หลังๆนี่อ่านกระทู้เกี่ยวกับการศึกษาเยอะ ครับ มีทั้ง อาจารย์ ห่วยๆ ระบบงี่เง่า แล้วก็ ลูกศิษย์จบมาไม่ได้เรื่อง ก็พอดี กับ ลิ่ว เขียนเรื่องมาตรฐานของนิสิตพอดี ก็ขอยำ เป็นเรื่องเดียวกันละกัน

ผมคิดว่า ปัญหาเหล่านี้ มันเกิดขึ้นมา เพราะความคิด ของผู้มีอำนาจ มองปัญหา ผิดครับ เมื่อโจทย์ผิดเสียแล้วจะให้ได้คำตอบถูกมันก็คงยาก อย่างเรื่อง แอดมิชชั่น ที่บอกว่าจะแก้ปัญหาเด็กกวดวิชานั้น ผิดไปไกลมาก เนื่องจาก เด็กมาเรียน เพราะต้องการความรู้ การที่นักเรียน ใฝ่รู้เพิ่มเติม ผมยังไม่เห็นว่าผิดตรงไหน ถ้าบอกว่าทำให้ไม่ตั้งใจเรียนในห้อง ก็หมายความว่า จริงๆ แล้วโรงเรียนน่ะสอนห่วยและต้องโดนปรับปรุงต่างหาก

ในกรณีของที่ลิ่วเขียน จะพบว่า มาตรฐาน ที่ตลาดแรงงานต้องการ กับระบบ ที่ใช้ตรวจสอบนั้น มันก็ไม่ตรงกัน ความรู้ที่อัดเข้าไป มันไม่มีทางทำให้ นิสิต เขียนโค้ดได้ดีขึ้น ถูกหลักการมากขึ้น เพราะของพวกนี้เป็นประสบการณ์ ที่จะได้มาก็ต่อเมื่อ เขียนโค้ดถึงระดับหนึ่ง และ เห็นตัวอย่างจากโค้ดเก่าๆ ผมเชื่อว่ามีโปรแกรมเมอร์น้อยคน ที่หัดเขียนโปรแกรม ก็เขียนโค้ดที่มีตัวแปรเข้าใจง่าย สื่อความหมาย ถึงบอกเขาก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะเขียน เพราะโปรแกรมมันเล็ก มันไม่เห็น ต้องรอเขาเขียนโปรแกรมยาวซัก 500 บรรทัดขึ้นก่อนแล้วถึงจะค่อยๆซึมซับว่า ต้องตั้งชื่อตัวแปร แบบนี้นะ ดังนั้นเมื่อไปตั้งโจทย์ผิดว่า ความรู้นิสิต ไม่พอ แล้วอัดเพิ่มเสียแล้ว ก็แน่นอนที่ยิ่งไถลออกนอกทาง

ปัญหาพวกนี้ทั้งหมดน่าจะแก้ได้ไม่ยาก ถ้าผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจรับ ฟีดแบ็ค กลับเสียบ้าง ระบบป้อนกลับทางลบ ทำให้แอมป์เสถียรฉันใด การรับฟังความคิดเห็นคนอื่นก็เป็นเหตุให้บิล เกต ยิ่งใหญ่ฉันนั้น การเอาอัตตา พอกไว้เต็มตัวแล้วซุกอยู่ข้างในมันไม่เคยเป็นผลดีกับใครเลย ใครๆก็รู้ แต่ก็ไม่ค่อยจะยอมทิ้งอัตตา บ้าๆนั่นไป

อ้อ จริงๆแล้ว ในกรณีของเกษตร ถ้าต้อนนิสิตทั้งหมด เข้าแล็ป ได้ตั้งแต่ ปี 3 ผมว่า ปัญหาพวกนั้นจะค่อยๆหมดไปนะ เพราะการไปเห็นโค้ด ของพี่ๆ ได้งานพิเศษจากอาจารย์ น่าจะทำให้ประสบการณ์กว้างขึ้น ชักเพ้อเจ้อ หลงประเด็นละ จบดีกว่า


edit @ 2005/06/16 20:36:27

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อื้มจริงแฮะ เจอเองดีกว่ามีคนบอกว่าจะเจออะไร.

#1 By P.S. on 2005-06-10 22:54

เรื่อง feedback กลับไปให้อาจารย์นี่ เพราะบัณฑิตที่จบไปก็ไม่ยอมทำด้วยแหล่ะ จบแล้วก็จากไปเลย

ได้กลับไปนั่งคุยกับอาจารย์แล้วรู้เลย

#2 By PaePae on 2005-06-10 23:08

ยากฮะ ตราบใดที่สังคมยังเอาระบบอาวุโสเป็นหลักในการพิจารณายอมรับความคิดเห็นคนอื่น

p.s. เรื่องโค้ด เรื่องตัวแปร เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปลูกฝังโปรแกรมเมอร์หน้าใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ ฮะ เพราะถ้านานไปอัตตาจะเพิ่มขึ้น เราพูดอะไรไปเค้าก็ไม่ฟังหรอก

#3 By リリース on 2005-06-10 23:09

บางครั้งการแสดงความคิดเห็นของเราก็ไร้ค่า..เพราะต้องถูกจำกัดสิทธิ์..นี่แหละค่ะ

กำลังเจออยู่กับตัวเหมือนกัน..

#4 By ครูตอง® on 2005-06-11 16:11

ผมคิดว่ามันเป้นที่พื้นฐานการศึกษาไทย ที่เป็นแบบผู้รับฝ่ายเดียวมาตลอด คือนักเรียนก็ตั้งความคาดหวังว่าเขาจะได้รับความรู้ "ทั้งหมด" จากอาจารย์ผู้สอน โดยไม่ต้องไปหาเพิ่มเติม

ดังนั้นจึงกลายเป็นว่า เด็กไทยก็จะรู้อะไรแค่เพียงในตำรา ซึ่งการฝึกฝนนอกตำราต่างหากที่จะนำไปใช้ได้จริง

#5 By tamanxzg on 2005-06-11 17:35

ผมว่า ถ้ามีทางสอนให้เด็ก สนุกไปกับสิ่งที่เรียนได้ ปัญหานี้จะคลี่คลายไปได้เยอะครับ
นั่นคือผู้สอนต้องเก่งที่จะเป็น "ครู" ด้วย ไม่ใช่เก่งด้านวิชาการอย่างเดียว
ส่วนเรื่องในทางปฎิบัติ ว่าจะทำยังไง คงต้องมองเป็นกรณีๆไป

เช่น ตาม ต.ย. ที่ยกมา ลองยกตัวอย่างโค้ดมาอันนึง แล้วเอามาให้เด็กนั่ง optimize มาเป็นการบ้าน ใครแก้ไขได้เยอะ ยิ่งได้คะแนนเยอะ (ความคิดของคนไม่ได้เรียนสายคอม แค่ชอบเขียนโปรแกรมเล่นเป้นงานอดิเรก ผิดถูกขออภัย)

#6 By ม่อน on 2005-06-11 23:26

#2 ไม่ว่างอะ พนักงานบริษัทจะว่างได้ไง
#3,4,5 ถูกเป๋งเลยครับ
#6 ไอเดียดีครับ เอ้า paepae ว่างๆฝากไปบอกอาจารย์ด้วยเน้อ

#7 By house on 2005-06-11 23:52

#6
ตัวอย่างที่ยกมามันไม่ง่ายเลย อาจารย์ต้องเก่งพอ
จริง ๆ ให้ optimize อย่างเดียวไม่พอ ต้องให้วิเคราะห์ด้วย รู้จัก best case worst case ไม่งั้นก็ไม่มีประโยชน์ (โยงไปเรื่อง complexity แล้ว)

#8 By PaePae on 2005-06-13 02:12

#8
ถูกต้องเลยครับ อาจารย์ต้องเก่ง
แต่ถ้าออกการบ้านมาแบบนี้ อาจจะเจอเด็กที่เก่งกว่าอาจารย์โผล่ออกมาก็ได้นะครับ
แล้วเราก็โยนให้เด็กคนนั้นเป็นคนเฉลยการบ้าน,ตรวจการบ้าน แทนอาจารย์ซะเลย สบายไปเลย(ฮา)

#9 By ม่อน on 2005-06-13 15:37

เห็นด้วยครับๆๆ

#10 By chanon on 2005-06-15 16:08

ปัญหาอาจารย์ขาดแคลนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ได้ส่งผลกระทบในปัจจุบัน
(โทษใคร ก็โทษนักศึกษาหน้าเงินในสมัยนั้น ที่เก่งแล้วแต่ไม่ยอมเป็น
อาจารย์) การให้ผลตอบแทนมากในปัจจุบันดึงคนเก่งเข้ามาได้ก็จริงแต่
ไม่ได้การันตีว่าจะได้คนดีเข้ามา

ได้แต่หวังว่านักเรียนทุนที่ทยอยกลับมามากมายในปัจจุบัน จะทำตัว
เป็นเหมือนม้าแข่ง สร้างผลงานและคุณภาพ (ไอ้พวกนี้มันก็นักศึกษาเมื่อ
สิบกว่าปีก่อนไม่ใช่เหรอ)

สรุปไม่ต้องโทษใคร ทุกสิ่งคำตอบมันก็ย้อนกลับมาที่ตัวนักศึกษา
เองนั่นแหละ ถ้าต้องการให้อะไรดี คนที่จบไปแล้วก็ต้องเลือกทิศ
ทางที่จะปรับปรุงอดีตของตัวเอง ไม่งั้นใครจะมาทำ อาจารย์ที่โดน
ด่าเมื่อสิบปีก่อนก็เป็นอย่างนั้นจนปัจจุบัน ให้ทำไงหล่ะ

#11 By พี่จอย (134.28.49.143) on 2005-06-15 16:37

#11 อืม มุมมองจุลภาคกับมหภาคมันก็ไม่ค่อยตรงกันซะด้วยสิ ผมคิดว่าการได้ค่าตอบแทนน้อยเลยไม่เป็นอาจารย์นี่เป็นเรื่องปกตินะ อุดมการณ์มันกินไม่ได้ ระหว่างไปเป็นวิศวะในบริษัทข้ามชาติ เงินเดือนๆมากๆ มาให้พ่อแม่ มีเงินส่งลูกเรียนสูงๆ กับเป็นอาจารย์เงินเดือนต่ำๆ เพื่ออุดมการณ์ คนเลือกอย่างหลังคงไม่เยอะนักหรอก คนส่วนมากก็อยากได้สิ่งที่ดีให้ตัวเองก่อน แล้วถึงเผื่อแผ่ นี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ การหวังว่านักเรียนทุนจะกลับมาแก้ไข และ ควรจะแก้ไขก็ถูก แต่ถ้าระบบยังหวังจาก อุดมการณ์ เพียวๆมันก็คงไม่ถึงไหน มันควรจะมีโครงสร้างค่าตอบแทน ที่เอื้อให้คนมีความสามารถแต่อุดมการณ์น้อยหน่อย เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยมากกว่า

#12 By house on 2005-06-15 19:55

ตอบ #11 ให้ตัวนักศึกษาเองทำตัวให้ดีขึ้น แต่ก็เพราะมีอาจารย์เป็นอุปสรรคนี่ไง ถึงได้ระบุปัญหาว่าเป็นที่อาจารย์

#13 By P.S. on 2005-06-15 21:29

ตอบ 12-13

ผมยืนยันนะครับ ว่าระบบใดๆ ที่เสียหายหรือไม่ดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่
กับตัวอาจารย์ อย่างที่ PaePae พูดน่ะถูกแล้ว หนึ่งนักศึกษาที่จบ
ไปแล้วควรจะทำตัวให้เสมือนหนึ่งทัดเทียมกับอาจารย์ผู้เคยสอน
ในแง่ที่ไม่เกี่ยวกับสังคม บ่อยครั้งที่นักศึกษากลัวความอาวุโส
ไม่ได้คำนึงถึงความถูกผิด

ผมเคยพูดกับเพื่อนๆ เสมอว่า "กูก็เห็นว่าพวกมึงเอาแต่ด่าๆ
มหาวิทยาลัย สถาบัน แต่กูก็ไม่เห็นว่าพวกมึงจะมีความคิด
อะไรที่มันจะย้อนกลับมาพัฒนาสิ่งที่พวกมึงคิดว่ามันห่วยๆ อยู่
ทุกวันนี้เลย"

#13 อะไรที่คิดว่าอาจารย์เป็นอุปสรรค ซักวันผมอยากเห็นว่า
ศิษย์เก่าเข้าไปต่อว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยตรงๆ ว่าสอนลูก
ศิษย์อย่างนี้ได้ไง มากกว่าเข้าไปประจบขายของ เท่าที่เห็นก็
เสี้ยมรุ่นน้องให้เกลี่ยดอาจารย์คนนั้นคนนี้ บ้างก็ด่าลับหลังไป
แล้ว

#14 By พี่จอย (134.28.49.143) on 2005-06-17 00:20

ตอบ #14 ด่าต่อหน้าผมก็เคยมาแล้วครับ ลุง (ไม่ขอเรียกว่าอาจารย์) แกเล่นสอนผิดๆ แล้วโดนท้วงจนต้องจำนวนด้วยเหตุผลแล้วแท้ๆ ยังมาว่าฝ่ายผมผิด จะไม่ให้เรียกว่าเป็นอุปสรรคเหรอครับ

#15 By P.S. on 2005-06-17 23:07

^
^
^ จำนน ไม่ใช่จำนวน ขออภัย - -"

#16 By P.S. on 2005-06-17 23:07