วันนี้ไปซื้อ มติชนสุดสัปดาห์มา กะว่าจะอ่านประเด็น ผู้ว่าสตง. ซักหน่อยว่ามีวิพากษ์อะไรบ้าง แต่ว่า......

ลืมไปเลยว่าช่วงนี้มันมีประเด็นร้อนเรื่องกำลังจะโดน เทค ทั้งเล่มมีแต่เรื่องเทคโอเวอร์ กลุ่มรักมติชน แกรมมี่ เรื่องที่อยากอ่านเลยไม่มี แต่ไปสะดุด กับ คอลัมน์ ฝรั่งมองไทย ของไมเคิล ไรท ว่า ทำไมคนไทยไม่ค่อยนิยมอ่านหนังสือ

คุณสมเกียรติ ชลวานิช ได้เขียนจดหมายเข้าไปแสดงความคิดว่า คนไทยไม่อ่านหนังสือ เพราะเมืองไทย ขาดการสนับสนุนให้ประชาชนมีความเป็นปัจเจก และ เจ้าของคอลัมน์เองก็สนับสนุนแนวคิดนี้เพราะคนที่จะอ่านหนังสือ ต้องมีความเป็นปัจเจกสูงพอ ที่จะเลือกหนังสือซักเล่ม แล้วตัดตัวเองออกจากโลกภายนอก เพื่อเข้าไปอยู่ในโลกหนังสือเพียงคนเดียว

การมองว่าคนอ่านหนังสือต้องมีความเป็น ปัจเจกบุคคลภาพ ในระดับหนึ่งนั้น เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลย เพิ่งมาจุดประกายเอาก็จากคอลัมน์นี้แหละ คิดๆดูแล้วก็พอมีส่วนอยู่ไม่น้อย ในขณะที่เด็กๆคนอื่นวิ่งเล่น ดูทีวี การที่จะมานั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะกล้าแยกตัวออกมาจากหมู่ชน และการแยกตัวออกมาเช่นนั้น ย่อมถูกมองด้วยสายตาเคลือบแคลงจากสังคมที่ไม่เข้าใจในตัวเด็ก

สำหรับผมการแยกตัวออกจากสังคมนั้นไม่ยากเท่าไร เนื่องจากผมไม่มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันในละแวกใกล้บ้านเลยในสมัยเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ไปทำงาน ทิ้งผมไว้ที่บ้านกับคุณย่า พร้อมหนังสือพะเนินเป็นภูเขา ผมโตมาโดยมีรามเกียรติ์ กับ สามก๊ก เป็นนิทานก่อนนอน ซึ่งเล่าไม่ใคร่จบ ความเบื่อ ความอยากรู้อยากเห็น ความเหงา กวักมือเรียกผม เข้าสู่โลกหนังสือ เพื่อนซึ่งไม่เคยทรยศ และดินแดนกว้างใหญ่แห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขต

การอ่านอย่างหนัก ทำให้ตั้งแต่เด็กผมถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ โดนคำถามแปลกๆ (อาจารย์บางคนเจอผมไม่ทักว่าสวัสดี หรืออะไรทำนองนั้น แกจะทักว่า อ่านอะไรอยู่ -_-") พอดีผมไม่ซีเรียส เพราะเคยอ่านเจอ(ที่ไหนไม่รู้) ว่าคนที่เหมือนชาวบ้านคือพวกธรรมดา คนที่แปลกแยกคือคนที่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ผมอยากยิ่งใหญ่กะเค้ามั่ง ตอนนั้นเลยถือเป็นความภูมิใจไป

แต่มีกี่คนที่เป็นอย่างนี้ เพื่อนไปดูหนัง เราเก็บเงินไปซื้อหนังสือ นั่งดูหนังพีเรียด เสือกจำประวัติศาสตร์ได้ทั้งท่อน หรืออ่านนิยายมาแล้วทั้งเล่ม รู้หมดใครรบกะใคร จะตายตอนไหน เรื่องบางเรื่องอ่านไปแล้วหาเพื่อนคุยไม่ได้อีก ไม่มีคนรู้เรื่องด้วย อ่านๆมานี่ต้องทำใจไว้ก่อนเลยว่าเรื่องพวกนี้ "ไม่มีเพื่อนคุย"

ในสังคมที่เลียนแบบกันไปเป็นแถวๆ ดาราแต่งยังไงก็ต้องตาม แฟชั่นก็ต้องตาม โน่นก็ตาม นี่ก็ตาม การจะแหกคอกออกมา นั่งอ่านหนังสือดีๆซักเล่ม ดูจะเป็นความแปลกประหลาดอย่างยิ่ง ผมเลยเห็นด้วยสุดใจเลยว่า การจะเป็นนักอ่านเนี่ย มันต้องอาศัยความเป็นปัจเจกจริงๆ


edit @ 2005/09/26 23:11:53

Comment

Comment:

Tweet

ก็ดีน่ะ

#19 By อิสา (124.157.246.42 /192.168.212.214) on 2007-09-07 12:52

ขอฬห้โชคดีกับการอ่านหนังสือนะ

#18 By อามิ (210.203.169.181) on 2007-01-20 20:11

ไหนๆ คุณก็เป็นแฟนมติชน

เชิญที่บล็อกนะคะ มีโปรโมชั่นหนังสือมากมายในงานหนังสือคราวนี้ค่ะ
ความเห็นส่วนตัวนะ การเป็นปัจเจกมาก ๆ หรือมีโลกส่วนตัวสูงนี่จะว่าน่าเศร้าก็เศร้านะ เหมือนเป็นพวกชนกลุ่มน้อย ที่ไม่ค่อยมีสิทธิมีเสียง หรือถึงจะมีคนส่วนใหญ่ก็คงไม่ค่อยมีใครอยากฟัง (แต่ถึงที่สุดแล้วเรามักจะไม่ค่อยสนซะด้วยสิ ว่าใครจะฟังหรือเปล่า) เป็นพวกที่ไม่รู้จะเอาตัวเองไปวางในตำแหน่งไหนในพื้นที่ของสังคม

เราเองก็เป็นหนึ่งในพวกที่เขียนถึงข้างหน่ะ

#16 By Lost In Space on 2005-10-01 10:05

เรื่องนี้ค่อนข้างเห็นด้วยนะเนี่ย

เราก็มีความคิดอะไรแปลกๆ ไม่ค่อยเหมือนใครเค้าเหมือนกัน

ตอนนี้มีความเป็นส่วนตัวมากจนไม่ค่อยอยากให้ใครเข้าใกล้เลย

เรารับผิดชอบส่วนหนังสือขายดีค่ะ ชื่อกิ๊ก ยังไงไปทักทายกันได้ค่ะ
หนังสือพิมพ์ ชอบเลียนแบบกัน
เช่นข่าววิทยาศาตร์ มีเหมือนกัน ห่างกัน แค่ วันเดียวแท้ๆ

#14 By เอกน้อย on 2005-09-30 13:15

เพราะว่าการอ่านหนังสือมันต้องใช้สมาธิมั้งครับ
เมื่อรู้สึกว่าการอ่านหนังสือเล่มใดแล้วมันสนุก แล้วเราจะลืมเวลาของโลกรอบข้างไป ดังนั้นมันก็ต้องหาที่สงบๆ หรือที่ที่ไม่มีใครมากวน

และต้องใช้เวลาอ่านนาน จึงทำให้มีเวลาในการทำกิจกรรมอย่างอื่นน้อยลง

อย่างนี้จะเรียกว่า "ปัจเจก" ได้รึเปล่าหว่า

#13 By หนูหนึ่งตัว on 2005-09-28 10:39

สังคมไทยไม่เอื้อให้คนเป็นปัจเจกเหรอ ผมไม่รู้ ผมรู้เเต่ว่า นอนอืดอ่านหนังสือที่ชอบมันก็เพลินไปเพลินมาดี

ทำไมคนไทยไม่ค่อยอ่านหนังสือหว่า ผมก็ไม่รู้
เเต่ดูจากมรดกวรรณกรรมร้อยเเก้วร้อยกรองในอดีต คนไทยก็คิดๆขีดๆเขียนๆกันเเยะนะ

คนไทยชอบสบายๆมั้ง ชอบให้คนเล่าให้ฟังไม่ชอบเป็นคนเริ่มประเด็นชอบตามๆกัน สังคมไทยไม่ค่อยปัจเจกนั่นเเหละมั้ง

เดี๋ยวนี้ในทีวีเขามาสรุปประเด็นให้ฟังรายการพวกนี้ฮิตระเบิดเรยนี่

#12 By nuut on 2005-09-28 08:10


สำหรับอาย อายไม่ค่อยมีความเป็นปัจเจกเท่าไหร่ค่ะ
ไม่ใช่เพราะว่าไม่ชอบอ่านหนังสือนะ
แต่คนรอบข้างทั้งพ่อแม่พี่และเพื่อนๆสนิท
ทุกคนชอบอ่านหนังสือทั้งนั้น
อีกทั้งตอนนี้อายเรียนอยู่ในมหาลัยด้วย การอ่านหนังสือ ติดตามข่าวสารต่างๆจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเราต้องทำ
คัยไม่ทำ คัยมัวแต่ขี้เกียจนี่สิแปลก

อายว่านะการฝึกนิสัยรักการอ่านเป็นสิ่งจำเป็นมากๆเลย หน่วยงานต่างๆควรเข้ามาสนับสนุนหั้ยมากขึ้น หั้ยคนหันมาสนใจการอ่านหนังสือ ดีกว่าไปเห่ออะไรบ้าๆ
ตอนเด็กๆ อยู่เมกา เขาส่งเสริมให้เด็กๆ อ่านหนังสือมากๆ อยู่ที่นั่นก็รู้สึกการอ่านหนังสือเป็นเรื่องปกติทั่วไป ก็เลยเป็นเรื่องปกติสำหรับเราที่จะอ่านหนังสือ ...

#10 By chanon on 2005-09-27 20:05

ง่ะ ตอนเด็กๆผมเฮฮากับญาติพี่น้องนะ
แต่โตขึ้นมาเลือกอยู่กับหนังสือ เพราะที่บ้านสนับสนุนการอ่านหนังสือมากกว่าจะให้ไปเที่ยวเตร่

คนรักหนังสือไม่เป็นปัจเจกหรอกครับ

ตราบใดที่คุณค้นหาเพื่อนที่รักหนังสือเหมือนกันได้
ที่เขียนมาเนี่ยต้องการสนับสนุนความเป็นปัจเจกชน หรือเป่า

ถ้าใช่ ก้อขอยืมมังกรคู่ ภาคต้น เล่ม 2-5 หน่อยน้าจ๊ะ เล่มอื่นอ่านจบหมดแล้วขาดแค่ 3-4 เล่มนี้เอง

ปัจเจกชน = พวกโลกส่วนตัวสูง

**แฮรี่ พอตเตอร์ภาคอังกฤษอ่านแล้วทรมานหัวใจ อ่านได้แค่ 2 หน้าเอง แง้ๆ ถ้าเป็นภาษาไทยคงอ่านจบไปนานแระ พยายามเข้า

#8 By KissingKissMe ~ on 2005-09-27 13:58

#4 อ่านหนักๆไปถึงจุดนึง จะหาเพื่อนคุยเรื่องที่กำลังอ่านยากครับ เรื่องหนังสือทั่วๆไปยังทำเนา แต่ที่กำลังอ่านเนี่ย มันของใครของมันจริงๆ(เขาก็อ่านของเขา เราก็อ่านของเรา)
#6 นั่นแหละ ที่ผมใช้ทำให้น้องรักการอ่าน พี่อ่าน ที่บ้านอ่าน น้องๆมันก็ตาม จนตอนนี้อ่านทั้งบ้าน

#7 By house on 2005-09-27 07:23

ไม่เห็นจะยาก ทำให้การอ่านเป็นแฟชั่นซะเลยสิ ทำให้มันรู้สึกว่า ทำแล้วเท่ห์ ทำแล้วดูดี หญิงชอบผู้ชายที่อ่านหนังสือ ผู้ชายก็ชอบผู้หญิงที่นิยมอ่านเรื่องดีๆ เดี๋ยววันรุ่นนักตามอย่างก็ค่อยๆไปหาหนังสือมาแหละ เริ่มแรกอาจจะถือโชว์เฉยๆ แต่มันก็ต้องได้อ่านบ้างแหละ (ก็ยังดี)

ดูแนวโน้มแล้ว คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้นแหละ .. อีก 10 ปีงานหนังสืออาจต้องจัดที่ Impact โดนใช้ทุก Hall ก็ได้นะ .. ไม่ใช่สำนักพิมพ์เพิ่มขึ้นมากขนาดนั้นหรอก แต่คนเดินจะเยอะขึ้น

#6 By panu on 2005-09-27 02:45

" ปัจเจกชน " !!!! เพิ่งอ่านหนังสือเรียนจบ เจอคำนี้เต็มเลย เข้ามาเล่นเน็ตยังเจอ เหอๆ

#5 By t74 * always , missing on 2005-09-27 00:51

นัทว่า ที่บอกว่า ไม่มีเพื่อนคุย มันไม่น่าจะขนาดนั้นนะคะ
เพราะนัทเองก็โตมากับกลุ่มเพื่อนที่อ่านหนังสือ เหมือนๆกัน

คือตั้งแต่เด็ก นัทอาจจะไม่ได้อ่านมากมายขนาดนั้น เพราะที่บ้านไม่มีหนังสือมากเท่าไหร่น่ะค่ะ พ่อแม่นัทเค้ามองหนังสือว่าเป็นของที่ราคาแพง เกินไป แต่เวลานัทไปเล่นบ้านเพื่อนคนนึง บ้านเค้ามีหนังสือมากมายเลย ซึ่งนัทไปแล้วก็อดสนใจอดหยิบยืมมาอ่านไม่ได้ อ่านจนหมดเลย แปลก ... ทั้งที่เพื่อนนัทคนนี้ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่แม่เค้าก็ซื้อมาให้ เลยรู้สึกอิจฉาเล็กๆ

อ่านแล้วก็เห็นด้วยค่ะ ว่ามันใช้ความเป็นปัจเจกมากๆเลย
แต่เพราะไอ้ความเป็นปัจเจกนี่รึป่าวคะ?

ถึงทำให้มองไม่เห็นเพื่อนที่อ่านหนังสือเหมือนกันๆ
เพราะต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเองน่ะ

ต้องใช้เวลาและโอกาสในการหาเพื่อนคุยน่ะค่ะ
ไม่ใช่ว่าไม่มีหรอกค่ะ

เพียงแต่เราต้องมองดีๆว่าใครบ้าง .. เท่านั้นเอง

อ่านแล้วนัทชอบประโยคนี้จังค่ะ

ความเบื่อ ความอยากรู้อยากเห็น ความเหงา กวักมือเรียกผม เข้าสู่โลกหนังสือ เพื่อนซึ่งไม่เคยทรยศ และดินแดนกว้างใหญ่แห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขต

มันใช่เลยค่ะ

นัทรู้สึกเลยว่าหนังสือเป็นเพื่อนที่ไม่เคยทรยศจริงๆค่ะ
ใช้เวลาไป มากกว่าค่อนวันในการเดินร้านหนังสือได้ไม่เบื่อเลยจริงๆนะคะ

แต่ขอยกเว้นประเภทนึง

หนังสือเรียน พวก text อ่ะ เหมือนยานอนหลับดีๆนี่เอง

#4 By Na - th (นัท) on 2005-09-27 00:39

ไม่เคยคิดเหมือนกันนะ
แต่พออ่านแล้ว

ก็คิดตาม และก็เห็นด้วยนะ
เวลาอ่านหนังสือเนี่ย ใช้ความเป็นส่วนตัวมาก ๆ

#3 By ข้าวปุ้น on 2005-09-26 23:39

พิมพ์ผิด "ว่าบ้า"

#2 By ลิ่ว on 2005-09-26 23:16

หลังๆ ก็ดีขึ้นนะ

ผมข้ามไปอีกขั้นด้วยการแตก Thread อ่านมันพร้อมกันสามเล่ม นิยายเล่มนึง ธุรกิจเล่มนึง คอมอีกเล่มนึง

คนอ่านหนังสือด้วยกันก็ยังมองว่าช้า

#1 By ลิ่ว on 2005-09-26 23:15