รู้หนึงให้กระจ่าง VS รู้รอบตอบได้
posted on 15 May 2005 10:23 by house in Social-Politicเป็นประเด็นที่ได้มาจากบล็อคของใครคนหนึ่งน่ะครับ(ลืมไปแล้วครับขอโทษ -_-" )
บล็อคนั้นเขียนไว้ว่าในระบบ admission นั้นเด็กที่เก่งและมีอัจฉริยภาพ เพียงวิชาเดียวนั้น มักมีเกรดไม่ดี และอาจเอ็นท์ไม่ติด ทั้งๆที่ถ้าเขาได้เรียนในคณะที่เหมาะสม คะแนนในระดับมหาวิทยาลัยจะสูงมาก
ผมก็เลยมาคิดย้อนว่า เอ แล้วเราควรพัฒนาให้ นร. รู้รอบตัวทุกด้าน หรือ ควรพัฒนาให้นร. รู้และชำนาญเฉพาะในด้านที่เขาถนัด รวมถึงว่าระบบการคัดเลือกควรเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มไหนมากกว่า
ผมค่อนข้างมีแนวคิดโน้มเอียงไปในทางเน้น ทักษะเฉพาะด้านมากกว่า คือ นร. ไม่จำเป็นต้องรู้วิชาทั้งหมด แต่เน้นในสายวิชาที่อนาคตคุณต้องใช้ในการประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อเท่านั้น เพราะวิชาในสายสามัญ ม ปลาย วิทย์ คณิต ผมคิดว่าเป็นวิชาที่ไม่ใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ถ้าคุณไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ใช้วิชาพวกนั้นต่อ ความรู้พวกนั้นก็ต้องทิ้ง แล้วเราจะให้เด็กเรียน(และต้องได้เกรดดีๆ)ให้เหนื่อยทำไม ถ้าจุดหมายชีวิตเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น
การเรียนเพื่อให้รู้รอบตัวเป็นไปได้ สำหรับกรณีที่เด็กยังไม่สามารถแยกแยะความสามารถของตัวเอง ในกรณีนี้ ควรมีการปรับระบบคัดเลือกในการศึกษาต่อ โดยใช้เฉพาะวิชาที่จำเป็นต้องใช้ในการเรียนต่อคณะนั้นๆ เพราะนั่นคือสิ่งที่เด็กคนนั้นชอบ ถนัด ทำได้ดี และต้องใช้ คุณจะเอาวิชาพละ มาตัดเกรดเข้าวิศวะร่วมด้วย หรือ เอาเลขไปตัดเข้าคณะอักษร มันก็ไม่น่าเวิร์ก
หลายๆคนบอกว่าการใช้ทุกวิชาในการพิจารณาเป็นการบังคับให้เด็กตั้งใจเรียน และทดสอบความรับผิดชอบ คำถามที่ผมยังยืนยัน คือ ตั้งใจทำไปทำไม รับผิดชอบ และเหนื่อยไปทำไม ในเมื่อพ้นไปแล้วก็ไม่ต้องใช้ ถ้าทั้งโลกใช้ระบบอย่างนี้ คุณจะเห็น ไอสไตน์ หรือ บิล เกตต์ ประสบความสำเร็จหรือ พอล แอดิชน์ หรือ รามานุจัน อีกล่ะ? พวกนี้จบตั้งแต่ถูกจับเรียน ปรัชญา + ศิลปะแล้ว
แล้วคนอื่นๆคิดยังไงกันบ้างกับประเด็นนี้ครับ แสดงความคิดเห็นกันหน่อย

#1 By (- _- )( _ _ )( -_-) death-note ( * * ) on 2005-05-15 11:01