ในฐานะที่ตัวเอง เคยได้รับโอกาสเข้าค่ายอบรมโอลิมปิกวิชาการ เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย เป็นเวลาเกือบๆหนึ่งเดือน ได้รู้ ได้เห็นความเป็นไป ความทุ่มเท และรายละเอียดหลายๆอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้ แล้วก็เลยรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง ที่โครงการโอลิมปิกวิชาการ ถูกเอาไปพูดถึงหลายๆครั้ง โดยคนพูดไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้ววันนี้ก็พลุแตกครับ ขอระบายหน่อย

ทุกครั้งที่มีการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ แล้วไม่ว่าได้เหรียญหรือไม่ ก็จะเป็นข่าวอยู่พักหนึ่ง(สั้นมากๆ) และก็จะถูกนำไปพูดถึง ในสองแง่มุมหลักๆ

แง่มุมแรก คือการศึกษาประเทศไทยล้มเหลวหรือไม่ ทำไมเด็กทุกคนไม่ได้อย่างนี้ และเป็นความล้มเหลวของโครงการด้วยใช่หรือไม่

แง่มุมที่สองคือ ออกมาตีฆ้องร้องป่าวว่า การศึกษาไทย มาถูกทาง เด็กไทยมีพัฒนาการชัดเจน สามารถไปแข่งขันกับนานาชาติได้

เรื่องแรกขอยกไว้ก่อน ไว้ว่ากันทีหลัง

แต่เรื่องการศึกษาไทย มาถูกทางโดยอ้างผลจากเด็กโอลิมปิกนั้น ขอค้านสุดตัว

ไม่จริงแน่นอน

ความสามารถของเด็กในค่ายโอลิมปิกนั้น อยู่ในระดับ 1% บนสุดของประเทศไทย หลายๆคนมีความสามารถสูงกว่า นักศึกษาปี 2 ในมหาวิทยาลัยในสาขาที่พวกเขาถนัด เด็กกลุ่มนี้มีจำนวนไม่มากและคงไม่สามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดการศึกษาโดยรวมในไทยได้

นอกจากนี้เด็กโอลิมปิกมาถึงนี้ได้ส่วนใหญ่ด้วยความพยายามของพวกเขาเอง หาตำราเอง อ่านเอง หัดเอง ซึ่งล้วนแล้วเกินหลักสูตรของกระทรวง ดังนั้นความสำเร็จของเด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของกระทรวงแน่นอน

แม้ว่ากระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นผลงานชั้นเลิศ หนึ่งในคู่แข่งที่เด็กไทย ถือว่าสุดยอดในเขตเอเชียคือเวียดนาม คือไล่มาติดๆ ในบางสาขา เด็กเวียดนามแซงเราไปแล้วด้วยซ้ำ

ปล่อยเขาแซงซึ่งๆหน้าอย่างนี้ ทั้งๆที่นำมาตั้งนาน ไม่น่านำมาคุยโวได้ ว่าสำเร็จ

ล้มเหลวซะละมาก

ซ้ำกระทรวงยังให้การสนับสนุนโครงการโอลิมปิกวิชาการน้อยมาก นักเรียนในระดับตัวแทนได้รับการฝึกซ้อมจาก กลุ่มอาจารย์ในหลายมหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือจาก สสวท เป็นระยะเวลานาน

ไปแข่งในนามประเทศ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่แทบไม่เคยได้ดูดำดูดี รุ่นน้องผมเป็นตัวแทนไปแข่งที่เกาหลีใต้ในปีที่มีเอเชี่ยนเกมส์

เรารับนักกีฬาที่กลับจากเอเชี่ยนเกมส์อย่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่มีใครไปรับรุ่นน้องผมเลย ทั้งๆที่ไปแข่งให้ประเทศเหมือนกัน เก็บตัวมายาวนานพอๆกัน

นักกีฬาได้เงินอัดฉีด เด็กโอลิมปิกได้ความภูมิใจ แค่นั้นหรือ?

ผมสงสัยว่า หากไม่ใช่เพราะ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นองค์อุปถัมภ์ เด็กโอลิมปิก จะได้ไปแข่งขันหรือเปล่าด้วยซ้ำ

ไม่ช่วย ไม่ให้ก็ไม่ว่า

แต่เลิกซักทีเถอะ พวกในกระทรวง

เลิกเอาเด็กโอลิมปิกไปหาเสียง นโยบายการศึกษาที่ไม่เข้าท่าของคุณเสียที

มันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ความสามารถของเด็กในค่ายโอลิมปิกนั้น อยู่ในระดับ 1% บนสุดของประเทศไทย หลายๆคนมีความสามารถสูงกว่า นักศึกษาปี 2 ในมหาวิทยาลัยในสาขาที่พวกเขาถนัด ----- เก่งกว่าบัณฑิตที่จบมาอีกนะ ผมว่า

ผมสงสัยว่า หากไม่ใช่เพราะ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นองค์อุปถัมภ์ เด็กโอลิมปิก จะได้ไปแข่งขันหรือเปล่าด้วยซ้ำ-------- ด้วยพระกรุณาธิคุณ พวกนักการเมือง นักบริหารงี่เง่า เลยเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ บุ่ยๆ

นอกจากนี้เด็กโอลิมปิกมาถึงนี้ได้ส่วนใหญ่ด้วยความพยายามของพวกเขาเอง หาตำราเอง อ่านเอง หัดเอง ซึ่งล้วนแล้วเกินหลักสูตรของกระทรวง ดังนั้นความสำเร็จของเด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของกระทรวงแน่นอน- ------- จริงๆ เห็นด้วยมาก เพราะเหล่าเด็กโอลิมปิก ต้องอาศัยการค้นคว้าและศึกษาส่วนตัวสูงยิ่ง เพียงแค่ไอ้ค่ายสตึๆเอาความรู้มายัดๆๆๆสักแต่ว่าให้เรียน ทำให้เราได้เหรียญรางวัลไม่ได้หรอก

ผมตามข่าวโอลิมปิกวิชาการ และแสดงความยินดีผ่านทางเว็บบอร์ดต่างๆทุกปี และเห็นพัฒนาการของไทยในโอลิมปิกวิชาการอย่างเห็นได้ชัด

ผมยังจำเหรียญทองแรกของไทยในโอลิมปิกวิชาการ จากสาขาชีววิทยา ของเด็กลำปางได้
ผมยังจำเหรียญทองคอมพิวเตอร์ จากพี่เพชร มโนหาญ ผู้เชี่ยวชาญและเก่งกาจในวงการเกมคอมพิวเตอร์ได้

แต่สังคมไทย แทบจะลึมและไม่มีสิ่งตอบแทนให้เขาเหล่านั้นเลย...เศร้านะ
เห็นด้วยๆ~ ชอบเอามาอ้างทั้งๆที่ไม่ได้สนับสนุนด้วยซ้ำ
ส่วนเวียดนามนี่เค้าเอาระบบการศึกษาแบบเก่าของไทยไปเป็นรากฐานไม่กี่ปี ตอนนี้ระบบการศึกษาเค้าพัฒนาอยู่ในระดับที่เหนือกว่าประเทศไทยแล้ว (นี่ัยังไม่นับผลการศึกษาที่ตอนนี้เวียดนามอยู่ในประเทศต้นๆของโลกแล้วก็ว่าได้) เค้าสนับสนุนในด้านที่เด็กสนใจ เพื่อนำความสามารถนั้นไปพัฒนาชาติ..... ไม่ใช่ให้เด็กตะบี้ตะบันเรียนทุกอย่างไว้ก่อน เรื่องเลือกเอาไว้ทีหลัง หรือถึงเลือกแล้วก็ต้องเรียนเช่นวิศวะคอมพิวเตอร์ต้องเรียนฟิสิกเคมี....แต่เมืองไทยกลับย่ำอยู่กับที่ด้วยนโยบายไร้สาระที่ไม่เน้นการพัฒนาแต่เน้นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีความเป็นกลาง ไม่คิดจะทำให้ทุกร.ร.มีคุณภาพเท่ากันแต่คิดจะเปลี่ยนระบบโดยอ้างเหตุผลฟังไม่ขึ้น

#2 By JiBi_AI on 2005-05-02 19:17

เทรา : ค่ายให้ผมเยอะครับ เด็กโอลิมปิกพัฒนาไปชัดเจนหลังออกจากค่าย ผมหมายถึงก่อน กับหลังเข้าค่ายน่ะครับ ที่ต้องพึ่งตัวเองล้วนๆ
JiBi : ผมเลยเอาไปแซวอาจารย์ว่า ยังดีที่ผมไม่ต้องเรียนฟิสิกส์ไดนามิค เพราะคอมมันเดินไม่ได้

#3 By house on 2005-05-02 20:27

เห็นด้วยกับข้อความที่เขียนใน Blog วันนี้นะฮะ (^.')b

ขอเสริมของ JiBi_Ai ในเรื่องหลักสูตรการศึกษาว่า เมื่อไหร่พวกผู้ใหญ่งี่เง่า ๆ ในไทยจะเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาซะที มันหมดยุคของการยัดเยียดทุกสิ่งทุกอย่างให้เด็กแล้ว

ครั้งนึงเวียดนามเคยตามเราเรื่องการส่งออกข้าว
ครั้งนึงเวียดนามมีระบบการศึกษาที่แย่กว่าบ้านเรา
ครั้งนึงเวียดนามทีพัฒนาการฟุตบอลที่แย่กว่าบ้านเรา

ป.ล.คนที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการจากสาขาชีววิทยาที่เป็นเด็กลำปางนี่ ผมถือว่าเป็นคนที่ผมเคยคุ้นฮะ

#4 By リリース on 2005-05-02 20:35

อ่า คือไม่รู้จะคอมเมนท์อะไรนะคะ
แต่เข้ามาอ่านแล้วชอบมากๆเลยค่ะ

เห็นด้วยอย่างมาก

เราเองก็เป็นคนนึง ที่อยากให้ผู้ใหญ่ พัฒนาระบบการศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ใช่ เอาไปเป็นส่วนนึงของการหาเสียงหาเงินเข้าตัวเองจังค่ะ

ประเทศไทยคงพัฒนาได้มากขึ้นกว่านี้

#5 By Na - th (นัท) on 2005-05-03 00:40

อ่านแล้วแบบก็นะ ... เฮ้อ.... ลองไปอ่าน post เกี่ยวกับคนเวียดนามที่ blog เก่าของผมสิ
http://weblog.manager.co.th/publichome/non/

ไม่รู้จะว่าไง เฮ้อ...

#6 By chanon on 2005-05-03 14:27

บทต่อเนื่อง เรื่อง เด็กโอลิมปิกหายไปไหน?
http://paepae.exteen.com/20050503/entry-1

#7 By PaePae on 2005-05-03 15:23

พูดถึงค่ายโอลิมปิก ^^'' จะบอกว่าไม่ได้ประโยชน์เลยก็คงไม่ได้มั้งคะ ถึงส่วนตัวจะไม่ชอบระบบการสอนในค่าย แต่ยอมรับเลยว่าได้รับประโยชน์มาเยอะมากเหมือนกัน ถึงแม้อาจจะไม่ได้ใช้เอาไปแข่งจริง แต่ในแง่การศึกษา ความรู้และประสบการณ์ที่ได้ก็คุ้มค่า

เอาเรื่องโอลิมปิกมาวัดมาตรฐานการศึกษาไทยเนี่ย ไม่รู้ว่าคิดได้ยังไง น่าจะนำมาชี้ให้เห็นซะมากกว่า ว่าเด็กไทยที่มีความสามารถน่ะ มีเยอะจริง แต่ระบบการศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐานและการขาดการสนับสนุนเนี่ยแหละ ที่ทำให้เด็กไม่ได้ใช้ความสามารถให้สูงที่สุด
เก่งขนาดได้เหรียญทองโอลิมปิกมาจะมีประโยชน์อะไรกับประเทศชาติ ในเมื่อการรองรับการงานทางด้านนี้ยังไปไม่ถึงไหน ประเทศไทยเพิ่งจะเริ่มสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้นก็เมื่อเร็วๆนี้เอง แล้วในช่วงแรกๆอย่างนี้ถ้าเราไม่ช่วยกับสนับสนุนและสานต่อ ประเทศเราก็คงจะไปไม่ถึงไหนอยู่เนี่ยแหละ

อีกอย่างนึงก็คือ ค่านิยมของคนไทย ถ้ามีเด็กคนนึงบอกว่าอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย จะมีใครบ้างที่สนับสนุน อย่างน้อยพ่อแม่ก็คงจะไม่ดีใจซักเท่าไหร่ เด็กเองก็อาจจะไม่แน่ใจว่าจะได้รับการสนับสนุน หรือจะมีงานดีๆทำ หรือว่าการทำอาชีพนี้จะทำให้มีชีวิตที่ดีได้ แล้วถ้าเด็กส่วนมากยังคิดอย่างนี้ ถ้าไม่มีใครพยายามทำให้เค้าเปลี่ยนความคิด ประเทศเราก็ยังคงขาดบุคคลากรสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศอยู่นั่นแหละ

เป็นเรื่องใกล้ตัวเลยพูดยาวไปหน่อย

#8 By Renkaze on 2005-05-04 04:32

เรื่องนี้ตอบได้ง่ายมากครับ อะไรที่ impact กับสังคมมากกว่า สิ่ง
นั้นก็ย่อมดังมากกว่าเป็นเรื่องปกติ

ผมว่ากระทรวงจะอ้างโน่นหรืออ้างนี่อย่างไร ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร
เพราะการที่เราได้เด็กระดับหัวกะทิไปเรียนวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์
เป็นเรื่องที่ดีมาก สิ่งที่ได้มาจับต้องได้ก็หาได้จาก วิชาการ.คอม

เมื่อก่อนเราพูดถึงฟิสิกส์ ต่างคนก็ต่างมองหน้ากัน แต่เด็ก
อย่าง อ.จ้อ มาพูดเรื่องฟิสิกส์ (ไม่ใช่ อ. มะนาว) เราจะไม่เชื่อ
เขาได้อย่างไรในเมื่อเค้าเรียนฟิสิกส์ทฤษฎีมา ไม่ใช่วิศวะ
บุคคลเหล่านี้ก็จะกลับเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย อย่าง
น้อยก็จุฬาฯ อีกหน่อยก็จะผลิตลูกศิษย์ระดับปริญญาเอก
กระจายออกไปมากมาย และจะมีบทบาทชี้นำสังคมได้เหมือน
อย่าง อ. สุทัศน์


อาผม (ปัจจุบันบวชแล้ว) เคยเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มส่งเด็กไทย ไป
ประกวด ก่อนบวชก็หันหลังให้โอลิมปิค ไปทำงานให้การศึกษา
ที่เกิด impact มากกว่า

#9 By พี่จอย (134.28.49.143) on 2005-05-20 21:37

#10 By dawin (203.156.34.34) on 2005-06-09 18:54

อยากทราบข้อสอบวิทย์-คณิต โอลิมปิกที่ผ่านมา เป็นแบบอัตนัย หรือปรนัย

#11 By (203.188.35.76) on 2005-08-18 16:31

การสอบโอลิมปิกเปนความหวังของคนทุกคน เเต่ทุกๆๆๆๆอย่างต้องอาศัยความสามารถทั้งสิ้น

#12 By คิม (203.188.52.39) on 2006-05-18 12:34

ตามประสาคนไทยล่ะค่ะ...
ชอบแก้ปัญหามากกว่าป้องกันปัญหา..
เห็นด้วยค่ะ...ที่ไม่สามารถเอาความสามารถของเด็กโอลิมปิกมาเหมารวมกับเด็กไทยทั้งหมดแล้ว... บอกว่าระบบการศึกษาของเราเป็นเช่นไร..

#13 By //..lin mei ling..// on 2006-10-09 01:30

พ่อมึง

#14 By (58.8.58.36) on 2007-06-04 17:35

หนูก็เป็นอีกคนที่จะไปสอบคัดเลือกเหมือนกันค่ะช่วยเป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะค่ะ

#15 By รุ่ง (203.209.80.51) on 2007-07-05 15:07

หเพะร

#16 By เหดก้ (125.27.103.195) on 2007-08-15 16:36