Rookie Investor
posted on 19 Jun 2005 20:46 by house in Value-Investorอาทิตย์ที่แล้ว Paepae เขียนเรื่องการเทรดหุ้นแบบ Day Tradeไปแล้ว ก็เกิดการคันไม้คันมืออยากจะเล่าบ้างละครับ ว่าไปไงมาไง โปรแกรมเมอร์คนหนึ่งถึงได้หันมาสนใจตลาดทุนไทย
ผมได้ยินคำนี้ครั้งแรกๆ คงเป็นจากเพลงของคาราบาวครับ "คนจนวกวนเล่นหวย คนรวยๆเขาไปเล่นหุ้น" ผมเป็นคนเกลียดการพนันครับ ก็เลยตีว่า หวย กับหุ้นมันก็คงคล้ายๆกันแหละ แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรมัน จนเมื่อราวๆ 3 ปีก่อน มีเพื่อนคนหนึ่งเปิดประเด็นว่าทำไมรัฐบาลถึงอาศัยความคึกคักของตลาดหุ้น เป็น ตัวชี้วัดเศรษฐกิจช่วงนั้นก็อภิปรายกันกว้างขวางแล้วก็ทำให้หลายๆคนในรุ่นตอนนั้น ตัดสินใจไปหาความรู้เพิ่มเติม
Paepae กับผมสมัครขอเข้ารับอบรมโครงการ นักลงทุนรุ่นใหม่ ของตลาดหลักทรัพย์ แต่เนื่องจากที่มีจำกัดครับ Paepae ก็เลยได้ไปอบรมคนเดียว ตัวผมเองก็อาศัยการอ่านหนังสือเองทดแทนเอา หนังสือที่อ่านเล่มแรกๆ เป็นหนังสือ ของวีระ ธีรภัทร ครับ อ่านจบก็รู้สึกมันไม่ต่างจากหวยซักเท่าไหร่ รู้สึกว่าไม่น่าใช่ก็เลยเข้าหอสมุด เอาหนังสือชื่อ หลักการลงทุน ของอาจารย์ พัชรีมาอ่าน
ก็ได้หลักการกับทฤษฏีขั้นต้นมาเยอะครับ แต่คำถามที่ยังรบกวนจิตใจคือ ถ้ามันทำนายได้แม่นเป๊ะตามทฤษฏียังงี้ ทำไมยังมีคนขาดทุนอีกล่ะ แล้วไอ้กราฟยึกยือ ที่เขาอ่านๆกันนั่นหมายความว่ายังไง ผมสรุปว่าเมื่อยังมีข้อสงสัยพวกนี้แสดงว่ายังศึกษาไม่พอครับ แต่ก็ไม่รู้จะไปอ่านอะไรแล้ว ก็เลยเพลาๆไป
จบปี 3 ก็ต้องไปฝึกงาน ช่วงนั้นก็ไล่ล่าหนังสือชุด วาทะของคนดังมาอ่านครับ ตั้งแต่ บิล เกตต์ โอปร่า วินเฟรย์ แล้วก็มาถึง วอร์เรน บัฟเฟต หนังสือเล่มนี้ไปจุดประเด็นการลงทุนในตลาดหุ้นของผมขึ้นมาใหม่ บัฟเฟตมีหลักการลงทุนที่ชัดเจนและถูกใจผมมาก มันอาศัยการคำนวณอย่างถ่องแท้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธุรกิจ และความสำนึกว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบและต้องมีส่วนป้องกันความผิดพลาดเสมอ บัฟเฟตแสดงให้เห็นว่า ขาดทุน หรือกำไร เราเลือกได้ ผมตัดสินใจว่า เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด ผมจะเล่นหุ้น ผมก็ต้องตามเซียนหุ้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคนนี้แหละ บัฟเฟต ใช้กลยุทธการลงทุนที่อาจเรียกได้ว่า การลงทุนแบบเน้นคุณค่าฉบับประยุกต์ ซึ่ง ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นำเข้ามาใช้ได้ผลแล้วในประเทศไทย ผมไล่ล่าหนังสือทุกเล่มของ ดร. มาอ่าน ยิ่งอ่านก็ยิ่งถูกใจ การลงทุนลักษณะนี้ ไม่ตามภาวะตลาด ไม่ต้องตามราคาหุ้น ติดตามข่าวเพียงวันละครั้ง ก็เพียงพอ และที่สำคัญที่สุด คือ เซียนหุ้นจำนวนมากในประวัติศาสตร์วอลสตรีท ประสบความสำเร็จด้วยปรัชญาการลงทุนเช่นนี้
ผมใช้เวลาตลอดเทอมแรก ของปี 4 ทำความเข้าใจหลักการของการลงทุนสไตร์นี้ และพบว่า มันต้องการทักษะ หลายด้านเหลือเกินเพื่อที่ ทำให้สามารถนำมันมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งผมไม่มีซักอย่าง การเร่งพัฒนาความรู้ทางการเงินกลายเป็นเรื่องที่จำเป็น พร้อมๆกับการติดตามภาวะตลาดหุ้นไทย เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลสะสมก่อนลงสนามจริง ในปีถัดไป นอกจากนี้ ผมก็ต้องเตรียมตัวสำหรับทำโปรเจ็กสำหรับจบการศึกษา ช่วงนั้นผมต้องทำหลายๆอย่างมากในเวลาเดียวกัน แต่ก็สนุกจริงๆครับ(ต่อคราวหน้า)

#1 By PaePae on 2005-06-19 21:24