โอลิมปิกวิชาการ ความคาดหวัง กับ ความเป็นจริง
posted on 02 May 2005 18:59 by house in Social-Politicในฐานะที่ตัวเอง เคยได้รับโอกาสเข้าค่ายอบรมโอลิมปิกวิชาการ เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย เป็นเวลาเกือบๆหนึ่งเดือน ได้รู้ ได้เห็นความเป็นไป ความทุ่มเท และรายละเอียดหลายๆอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้ แล้วก็เลยรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง ที่โครงการโอลิมปิกวิชาการ ถูกเอาไปพูดถึงหลายๆครั้ง โดยคนพูดไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้ววันนี้ก็พลุแตกครับ ขอระบายหน่อย
ทุกครั้งที่มีการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ แล้วไม่ว่าได้เหรียญหรือไม่ ก็จะเป็นข่าวอยู่พักหนึ่ง(สั้นมากๆ) และก็จะถูกนำไปพูดถึง ในสองแง่มุมหลักๆ
แง่มุมแรก คือการศึกษาประเทศไทยล้มเหลวหรือไม่ ทำไมเด็กทุกคนไม่ได้อย่างนี้ และเป็นความล้มเหลวของโครงการด้วยใช่หรือไม่
แง่มุมที่สองคือ ออกมาตีฆ้องร้องป่าวว่า การศึกษาไทย มาถูกทาง เด็กไทยมีพัฒนาการชัดเจน สามารถไปแข่งขันกับนานาชาติได้
เรื่องแรกขอยกไว้ก่อน ไว้ว่ากันทีหลัง
แต่เรื่องการศึกษาไทย มาถูกทางโดยอ้างผลจากเด็กโอลิมปิกนั้น ขอค้านสุดตัว
ไม่จริงแน่นอน
ความสามารถของเด็กในค่ายโอลิมปิกนั้น อยู่ในระดับ 1% บนสุดของประเทศไทย หลายๆคนมีความสามารถสูงกว่า นักศึกษาปี 2 ในมหาวิทยาลัยในสาขาที่พวกเขาถนัด เด็กกลุ่มนี้มีจำนวนไม่มากและคงไม่สามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดการศึกษาโดยรวมในไทยได้
นอกจากนี้เด็กโอลิมปิกมาถึงนี้ได้ส่วนใหญ่ด้วยความพยายามของพวกเขาเอง หาตำราเอง อ่านเอง หัดเอง ซึ่งล้วนแล้วเกินหลักสูตรของกระทรวง ดังนั้นความสำเร็จของเด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของกระทรวงแน่นอน
แม้ว่ากระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นผลงานชั้นเลิศ หนึ่งในคู่แข่งที่เด็กไทย ถือว่าสุดยอดในเขตเอเชียคือเวียดนาม คือไล่มาติดๆ ในบางสาขา เด็กเวียดนามแซงเราไปแล้วด้วยซ้ำ
ปล่อยเขาแซงซึ่งๆหน้าอย่างนี้ ทั้งๆที่นำมาตั้งนาน ไม่น่านำมาคุยโวได้ ว่าสำเร็จ
ล้มเหลวซะละมาก
ซ้ำกระทรวงยังให้การสนับสนุนโครงการโอลิมปิกวิชาการน้อยมาก นักเรียนในระดับตัวแทนได้รับการฝึกซ้อมจาก กลุ่มอาจารย์ในหลายมหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือจาก สสวท เป็นระยะเวลานาน
ไปแข่งในนามประเทศ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่แทบไม่เคยได้ดูดำดูดี รุ่นน้องผมเป็นตัวแทนไปแข่งที่เกาหลีใต้ในปีที่มีเอเชี่ยนเกมส์
เรารับนักกีฬาที่กลับจากเอเชี่ยนเกมส์อย่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่มีใครไปรับรุ่นน้องผมเลย ทั้งๆที่ไปแข่งให้ประเทศเหมือนกัน เก็บตัวมายาวนานพอๆกัน
นักกีฬาได้เงินอัดฉีด เด็กโอลิมปิกได้ความภูมิใจ แค่นั้นหรือ?
ผมสงสัยว่า หากไม่ใช่เพราะ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นองค์อุปถัมภ์ เด็กโอลิมปิก จะได้ไปแข่งขันหรือเปล่าด้วยซ้ำ
ไม่ช่วย ไม่ให้ก็ไม่ว่า
แต่เลิกซักทีเถอะ พวกในกระทรวง
เลิกเอาเด็กโอลิมปิกไปหาเสียง นโยบายการศึกษาที่ไม่เข้าท่าของคุณเสียที
มันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย
....แต่เมืองไทยกลับย่ำอยู่กับที่ด้วยนโยบายไร้สาระที่ไม่เน้นการพัฒนาแต่เน้นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีความเป็นกลาง ไม่คิดจะทำให้ทุกร.ร.มีคุณภาพเท่ากันแต่คิดจะเปลี่ยนระบบโดยอ้างเหตุผลฟังไม่ขึ้น


ผมสงสัยว่า หากไม่ใช่เพราะ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นองค์อุปถัมภ์ เด็กโอลิมปิก จะได้ไปแข่งขันหรือเปล่าด้วยซ้ำ-------- ด้วยพระกรุณาธิคุณ พวกนักการเมือง นักบริหารงี่เง่า เลยเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ บุ่ยๆ
นอกจากนี้เด็กโอลิมปิกมาถึงนี้ได้ส่วนใหญ่ด้วยความพยายามของพวกเขาเอง หาตำราเอง อ่านเอง หัดเอง ซึ่งล้วนแล้วเกินหลักสูตรของกระทรวง ดังนั้นความสำเร็จของเด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของกระทรวงแน่นอน- ------- จริงๆ เห็นด้วยมาก เพราะเหล่าเด็กโอลิมปิก ต้องอาศัยการค้นคว้าและศึกษาส่วนตัวสูงยิ่ง เพียงแค่ไอ้ค่ายสตึๆเอาความรู้มายัดๆๆๆสักแต่ว่าให้เรียน ทำให้เราได้เหรียญรางวัลไม่ได้หรอก
ผมตามข่าวโอลิมปิกวิชาการ และแสดงความยินดีผ่านทางเว็บบอร์ดต่างๆทุกปี และเห็นพัฒนาการของไทยในโอลิมปิกวิชาการอย่างเห็นได้ชัด
ผมยังจำเหรียญทองแรกของไทยในโอลิมปิกวิชาการ จากสาขาชีววิทยา ของเด็กลำปางได้
ผมยังจำเหรียญทองคอมพิวเตอร์ จากพี่เพชร มโนหาญ ผู้เชี่ยวชาญและเก่งกาจในวงการเกมคอมพิวเตอร์ได้
แต่สังคมไทย แทบจะลึมและไม่มีสิ่งตอบแทนให้เขาเหล่านั้นเลย...เศร้านะ
#1 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2005-05-02 19:11