คุณเริงชัย กับ แบงค์ชาติ
posted on 31 May 2005 21:44 by house in Social-Politicกลับมาอ่านข่าวตอนเย็น แล้วก็เจอหัวข้อข่าวน่าสนใจ
เริงชัย แพ้คดีปกป้องค่าเงินบาท ชดใช้แบงก์ชาติกว่า 1.8 แสนล้าน
สรุปคร่าวๆว่านายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการแบงค์ชาติ แพ้คดี ที่แบงค์ชาติยื่นฟ้องในความผิดฐานละเมิด ในการปกป้องค่าเงินบาท และต้องชดใช้ค่าเสียหาย 1.8 แสนล้านบาท
ในช่วงเกิดวิกฤตในราวปี 39-40 นั้น ผมยังมีความรู้ทางด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์น้อยมาก การติดตามด้านการเมืองก็น้อย ประกอบกับเอกสารหลักฐานต่างๆก็แทบไม่มีหลุดออกมาให้เห็น ก็คงขอเชื่อตามศาลไปก่อนว่า คุณเริงชัยผิดจริง
อย่างไรก็ตาม ผมมีความรู้สึกว่า ตัวละครในงานนี้ไม่ครบ คุณเริงชัย น่าจะเป็นเพียง "เบี้ย " ตัวหนึ่งในกระดานเท่านั้น แม้เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด แต่คณะกรรมการของแบงค์ชาติ หรือ รมต กระทรวงการคลังในขณะนั้น ไม่ต้องรับผิดชอบเลยหรือ? ไม่น่าเป็นไปได้ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแต่สาวไม่ถึงมากกว่า
ผู้เกี่ยวข้องจริงๆ น่าจะยาวเป็นหางว่าว เท่าที่ผมทราบคือ
1. รบ ชาติชาย "บุฟเฟต์คาร์บิเน็ต" ส่งเสริมการลงทุนอย่างมาก และทำให้เกิดการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์อย่างรุนแรง
2. ผลจากการเก็งกำไร ทำให้ราคาที่ดินสูงเกินความเป็นจริง เกิดภาวะเงินตึงตัว รบ ชวน1 ตัดสินใจเปิดเสรี ทางการเงิน BIBFอนุญาตให้กู้เงินตราต่างประเทศ เพื่อแก้ไขภาวะเงินตึงตัว แต่การกู้ยืมเป็นไปอย่างรุนแรงกว่าที่คาดและ ไม่สามารถควบคุมได้
3. รบ ชวลิต "จิ๋วหวานเจี๊ยบ" เดินทางสองแสนไมล์มารับตำแหน่ง เกิดภาวะขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การส่งออกต่ำกว่าเป้า นำไปสู่การเก็งกำไรค่าเงิน ภายใต้การนำของ จอร์จ โซรอส "พ่อมดการเงิน" หลายละลอก ธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของนายเริงชัย มะระกานนท์ เข้าตอบโต้โดยทำการซื้อขายเงินบาทล่วงหน้า แม้จะชนะในหลายศึก แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้สงคราม จำต้องลอยค่าเงินบาท และส่งจดหมายแสดงความจำนงไปยัง IMF เป็นการเสียเอกราชทางเศรษฐกิจ ของไทย
4. รบ ชวน2 เข้ารับหน้าที่ต่อ โดยสองขุนพลเศรษฐกิจ นายธารินทร์ นิมมาเหมินทร์ และ ดร ศุภชัย พาณิชภักดิ์ เข้าควบคุมระบบเศรษฐกิจ มีการออกกฏหมายที่ต่อมาเรียกขานว่า "กฏหมายขายชาติ"(ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับชื่อนี้) 11 ฉบับ มีการประมูลขายสินทรัพย์ ผ่าน ปรส ใน รบ นี้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นการขายสมบัติชาติในราคาถูก
เหตุการณ์หลังจากนั้นคือเรามาปลดแอก IMF ได้ใน รบ ทักษิณ 1 ซึ่ง ปชป ก็อ้างว่าเป็นผลงานสืบเนื่องของตนเองในสมัยรัฐบาล ส่วน ทรท ก็บอกมันไม่เกี่ยวเลย
เห็นได้ว่า วิกฤตครั้งนั้น เกี่ยวพัน อย่างน้อย 4 รบ และเกี่ยวพันหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก ผมตามค้นเอกสารและเรื่องราวในช่วงนั้นจากหลายแหล่ง แต่ด้วยพื้นความรู้ทางเศรษฐศาสตร์และข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ทำให้ยากในการตัดสินว่าใครผิดใครถูก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ค้นได้ ก็บอกหลายอย่าง คือความเชื่อของบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับวิกฤตครั้งนี้นั้นผิดจากความเป็นจริงไปไกลลิบ โดยหลงเชื่อคำพูดของนักการเมือง(หารสิบยังเชื่อไม่ค่อยได้) และสื่อมวลชนที่ก็คงไม่ค่อยรู้เรื่องเศรษฐกิจ
เรื่องนี้คงสู้กันอีกยาว คุณเริงชัย คงไม่มีเงินจ่าย และอุทธรณ์ แน่ๆ ผมก็หวังว่า มันจะจบลงอย่างยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ถ้าคุณเริงชัยไม่ผิดก็ขอให้ชนะคดี ถ้าผิดก็ขอให้แพ้ก็แล้วกัน
เรื่องมันเก่าแล้ว สาวตัวการก็ไม่ถึง(และอาจไม่มี ความผิดพลาดเล็กๆ อาจรวมกันเป็นความผิดพลาดใหญ่) ก็อยากให้จบๆไปซะ ตอนนี้ผมห่วงเรื่องใหม่มากกว่า เมื่อ พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ออกมาทำนายว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ใน 3 - 5 ปี และกระเทือนไปทั่วโลก แม้ว่าจะเบากว่าครั้งที่แล้ว
หวังว่า รบ คงพร้อมแล้วนะคราวนี้ ผมไม่อยากซวยไปด้วย!
edit @ 2005/05/31 22:01:32
edit @ 2005/05/31 22:02:02

ผมว่าช่วงนี้รอหุ้นขึ้นครั้งใหญ่ๆ แล้วเททิ้งได้เลยครับ
เอาเงินไปเรียนต่อดีกว่า
#1 By ลิ่ว on 2005-05-31 22:06