็นระบบ

ไม่มีใครเห็นข้อสอบทั้งหมด ผู้เกี่ยวข้อง (Stakeholder) ทุกคนต้องออกข้อสอบบางส่วน และดูข้อสอบบางส่วน พร้อมให้คะแนน

เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องยากแล้วในวันนี้ จะทำรึเปล่าเท่านั้นเอง

ที่เหลือใช้ซอฟท์แวร์จากส่วนกลางมาสร้างข้อสอบใหม่ทุกๆ ครั้งที่มีการสอบ

#4 By ลิ่ว on 2005-10-05 00:19

ส่วนเรื่องการซ้ำชั้น
.
.
ถ้าเด็กไม่พร้อม ก้ออย่าหั้ยผ่านขึ้นมาดีกว่าค่ะ
จบไปแต่ไร้ความรู้...มันคงไม่ดีมั้ง
ไอเดียดีค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้รึป่าว
อย่างที่รู้กันอยู่ ระบบการศึกษาไทยมันไม่ลงตัวซักที
พยายามแก้กันอยู่หลายหน แต่ก้อยังไม่เวิร์ก
ทั้งๆที่หลายๆฝ่ายพยายามหาทางทำหั้ยครู มีความเป็นครูมากขึ้น แต่ก้อต้องยอมรับว่า ในหลายๆรร.และโดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ครูหลายๆคนทำหน้าที่ได้ไม่สมกับคำว่าครูเลย บางท่านเก่งค่ะ แต่ระดับการถ่ายทอดไม่ได้เรื่องเลย...ปัญหาอย่างนี้จะแก้ไขยังงัยคะ?
ส่วนนร. เด็กที่อยู่ในรร.ที่มีการแข่งขันกัน มันมีความสุขหรอ...ไม่รู้นะคะ แค่คิดว่าเด็กควรแอคทีฟกับการเรียน แต่ไม่ควรต้องแก่งแย่งแข่งขันกันเอาเป็นเอาตาย อยากหั้ยทุกๆรร.มีศักยภาพเท่ากัน....แต่ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะทำได้
ไอเดียดีครับ

แต่แทนที่จะให้ครูโรงเรียนอื่นออก ผมว่ากลับไปใช้ระบบข้อสอบกลาง แล้วทำยังไงก้ได้ไม่ให้ข้อสอบมีทางรั่ว(ยากนา)

จะดีที่สุดเลยครับ