ขสมก กับ วิธีแก้ไข
posted on 19 May 2005 20:43 by house in Social-Politicอยากเขียนมาหลายวันละ แต่งานเยอะมาก ไหนๆก็ไหนๆ อู้ซักว้นละกัน
เมื่อหลายวันก่อน อุบัติเหตุซ้ำๆซากๆ กับรถร่วมก็เกิดขึ้นอีกจนได้ และคราวนี้ต้องถือว่า ขสมก ถูกหวยเข้าอย่างจัง เมื่อผู้ประสบเคราะห์ เป็นแฟนคลับ ของ คุณสรยุทธ์ พิธีกรชื่อดัง ทำให้เรื่องดังขึ้นมาทันที
จริงๆแล้ว เรื่องรถเมล์ผมติดใจมานานแล้ว และทางสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) เคยออกรายงานสั้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการรับส่งผู้โดยสารและแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2004 ซึ่งสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ ที่พนักงานขับรถ ให้ไว้กับ www.manager.co.th คือ พนักงานขับรถร่วมจำเป็นต้องวิ่งทำรอบ เพราะไม่มีเงินเดือน การแย่งผู้โดยสาร จึงเป็นปัจจัยทำให้ต้องเร่ง แซง ปาด ตัดหน้า เพื่อไปให้ถึงป้ายถัดไปก่อนรถคันอื่นๆ
พอเกิดอุบัติเหตุงวดนี้เข้า กระบวนการล้อมคอกแบบเดิมๆ ก็เริ่มโผล่ออกมา ซึ่งในความเห็นผมแล้ว ก็ยังเบาเกินไปอยู่ดี ในขณะเดียวกัน หลายๆคนก็ออกมาแสดงความเห็นให้ ขสมก ยกเลิกรถร่วม แล้วหันกลับมาเดินรถทั้งหมดเอง แต่ขสมก ตอบว่าทำไม่ได้เนื่องจากไม่มีรถเพียงพอ มีขาดทุนสะสม และหนี้มาก โดยขาดทุนเฉลี่ยวันละ 7 ล้านบาท
ผมคิดว่าหากให้ ขสมก กลับมาทำทั้งหมดเองจริงๆ รัฐบาลคงต้องทุ่มงบประมาณทันที หลายพันล้าน เพื่อเคลียร์หนี้ และลงทุนเพิ่ม ในขณะเดียวกัน ก็ต้องอนุญาตให้ ขสมก ปรับค่าโดยสาร หรือไม่ก็ต้องยอมตกลงจ่ายชดเชยค่าโดยสาร เพื่อป้องกันไม่ให้วัฏจักรขาดทุนซ้ำซากกลับมาอีก ทางไหนก็ไม่ค่อยน่าพิสมัย
ผมมองในมุมกลับกัน คือ ตลาดขนส่งมวลชน เป็นตลาดกึ่งผูกขาด เนื่องจาก ขสมก ให้สัมปทานไป และ ขาดการกำกับดูแลที่ดี ทำให้ไม่มีแรงจูงใจสำหรับผู้ประกอบการในการปรับปรุงคุณคุณภาพการให้บริการ
ผมเป็นพวกชอบตลาดเสรี ก็เลยจะเสนอแหวกแนวซักหน่อย คือ ให้ ขสมก ไม่เดินรถเอง แต่เปลี่ยนมาเป็นองค์กร ตรวจสอบดูแลเต็มรูปแบบ มีรายได้จากการรับรองมาตรฐาน และส่วนแบ่งรายได้ ของสมาชิกที่เดินรถในแต่ละสายเป็นรายปี โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ประกอบการ แต่มีสิทธิกำหนดเพดานค่าโดยสารได้ตามที่เห็นสมควร
ใครทำได้ตามเงื่อนไข ก็มีสิทธิเข้ามาเดินรถ ขสมก มีสิทธิต่ออายุ / ระงับใบอนุญาตได้ตามกฏเกณฑ์ที่กำหนด
ขสมก ไม่มีสิทธิระงับใบอนุญาต ของ สมาชิกรายใด หากไม่มีกฏเกณฑ์บังคับไว้ และกฏเกณฑ์นั้น จะมีผลบังคับใช้ กับสมาชิกเดิม หลังออกมาแล้ว อย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม
ในทางกลับกัน ขสมก ไม่มีสิทธิไม่รับสมาชิก หากเขาไม่ทำอะไร ขัดกฏเกณฑ์
กฏเกณฑ์ที่ผมเห็นว่าควรมี ก็เช่น
1. ผู้ประกอบการต้องเป็นนิติบุคคล ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 20 ล้านบาท
2. รถที่ใช้ ต้องมีชื่อบริษัท ชัดเจนเห็นได้แต่ไกล
3. ต้องมีการตรวจสภาพรถประจำปี และรักษารถให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
4. การร้องเรียน จากผู้โดยสาร จะถูกเก็บสถิติ ทุกปี อัตราค่าต่อใบอนุญาต ปรับตามเงินเฟ้อ ทุกปี + อัตราร้องเรียนที่เปลี่ยนไป ถ้ามีคนโวยเยอะๆ ก็ปรับให้เจ๊ง เอาเงินเข้ารัฐ
5. ต้องทำประกันภัยบุคคลที่ 3 ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากประมาท ต้อง แบล็คลิสต์คนขับ และห้ามไม่ให้ กลับมาขับรถอีกไม่ว่าบริษัทใดๆ
6. ใบสั่งจากตำรวจ เก็บสถิติเหมือนกัน ใช้เป็นฐานค่าปรับแบบข้อ 4
7. หากยอดปรับจาก 4+6 ถึงขีดๆหนึ่ง สมาชิกภาพจะถูกยกเลิกถาวร ผูกพันผู้ถือหุ้นทุกคน ห้ามเข้ามาในธุรกิจนี้อีก 3-5 ปี
8. ยอดร้องเรียน + ใบสั่ง แยกตามพนักงานขับรถ + พนักงานเก็บเงินด้วย สูงถึงยอด พนักงานจะโดนแบล็คลิสต์ก่อน
บริษัทไหน ห่วย สถิติใบสั่งกับร้องเรียนจะพุ่งพรวด ใช้เป็นแหล่งเงินให้รัฐ ก่อนยกเลิกสัญญาไป ติดชื่อบริษัทตัวใหญ่ๆ เห็นชัดๆ จากที่ไกลๆ ชาวบ้านชาวช่องรู้หมดก็จะไม่มีคนขึ้น
คนขับห่วยๆ ก็จะค่อยๆโดนแบล็คลิสต์ ออกนอกระบบไป
พอใช้ได้ไหมครับ?

แต่ผมว่าเราควรทำ Profiling การใช้รถคนกรุงก่อน แล้วปรับการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างเช่น รถเมล์สาย 140 จากท่าข้ามไปถึงอนุสาวรีย์ ในชั่วโมงเร่งด่วนแล้ว การใช้รถ 60-70% ไปอยู่ที่สุขสวัสดิ์กิโลเมตรที่ 9 ไปอนุสาวรีย์แค่นั้น
จะดีกว่าั๊มั๊ยถ้าตั้งสายใหม่ให้วิ่งแค่นั้น ไม่ต้องตีรถโล่งๆ วิ่งไปไกลๆ
รถตู้คือตัวอย่างที่ดีในการเพิ่มประสิทธิภาพรถ ขสมก. น่าจะเรียนรู้จากตรงนั้นให้มาก
#1 By ลิ่ว on 2005-05-19 21:11