สงครามธุรกิจมือถือ กับ การผูกขาด
posted on 07 May 2005 20:37 by house in Social-Politicในไทย เป็นที่รู้ๆกันว่า มีผู้ประกอบการธุรกิจมือถือใหญ่ๆ อยู่ 4 ราย คือ
1. AIS
2. DTAC
3. ORANGE
4. HUTCH
และมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น โดยมี AIS เป็นผู้นำส่วน DTAC และ ORANGE ก็ไล่บี้อย่างหนัก ทั้งลดแลกแจกแถมหวังแชร์ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม และก็ทำท่าจะได้ผล เมื่อส่วนแบ่งของทั้งคู่เพิ่มพรวดๆ กวดกระชั้นผู้นำเข้าไปเรื่อยๆ
ตามหลักการตลาดแข่งขันเสรี สถานการณ์อย่างนี้น่าจะเป็นผลประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภค เนื่องจากราคาจะลดต่ำลง สวนทางกับบริการที่ดีขึ้น ผู้ใช้อย่างเราๆท่านๆ ควรจะดีใจ และปล่อยให้บริษัทเหล่านี้โรมรันกันไปตามสบาย
แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น
อุปสรรคหลักๆ ตัวหนึ่งที่เห็นชัดคือการโอนเลขหมายข้ามเครือข่าย(number portability) ยังคงทำไม่ได้ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจาก กทช ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแล ยังไม่ออกแผนแม่บทมาเสียที คงไม่มีใครต้องการเปลี่ยนค่ายมือถือแล้วเดือดร้อนต้องโทรไปแจ้งเลขหมายใหม่กับคนอื่นๆ บ่อยๆ แน่
บริษัทผู้ให้บริการก็เลยยังคงเป็นเสือนอนกิน เพราะการแย่งชิงโดยโปรโมชั่นและบริการ หากไม่แตกต่างกันอย่างเด่นชัดจริงๆ ความวุ่นวายในการโทรแจ้ง ก็จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจอยู่กับเครือข่ายเดิมแม้ว่ามันจะแย่กว่า
โครงสร้างการจ่ายค่าสัมปทานก็ยังคงไม่ชัดเจน โดยแต่บริษัทจ่ายไม่เท่ากัน และการไม่คิดค่าเชื่อมต่อโครงข่าย(Interconnection Fee) ทำให้โครงสร้างการใช้งานเครือข่ายของแต่ละบริษัทบิดเบือนความเป็นจริง
นั่นเป็นปัญหาในทางทฤษฎี ซึ่งก็คงต้องค่อยๆแก้กันไป แต่ที่ร้ายแรงกว่า คือผมเชื่อว่ามีการเล่นไม่ซื่อกับ การกำกับดูแล เพื่อพิทักษ์ส่วนแบ่งการตลาดของตนเอง หรือ กีดกันคู่แข่ง
ในรอบปีที่ผ่านมาคงเห็นได้ชัดว่า แคมเปญ ต่างๆ ของ DTAC ที่นำโดย "คู่หู CEO" วิชัย เบญจรงคกุล และ ซิลเว่ เบรกเก้ นั้นค่อนข้างโดดเด่น และนำหน้า AIS ในด้าน นวัตกรรม และ ภาพลักษณ์ อย่างชัดเจน ซึ่งตอบรับกับ กำไร ที่เพิ่มสูงขึ้นของ DTAC รวมถึงยอดขายของ SIM CARD และ อัตราการโทรออก ซึ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน
ปัญหาแรก คือการที่ DTAC ออกมาร้องเรียนว่ามีการบล็อกสัญญาณของตนไม่ให้สามารถใช้เครือข่าย AIS ได้ และมีอัตราการโทรออกสำเร็จแค่ 4 % เท่านั้น DTAC ได้ยื่นแสดงข้อมูลทางเทคนิคต่อ กทช ว่า แพ็คเก็ต การโทรออกที่มีปัญหาล้วนวิ่งอยู่บนเครือข่ายของตนได้อย่างสมบูรณ์ แต่ไปตกม้าตาย เนื่องจากเกตเวย์ของ AIS ปฏิเสธการให้บริการ
ทาง AIS ออกมาแก้ข่าวว่า DTAC ใช้แบนด์วิท มากเกินไป ทาง AIS ไม่ได้มีนโยบายบล็อก ทราฟฟิกของโอเปอเรเตอร์รายอื่น พร้อมทั้งเสนอแนะให้ DTAC ปรับปรุงโครงข่ายของตนเอง
กทช ออกมาชี้ไปอีกทางว่า น่าจะเกิดจาก TOT ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางทราฟฟิก ไม่พอมากกว่า และทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากร่างกฏยังไม่เสร็จ
ไม่รู้ใครผิดใครถูก แต่คนไม่ได้ใช้ AIS ซวย
ปัญหาถัดมา เป็นปัญหาที่ทั้ง DTAC กับ ORANGE ร่วมกันถล่ม TOT และ กทช คือปัญหาเรื่องเลขหมายไม่พอให้บริการ โดยทั้งสองบริษัทยื่นขอเลขหมาย รายละ 1 ล้านหมายเลขตั้งแต่เดือน มค และยังไม่ได้รับการจัดสรร ทั้งสองบริษัทกล่าวว่าขณะนี้เลขหมายที่เหลืออยู่สามารถจัดสรรให้ผู้ใช้รายใหม่ได้ 4 - 6 สัปดาห์เท่านั้น และหากเลขหมายหมด จะเป็นการเสียส่วนแบ่งการตลาดแน่นอน
ทางคู่กรณีให้เหตุผลไว้น่าฟังมากครับ กทช บอกยังร่างกฏไม่เสร็จ(อีกแล้ว ไม่รู้จะเสร็จชาติไหน) ยังให้เบอร์ไม่ได้ ไม่ต้องทำเรื่องขอมาใหม่ ให้ทำเรื่องขอเร่งรัดการออกกฏแทน ว่าไปนั่น งานนี้ก็เลยมีการออกมาแฉว่า แล้วไทยโมบาย ได้เบอร์ค้างไว้ 14 ล้านทั้งๆที่มีลูกค้าแค่ 2 แสนและที่เหลือตกค้างในมือ AIS อีก 7 ล้านนั้นให้ไปได้ไง
ล่าสุดทาง กทช ก็ออกมาให้ "เลขหมายบรรเทาทุกข์" ไปก่อนโดยบอกว่ามีโควต้ารวมให้ 3 ล้านเบอร์ที่เหลือ อยากได้เพิ่มต้องรอกฏเสร็จ
เอากะเขาซิ การแข่งขันเสรีในวงการนี้คงต้องรอก่อน เพราะคนเสียผลประโยชน์น่ะ "ใหญ่"
ก็ AIS ของนายกนิฮะ ?

เรื่องค่าสัมปทานที่ต่างกันนี่ เข้าใจว่าเกิดจากการเข้าถึงรัฐกันคนละทางของสองค่าย
ข้างนึงเข้าทาง กสท. อีกข้างเข้าทาง ทศท. ทีนี่ต่างฝ่ายเลยต่างเอื้อค่าสัปมทานในส่วนของตน ให้ผู้รับสัปทานของตนกันเสร็จสรรพ เข้าใจว่ารวมไปกับแป๊ะเจี๊ยตอนแรกแล้ว
ถ้าจำไม่ผิด เวลาจ่ายมันจะแปลกๆ คนนึงจ่ายค่าเชื่อมต่อ อีกคนจ่ายค่าคลื่นความถี่
แม้จะไม่ชอบค่ายใหญ่ แต่ผมว่าเรื่องที่ค่ายเล็กออกมาบ่นถึงค่าใช้จ่ายที่แพงกว่านี่ ก็ออกจะเป็นเรื่องเหลวไหลและไม่ควรลดให้ เพราะตอนทำสัญญาก็รู้อยู่แล้ว ทำไมไม่โวยตั้งแต่ตอนนั้น
แต่ถ้าจะลด ผมว่าลดตอน กทช. เกิด แล้วเปิดมันทีเดียวสามสิบราย ตอนนั้นจะเก็บถูกเท่าๆ กันก็อีกเรื่องนึง
ใครจ่ายแพงก็ถือว่าจ่ายค่าได้เปรียบไปแล้วกนั
#1 By ลิ่ว on 2005-05-07 21:28